หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหัตศิลป์ดินปั้นบ้านเหมืองกุง


วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน บ้านเหมืองกุง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่

รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
3
[5910]

ชื่อกิจกรรมที่ 1 การอบรมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
รายละเอียดกิจกรรมที่ 1.
รายละเอียดกิจกรรม
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุงในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาท้องถิ่น ให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นการต่อยอดจากรูปแบบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของชุมชน เช่น น้ำต้น หม้อน้ำ กระถาง และภาชนะดินเผาพื้นบ้าน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์คุณค่าทางวัฒนธรรม (Cultural Value) อัตลักษณ์ของชุมชน และความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังคงเอกลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง แต่มีความร่วมสมัย ใช้งานได้จริง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้
การดำเนินกิจกรรมประกอบด้วย การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิจัย นักออกแบบ และช่างปั้นในชุมชน การวิเคราะห์ต้นทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Assets) การพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product Concept) การออกแบบต้นแบบ (Prototype Design) รวมถึงการให้คำปรึกษารายกลุ่มเพื่อนำไปสู่การผลิตต้นแบบที่สามารถทดลองตลาดได้
กิจกรรมดำเนินการในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง กลุ่มเยาวชนในชุมชน คณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นักออกแบบ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและช่างปั้นในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ของชุมชน
2. เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดร่วมสมัย
3. เพื่อสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ชุมชน
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ผู้ประกอบการมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มากขึ้น
- ชุมชนสามารถมองเห็นศักยภาพของทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
- เกิดกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย นักออกแบบ และช่างปั้นในชุมชน
- ชุมชนมีแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และความต้องการของตลาด
ผลผลิต (Output)
- ผู้ประกอบการและช่างปั้นเข้าร่วมการอบรมและพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์
- ได้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์จากทุนวัฒนธรรมของบ้านเหมืองกุง
- เกิดต้นแบบผลิตภัณฑ์ดินเผาที่ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของชุมชนสำหรับรองรับตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ผลลัพธ์ (Outcome)
- ผู้ประกอบการสามารถประยุกต์ใช้หลักการออกแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง
- ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัยมากขึ้นโดยยังคงอัตลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง
- ชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และมีความพร้อมในการต่อยอดสู่การทดลองตลาดและการสร้างแบรนด์ในลำดับถัดไป
แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
- พัฒนา Brand Identity ของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และคุณค่าของงานหัตถศิลป์ดินปั้นสู่ตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- ออกแบบองค์ประกอบของแบรนด์ ได้แก่ ชื่อแบรนด์ (Brand Name) โลโก้ (Logo) อัตลักษณ์ภาพลักษณ์ (Visual Identity) และแนวทางการสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication)
- พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ (Product Story) เพื่อสร้างประสบการณ์และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
- ทดลองใช้แบรนด์และบรรจุภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมรับข้อเสนอแนะจากนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค เพื่อนำมาปรับปรุงก่อนนำออกสู่ตลาด
- เตรียมสื่อประชาสัมพันธ์และช่องทางการตลาด ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ผู้ร่วมกิจกรรม
1. ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 10 คน
2. ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชนบ้านเหมืองกุง จำนวน 12 คน
3. ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 10 คน
4. คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 15 คน
5. ผู้สนใจด้านงานหัตถศิลป์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ จำนวน 10 คน

รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรม 57 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ เพื่อยกระดับมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขัน
2. หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้กิจกรรมเป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการร่วมกับชุมชน
3. นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและผู้บริโภค ซึ่งจะได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านเหมืองกุงมากยิ่งขึ้น
4. หน่วยงานภาคีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับประโยชน์จากการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมการอบรมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดำเนินการในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดยมีช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผา ผู้ประกอบการเซรามิก คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมรวม 57 คน
ในการดำเนินกิจกรรม คณะนักวิจัยและวิทยากรได้ถ่ายทอดหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ (Identity-based Design) เริ่มจากการทบทวนทุนทางวัฒนธรรมของบ้านเหมืองกุง วิเคราะห์จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม เช่น น้ำต้น หม้อน้ำ ภาชนะดินเผา และเทคนิคการขึ้นรูปแบบดั้งเดิม รวมถึงวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและแนวโน้มความต้องการของตลาด เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาแนวคิดการออกแบบร่วมกัน
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์จุดแข็งและข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์เดิม พร้อมทดลองออกแบบรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่โดยยึดหลัก "ต่อยอดจากของเดิม ไม่ละทิ้งอัตลักษณ์ของชุมชน" การพัฒนาเน้นการปรับสัดส่วน รูปทรง ขนาด รายละเอียดการตกแต่ง และการประยุกต์การใช้งานให้เหมาะกับวิถีชีวิตปัจจุบัน ขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ของงานหัตถศิลป์ดินปั้นบ้านเหมืองกุงไว้
ผลการดำเนินงานพบว่า ช่างปั้นและผู้ประกอบการสามารถเข้าใจแนวคิดการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ และสามารถเสนอแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ โดยส่วนใหญ่สามารถปรับรูปทรง ขนาด และรูปแบบการใช้งานของผลิตภัณฑ์เดิมให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด และการเชื่อมโยงเรื่องราว (Storytelling) เข้ากับผลิตภัณฑ์ จึงยังต้องได้รับการพัฒนาและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องจากนักวิจัยและนักออกแบบ
นอกจากนี้ กิจกรรมยังทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างช่างปั้น นักวิจัย และนักศึกษา ส่งผลให้เกิดแนวคิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบหลายรูปแบบที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ และเกิดความเข้าใจร่วมกันว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่เป็นการเพิ่มคุณค่าจากภูมิปัญญา เรื่องราว และอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม
ผลจากกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนา Brand Identity การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมลำดับถัดไป เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ดินปั้นของชุมชนอย่างยั่งยืนค่ะ
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 03/07/2569 [5910]
31400 57
3
[5911]

ชื่อกิจกรรมที่ 2 การอบรมด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน
กิจกรรมการอบรมด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุงด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยต่อยอดจากกิจกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ่านการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) และการนำเสนอเรื่องราวของชุมชนให้สอดคล้องกับตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
กิจกรรมดำเนินการในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง โดยคณะนักวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการออกแบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Positioning) การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ การออกแบบชื่อแบรนด์ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ และการสร้างเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ (Product Story) รวมถึงแนวทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์จุดเด่น จุดขาย และคุณค่าของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง พร้อมทดลองพัฒนาแนวคิดแบรนด์และสื่อสารเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ให้สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชน สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจำหน่ายได้
ผู้ร่วมกิจกรรม
1. ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 8 คน
2. ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชน จำนวน 15 คน
3. ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 7 คน
4. คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 17 คน
5. ผู้สนใจด้านการออกแบบและการตลาด จำนวน 6 คน
รวม 53 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
2. หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้เป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ
3. นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ที่ได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน
4. หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวชุมชน


ผลผลิต
- ผู้ประกอบการและช่างปั้นได้รับการพัฒนาความรู้ด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ จำนวน 53 คน
- เกิดแนวทางการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง
- ได้แนวคิดการออกแบบชื่อแบรนด์ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ และเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ (Product Story) สำหรับใช้ในการสื่อสารการตลาด
- ได้แนวทางการประชาสัมพันธ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
ผลลัพธ์
- ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า กำหนดจุดขาย และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีแนวทางการสร้างแบรนด์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถเพิ่มความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วไป
- ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ สื่อประชาสัมพันธ์ และการทดลองตลาดในกิจกรรมลำดับถัดไป
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 03/07/2569 [5911]
29400 53
3
[5912]

รายละเอียดกิจกรรมที่ดำเนินการ
กิจกรรมการอบรมด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน จัดขึ้นเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ดินปั้นบ้านเหมืองกุงจาก "ผลิตภัณฑ์ชุมชน" ไปสู่ "ผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์" (Branded Product) โดยมุ่งสร้างคุณค่า (Value Creation) ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราว อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาของชุมชน เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
ก่อนดำเนินกิจกรรม คณะนักวิจัยได้ร่วมกับผู้ประกอบการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากกิจกรรมก่อนหน้า ได้แก่ ชุดถ้วยชา ถ้วย จาน และน้ำต้นร่วมสมัย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรูปทรง การขึ้นรูปด้วยมือ และวัสดุท้องถิ่น ขณะเดียวกันได้ปรับสัดส่วน รูปแบบ และการใช้งานให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน
จากนั้นได้จัดกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้ประกอบการเรียนรู้การสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์จุดแข็ง (Strength) จุดขาย (Unique Selling Point) และคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง โดยใช้เครื่องมือ เช่น การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า (Customer Persona) การกำหนดคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ (Value Proposition) และการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Positioning)
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันตอบคำถามสำคัญ ได้แก่ "บ้านเหมืองกุงคือใคร" "ผลิตภัณฑ์ของเราต่างจากที่อื่นอย่างไร" "ลูกค้าควรจดจำอะไรเมื่อเห็นผลิตภัณฑ์ของบ้านเหมืองกุง" เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวคิดหลักของแบรนด์ (Brand Concept) ที่สะท้อนคุณค่าของชุมชน ไม่ใช่เพียงการขายเครื่องปั้นดินเผา แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนช่างปั้นที่สืบทอดภูมิปัญญามายาวนานกว่า 200 ปี
เมื่อได้แนวคิดของแบรนด์แล้ว ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันพัฒนาองค์ประกอบของแบรนด์ (Brand Identity) ประกอบด้วย การกำหนดบุคลิกของแบรนด์ (Brand Personality) การกำหนดโทนสี รูปแบบกราฟิก แนวคิดโลโก้ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ และแนวทางการใช้ภาพถ่าย เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์มีภาพลักษณ์เดียวกันและสามารถสื่อสารถึงความเป็นบ้านเหมืองกุงได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพัฒนา Product Story ของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท โดยเชื่อมโยงเรื่องราวของช่างปั้น วิถีชีวิตของชุมชน วัสดุในท้องถิ่น และกระบวนการผลิตด้วยมือ เข้ากับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้คุณค่ามากกว่าการเป็นภาชนะเซรามิกทั่วไป และสามารถสร้างประสบการณ์ร่วมกับนักท่องเที่ยวผ่านการเล่าเรื่องของผลิตภัณฑ์
ภายหลังการอบรม ผู้ประกอบการได้ทดลองออกแบบต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ป้ายสินค้า ฉลากผลิตภัณฑ์ และแนวทางการจัดแสดงสินค้า พร้อมทั้งทดลองวางแผนการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โดยคณะนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำปรึกษาในการปรับปรุงให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์และความต้องการของตลาด
ผลผลิตที่ควรได้จากกิจกรรมนี้
- แนวคิดแบรนด์ของบ้านเหมืองกุงที่ชัดเจน
- Brand Identity
- Brand Story
- Product Story ของแต่ละ Collection
- Mood & Tone ของแบรนด์
- แนวทางโลโก้
- แนวทางบรรจุภัณฑ์
- แนวทางการถ่ายภาพสินค้า
- แนวทางการจัดวางสินค้า (Display)
- แนวทางการสื่อสารออนไลน์

 

สิ่งที่แบรนด์ควรออกมาเป็น (สำหรับบ้านเหมืองกุง)
จากข้อมูลที่เราทำงานร่วมกันมาตลอด ฉันมองว่าแบรนด์ไม่ควรเป็น "โอทอป" หรือ "ของฝาก" แต่ควรเป็น
Crafted from Heritage, Designed for Today
หรือแนวคิดภาษาไทย
"หัตถศิลป์จากภูมิปัญญา สู่การใช้ชีวิตร่วมสมัย"
บุคลิกของแบรนด์ควรเป็น
- อบอุ่น (Warm)
- เรียบง่าย (Minimal)
- งานฝีมือ (Handcrafted)
- ร่วมสมัย (Contemporary)
- เชื่อมโยงวัฒนธรรม (Cultural)
- ใช้งานได้จริง (Functional)
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 03/07/2569 [5912]
0 0
4
[6057]

ชื่อกิจกรรมที่ 3 การอบรมการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และการเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์และชุมชน
รายละเอียดกิจกรรมที่ 3
ดำเนินการอบรมการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และการเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์และชุมชนบ้านเหมืองกุง โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาว่า ชุมชนต้องการให้ผู้คนภายนอกรู้จักและเข้าใจตนเองในเรื่องใด และเรื่องราวเหล่านั้นจะสร้างความสนใจให้เกิดการเดินทางเข้ามาเรียนรู้ในชุมชนได้อย่างไร การอบรมจึงเริ่มต้นจากการชวนผู้เข้าร่วมทบทวนคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังงานปั้น ทั้งความรู้ที่สืบทอดกันมา ทักษะที่เกิดจากการฝึกฝน ประสบการณ์ของช่าง และความสัมพันธ์ระหว่างงานหัตถกรรมกับวิถีชีวิต เพื่อนำสิ่งที่คนในชุมชนคุ้นเคยและอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา มาพัฒนาเป็นเรื่องเล่าที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความหมายและเห็นคุณค่าของชุมชนได้ลึกซึ้งขึ้น
ในการอบรม ได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นการสื่อสารที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและภูมิปัญญากับพัฒนาการของชุมชน โดยชวนมองว่างานปั้นในอดีตมีลักษณะอย่างไร ช่างใช้ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานอย่างไร เมื่อเงื่อนไขการผลิตและความต้องการของผู้คนเปลี่ยนไป ชุมชนได้ปรับตัวอย่างไร รวมถึงมีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีส่วนใดเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและพัฒนางาน การเรียบเรียงเรื่องราวจึงให้ความสำคัญกับการอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาที่พบ วิธีที่นำมาใช้ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยยึดข้อมูลจากการทำงานจริง เพื่อให้ผู้รับสารเห็นทั้งคุณค่าของภูมิปัญญาที่สั่งสมมาและความสามารถของชุมชนในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
จากประเด็นดังกล่าว ได้ให้คำแนะนำในการแปลงความรู้และประสบการณ์ของชุมชนให้เป็นเนื้อหาที่ผู้รับสารเข้าใจและเข้าถึงได้ ตั้งแต่การเลือกประเด็นหลักของเรื่อง การลำดับเนื้อหา การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และการเลือกภาพหรือรูปแบบสื่อที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดของงานและตัวตนของผู้ทำ ควบคู่กับการเชื่อมเรื่องเล่าเข้ากับประสบการณ์การท่องเที่ยว เช่น การได้พบและพูดคุยกับช่างปั้น การชมกระบวนการทำงาน และการเรียนรู้ภูมิปัญญาจากสถานที่จริง โดยพิจารณาตามกิจกรรมที่ชุมชนสามารถรองรับได้ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ตอบได้ชัดเจนว่า บ้านเหมืองกุงมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจ เหตุใดจึงควรมาเยือน และผู้มาเยือนจะได้รับความรู้หรือประสบการณ์ใดกลับไป
อีกส่วนสำคัญของกิจกรรมคือการวิเคราะห์ศักยภาพของคนต่างวัยในการร่วมกันสื่อสารเรื่องราวของชุมชน ผู้สูงอายุที่เป็นช่างปั้นมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้มีความรู้ ความทรงจำ และประสบการณ์ที่ทำให้เรื่องเล่ามีรายละเอียดและมีชีวิต ขณะที่คนรุ่นใหม่มีทักษะด้านการจัดทำสื่อและการใช้ช่องทางออนไลน์ ซึ่งช่วยนำความรู้เหล่านั้นมาเรียบเรียงและเผยแพร่ให้เข้าถึงคนภายนอกได้ การอบรมได้ชี้ให้เห็นแนวทางทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การพูดคุยเก็บเรื่องราว การบันทึกภาพและขั้นตอนการทำงาน ไปจนถึงการให้ช่างร่วมตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่ กระบวนการนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้าใจคุณค่าของความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน และให้ช่างผู้สูงอายุมีส่วนกำหนดวิธีนำเสนอเรื่องราวของตนเอง
นอกจากนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาขอบเขตงานที่ชุมชนสามารถดำเนินการได้ด้วยทรัพยากรที่มี เช่น การรวบรวมเรื่องเล่า การถ่ายภาพ การจัดทำเนื้อหาเบื้องต้น และการดูแลช่องทางประชาสัมพันธ์ รวมถึงงานที่ควรอาศัยความร่วมมือจากภายนอก โดยเฉพาะการตรวจสอบและอธิบายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันการศึกษา การพัฒนาสื่อที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ และการเชื่อมโยงช่องทางเผยแพร่ร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ เพื่อให้ชุมชนเห็นแนวทางพัฒนางานสื่อสารที่สอดคล้องกับกำลังของตนเอง และสามารถระบุความต้องการสนับสนุนได้ชัดเจน
ผลจากกิจกรรม ชุมชนได้กรอบประเด็นและแนวทางการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ความเปลี่ยนแปลง และบทบาทของวิทยาศาสตร์เข้ากับประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้ พร้อมแนวทางแบ่งบทบาทระหว่างช่างปั้นและคนรุ่นใหม่ในการนำเรื่องราวไปพัฒนาเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ผู้สนใจงานหัตถกรรม ตลอดจนกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการใช้วิทยาศาสตร์พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มองเห็นบ้านเหมืองกุงในฐานะแหล่งเรียนรู้ที่มีทั้งผู้คน องค์ความรู้ และเรื่องราวการปรับตัวอยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้เดินทางมาเยี่ยมชมและเรียนรู้กับชุมชนต่อไป
วัตถุประสงค์
(1) เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และการเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวชุมชนบ้านเหมืองกุง
(2) เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างช่างปั้นสูงอายุซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาและเรื่องราวของชุมชน กับคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านการผลิตสื่อและการสื่อสารออนไลน์
(3) เพื่อให้ชุมชนสามารถวางแผนการสื่อสาร แบ่งบทบาทตามความถนัด และระบุงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายได้อย่างเหมาะสม
ประโยชน์ที่ได้รับ
ชุมชนบ้านเหมืองกุงได้ทบทวนและมองเห็นคุณค่าของเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ ทั้งวัฒนธรรม ภูมิปัญญาการปั้น ความรู้จากประสบการณ์ของช่าง และพัฒนาการของชุมชนจากอดีตถึงปัจจุบัน พร้อมเข้าใจแนวทางนำเรื่องราวเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนางาน ทำให้มีประเด็นสำหรับสื่อสารที่สามารถอธิบายได้ว่า ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นมีที่มาอย่างไร สะท้อนความรู้และทักษะใด และชุมชนได้เรียนรู้หรือปรับตัวอย่างไรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การประชาสัมพันธ์มีเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนของชุมชนและทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจคุณค่าของงานหัตถกรรมได้ชัดเจนขึ้น
ผู้เข้าร่วมได้รับแนวทางเลือกและเรียบเรียงเรื่องเล่าให้เหมาะกับผู้รับสาร ตลอดจนเชื่อมโยงเนื้อหากับประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสัมผัสได้จริง ทั้งการพบปะช่างปั้น การชมกระบวนการทำงาน และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญากับวิทยาศาสตร์ ชุมชนจึงมีแนวทางสื่อสารเหตุผลที่ควรเดินทางมาเยือนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสามารถนำไปพัฒนาสื่อเพื่อสร้างความสนใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม ผู้สนใจงานหัตถกรรม นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการเรียนรู้จากชุมชน
กิจกรรมยังช่วยให้คนต่างวัยเห็นความสำคัญของความรู้และความสามารถที่แต่ละฝ่ายมี ผู้สูงอายุที่เป็นช่างปั้นได้มีพื้นที่ถ่ายทอดประสบการณ์และร่วมกำหนดเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ ขณะที่คนรุ่นใหม่ได้เห็นแนวทางใช้ทักษะด้านสื่อเพื่อบันทึกและส่งต่อความรู้ของชุมชน การทำงานร่วมกันจึงเป็นทั้งโอกาสในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์และเป็นพื้นฐานของการสืบทอดภูมิปัญญา โดยให้เจ้าของความรู้มีส่วนร่วมตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของเนื้อหา
นอกจากนี้ ชุมชนได้เข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดในการดำเนินงานสื่อสารของตนเอง สามารถนำแนวทางจากการอบรมไปใช้แบ่งหน้าที่ตามความถนัด และระบุความต้องการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายได้ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านข้อมูลวิทยาศาสตร์ การผลิตสื่อ และการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยให้ก
ผลผลิต (Output)
(1) การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และการเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์และชุมชน
(2) ประเด็นเรื่องเล่าสำหรับใช้ประชาสัมพันธ์ เช่น ภูมิปัญญาของช่างปั้น กระบวนการผลิต คุณค่าของผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน
(3) แนวทางการจัดทำสื่อและเลือกช่องทางเผยแพร่ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและศักยภาพของชุมชน
(4) แนวทางแบ่งบทบาทการทำงานระหว่างช่างปั้นสูงอายุและคนรุ่นใหม่ พร้อมระบุงานที่ชุมชนดำเนินการได้เองและงานที่ต้องประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจในการสื่อสารคุณค่าของชุมชนบ้านเหมืองกุงชัดเจนขึ้น โดยสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เข้ากับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของช่างปั้น และความเปลี่ยนแปลงของชุมชน รวมถึงเห็นแนวทางอธิบายบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยพัฒนางานจากตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง การสื่อสารจึงมีทิศทางที่ครอบคลุมทั้งที่มาของงานหัตถกรรม ความรู้และประสบการณ์ของผู้สร้างสรรค์ ตลอดจนการปรับตัวของชุมชน ซึ่งช่วยให้มีเนื้อหาสำหรับนำเสนอคุณค่าของบ้านเหมืองกุงได้อย่างมีความหมายและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ชุมชนมีความชัดเจนในการใช้เรื่องเล่าเพื่อสร้างความสนใจด้านการท่องเที่ยว โดยเชื่อมโยงสิ่งที่ต้องการสื่อสารกับสิ่งที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสและเรียนรู้ สามารถนำแนวทางดังกล่าวไปพัฒนาเนื้อหาให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม รวมถึงกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเรียนรู้การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นพื้นฐานในการสื่อสารให้กลุ่มเป้าหมายเห็นเหตุผลและคุณค่าของการเดินทางมาเรียนรู้กับชุมชน ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงด้านความสนใจและจำนวนผู้เดินทางมาเยือนเป็นผลที่ต้องติดตามภายหลังการนำสื่อไปเผยแพร่จริง
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมเห็นแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างวัยชัดเจนขึ้น โดยช่างปั้นสูงอายุมีบทบาทถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และตรวจสอบความถูกต้องของเรื่องราว ขณะที่คนรุ่นใหม่สามารถนำทักษะด้านสื่อมาช่วยเรียบเรียงและเผยแพร่เนื้อหา เกิดความเข้าใจว่าการประชาสัมพันธ์เป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้และความสามารถร่วมกัน พร้อมทั้งสามารถระบุส่วนที่ชุมชนดำเนินการเองได้และส่วนที่ต้องขอรับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นพื้นฐานให้ชุมชนนำความรู้จากการอบรมไปใช้ต่อและพัฒนาการสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง
แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
กิจกรรมดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน โดยมีแนวทางต่อยอดให้ชุมชนนำประเด็นเรื่องเล่าและความรู้จากการอบรมไปใช้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เน้นการสื่อสารวัฒนธรรม ภูมิปัญญา พัฒนาการของงานปั้น และการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยพัฒนา เพื่อสร้างความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายเดินทางมาเรียนรู้ในชุมชน ผ่านความร่วมมือระหว่างช่างปั้นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวกับคนรุ่นใหม่ผู้จัดทำและเผยแพร่สื่อ

ผู้ร่วมกิจกรรม
1. ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 10 คน
2. ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชนบ้านเหมืองกุง จำนวน 12 คน
3. ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 10 คน
4. คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 15 คน
5. ผู้สนใจด้านงานหัตถศิลป์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ จำนวน 10 คน
รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรม 57 คน

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ เพื่อยกระดับมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขัน
2. หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้กิจกรรมเป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการร่วมกับชุมชน
3. นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและผู้บริโภค ซึ่งจะได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านเหมืองกุงมากยิ่งขึ้น
4. หน่วยงานภาคีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับประโยชน์จากการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

สรุปผลการดำเนินงาน
การอบรมการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และการเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์และชุมชนบ้านเหมืองกุง มุ่งพัฒนาศักยภาพการสื่อสารโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน กระบวนการอบรมประกอบด้วยการวิเคราะห์ประเด็นเรื่องเล่าของชุมชน การเชื่อมโยงภูมิปัญญาการปั้นกับพัฒนาการของกระบวนการผลิตและการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการให้คำแนะนำด้านการเรียบเรียงเนื้อหาและการเลือกรูปแบบสื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการอธิบายคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ ทั้งองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของช่าง และการปรับตัวของชุมชนต่อความเปลี่ยนแปลง
ผลจากการดำเนินกิจกรรมได้กรอบประเด็นการสื่อสารที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ความเปลี่ยนแปลง และบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการพัฒนางานหัตถกรรม เข้ากับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ชุมชนสามารถนำเสนอแก่ผู้มาเยือน กรอบดังกล่าวเป็นแนวทางให้ชุมชนนำข้อมูลและเรื่องราวที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นเนื้อหาประชาสัมพันธ์อย่างมีลำดับและมีจุดมุ่งหมาย โดยมุ่งสร้างความสนใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม ผู้สนใจงานหัตถกรรม และกลุ่มผู้เรียนที่ต้องการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับวิทยาศาสตร์ ผ่านการพบปะช่างปั้นและการเรียนรู้กระบวนการทำงานในบริบทจริงของชุมชน
การวิเคราะห์ศักยภาพด้านการสื่อสารยังนำไปสู่แนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างช่างปั้นสูงอายุกับคนรุ่นใหม่ โดยช่างปั้นมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ขณะที่คนรุ่นใหม่มีบทบาทในการเรียบเรียง ผลิต และเผยแพร่สื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งระบุขอบเขตงานที่ชุมชนสามารถดำเนินการได้เองและความต้องการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย ผลที่ได้จึงเป็นพื้นฐานทั้งด้านเนื้อหาและการจัดการงานสื่อสาร เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสามารถนำเสนออัตลักษณ์และคุณค่าของตนเอง เชื่อมโยงสู่การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและการถ่ายทอดภูมิปัญญาระหว่างรุ่น
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/09/2569 [6057]
31900 57
4
[6058]

ชื่อกิจกรรมที่ 4 การฝึกปฏิบัติการผลิต การเคลือบ และการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน
รายละเอียดกิจกรรมที่ 4
ดำเนินกิจกรรมฝึกปฏิบัติการผลิต การเคลือบ และการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมงานปั้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเรียนรู้ในชุมชนบ้านเหมืองกุง โดยเชื่อมโยงภูมิปัญญาของช่างกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการควบคุมปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊ส ให้สามารถนำไปใช้ดูแลผลงานที่นักท่องเที่ยวสร้างสรรค์และได้รับกลับไปเป็นของที่ระลึก การฝึกให้ความสำคัญกับรูปแบบชิ้นงานที่เหมาะสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐาน ความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรม และคุณภาพของชิ้นงานเมื่อผ่านกระบวนการผลิตครบถ้วน
ผู้เข้าร่วมได้ฝึกการเตรียมวัสดุ การขึ้นรูป การตกแต่ง และการเคลือบ พร้อมพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพในแต่ละขั้นตอน ทั้งความเหมาะสมของเนื้อดิน ความหนาของชิ้นงาน ความเรียบร้อยของพื้นผิว และความสม่ำเสมอของการเคลือบ โดยนำชิ้นงานจากการฝึกมาใช้ประกอบการเรียนรู้และพิจารณาข้อบกพร่อง เพื่อให้เข้าใจว่าการดูแลคุณภาพตั้งแต่ต้นทางมีความสัมพันธ์กับผลที่ได้ภายหลังการเผาอย่างไร และสามารถนำความรู้ไปใช้แนะนำหรือช่วยเหลือนักท่องเที่ยวระหว่างลงมือปฏิบัติได้
ในส่วนของการเผา ได้ฝึกปฏิบัติการควบคุมปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊ส โดยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเชื้อเพลิงกับอากาศ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ระยะเวลา และบรรยากาศภายในเตา กับลักษณะของเนื้อดินและเคลือบภายหลังการเผา ควบคู่กับการสังเกตสภาวะการเผาและตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นกับชิ้นงาน กระบวนการเรียนรู้นี้ช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ของช่างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปัญหาและปรับการเผาให้เหมาะสมกับวัสดุและลักษณะผลงาน
นอกจากนี้ ได้พิจารณาการนำกระบวนการผลิตไปใช้กับกิจกรรมท่องเที่ยว โดยแยกขั้นตอนที่นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมออกจากขั้นตอนที่ต้องอาศัยความชำนาญของช่าง โดยเฉพาะการควบคุมเตาและการเผาชิ้นงาน รวมถึงวางแนวทางตรวจสอบคุณภาพ การระบุเจ้าของผลงาน และการบรรจุก่อนส่งมอบ ทั้งการรับกลับเมื่อชิ้นงานผ่านกระบวนการครบถ้วนหรือการจัดส่งภายหลัง เพื่อให้การเรียนรู้และลงมือทำของนักท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับการได้รับผลงานของตนเองอย่างเหมาะสมกับระยะเวลาการผลิตจริง
วัตถุประสงค์
(1) เพื่อพัฒนาทักษะการผลิต การเคลือบ และการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน สำหรับนำไปใช้จัดกิจกรรมงานปั้นแก่นักท่องเที่ยวในชุมชนบ้านเหมืองกุง
(2) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะการควบคุมปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊ส โดยเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับประสบการณ์ของช่างในชุมชน
(3) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างการเตรียมชิ้นงาน การเคลือบ และสภาวะการเผา กับคุณภาพของผลงาน และนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการผลิต
(4) เพื่อพัฒนาแนวทางจัดกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีช่างดูแลกระบวนการผลิตและตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบเป็นของที่ระลึก
ประโยชน์ที่ได้รับ
ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติที่เชื่อมโยงการผลิต การเคลือบ และการเผาเข้าด้วยกัน ทำให้เห็นความสำคัญของการดูแลชิ้นงานในทุกขั้นตอน และมีแนวทางพิจารณาว่าข้อบกพร่องของผลงานอาจเกี่ยวข้องกับการขึ้นรูป การเตรียมพื้นผิว การเคลือบ หรือสภาวะการเผาอย่างไร ความเข้าใจดังกล่าวเป็นพื้นฐานในการปรับวิธีทำงานและให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่มีประสบการณ์ด้านงานปั้นการเรียนรู้เรื่องการควบคุมปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊สช่วยให้ช่างใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ประกอบการสังเกตและตัดสินใจในการทำงาน โดยสามารถเชื่อมโยงการควบคุมเชื้อเพลิง อากาศ และอุณหภูมิกับผลที่เกิดขึ้นกับเนื้อดินและเคลือบ เป็นแนวทางพัฒนาการควบคุมคุณภาพให้มีความสม่ำเสมอ และใช้วิเคราะห์ปัญหาจากการเผาอย่างมีเหตุผล
ชุมชนยังได้รับแนวทางนำกระบวนการผลิตมาจัดเป็นกิจกรรมเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยว ทั้งการเลือกรูปแบบผลงาน การแบ่งขั้นตอนการมีส่วนร่วม และการดูแลชิ้นงานต่อโดยช่าง ช่วยให้สามารถกำหนดรายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขการรับผลงานได้ชัดเจน โดยผลงานที่นักท่องเที่ยวได้รับเป็นทั้งของที่ระลึกจากการลงมือทำและสื่อเชื่อมโยงประสบการณ์กับภูมิปัญญาของบ้านเหมืองกุง
ผลผลิต (Output)
(1) การฝึกปฏิบัติการผลิต การเคลือบ และการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน ซึ่งบูรณาการการเรียนรู้เรื่องการควบคุมปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊ส
(2) ชิ้นงานจากการฝึกปฏิบัติ สำหรับใช้พิจารณาผลของการขึ้นรูป การเคลือบ และการเผาที่มีต่อคุณภาพของผลงาน
(3) แนวทางพิจารณาคุณภาพชิ้นงานในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมวัสดุจนถึงการตรวจสอบหลังเผาและก่อนส่งมอบ
(4) แนวทางจัดกระบวนการทำกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยระบุขั้นตอนที่นักท่องเที่ยวร่วมปฏิบัติได้ ขั้นตอนที่ช่างต้องดูแลต่อ และวิธีรับหรือจัดส่งผลงาน


ผลลัพธ์ (Outcome)
ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจในการควบคุมคุณภาพชิ้นงานตลอดกระบวนการผลิตชัดเจนขึ้น โดยเชื่อมโยงวิธีขึ้นรูปและการเคลือบเข้ากับผลที่เกิดขึ้นภายหลังการเผา รวมถึงมีแนวทางใช้ความรู้เรื่องปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊สประกอบการพิจารณาสภาวะภายในเตาและคุณภาพของผลงาน ความรู้จากการฝึกจึงเป็นพื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะกับชิ้นงานแต่ละประเภท ในด้านการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว ชุมชนมีแนวทางประยุกต์กระบวนการผลิตเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานภายใต้การดูแลของช่าง พร้อมเชื่อมต่อไปสู่การเผา การตรวจสอบ และการส่งมอบชิ้นงานอย่างเป็นลำดับ เป็นพื้นฐานของการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญทั้งกับประสบการณ์ระหว่างเรียนรู้และคุณภาพของผลงานที่นักท่องเที่ยวได้รับ
แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
แนวทางต่อยอดภายหลังการอบรม คือการนำรูปแบบชิ้นงานและขั้นตอนที่ได้ฝึกปฏิบัติไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยให้ช่างดูแลการเคลือบและการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊สตามความเหมาะสมของชิ้นงาน พร้อมใช้ผลการตรวจสอบหลังเผาประกอบการปรับปรุงกระบวนการผลิต และกำหนดระยะเวลารับหรือจัดส่งผลงานให้สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงของชุมชน
สรุปผลการดำเนินงาน
การฝึกปฏิบัติการผลิต การเคลือบ และการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน เชื่อมโยงภูมิปัญญางานปั้นของชุมชนบ้านเหมืองกุงกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสำหรับรองรับกิจกรรมเรียนรู้ของนักท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมได้ฝึกเตรียมวัสดุ ขึ้นรูป ตกแต่ง และเคลือบ ควบคู่กับการเรียนรู้การควบคุมปฏิกิริยาการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊ส โดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะการเผากับลักษณะและคุณภาพของชิ้นงานที่ได้ ผลจากกิจกรรมประกอบด้วยชิ้นงานฝึกปฏิบัติ แนวทางพิจารณาคุณภาพตลอดกระบวนการ และแนวทางแบ่งขั้นตอนการทำงานระหว่างนักท่องเที่ยวกับช่าง เพื่อให้การสร้างสรรค์ผลงานดำเนินต่อไปจนถึงการส่งมอบได้อย่างเหมาะสม องค์ความรู้และแนวทางดังกล่าวสนับสนุนการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวที่ผู้มาเยือนได้เรียนรู้จากการลงมือทำ ขณะที่ชุมชนใช้ความชำนาญและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ดูแลคุณภาพของผลงาน ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การเรียนรู้และของที่ระลึกที่มีความหมายต่อผู้มาเยือน
ผู้ร่วมกิจกรรม
(1) ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 8 คน
(2) ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชน จำนวน 15 คน
(3) ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 7 คน
(4) คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 17 คน
(5) ผู้สนใจด้านการออกแบบและการตลาดในการจัดเวิร์คชอปชุมชนทางวัฒนธรรม จำนวน 6 คน
รวม 53 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(1) ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
(2) หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้เป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ
(3) นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ที่ได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน
(4) หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวชุมชน
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/09/2569 [6058]
42200 53
4
[6059]

ชื่อกิจกรรมที่ 5 การทดสอบตลาดและการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมสาธิต
รายละเอียดกิจกรรมที่ 5
ดำเนินการทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ภายในชุมชนบ้านเหมืองกุง โดยนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาไปจัดวางในร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับผู้มาเยือน เพื่อทดสอบความสนใจของนักท่องเที่ยวในบริบทการจำหน่ายจริง การใช้พื้นที่ดังกล่าวทำให้ผู้เข้าชมสามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการสัมผัสบรรยากาศของแหล่งผลิต พบปะช่างปั้น และเรียนรู้เรื่องราวของชุมชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำเสนอคุณค่าของงานหัตถกรรมและสร้างความสนใจในการเลือกซื้อเป็นของใช้หรือของที่ระลึก
การจัดแสดงผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงกับกิจกรรมสาธิตงานปั้นและการอธิบายเรื่องราวเบื้องหลังชิ้นงาน ทั้งภูมิปัญญาการผลิต แนวคิดในการพัฒนารูปแบบ และการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยพัฒนากระบวนการผลิตและคุณภาพ เพื่อให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างองค์ความรู้ของช่างกับลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดง พร้อมเปิดโอกาสให้สอบถามรายละเอียดและสะท้อนความคิดเห็นต่อรูปแบบ ประโยชน์ใช้สอย ราคา และความเหมาะสมในการซื้อกลับไป การสาธิตจึงเป็นทั้งส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวและช่องทางให้ผู้ผลิตสื่อสารคุณค่าของสินค้าโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
การทดสอบตลาดให้ความสำคัญกับการสังเกตปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จัดวางในแต่ละพื้นที่ เช่น ชิ้นงานที่ได้รับความสนใจ ประเด็นที่มีการสอบถาม และข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงความสะดวกในการพกพาและการบรรจุสินค้า โดยพิจารณาร่วมกับข้อคิดเห็นของร้านค้าชุมชนและช่างปั้น ซึ่งเป็นผู้ติดต่อกับผู้มาเยือนโดยตรง เพื่อทำความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์และวิธีนำเสนอมีความเหมาะสมกับตลาดนักท่องเที่ยวภายในชุมชนเพียงใด และมีส่วนใดที่ควรปรับปรุง
ผลจากกิจกรรมเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจำหน่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้มาเยือน ทั้งด้านรูปแบบ ราคา การจัดวาง และการสื่อสารเรื่องราว ณ จุดจำหน่าย ตลอดจนเป็นแนวทางใช้ร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้นเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอสินค้า รับฟังความคิดเห็น และนำข้อมูลกลับไปพัฒนางานของตนเอง

วัตถุประสงค์
(1) เพื่อทดสอบความสนใจและการตอบรับของนักท่องเที่ยวต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ผ่านการจัดวางในร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้นภายในชุมชนบ้านเหมืองกุง
(2) เพื่อศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบผลิตภัณฑ์ ประโยชน์ใช้สอย ราคา และความสะดวกในการซื้อกลับไปเป็นของใช้หรือของที่ระลึก
(3) เพื่อศึกษาการนำเสนอผลิตภัณฑ์ร่วมกับการสาธิตและการเล่าเรื่องภูมิปัญญา โดยพิจารณาความสนใจและข้อคิดเห็นของผู้มาเยือนต่อการนำเสนอดังกล่าว
(4) เพื่อนำข้อมูลจากนักท่องเที่ยว ร้านค้าชุมชน และช่างปั้น มาใช้ประกอบการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และแนวทางจำหน่ายภายในชุมชน
ประโยชน์ที่ได้รับ
ผู้ผลิตได้เรียนรู้ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากการนำผลิตภัณฑ์ไปจัดแสดงในพื้นที่ที่มีการพบปะและเลือกซื้อสินค้าจริง ทำให้สามารถพิจารณางานที่พัฒนาขึ้นจากมุมมองของผู้ใช้เพิ่มเติมจากมุมมองของผู้ผลิต ทั้งความน่าสนใจของรูปแบบ ความเข้าใจต่อการใช้งาน ความเหมาะสมของราคา และข้อจำกัดในการนำสินค้ากลับไป ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การปรับปรุงผลิตภัณฑ์มีพื้นฐานจากความคิดเห็นและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่
ร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้นได้รับแนวทางจัดแสดงและอธิบายผลิตภัณฑ์ให้เชื่อมโยงกับจุดเด่นของแหล่งผลิต โดยใช้เรื่องราวของช่าง ภูมิปัญญาการปั้น และการพัฒนากระบวนการผลิตประกอบการนำเสนอ ช่วยให้ผู้มาเยือนมีข้อมูลสำหรับทำความเข้าใจคุณค่าของชิ้นงานและประกอบการตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกัน ช่างและผู้จำหน่ายได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อสังเกตเกี่ยวกับความสนใจของนักท่องเที่ยว เพื่อนำไปปรับวิธีนำเสนอสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
ชุมชนมีข้อมูลประกอบการพัฒนาตลาดภายในพื้นที่ของตนเอง และเห็นแนวทางเชื่อมโยงร้านค้าชุมชนกับบ้านช่างปั้นในฐานะจุดเรียนรู้และจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับต่อยอดการท่องเที่ยวให้สัมพันธ์กับอาชีพและงานหัตถกรรมของคนในชุมชน
ผลผลิต (Output)
(1) การนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาไปจัดวางเพื่อทดสอบตลาดนักท่องเที่ยวในร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับผู้มาเยือน
(2) การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ร่วมกับกิจกรรมสาธิตและการถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิปัญญา แนวคิดการพัฒนา และกระบวนการผลิต
(3) ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับความสนใจ ข้อซักถาม และความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่อผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อสังเกตจากร้านค้าชุมชนและช่างปั้น
(4) ประเด็นสำหรับปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย ทั้งด้านรูปแบบ ราคา การบรรจุ การจัดวาง และข้อมูลประกอบการนำเสนอ ณ จุดจำหน่าย
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลิตและผู้จำหน่ายในชุมชนมีความเข้าใจความต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวชัดเจนขึ้นจากการนำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบในพื้นที่จริง สามารถใช้ข้อคิดเห็นและข้อสังเกตประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของสินค้าและวิธีนำเสนอ รวมถึงระบุประเด็นที่ควรพัฒนาต่อได้ตรงกับบริบทการจำหน่ายภายในชุมชนมากขึ้น
ร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้นมีแนวทางเชื่อมโยงการจัดแสดงสินค้าเข้ากับการสาธิตและการเล่าเรื่อง ทำให้การนำเสนอผลิตภัณฑ์มีเนื้อหาที่สะท้อนความรู้ ทักษะ และพัฒนาการของงานหัตถกรรม ผู้มาเยือนจึงมีโอกาสรับรู้คุณค่าของผลิตภัณฑ์ผ่านทั้งชิ้นงานและการเรียนรู้จากผู้ผลิตโดยตรง เป็นพื้นฐานในการพัฒนาประสบการณ์เลือกซื้อสินค้าที่สัมพันธ์กับอัตลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง
นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างช่างปั้นและร้านค้าชุมชนช่วยให้เกิดแนวทางนำผลตอบรับจากผู้มาเยือนกลับไปใช้พัฒนางาน เชื่อมโยงกระบวนการผลิตกับการจำหน่าย และสนับสนุนการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดในระยะต่อไป
แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
แนวทางต่อยอดภายหลังการอบรม คือการนำรูปแบบชิ้นงานและขั้นตอนที่ได้ฝึกปฏิบัติไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยให้ช่างดูแลการเคลือบและการเผาด้วยเชื้อเพลิงแก๊สตามความเหมาะสมของชิ้นงาน พร้อมใช้ผลการตรวจสอบหลังเผาประกอบการปรับปรุงกระบวนการผลิต และกำหนดระยะเวลารับหรือจัดส่งผลงานให้สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงของชุมชน
สรุปผลการดำเนินงาน
นำข้อมูลจากการทดสอบตลาดมาใช้ประกอบการคัดเลือกและปรับปรุงผลิตภัณฑ์สำหรับจัดวางต่อเนื่องในร้านค้าชุมชนและบ้านช่างปั้น โดยพิจารณารูปแบบ ราคา การบรรจุ และการจัดแสดงให้เหมาะกับนักท่องเที่ยว พร้อมให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายร่วมกันรวบรวมข้อมูลการสอบถาม การเลือกซื้อ และข้อเสนอแนะ เพื่อใช้วางแผนการผลิตและปรับการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการที่พบในพื้นที่
ผู้ร่วมกิจกรรม
(1) ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 10 คน
(2) ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชน จำนวน 15 คน
(3) ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 5 คน
(4) คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 17 คน
(5) ผู้สนใจด้านการออกแบบและการตลาดในการจัดเวิร์คชอปชุมชนทางวัฒนธรรม จำนวน 8 คน
รวม 56 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(1) ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
(2) หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้เป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ
(3) นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ที่ได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน
(4) หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวชุมชน
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/09/2569 [6059]
42200 56
4
[6060]

ชื่อกิจกรรมที่ 6 การอบรมเบื้องต้นด้านการบริการและการจัดการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
รายละเอียดกิจกรรมที่ 6
ดำเนินการอบรมเบื้องต้นด้านการบริการและการจัดการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โดยใช้บริบทของบ้านช่างปั้น ร้านค้าชุมชน และกิจกรรมงานปั้นของบ้านเหมืองกุงเป็นฐานในการเรียนรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนในชุมชนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ด้านหัตถกรรมมาจัดเป็นกิจกรรมสำหรับผู้มาเยือนได้อย่างเหมาะสม เนื้อหาการอบรมเชื่อมโยงการต้อนรับ การให้ข้อมูล การถ่ายทอดความรู้ และการดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรม ให้เป็นกระบวนการบริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและศักยภาพของชุมชน
ในการอบรม ได้ร่วมกันพิจารณาลำดับการให้บริการตั้งแต่การติดต่อสอบถามก่อนเดินทาง การแนะนำสถานที่และกิจกรรม การเข้าชมบ้านช่างปั้น การร่วมกิจกรรมฝึกปฏิบัติ ตลอดจนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และการรับผลงานที่นักท่องเที่ยวสร้างสรรค์ โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ผู้มาเยือนจำเป็นต้องทราบ เช่น ลักษณะกิจกรรม ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย จำนวนผู้เข้าร่วมที่รองรับได้ และเงื่อนไขการรับหรือจัดส่งชิ้นงาน เพื่อให้ชุมชนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการสื่อสารก่อนเข้าร่วมกับการดูแลประสบการณ์ในพื้นที่จริง
ด้านการถ่ายทอดความรู้ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการอธิบายและสาธิตงานปั้นสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน โดยเรียงเนื้อหาจากเรื่องใกล้ตัวไปสู่กระบวนการทำงาน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนสอบถามหรือทดลองปฏิบัติตามความเหมาะสม พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราววัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการเปลี่ยนแปลงของชุมชนเข้ากับการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในการผลิต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจทั้งวิธีทำและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังงานหัตถกรรม การจัดการเรียนรู้ยังคำนึงถึงความแตกต่างของผู้มาเยือน ทั้งความสนใจ ช่วงวัย และเวลาที่มี เพื่อให้ช่างสามารถปรับรายละเอียดการอธิบายและระดับความยากของกิจกรรมได้
ด้านการจัดการ ได้ร่วมกันวิเคราะห์บทบาทของผู้เกี่ยวข้องและข้อจำกัดในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยพิจารณาการแบ่งหน้าที่ต้อนรับ ประสานงาน ถ่ายทอดความรู้ จัดเตรียมวัสดุ และดูแลชิ้นงานภายหลังกิจกรรมให้สอดคล้องกับความถนัดและความพร้อมของแต่ละคน รวมถึงการจัดพื้นที่เรียนรู้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ทำงานของช่าง โดยเฉพาะการแยกบริเวณที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมได้ออกจากส่วนที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีความชำนาญ เช่น บริเวณเตาเผาและการใช้เชื้อเพลิงแก๊ส
ผลจากการอบรมได้แนวทางเบื้องต้นในการจัดบริการและกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่เชื่อมโยงบ้านช่างปั้น ร้านค้าชุมชน และการฝึกปฏิบัติเข้าด้วยกัน พร้อมประเด็นที่ชุมชนสามารถนำไปใช้กำหนดขั้นตอนและแบ่งหน้าที่ในการรองรับผู้มาเยือน โดยมุ่งให้การท่องเที่ยวเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างช่างกับนักท่องเที่ยว และดำเนินควบคู่กับการประกอบอาชีพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างเหมาะสม
วัตถุประสงค์
(1) เพื่อพัฒนาความรู้เบื้องต้นด้านการต้อนรับ การให้ข้อมูล และการดูแลนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเรียนรู้ในชุมชนบ้านเหมืองกุง
(2) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำภูมิปัญญาและประสบการณ์ด้านงานปั้นมาจัดลำดับการถ่ายทอดและกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้มาเยือน
(3) เพื่อพัฒนาแนวทางจัดการพื้นที่ เวลา วัสดุ และจำนวนผู้เข้าร่วมให้สอดคล้องกับศักยภาพของบ้านช่างปั้นและชุมชน
(4) เพื่อส่งเสริมการแบ่งบทบาทและประสานงานระหว่างช่างปั้น ผู้ดูแลกิจกรรม และร้านค้าชุมชน ให้การบริการเชื่อมโยงตั้งแต่การติดต่อสอบถามจนถึงการส่งมอบผลงาน
ประโยชน์ที่ได้รับ
ผู้เข้าร่วมได้รับความเข้าใจเกี่ยวกับการบริการในบริบทการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โดยเห็นว่าความชัดเจนของข้อมูล การเตรียมความพร้อม และการดูแลระหว่างทำกิจกรรมล้วนมีส่วนต่อประสบการณ์ของผู้มาเยือน สามารถนำแนวทางจากการอบรมไปใช้สื่อสารรายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ชุมชนรองรับได้จริง รวมถึงเตรียมการให้เหมาะกับลักษณะและความต้องการของผู้เข้าร่วมแต่ละกลุ่ม
ช่างปั้นได้รับแนวทางถ่ายทอดความรู้ที่ช่วยให้ผู้ไม่มีพื้นฐานเข้าถึงงานหัตถกรรมได้ง่ายขึ้น ทั้งการอธิบายเป็นลำดับ การสาธิต และการเชื่อมโยงการลงมือทำกับเรื่องราวของชุมชน ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่และผู้ร่วมจัดกิจกรรมเห็นบทบาทของตนเองในการประสานงานและสนับสนุนการเรียนรู้ ช่วยให้ช่างมีผู้ร่วมดูแลกิจกรรมและสามารถใช้ความชำนาญในการถ่ายทอดภูมิปัญญาได้อย่างเหมาะสม
ชุมชนได้รับแนวทางบริหารกิจกรรมโดยคำนึงถึงข้อจำกัดของพื้นที่ทำงาน เวลา และกำลังคน เป็นพื้นฐานในการจัดบริการที่ไม่รบกวนกระบวนการผลิตเกินสมควร และเชื่อมโยงการเยี่ยมชม การเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ให้เป็นประสบการณ์ที่ต่อเนื่องกัน
ผลผลิต (Output)
(1) การอบรมเบื้องต้นด้านการบริการและการจัดการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมและพื้นที่ของชุมชนบ้านเหมืองกุงเป็นกรณีประกอบการเรียนรู้
(2) แนวทางการให้บริการตั้งแต่การติดต่อสอบถาม การต้อนรับ การเข้าร่วมกิจกรรม จนถึงการรับหรือจัดส่งผลงาน
(3) แนวทางจัดลำดับการอธิบาย สาธิต และฝึกปฏิบัติงานปั้นให้เหมาะสมกับผู้มาเยือนที่ไม่มีพื้นฐาน
(4) แนวทางแบ่งหน้าที่และจัดเตรียมพื้นที่ เวลา และวัสดุ สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวตามศักยภาพของชุมชน
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจในการเชื่อมโยงความรู้ด้านงานปั้นกับการบริการและการจัดกิจกรรมเรียนรู้ชัดเจนขึ้น สามารถใช้แนวทางจากการอบรมประกอบการเตรียมข้อมูล อธิบายขั้นตอน และวางลำดับกิจกรรมให้เหมาะกับผู้มาเยือน โดยคำนึงถึงทั้งสาระที่ต้องการถ่ายทอดและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมตลอดกิจกรรม
ชุมชนเห็นบทบาทและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละช่วงของการให้บริการ รวมถึงประเด็นที่ต้องประสานงานระหว่างบ้านช่างปั้น ผู้ดูแลกิจกรรม และร้านค้าชุมชน เป็นพื้นฐานในการจัดการท่องเที่ยวร่วมกันและลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารกับผู้มาเยือน ตลอดจนมีแนวทางกำหนดขอบเขตการรองรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับการทำงานและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
นำแนวทางจากการอบรมไปต่อยอดเป็นข้อตกลงร่วมในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยกำหนดผู้ประสานงาน รายละเอียดกิจกรรม ระยะเวลา จำนวนผู้เข้าร่วม และเงื่อนไขการรับชิ้นงานให้ชัดเจน พร้อมนำข้อสังเกตจากการให้บริการและความคิดเห็นของผู้มาเยือนมาใช้ปรับปรุงการต้อนรับ การถ่ายทอดความรู้ และการประสานงานภายในชุมชน
สรุปผลการดำเนินงาน
การอบรมเบื้องต้นด้านการบริการและการจัดการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ได้นำบริบทการทำงานของช่างปั้นและพื้นที่ท่องเที่ยวภายในบ้านเหมืองกุงมาใช้ประกอบการพัฒนาแนวทางบริการ ครอบคลุมการให้ข้อมูล การต้อนรับ การถ่ายทอดภูมิปัญญา การดูแลกิจกรรมฝึกปฏิบัติ และการส่งมอบผลงาน โดยพิจารณาควบคู่กับความพร้อมด้านพื้นที่ เวลา และกำลังคนของชุมชน
ผลจากกิจกรรมได้แนวทางจัดลำดับการบริการและแบ่งบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อมโยงความชำนาญของช่างกับการสนับสนุนของผู้ประสานงานและผู้ดูแลกิจกรรม เป็นพื้นฐานให้ชุมชนนำองค์ความรู้ด้านหัตถกรรมมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่มีเนื้อหาและขั้นตอนชัดเจน พร้อมรักษาความสัมพันธ์ระหว่างการท่องเที่ยว การถ่ายทอดภูมิปัญญา และการประกอบอาชีพของคนในชุมชน


ผู้ร่วมกิจกรรม
(1) ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 10 คน
(2) ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชน จำนวน 15 คน
(3) ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 5 คน
(4) คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 17 คน
(5) ผู้สนใจด้านการออกแบบและการตลาดในการจัดเวิร์คชอปชุมชนทางวัฒนธรรม จำนวน 8 คน
รวม 56 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(1) ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
(2) หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้เป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ
(3) นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ที่ได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน
(4) หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวชุมชน
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/09/2569 [6060]
40900 56
4
[6061]

แผนงานในปีถัดไป
มุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ของชุมชนบ้านเหมืองกุงอย่างครบวงจร โดยต่อยอดผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พื้นที่บ้านช่างปั้น การสื่อสารเรื่องราว และการเตรียมความพร้อมด้านบริการ ให้เชื่อมโยงเป็นระบบการจัดการท่องเที่ยวของชุมชน ตั้งแต่การพัฒนากิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยว การบริหารจัดการผู้มาเยือน การประชาสัมพันธ์และเข้าถึงตลาดเป้าหมาย ไปจนถึงการติดตามผลด้านเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยมีแผนดำเนินงานสำคัญ ดังนี้
(1) พัฒนารูปแบบกิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เชื่อมโยงบ้านช่างปั้น ร้านค้าชุมชน และพื้นที่เรียนรู้ ให้ผู้มาเยือนได้ทำความเข้าใจวัฒนธรรม ภูมิปัญญา พัฒนาการของงานปั้น และการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยพัฒนาการผลิต ผ่านการพบปะช่าง การชมสาธิต และการลงมือสร้างสรรค์ชิ้นงาน พร้อมออกแบบระยะเวลาและเนื้อหาให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว และกลุ่มศึกษาดูงาน
(2) พัฒนาระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน กำหนดผู้ประสานงานและบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง จัดระบบรับจอง ตารางกิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วมที่รองรับได้ และการส่งมอบชิ้นงาน รวมถึงร่วมกันกำหนดค่าบริการจากต้นทุนจริงและแนวทางจัดสรรรายได้ที่ชัดเจน เพื่อให้ช่างปั้น ร้านค้าชุมชน และผู้ร่วมให้บริการสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง
(3) ยกระดับพื้นที่และทักษะการให้บริการ พัฒนาความพร้อมของบ้านช่างปั้นและพื้นที่จัดกิจกรรม ทั้งการจัดพื้นที่เรียนรู้ ป้ายข้อมูล สิ่งอำนวยความสะดวก และการดูแลความปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการต้อนรับ การเล่าเรื่อง การสาธิต และการดูแลผู้มาเยือน โดยส่งเสริมให้ช่างปั้นและคนรุ่นใหม่ร่วมกันจัดกิจกรรมตามความถนัด
(4) ดำเนินการตลาดและสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยว จัดทำข้อมูลกิจกรรม ราคา ระยะเวลา และช่องทางจองที่ชัดเจน พร้อมผลิตสื่อที่สะท้อนจุดเด่นของบ้านเหมืองกุงในฐานะแหล่งเรียนรู้งานหัตถกรรมที่มีชีวิต ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายให้เดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ภายในชุมชน
(5) ทดลองให้บริการและประเมินผลเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง นำรูปแบบการท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นมาทดลองให้บริการกับกลุ่มเป้าหมาย เก็บข้อมูลจำนวนผู้มาเยือน การเข้าร่วมกิจกรรม รายได้และต้นทุน ความพึงพอใจ ตลอดจนผลกระทบต่อการทำงานและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ เพื่อนำมาปรับปรุงกิจกรรมและกำหนดขนาดการรองรับที่เหมาะสม ก่อนขยายการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/09/2569 [6061]
0 0