Knowledge Sharing ชุมชนแห่งการเรียนรู้...
การประชุมหารือ การจัดทำ (ร่าง) "Master Plan การพัฒนาโคเนื้อสาเกต จังหวัดร้อยเอ็ด" 21
การประชุมหารือ การจัดทำ (ร่าง) "Master Plan การพัฒนาโคเนื้อสาเกต จังหวัดร้อยเอ็ด" 21
การประชุมหารือ การจัดทำ (ร่าง) "Master Plan การพัฒนาโคเนื้อสาเกต จังหวัดร้อยเอ็ด"
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น.
ผ่านทางการประชุมออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting)
ผู้เข้าร่วมประชุม
1. นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการบริหารกองทุนวิจัยและนวัตกรรม 3/สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
2.นายชุมพล เยาวภา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ/กปว.สป.อว
3.ผศ.ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการเทคโนธานี/มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
4.ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ ชุมเขียว ผู้ช่วยผู้อำนวยการเทคโนธานี ฝ่ายบริการวิชาการและพันธกิจสัมพันธ์กับสังคม/มทส.
5.ศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย อาจารย์ประจำหลักสูตร เทคโนโลยีการเกษตร/มทส.
6.นางสาวณัฐนิตย์ ป่วนปาน เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เทคโนธานี/มทส.
7.นายสุบรรณ์ ทุมมา ผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้/มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
8.ผศ.น.สพ.ดร.มนกานต์ อินทรกำแหง ประธานหลักสูตร สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต/มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
9.ดร. วิไลวรรณ ขันธุแสง ประธานหลักสูตร สัตวศาสตร์/มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
10. ผศ.ดร.คู่ขวัญ จุลละนันทน์ อาจารย์ประจำหลักสูตร สัตวศาสตร์/มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
11. รศ.ดร.สิทธิศักดิ์ คำผา ประธานหลักสูตร สัตวศาสตร์/มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
12.นางสาวสุรดา งามคุณาพงศ์ นักวิชาการ/สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
นายชุมพลฯ ได้นำเสนอถึงที่มาของการประชุมหารือครั้งนี้ โดยสืบเนื่องมาจากคณะผู้แทน อว. ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อประชุมหารือแนวทาง “การขับคลื่อนจังหวัดร้อยเอ็ดสู่เมืองหลวงโคเนื้อคุณภาพสูง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 30มกราคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยการประชุมหารือดังกล่าว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับทราบผลการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางการพัฒนาโคเนื้อของแต่ละหน่วยงาน อว. ในเบื้องต้น และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด อยากเห็นแนวทางการพัฒนาโคเนื้อสาเกต จังหวัดร้อยเอ็ด ในภาพรวมของ อว. จึงขอให้ อว. จัดทำ Master Plan การพัฒนาโคเนื้อสาเกต จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟ จังหวัดร้อยเอ็ดในอีก 3-4 ปีข้างหน้าว่าสามารถช่วยพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ซึ่งหลังจากการประชุมหารือดังกล่าว ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้อาสาเป็นหน่วยงานในการจัดทำร่าง Master Planการพัฒนาโคเนื้อเบื้องต้น เพื่อนำมาใช้หารือในการประชุมวันนี้
ผศ.ดร.พันทิพย์ฯ ได้นำเสนอร่าง Master Planการพัฒนาโคเนื้อ ในหัวข้อ “การพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่า โควากิวพรีเมียมภาคอีสานสู่ Product Champion: การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน (The Roi-Et Model)” ปัจจุบันเรากำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโคเนื้อไทย โดยไทยได้นำเข้าโคเนื้อคุณภาพสูง 49,000 ตัน/ปี (เสียดุลการค้าและผลกระทบจาก FTA) ต้นทุนพุ่งสูงเนื่องจากราคาอาหารสัตว์ผันผวน ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยขาดทุน ใช้การผลิตแบบดั้งเดิม (ขาดการพัฒนาเชิงเทคโนโลยี) ไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่อุปทาน ขาดมาตรฐานและแบรนด์กลาง รวมถึงนวัตกรรมไม่ถูกนำมาใช้อย่างบูรณาการตลอดสายการผลิต ซึ่งการยกระดับโคเนื้อคุณภาพสูง (อีสานวากิว) สู่ Product Championระดับโลกนั้นจำเป็นต้องมีการสร้างต้นแบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรระดับจังหวัด (value chain transformation) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปศุสัตว์แม่นยำสูงเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพ (precision agriculture) และยกระดับการผลิตตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโรงเชือดให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก (global standardization) โดยมีการจัดสรรงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ ระยะเวลา 3 ปี รวม 50 ล้านบาท ภายใต้แผนที่การยกระดับโคเนื้อตลอดห่วงโซ่คุณค่า ดังนี้
ต้นน้ำ (22 ลบ.) นวัตกรรมชีวภาพแม่นยำ (การคัดกรองพันธุกรรม/เทคโนโลยีน้ำเชื้อแยกเพศ) เพื่อขยายฝูงแม่พันธุ์ (ลดความเสี่ยงเรื่องสายพันธุ์ที่ไม่แน่นอน สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับผลิตเนื้อเกรดพรีเมี่ยมที่มีลายไขมันสม่ำเสมอ) การพัฒาสูตรอาหารสัตว์อัตลักษณ์ท้องถิ่น (GI) จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ระดับชุมชน 1 แห่งเพื่อการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน จัดหลักสูตรอบรม 10 หลักสูตรและสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงโคต้นน้ำ 5 เครือข่ายเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม สร้างอัตลักษณ์รสชาติเนื้อ และเส้นทาง GI แบรนด์
กลางน้ำ (10 ลบ.) ยกระดับโรงเชือดให้ได้มาตรฐานสากล (GMP/HALAL) พัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดแต่งเนื้อ การผลิตภัณฑ์แปรณุปคุณภาพสูง ไม่น้อยกว่า 5 ผลิตภัณฑ์ เพื่อทลายกำแพงการส่งออก ลดการสูญเสีย และเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นส่วนเนื้อทั้งหลักและรอง
ปลายน้ำ (18 ลบ.) แพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ฟาร์ม DNA อาหาร จนถึงโรงเชือด สร้างกลไกความร่วมมือและเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยมและคู่ค้าต่างประเทศ (Market Linkage) และการสร้างแบรนด์และเจาะตลาดโลก โดยสร้างแบรนด์ร่ม/แบรนด์กลาง “อีสานวากิวพรีเมี่ยม” และพัฒนาอัตลักษณ์สินค้า GI ผลักดันผลิตภัณฑ์เนื้อโคคุณภาพพสูงเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ วิเคราะห์ตลาดพรีเมี่ยมเพื่อสร้างแรงจูงใจทางการตลาดและขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากสินค้าเกษตรทั่วไป เป็นสินค้านวัตกรรมพรีเมี่ยม (product champion) ที่แข่งขันได้กับวากิวนำเข้า
โดยสรุป The Roi-Et Modelเป็นการขับเคลื่อนอนาคตอุตสหกรรมโคเนื้อคุณภาพ ยกระดับจากอาชีพเสริมครัวเรือน สู่ระบบอุตสาหกรรมพรีเมี่ยมที่แม่นยำ ตรวจสอบได้ และแข่งขันได้ในระดับโลก โดยมีตัวชี้วัดหรือผลผลิตที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ โคแม่พันธุ์ที่ได้จากน้ำเชื้อแยกเพศ 500 ตัว โคคุณภาพสูงที่ผ่านการคัดกรอง DNA 200 ตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดแต่งเนื้อ 100 คน หลักสูตรการอบรม smart farmer10 หลักสูตร เครือข่ายการตลาด B2B/B2C และเครือข่ายต้นน้ำ 5 เครือข่าย มาตรฐานสากลสำหรับโรงเชือด 4 มาตรฐาน แบรนด์พรีเมี่ยมสู่ตลาดต่างประเทศ 2 แบรนด์ แพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับ 1 แพลตฟอร์ม และ 1 ศูนย์การเรียนรู้ GI
ความเห็นและข้อเสนอแนะที่ประชุม
ดร.วิไลวรรณฯ นำเสนอผลงาน/เทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดว่าได้มีการดำเนินการพัฒนาโคขุนต้นน้ำ โดยใช้เทคโนโลยี time AI ที่เข้าไปช่วยกำหนดเวลาในการผสมเทียมที่เชื่อมโยงกับระดับฮอร์โมน โดยใช้แม่โคพื้นฐานของเกษตรกร แต่ใช้น้ำเชื้อพ่อพันธุ์จากมุกดาหารและสุรินทร์ โดยการดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ซึ่งดำเนินการมา 3 ปีแล้ว
นางสาวสุรดาฯ นำเสนอผลงาน/เทคโนโลยีของ สวทช. ตั้งแต่ต้นน้ำด้านอาหาร หลักสูตรอบรมนักผสมเทียม แปลงหญ้าอาหารสัตว์ ส่วนกลางน้ำก็จะเป็นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ผงหมักเนื้อนุ่มนัว และสแน็คเนื้อวัว (Beef Snack)
นายสุบรรณ์ฯ ให้ข้อเสนอแนะว่า เนื่องจากร่าง Master Plan นี้มีระยะเวลา 3 ปี ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือโครงการภายใต้ร่าง Master Plan เกิดขึ้นได้เร็วจึงควรต่อยอดจากโครงการหรือการดำเนินงานเดิมในพื้นที่ เช่น โคแม่พันธุ์ที่ได้จากน้ำเชื้อแยกเพศ 500 ตัว ควรต่อยอดจากโครงการพัฒนาสายพันธุ์โคพื้นเมืองเพื่อผลิตลูกโคเนื้อคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถควบคุมกำลังการผลิตลูกโคเนื้อที่มีคุณภาพและสามารถส่งเข้าตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ที่ มทร.อีสาน ดำเนินงานร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด และ NIAรวมถึงยังไม่ควรดำเนินการสร้างโรงเชือดที่ร้อยเอ็ดในช่วงนี้ แต่ควรไปใช้โรงเชือดของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เนื่องจากต้องดำเนินโครงการร่วมกันอยู่แล้ว
ศ.ดร.รังสรรค์ฯ เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ยังไม่ควรดำเนินการสร้างโรงเชือดที่ร้อยเอ็ดในช่วงนี้ แต่ควรไปใช้โรงเชือดของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยหลังจากดำเนินงานตาม Master Planจนประสบผลสำเร็จ มีโคเนื้อในพื้นที่อย่างน้อย 5,000 ตัวพอที่จะ operate โรงเชือดแล้ว ค่อยดำเนินการสร้างโรงเชือดในภายหลัง ส่วนเรื่อง Feed Center และคอกขุนกลาง ควรสร้างอยู่ใกล้กัน เพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง
ผศ.น.สพ.ดร.มนกานต์ฯ เห็นด้วยกับการสร้างแบรนด์ร่ม/แบรนด์กลาง และเสนอให้เปลี่ยนชื่อจาก “อีสานวากิวพรีเมี่ยม” เป็น “อีสานพรีเมี่ยมบีฟ” ซึ่งน่าจะครอบคลุมทุกสายพันธุ์ในภาคอีสาน และในส่วน KPIs ต้นน้ำ โคแม่พันธุ์ที่ได้จากน้ำเชื้อแยกเพศ 500 ตัว อยากให้เพิ่มคอนเซ็ปหรือรายละเอียดว่าเราจะดำเนินการหรือขยายผลไปสู่เกษตรกรได้อย่างไร รวมถึงปลายน้ำ เรื่องการตลาดที่ควรเป็นในลักษณะ future market โดยใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเกษตรกรและผู้ซื้อ ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดการกดราคาหรือโก่งราคา โดย มมส. พร้อมที่จะพัฒนาหรือนำแพลตฟอร์มระบบตรวจสอบย้อนกลับมาใช้ในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์และเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
นายเอกพงศ์ฯ เสนอให้เพิ่มผลงาน/เทคโนโลยีของหน่วยงาน อว. ที่มานำเสนอเพิ่มเติมในร่าง Master Planทั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และ สวทช. รวมถึงหน่วยงาน อว. อื่นๆที่มีผลงานที่เกี่ยวข้อง เช่น GISTDA NIA และ วว. ฯลฯ รวมถึงให้ระบุหน่วยงานรับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน (ทั้งหน่วยงาน อว. และหน่วยงานในพื้นที่) ในแต่ละด้านตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ อีกทั้งควรปรับเพิ่มงบจาก 50 ล้านบาทเป็น 100ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ต้นน้ำ 40% กลางน้ำ 30% ปลายน้ำ 20% และระบบตรวจสอบย้อนกลับ 10% สำหรับตัวชี้วัดต้นน้ำ การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การพัฒาสูตรอาหารสัตว์อัตลักษณ์ท้องถิ่น เห็นควรให้เปลี่ยนเป็นการสร้างธุรกิจผู้ประกอบการแปรรูปอาหารโคคุณภาพสูง โดยใช้วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นแทน ส่วนตัวชี้วัดกล่งน้ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควรพัฒนาแค่ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อสด ที่ส่งเข้าโมเดิร์นเทรด โดยพัฒนาทั้งคุณภาพและปริมาณ และผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยต้องไปศึกษาเพิ่มเติมว่าเนื้อวากิวส่วนใหญ่ที่แปรรูป ตลาดมีความต้องการในรูปแบบใด ให้คัดเลือกมา 1ผลิตภัณฑ์ สำหรับการพัฒนาโครงการภายใต้ Master Plan นี้ควรต้องเน้นเป้าหมายคือการเกษตรแบบยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ในมิติอื่นๆด้วย ทั้งการมุ่งเน้นสร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และการลดโลกร้อน โดยการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับให้สามารถคำนวณ carbon footprint ได้