หมู่บ้านกระชายป่าเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว


บ้านปางสีเสียด หมู่6

รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
4
[6044]

กิจกรรม หมู่บ้านกระชายป่าเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว
เรื่อง สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรสมุนไพรชุมชน
ผู้รับบริการ : ชุมชน บ้านปางสีเสียด
จำนวนผู้รับบริการ : 50 ราย
วันที่ดำเนินการ : 3 กรกฎาคม 2569
วิทยากร : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะนุช รสเครือ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บรรจง อูปแก้ว
งบประมาณที่ใช้ : 22,000 บาท
รายละเอียดการดำเนินงาน :
วิทยากรลงพื้นที่พบพูดคุยและสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรสมุนไพรชุมชน บ้านปางสีเสียด หมู่ 1 ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนการจัดการพื้นที่เพื่อแปลงเกษตร และการท่องเที่ยว และได้อบรมฝึกปฏิบัติจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรสมุนไพรชุมชน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปางสีเสียด ตามรอยกระชายป่าชุมชน เพื่อจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ ประกอบด้วย ตรวจสอบทรัพยากรการท่องเที่ยว (Resource audit) ประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปางสีเสียด

ตารางที่ 1โครงสร้างพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

 

โซนพื้นที่

บทบาทหลัก

กิจกรรมที่เหมาะสม

เงื่อนไขการจัดการ

โซนอนุรักษ์ป่าชุมชน

รักษาความหลากหลายและแหล่งพันธุกรรม

เดินศึกษาธรรมชาติแบบกลุ่มเล็ก เรียนรู้พรรณไม้และกติกาป่า

ใช้ผู้นำทางชุมชน กำหนดเส้นทาง ห้ามขุดเก็บราก แก่น หรือหัว และจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้

โซนผลิตแปลงเกษตรอินทรีย์

ผลิตวัตถุดิบคุณภาพและสาธิตการปลูก

เรียนรู้การขยายพันธุ์ การบำรุงดิน การเก็บเกี่ยว และการตรวจสอบย้อนกลับ

กำหนดฤดูกาลเยี่ยมชม จุดล้างอุปกรณ์ และมาตรการป้องกันการปนเปื้อนในแปลง

โซนป่าครอบครัวและชุมชน

สื่อสารวิถีชีวิตและสุขภาวะชุมชน

เยี่ยมชมสวนสมุนไพร ทำอาหารหรือเครื่องดื่ม และเล่าเรื่องภูมิปัญญา

ขอความยินยอมเจ้าของบ้าน จัดตารางหมุนเวียน และรักษาความเป็นส่วนตัว

โซนบริการและแปรรูป

สร้างมูลค่าและเชื่อมตลาด

สาธิตแปรรูป ชิมผลิตภัณฑ์ จำหน่ายสินค้า และให้ข้อมูลผ่าน QR Code

แยกพื้นที่ผลิตจากพื้นที่ผู้เยี่ยมชม ใช้สุขลักษณะที่ดี และแสดงฉลากอย่างถูกต้อง



รายงานโดย นางสาวศศิภา ชุมภูธิมา วันที่รายงาน 29/09/2569 [6044]
22000 50
4
[6045]

กิจกรรม หมู่บ้านกระชายป่าเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว
เรื่อง อบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการร่วม“หมู่บ้านวิทยาศาสตร์ต้นแบบ”แปลงสาธิตและศูนย์เรียนรู้การเพาะปลูก แปรรูปสมุนไพร และเตรียมความพร้อมเส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว
ผู้รับบริการ : ชุมชน บ้านปางสีเสียด
จำนวนผู้รับบริการ : 50 ราย
วันที่ดำเนินการ : 9 สิงหาคม 2569
วิทยากร : ผู้ช่วยศาสตราจารย์บรรจง อูปแก้ว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะนุช รสเครือ
งบประมาณที่ใช้ : 25,270 บาท
รายละเอียดการดำเนินงาน :
วิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการร่วมภายใต้แนวคิด “หมู่บ้านวิทยาศาสตร์ต้นแบบ” มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรตำบลน้ำปั้ว หรือวิสาหกิจชุมชนบ้านปางเฮิร์บ ให้สามารถบริหารจัดการแปลงสาธิต ศูนย์เรียนรู้การเพาะปลูกและแปรรูปสมุนไพร และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้อย่างเป็นระบบ โดยใช้ทรัพยากรสมุนไพร ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีเกษตร และสภาพแวดล้อมของชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้
แนวทางการพัฒนามุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว และการสร้างรายได้แก่ชุมชน กิจกรรมท่องเที่ยวจึงต้องไม่รบกวนระบบนิเวศ ไม่ทำให้เกิดการเก็บใช้พืชสมุนไพรเกินศักยภาพ และไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชุมชนอย่างไม่เหมาะสม ชุมชนต้องมีบทบาทเป็นเจ้าของพื้นที่ ผู้กำหนดกติกา ผู้ถ่ายทอดความรู้ และผู้ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของหมู่บ้านกระชายดอย หมายถึง การเดินทางเข้ามาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายของพืชสมุนไพร ระบบการเพาะปลูกกระชายดอย และภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชุมชนอย่างรับผิดชอบ โดยนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกติกาของพื้นที่ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมกับวิถีชีวิตของประชาชน
1. ศักยภาพเชิงพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
หมู่บ้านกระชายดอยมีทุนเชิงพื้นที่ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้หลายองค์ประกอบ ได้แก่ แปลงปลูกกระชายดอยและสมุนไพรของสมาชิก พื้นที่รอบบ้านหรือป่าครอบครัว ทรัพยากรพืชสมุนไพรท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้ กระบวนการแปรรูป และภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน
องค์ประกอบเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กล่าวคือ พื้นที่ธรรมชาติและป่าครอบครัวเป็นแหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ แปลงปลูกเป็นพื้นที่เรียนรู้การผลิตอย่างรับผิดชอบ ศูนย์เรียนรู้เป็นพื้นที่รวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่วนพื้นที่แปรรูปเป็นจุดแสดงการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรภายใต้หลักความปลอดภัยและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
“กระชายดอย” สามารถใช้เป็นพืชนำเรื่องในการสร้างอัตลักษณ์ของพื้นที่ โดยเชื่อมโยงกับสมุนไพรชนิดอื่น ระบบนิเวศเกษตร วิถีการผลิต และภูมิปัญญาของชุมชน การสื่อความหมายควรทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าการอนุรักษ์กระชายดอยไม่ได้หมายถึงการปลูกพืชชนิดเดียวเป็นจำนวนมาก แต่หมายถึงการรักษาพันธุ์พืชระบบดิน น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องไป พร้อมกัน
การแบ่งพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการ
จากลักษณะกิจกรรมของโครงการ สามารถจัดวางโครงสร้างพื้นที่ของหมู่บ้านกระชายดอยออกเป็น 6 โซนหลัก เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการและลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว
 

โซนพื้นที่

หน้าที่

กิจกรรมเชิงนิเวศ

มาตรการควบคุม

  1. โซนต้อนรับและศูนย์เรียนรู้

ให้ข้อมูลและเตรียมความพร้อม

ชมแผนที่ เรียนรู้กติกาและระบบนิเวศของชุมชน

ลงทะเบียน แจ้งข้อห้าม และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม

  1. โซนอนุรักษ์ทรัพยากร

รักษาพันธุ์พืชและแหล่งธรรมชาติ

เดินศึกษาพรรณไม้และเรียนรู้ระบบนิเวศ

ใช้ผู้นำทาง ห้ามเก็บพืช และไม่เปิดเผยพิกัดพืชหายาก

  1. โซนแปลงสาธิตกระชายดอย

ถ่ายทอดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เรียนรู้การปลูก ขยายพันธุ์ และเก็บเกี่ยว

กำหนดทางเดินและแยกแปลงเรียนรู้ออกจากแปลงผลิต

  1. โซนป่าครอบครัว

ถ่ายทอดวิถีชีวิตและภูมิปัญญา

เรียนรู้การปลูกและใช้สมุนไพรในครัวเรือน

ขอความยินยอมเจ้าของพื้นที่และจัดตารางหมุนเวียน

  1. โซนแปรรูปและจัดการเศษเหลือ

แสดงการเพิ่มมูลค่าทรัพยากร

สาธิตแปรรูป บรรจุภัณฑ์ และการจัดการเศษพืช

ควบคุมสุขลักษณะและแยกผู้เยี่ยมชมจากพื้นที่ผลิตจริง

  1. โซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์

เชื่อมโยงการเรียนรู้กับเศรษฐกิจชุมชน

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งที่มาชัดเจน

แสดงข้อมูลวัตถุดิบ ผู้ผลิต และการตรวจสอบย้อนกลับ

3. การพัฒนาแปลงสาธิตกระชายดอย

แปลงสาธิตกระชายดอยควรได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศเกษตร ไม่ใช่เพียงแปลงแสดงผลผลิต โดยควรนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างพืช ดิน น้ำ จุลินทรีย์ แมลง และการจัดการของเกษตรกร รวมทั้งแสดงแนวทางลดการใช้สารเคมี การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การคลุมดิน การปลูกพืชหมุนเวียน และการจัดการเศษเหลือจากแปลง

ภายในแปลงควรจัดทางเดินที่ชัดเจน มีป้ายแสดงชื่อพืช ช่วงเวลาปลูก อายุการเก็บเกี่ยว ส่วนที่ใช้ และบทบาทของพืชแต่ละชนิดต่อระบบนิเวศ กิจกรรมทดลองปลูกหรือเก็บเกี่ยวควรดำเนินการในพื้นที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแปลงผลิตและหัวพันธุ์ที่ใช้สำหรับฤดูกาลถัดไป

ควรติดตามข้อมูลปริมาณผลผลิต สุขภาพดิน การใช้น้ำ การเกิดโรคและแมลง รวมถึงอัตราการรอดของพืชที่ปลูกทดแทน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการปรับปรุงการจัดการแปลงและถ่ายทอดความรู้แก่        ผู้มาเยือน

4. การพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพาะปลูกและแปรรูปสมุนไพร

ศูนย์เรียนรู้ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสื่อความหมายเกี่ยวกับทรัพยากรสมุนไพรและระบบนิเวศของชุมชน ภายในศูนย์อาจจัดแสดงประวัติหมู่บ้าน ความเป็นมาของกระชายดอย แผนที่ทรัพยากร ตัวอย่างพืชสมุนไพร ระบบการเพาะปลูก ผลิตภัณฑ์แปรรูป และแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากร

ฐานเรียนรู้ที่เหมาะสม ได้แก่

  • ฐานความหลากหลายของพืชสมุนไพร
  • ฐานกระชายดอยและการขยายพันธุ์
  • ฐานดิน น้ำ และระบบเกษตรอินทรีย์
  • ฐานภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร
  • ฐานการแปรรูปและเพิ่มมูลค่า
  • ฐานการจัดการเศษเหลือและการทำปุ๋ยหมัก
  • ฐานการใช้ทรัพยากรอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ

การใช้ QR Code สามารถช่วยเชื่อมโยงป้ายพรรณไม้กับฐานข้อมูลดิจิทัลได้ แต่ข้อมูลต้องผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนที่ใช้ ความเป็นพิษ และข้อควรระวัง ส่วนพิกัดของพืชหายากไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะในระดับที่สามารถเข้าถึงต้นพืชได้โดยตรง

5. การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เส้นทางท่องเที่ยวควรออกแบบเป็นวงรอบ โดยเริ่มและสิ้นสุดที่ศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้สะดวกต่อการลงทะเบียน การควบคุมจำนวนผู้เข้าชม และการประเมินผลหลังจบกิจกรรม ตัวอย่างลำดับเส้นทาง ได้แก่

  1. ศูนย์ต้อนรับและเรียนรู้อัตลักษณ์หมู่บ้านกระชายดอย
  2. จุดเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของสมุนไพร
  3. แปลงสาธิตกระชายดอยและเกษตรอินทรีย์
  4. ป่าครอบครัวและฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น
  5. ฐานแปรรูปและจัดการเศษเหลือ
  6. จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสรุปการเรียนรู้

สามารถพัฒนาโปรแกรมหลายรูปแบบ เช่น เส้นทางสั้น 1-2 ชั่วโมงสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โปรแกรมครึ่งวันสำหรับนักเรียนและครอบครัว และโปรแกรมหนึ่งวันสำหรับกลุ่มศึกษาดูงาน แต่ละโปรแกรมควรกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วม ระยะเวลา จุดพัก และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

6. การเดินทางท่องเที่ยวภายในชุมชน

แนวทางการเดินทางภายในพื้นที่ควรเน้นการเดินเท้าและการใช้จักรยานในเส้นทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ รถยนต์หรือรถโดยสารควรจอดบริเวณจุดต้อนรับ แล้วใช้การเดินหรือยานพาหนะของชุมชนในการเชื่อมต่อฐานเรียนรู้ วิธีดังกล่าวช่วยลดมลพิษ เสียงรบกวน และความหนาแน่นของรถในพื้นที่ชุมชน

ก่อนกำหนดเส้นทางจักรยาน ควรสำรวจความกว้างของถนน ความลาดชัน จุดตัดกับรถยนต์ สภาพพื้นผิว ร่มเงา และจุดพัก หากเส้นทางมีความลาดชันหรือไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ควรจัดทางเลือกอื่น ไม่ควรนำแนวคิดการใช้จักรยานมาใช้โดยไม่ประเมินความปลอดภัยของพื้นที่จริง

7. การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของหมู่บ้านกระชายดอยควรพัฒนาจากจุดแข็งที่ชุมชนมีอยู่จริง ได้แก่ สมุนไพร อาหารท้องถิ่น วัตถุดิบจากแปลงปลอดภัย สภาพแวดล้อมที่สงบ และภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพ กิจกรรมที่สามารถพัฒนาได้ เช่น การเดินเรียนรู้สมุนไพร การฝึกหายใจหรือสมาธิในพื้นที่ธรรมชาติ         การทำอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น และกิจกรรมเรียนรู้การแปรรูปสมุนไพรอย่างง่าย หากจะให้บริการนวดแผนไทย สปาสมุนไพร หรือกิจกรรมบำบัด ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีคุณสมบัติและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้คำว่า “บำบัด” หรือ “รักษา” หากกิจกรรมนั้นเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย ส่วนอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรควรมีสูตรมาตรฐาน ระบุส่วนประกอบ กลุ่มเสี่ยง และข้อควรระวังอย่างเหมาะสม

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพควรมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะ ไม่ใช่       การรับรองผลการรักษาโรค โดยเน้นความสงบ การเรียนรู้ การออกกำลังกายเบา อาหารที่เหมาะสม และการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ

8. การบริหารจัดการร่วมของชุมชน

เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง ควรจัดตั้งคณะทำงานบริหารจัดการหมู่บ้านกระชายดอยเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว โดยกำหนดบทบาทอย่างชัดเจน ได้แก่ ฝ่ายต้อนรับและประสานงาน ฝ่ายดูแลแปลงสาธิต ฝ่ายวิทยากรและฐานเรียนรู้ ฝ่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และฝ่ายการเงิน

ชุมชนควรกำหนดระบบจองล่วงหน้า จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด อัตราค่าบริการ ค่าตอบแทนวิทยากร และสัดส่วนรายได้ที่นำเข้าสู่กองทุนอนุรักษ์หรือกองทุนพัฒนาศูนย์เรียนรู้ ระบบหมุนเวียนครัวเรือนเจ้าภาพและวิทยากรจะช่วยให้รายได้ไม่กระจุกตัวอยู่กับสมาชิกเพียงบางราย

ควรมีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานเป็นระยะ โดยใช้ข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ ค่าใช้จ่าย ความพึงพอใจ ปริมาณขยะ เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย และความคิดเห็นของคนในชุมชนประกอบการตัดสินใจ



รายงานโดย นางสาวศศิภา ชุมภูธิมา วันที่รายงาน 29/09/2569 [6045]
25270 50
4
[6046]

กิจกรรม หมู่บ้านกระชายป่าเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว
เรื่อง อบรมเชิงปฏิบัติการ ความรู้พื้นฐานด้านการเพาะปลูกกระชายป่า การอนุรักษ์พันธุ์ การจัดการดินและน้ำ

ผู้รับบริการ : ชุมชน บ้านปางสีเสียด
จำนวนผู้รับบริการ : 50 ราย
วันที่ดำเนินการ : 20 กรกฎาคม 2569
วิทยากร : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ทิมขำ
งบประมาณที่ใช้ 30,000 บาท
รายละเอียดการดำเนินงาน :
วิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้พื้นฐานด้านการเพาะปลูกกระชายป่า การอนุรักษ์พันธุ์ การจัดการดินและน้ำ การทำปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำ ซึ่งกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของสมาชิกวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้สนใจ ให้สามารถเพาะปลูกกระชายป่าได้อย่างถูกต้อง ควบคู่กับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อให้เกิดระบบการผลิตกระชายป่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเหมาะสมกับการพัฒนาเป็นฐานเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของหมู่บ้านกระชายดอย
การจัดอบรมใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยผสมผสานการบรรยายความรู้พื้นฐาน การสาธิต และการลงมือปฏิบัติจริงในแปลง ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การจัดการน้ำ การผลิตปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำ ตลอดจนการบันทึกข้อมูลประจำแปลง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ในหัวข้อ
1. ความรู้พื้นฐานด้านกระชายป่า
2. การคัดเลือกและเตรียมหัวพันธุ์
3. การอนุรักษ์พันธุ์กระชายป่า (ดอย)
4. การเลือกพื้นที่และเตรียมแปลงปลูก
5. การจัดการและอนุรักษ์ดิน
6. การจัดการน้ำ
7. การผลิตปุ๋ยหมัก
8. การผลิตและใช้ปุ๋ยน้ำ


 



รายงานโดย นางสาวศศิภา ชุมภูธิมา วันที่รายงาน 29/09/2569 [6046]
30000 50
4
[6047]

กิจกรรม หมู่บ้านกระชายป่าเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว
เรื่อง อบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้ วทน. ด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปเบื้องต้นเพื่อเก็บรักษาคุณภาพวัตถุดิบ

ผู้รับบริการ : ชุมชน บ้านปางสีเสียด
จำนวนผู้รับบริการ : 50 ราย
วันที่ดำเนินการ : 21 กรกฎาคม 2569
วิทยากร : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ทิมขำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะนุช รสเครือ
งบประมาณที่ใช้ : 24,000 บาท
รายละเอียดการดำเนินงาน :
วิทยากรได้อธิบายเนื้อหาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว หลักการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว หัวกระชายป่ายังคงมีการหายใจและสูญเสียน้ําหลังขุด ความเสียหายจากแรงกระแทก แผลตัด ดินที่ติดมากเกินไป ความร้อนสะสม และความชื้นแฉะ จะเร่งการเหี่ยว การเปลี่ยนสี และการเจริญของจุลินทรีย์ ดังนั้นหลักปฏิบัติคือ เก็บเกี่ยวถูกระยะ - ลดบาดแผล - ลดความร้อน - ควบคุมความชื้น - รักษาความสะอาด – ส่งต่อรวดเร็ว
การเก็บเกี่ยวและขนย้ายออกจากแปลง • สํารวจความพร้อมของต้นและหัวก่อนเก็บเกี่ยว กําหนดรุ่นเก็บเกี่ยวตามแปลง วันที่ และผู้รับผิดชอบ • เก็บเกี่ยวในช่วงอากาศไม่ร้อนจัด หลีกเลี่ยงการเก็บทันทีหลังฝนตกหนักหรือขณะที่ดินแฉะ • ใช้เครื่องมือสะอาด ขุดให้ห่างจากกอ ยกหัวอย่างระมัดระวัง ไม่โยน ไม่เหยียบ และไม่วางบนดินเปียก • พักผลผลิตในที่ร่มและโปร่ง ใช้ลังสะอาดที่มีช่องระบายอากาศ ไม่บรรจุแน่นหรือซ้อนสูงเกินไป • แยกหัวสําหรับขยายพันธุ์ออกจากหัวจําหน่ายหรือแปรรูปตั้งแต่ต้น เพื่อลดการปะปนและรักษาพันธุ์
การบรรจุและเก็บรักษา
• เลือกภาชนะสะอาด แข็งแรง มีช่องระบายอากาศ และป้องกันการกดทับ ไม่ใช้กระสอบหรือภาชนะที่เคยบรรจุสารเคมี
• เก็บในบริเวณสะอาด ร่ม เย็น อากาศถ่ายเท และแยกจากสารเคมี เชื้อเพลิง สัตว์ และวัตถุดิบเน่าเสีย
• หลีกเลี่ยงทั้งสภาพแห้งเกินไปซึ่งทําให้เหี่ยว และความชื้นหรือการควบแน่นสูงซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการเน่า
• อุณหภูมิและอายุเก็บที่เหมาะสมควรยืนยันด้วยการทดลองกับพันธุ์ ระยะเก็บเกี่ยว บรรจุภัณฑ์ และสภาพจริงของชุมชน ไม่ควรกําหนดจากข้อมูลทั่วไปเพียงค่าเดียว
• ใช้หลักเข้าก่อนออกก่อน และตรวจการเหี่ยว เน่า กลิ่นผิดปกติ เชื้อรา และการงอกเป็นระยะ
นวัตกรรมและระบบข้อมูลเพื่อยกระดับคุณภาพ จัดทําฉลากประจํารุ่นหรือ QR Code เชื่อมโยงข้อมูลรหัสแปลง แหล่งพันธุ์ วันที่เก็บเกี่ยว น้ําหนักรับเข้า ผู้ปฏิบัติงาน วิธีทําความสะอาด สภาพการเก็บ และปลายทางการใช้ข้อมูล ชุมชนสามารถทดลองเปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์หรือสภาพเก็บ โดยวัดน้ําหนักที่ลดลง ร้อยละการเน่า ลักษณะปรากฏ และจํานวนวันที่ยังยอมรับได้ แล้วเลือกวิธีที่เหมาะสมจากหลักฐานจริง ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมได้รับความรู้
• ผู้เข้าอบรมสามารถกําหนดระยะเก็บเกี่ยวและเลือกวิธีขุดหัวกระชายป่าที่ลดการช้ําและการแตกหัก
• สามารถคัดแยก ทําความสะอาด ลดความชื้นที่ผิว บรรจุ และเก็บรักษาผลผลิตอย่างถูกสุขลักษณะ
• สามารถจัดทําเกณฑ์คุณภาพ บันทึกประจํารุ่น และระบบตรวจสอบย้อนกลับจากแปลงถึงผลิตภัณฑ์
• สามารถนําข้อมูลการสูญเสียน้ําหนัก การเน่าเสีย และอายุการเก็บมาใช้ปรับปรุงกระบวนการ



รายงานโดย นางสาวศศิภา ชุมภูธิมา วันที่รายงาน 29/09/2569 [6047]
24000 50
4
[6048]

กิจกรรม หมู่บ้านกระชายป่าเพื่อการท่องเที่ยวสีเขียว
เรื่อง อบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ผงเครื่องดื่มสกัดกระชายแบบชงดื่มทันที และขนมอบกรอบผสมกระชาย

ผู้รับบริการ : ชุมชน บ้านปางสีเสียด
จำนวนผู้รับบริการ : 50 ราย
วันที่ดำเนินการ : 23-241 กรกฎาคม 2569
วิทยากร : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะนุช รสเครือ
งบประมาณที่ใช้ : 85,000 บาท
รายละเอียดการดำเนินงาน :
วิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกระชายป่า (ดอย) ของวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว ตราบ้านปางเฮิร์บ โดยวัตถุดิบหลักคือ กระชาย ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงเครื่องดื่มสกัดกระชายแบบชงดื่มทันทีและขนมอบกรอบผสมกระชาย โดยในช่วงที่เขียนของบประมาณได้กำหนดกิจกรรมการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ผงเครื่องดื่มสกัดกระชายแบบชงดื่มทันทีและขนมอบกรอบผสมกระชาย เมื่อได้รับโครงการให้ดำเนินการ ทางผู้รับผิดชอบโครงการและชุมชนได้ร่วมกันวิเคราะห์ตลาด แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกระชาย ได้ข้อสรุปว่า ผลิตภัณฑ์ที่จะพัฒนาในปีที่ 1 ขอดำเนินการพัฒนาผลิตภัณ์เครื่องดื่ม wellness จากกระชายและสมุนไพร (คราฟต์กระชายเสาวรส) และชาตัวหอมสมุนไพร (ชากระชายมิ้นท์ส้มสีทอง) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องพัฒนาในปีที่ 2 ดังนั้นจึงเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ที่ต้องพัฒนาในปีที่ 2 มาดำเนินการพัฒนาในปีที่ 1 แทน
ผลิตภัณฑ์คราฟต์กระชายเสาวรส ใช้เทคโนโลยีการเบลนด์ส่วนผสมก่อนพาสเจอร์ไรเซชัน และใช้การบรรจุแบบอัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ซึ่งผลิตภัณฑ์มีจุดเด่น คือ ด้านการผสมผสานรสชาติและกลิ่นเฉพาะของกระชายดอยกับรสเปรี้ยวหวานและกลิ่นหอมของเสาวรส โดยใช้เทคโนโลยีการเบลนด์เพื่อให้ส่วนประกอบกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการพาสเจอร์ไรเซชันเพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย และการบรรจุแบบอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างความซ่าและความสดชื่น ผลิตภัณฑ์จึงมีภาพลักษณ์เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรคราฟต์ร่วมสมัย สามารถเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบท้องถิ่นและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของหมู่บ้านกระชายดอยได้
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาตัวหอมสมุนไพร (ชากระชายมิ้นท์ส้มสีทอง) ใช้เทคโนโลยีการทำแห้งเพื่อลดความชื้นของวัตถุดิบ ร่วมกับการเบลนด์ส่วนผสมให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอก่อนบรรจุในซองชาเยื่อข้าวโพด โดยมีจุดเด่นสำคัญ ดังนี้
(1) มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จากการผสมผสานกลิ่นเฉพาะของกระชาย ความหอมเย็นของมิ้นท์ และกลิ่นสดชื่นของส้มสีทองน่าน
(2) รสชาติสมดุลและดื่มง่าย โดยมิ้นท์และส้มช่วยลดความรุนแรงของกลิ่นและรสเผ็ดร้อนจากกระชาย ทำให้เหมาะกับผู้บริโภคหลายกลุ่ม
(3) ใช้เทคโนโลยีการทำแห้งเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา การลดความชื้นช่วยชะลอการเสื่อมเสียจากจุลินทรีย์ ปฏิกิริยาทางเคมี และการทำงานของเอนไซม์ เมื่อควบคุมความชื้นและค่า water activity ให้อยู่ในระดับเหมาะสม
(4) ใช้ซองชาเยื่อข้าวโพดที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความแตกต่างจากซองชาทั่วไปและสอดคล้องกับแนวคิดผลิตภัณฑ์สีเขียว ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อมูลรับรองชนิดวัสดุ ความปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหาร และเงื่อนไขการย่อยสลายจากผู้ผลิตซองชา
(5) ส่วนผสมมีความสม่ำเสมอ เทคโนโลยีการเบลนด์ช่วยกระจายกระชาย มิ้นท์ และส้มอบแห้งให้ทั่วถึง ทำให้ชาแต่ละซองมีสัดส่วน กลิ่น และรสชาติใกล้เคียงกัน
(6) เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น โดยนำกระชายและส้มสีทองน่านมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เก็บรักษาและขนส่งได้สะดวก ช่วยลดการสูญเสียจากวัตถุดิบสด
(7) มีอัตลักษณ์เชื่อมโยงกับจังหวัดน่าน ส้มสีทองเป็นวัตถุดิบที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ ขณะที่กระชายสะท้อนฐานทรัพยากรสมุนไพรของชุมชนบ้านปางเฮิร์บ
(8) เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของฝากและผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สามารถนำเสนอในรูปแบบชุดชงชา ของฝากชุมชน หรือกิจกรรมเรียนรู้การผสมชาสมุนไพร



รายงานโดย นางสาวศศิภา ชุมภูธิมา วันที่รายงาน 29/09/2569 [6048]
85000 50