หมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

หมู่4 บ้านคำแม่นาง-สามแยก ต.หนองคาย อ.นาทม จ.นครพนม

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยนครพนม
สถานะหมู่บ้าน :

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2564300,000|220,000|220,000|ใช้หมด202133844511.pdf2021930104621.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=4279]   วันที่รายงาน  [23/6/2564]

      หมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ปีที่ 1ส่วนใหญ่การประกอบอาชีพของเกษตรกรเป็นการปลูกข้าวทำนา เป็นกิจกรรมหลักมากที่สุด รองลงมา คือ เลี้ยงโค ปลูกยางพารา พืชอาหารสัตว์ และผักชนิดอื่น ๆ ตามลำดับ สามารถแบ่งกิจกรรมจากการเกษตรออกเป็นดังนี้

  1. ครอบครัวที่ประกอบกิจกรรมทางการเกษตร 2 กิจกรรมในครัวเรือน ที่ปลูกข้าวและพืชอาหารสัตว์ หรือปลูกข้าวและผักชนิดอื่น (ร้อยละ 11.47)
  2. ครอบครัวที่ประกอบกิจกรรมทางการเกษตร 3 กิจกรรมในครัวเรือน เป็นการปลูกข้าว พืชอาหารสัตว์ และเลี้ยงโค หรือ ปลูกข้าว เลี้ยงโค และปลูกยางพารา (ร้อยละ 42.62) เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด การใช้แรงงานในครัวเรือน เฉลี่ย 3 รายต่อครัวเรือน
  3. ครอบครัวที่ประกอบกิจกรรมทางการเกษตร 4 กิจกรรมในครัวเรือน คือ ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงโค และปลูกยางพารา ตามลำดับ (ร้อยละ 37.71)
  4. ครอบครัวที่ประกอบกิจกรรมทางการเกษตร 5 กิจกรรมในครัวเรือน โดยมีการปลูกข้าว เลี้ยงโค ปลูกยางพารา พืชอาหารสัตว์ และผักชนิดอื่น ๆ (ร้อยละ 8.20)

        การประกอบอาชีพมากกว่า 3 อาชีพในครัวเรือน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว และเป็นอาชีพที่บรรพชนถ่ายทอดให้จากภูมิความรู้ที่ได้เรียนรู้และสะสมมานาน ปรับตัวให้เข้ากับช่วงฤดูกาลที่จะปฏิบัติตามวัฏจักรทางการเกษตรของชุมชน ทำการเกษตรได้ผลผลิตในทุก ๆ ปี และสร้างอาชีพให้มีงานทำตลอดทั้งปี

       กลุ่มเกษตรกรมีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อจัดระบบการสร้างอาชีพและรายได้ในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงและยั่งยืน การมีอาชีพในแต่ละครัวเรือนนั้นจะทำได้ตามกำลังความสามารถ ทั้งพื้นที่ของเกษตรกรเอง การปลูกข้าวทำนา เลี้ยงโค ปลูกยางพารา พืชอาหารสัตว์ และ ผักชนิดอื่น ๆ  แบบพอประมาณ ไม่มากเกินไปตามกำลังความสามารถ และเลือกอาชีพทำให้พอดีกับปัจจัยที่ตนเองมี อย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล ทำให้ดำรงชีวิต ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครอบครัว

     เป็นโครงการที่เกิดจากการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในจังหวัดนครพนม และอำเภอนาทม และองค์การบริหารส่วนตำบลเป้าหมาย ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาเกษตรกร ชุมชน เกิดกระบวนการเรียนรู้ และสามารถนำความรู้วิชาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง เพื่อสร้างหมู่บ้านวิทยาศาสตร์แม่ข่ายด้านระบบการบริหารจัดการเชิงประยุกต์แบบบูรณาการความรู้ภาคการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานในการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และแก้ไขปัญหาความยากจน 

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ

“หมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม”

ณ วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง - สามแยก ตำบลหนองซน

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

ระหว่าง 21 – 22 มิถุนายน 2564

กิจกรรมที่ 1 การจัดการแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน

               

กิจกรรมที่ 2 การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR)

               

ค่าใช้จ่าย : 65,000
จำนวนผู้รับบริการ : 100
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=4345]   วันที่รายงาน  [5/7/2564]

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ

“หมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม”

ณ วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง - สามแยก ตำบลหนองซน

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

ระหว่าง 24 – 25 มิถุนายน 2564

จำนวนผู้เข้าอบรมกิจกรรมละ จำนวน 60 ราย

กิจกรรมที่ 4 เทคโนโลยีการใช้น้ำเชื้อโคเนื้อแบบแยกเพศ

1) การใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัด สามารถทำให้แม่โคตั้งท้องและให้ผลิตลูกได้

               

ภาพที่ 1 การแสดงการเป็นสัดของโค

 

ภาพที่ 2โปรแกรมการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัด

 

          

ภาพที่ 3 ฮอร์โมนรีเซฟตอล                   ภาพที่ 4 ฮอร์โมนเอสทรูเมท

 

2) ผลิตลูกโคเพศเมียจากการผสมเทียมน้ำเชื้อแยกเพศที่ใช้เป็นหลอดเพศเมีย                       

        

                                                               

ภาพที่ 5หลอดน้ำเชื้อแยกเพศ

ภาพที่ 6น้ำเชื้อไม่แยกเพศ

 

ภาพที่ 7 การผสมเทียมโค

 

 

  

 

กิจกรรมที่ 6 การทำกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างจากมันสำปะหลังหมักยีสต์

 

ตารางที่ 5  เปรียบเทียบคุณค่าโภชนะของกากมันสำปะหลังกับวัตถุดิบอาหารต่างๆ

 

ชนิดมันสำปะหลัง

องค์ประกอบ (%)

CP

Fat

NDF

ADF

CF

Ash

NFC

 

มันสำปะหลัง

2.21

0.45

10.72

5.74

4.45

3.66

82.96

 

กากมันสำปะหลังแห้ง

1.64

-

25.65

17.79

-

1.79

-

 

กากมันสำปะหลังสด

3.18

0.18

27.05

18.58

-

2.33

55.30

 

กากมันสำปะหลังหมัก

12.76

0.17

27.71

18.70

-

3.38

40.83

 

ปลายข้าว

7.74

1.11

-

-

0.55

1.42

-

 

เมล็ดข้าวโพด

8.2

3.97

79.38

8.32

3.66

2.07

3.28

 

หมายเหตุ: โปรตีนหยาบ (Crude Protein, CP), ไขมัน (fat), ส่วนของผนังเซลล์ (neutral detergent fiber, NDF), ลิกนินและเซลลูโลส (acid detergent soluble, ADF), เยื่อใย (Crude Fiber, CF), เถ้า (Ash), คาร์โบไฮเดรต (Nitrogen Free Extract, NFE)

 

                                                                                          

ภาพที่ 8 กระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง

                                                      

                                                      

                                                      

                                                                                

 

 

 

 

 

ค่าใช้จ่าย : 89,000
จำนวนผู้รับบริการ : 120
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=4445]   วันที่รายงาน  [15/9/2564]

โครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ปี 2564 ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม มีผู้สมัครเข้าร่วม จากกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง-สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ในปีที่ 2(2564) รวมทั้งหมดจำนวน 68ราย แบ่งออกเป็น เพศชาย 22ราย และเพศหญิง 46 ราย มีอายุเฉลี่ย 46.54+13.32 ปี โดยประกอบอาชีพหลักมากที่สุดเป็นเกษตรกร 61 ราย (ร้อยละ 89.71) โดยส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา 32 ราย (ร้อยละ 47.06) รองลงมาเป็นระดับมัธยมปลาย/ปวช. 19ราย (ร้อยละ 27.91) และระดับมัธยมต้น 10 ราย (ร้อยละ 14.71) ตามลำดับ       มีรายได้ต่อเดือนมากที่สุด เฉลี่ยมากกว่า 10,000 บาท จำนวน 33 ราย (ร้อยละ 50.77) รองลงมามีรายได้เฉลี่ยที่ 9,001-10,000 บาท จำนวน 12ราย (ร้อยละ 17.65)  และมีรายได้เฉลี่ยที่ 8,001-9,000 บาท จำนวน 8 ราย (ร้อยละ 12.31) ตามลำดับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง-สามแยก ได้รับทราบช่องทางข่าวสารครั้งแรก ผ่านทางจดหมายเชิญมากที่สุด จำนวน 32 ราย (ร้อยละ 49.23) รองลงมาจากการแนะนำ/คนรู้จัก จำนวน 29 ราย (ร้อยละ 44.62) ตามลำดับ ส่วนผู้ที่เข้ารับการอบรมยังไม่เคยผ่านการเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก จำนวน 3ราย (ร้อยละ 4.49) และเคยได้รับการอบรมมาก่อน จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 95.59) (ตารางที่ 4.1)

 

ตารางที่ 4.1  ข้อมูลผู้เข้ารับการอบรมในโครงการ (N = 68)

ลำดับที่

หัวข้อ

รายละเอียด

ผู้เข้ารับการถ่ายทอด ฯ

ร้อยละ

1

เพศ

ชาย

22

32.35

 

 

หญิง

46

67.65

 

อายุ

น้อยกว่า 20 ปี

0

0.00

 

 

21-30 ปี

0

0.00

 

 

31-40 ปี

12

17.65

 

 

41-50 ปี

38

55.68

 

 

51-60 ปี

16

23.53

 

 

มากกว่า 60 ปี

2

2.94

 

 

ไม่กรอกข้อมูล

0

0.00

 

 

อายุต่ำสุด (ปี)

32

 

 

อายุสูงสุด (ปี)

62

 

 

อายุเฉลี่ย+S.D. (ปี)

46.54+13.32

2

อาชีพหลัก

รับราชการ

0

0.00

 

 

พนักงานรัฐวิสาหกิจ

0

0.00

 

 

เกษตรกร

61

89.71

 

 

โอทอป

0

0.00

 

 

แม่บ้าน

0

0.00

 

 

พนักงานธุรกิจเอกชน

0

0.00

 

 

รับจ้าง

0

0.00

 

 

วิสาหกิจชุมชน

0

0.00

 

 

ค้าขาย

7

10.29

 

 

อื่น ๆ

0

0.00

3

ระดับการศึกษาสูงสุด

ประถม

32

47.06

 

 

มัธยมต้น

10

14.71

 

 

มัธยมปลาย/ปวช.

19

27.91

 

 

ปวส./อนุปริญญา

5

7.35

 

 

ปริญญาตรี

2

2.94

 

 

สูงกว่าปริญญาตรี

0

0

 

 

อื่น ๆ

0

0.00

4

รายได้ต่อเดือน

น้อยกว่า 5,000 บาท

0

0.00

 

 

5,001 – 10,000บาท

0

0.00

 

 

10,001 - 15,000 บาท

33

48.53

 

 

15,001 - 20,000 บาท

2

2.94

 

 

20,001 - 25,000 บาท

6

8.82

 

 

25,001 - 30,000 บาท

8

11.76

 

 

30,001 - -35,000 บาท

15

22.06

 

 

35,001 – 40,000 บาท

4

5.88

 

 

40,001 – 45,000 บาท

0

0

 

 

มากกว่า 45,000 บาท

0

0

5

ท่านทราบข่าวครั้งแรกจากแหล่งใด

จดหมายเชิญ

32

49.23

 

 

ทางอินเตอร์เน็ต

0

0.00

 

 

การแนะนำ/คนรู้จัก

29

44.62

 

 

ป้ายประกาศโฆษณา

0

0.00

 

 

สื่อสารมวลชน

0

0.00

 

 

หน่วยงานในท้องถิ่น

0

0.00

 

 

เจ้าหน้าที่รัฐ

4

6.15

 

 

อื่น ๆ

0

0.00

6

เคยได้รับการอบรมถ่ายทอด

เคย

65

95.59

 

เทคโนโลยี จากทางคลินิกเทคโนโลยีหรือไม่

ไม่เคย

3

4.41

           

จากการสำรวจหนี้สินครัวเรือนของกลุ่มเป้าหมายก่อนเข้ารับการอบรมโครงการอบรมถ่ายทอดโครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ คำแม่นาง-สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม พบว่า ระดับหนี้สินครัวเรือนของกลุ่มเป้าหมายสูงสุด 90,001-100,000บาท จำนวน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.58 รองลงมามากกว่า 200,001 ขึ้นไป จำนวน 12 ราย คิดเป็นร้อยละ 17.64 รองลงมามากกว่า 100,001 ขึ้นไปและมากกว่า 300,001 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 11.76  ดังตารางที่ 4.2

 

ตารางที่ 4.2  ข้อมูลหนี้สินครัวเรือนผู้เข้ารับการอบรมก่อนเข้าร่วมโครงการ (N = 68)

ลำดับที่

จำนวนหนี้สินครัวเรือน

จำนวน(ราย)

ร้อยละ

1

ไม่มีหนี้สิน

0

0

2

10,001-20,000

1

1.47

3

20,001-30,000

0

0

4

30,001-40,000

3

4.41

5

40,001-50,000

2

2.94

6

50,001-60,000

4

5.88

7

60,001-70,000

3

4.41

8

70,001-80,000

6

8.82

9

80,001-90,000

7

10.29

10

90,001-100,000

14

20.58

11

มากกว่า100,001 ขึ้นไป

8

11.76

12

มากกว่า200,001 ขึ้นไป

12

17.64

13

มากกว่า300,001 ขึ้นไป

8

11.76

รวม

68

100

 

4.4การวิเคราะห์ประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร

4.4.1 ลักษณะพื้นฐานและความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมมีผู้สมัครเข้าร่วม จากกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง-สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ในปีที่ 1(2564) รวมทั้งหมดจำนวน 68ราย และมีผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 68ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร จัดทำโดยการแจกแจงความถี่ร้อยละ และค่าเฉลี่ยเลขคณิต และเรียงลำดับตามความสำคัญตามความถี่จากมากไปหาน้อย

4.4.2 นำผลการคำนวณมาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ ของการประเมินและแปรความหมายของค่าเฉลี่ยของความคิดเห็น ดังนี้

                     ค่าเฉลี่ย 4.21-5.00        หมายถึง           เห็นด้วยมากที่สุด

                     ค่าเฉลี่ย 3.61-4.20        หมายถึง           เห็นด้วยมาก

                     ค่าเฉลี่ย 2.41-3.60        หมายถึง           เห็นด้วยปานกลาง

                     ค่าเฉลี่ย 1.81-2.40        หมายถึง           เห็นด้วยน้อย

                     ค่าเฉลี่ย 1.00-1.80        หมายถึง           เห็นด้วยน้อยที่สุด

4.4.3 ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้

1) การวัดความพึงพอใจ ดังนี้ 1) ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญเข้าอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.31(ร้อยละ 86.18) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.44(ร้อยละ 88.82) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด และ 3) สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ) คะแนนเฉลี่ย 4.24 (ร้อยละ 84.71) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 4.3)

2) ข้อมูลวิเคราะห์ความพึงพอใจเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร ดังนี้ 1) การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.44 (ร้อยละ 88.82) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร คะแนนเฉลี่ย 4.57 (ร้อยละ 91.47) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3) ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน) คะแนนเฉลี่ย 4.12 (ร้อยละ 82.35) ระดับความพึงพอใจมาก 4) ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.06 (ร้อยละ 81.18) ระดับความพึงพอใจมาก 5) ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) คะแนนเฉลี่ย 4.51 (ร้อยละ 90.29) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด และ 6) ความคุ้มค่าเมื่อเทียงกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป) คะแนนเฉลี่ย 4.44 (ร้อยละ 88.82) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 4.3)

สรุปการประเมินวัดผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตรเฉลี่ยทั้งโครงการ คะแนนเฉลี่ย 4.35(ร้อยละ 86.96) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 4.3)

 

ตารางที่ 4.3  ข้อมูลการวัดความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร (N = 68)

ลำดับที่

รายการ

ความพึงพอใจ

คะแนนเฉลี่ย

ระดับความพึงพอใจ

5

4

3

2

1

1

ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญ การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ

26

37

5

0

0

4.31

 (86.81%)

มากที่สุด

2

เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ

32

34

 

2

0

0

4.44

(88.82%)

มากที่สุด

3

สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ)

30

28

6

4

0

4.24

(84.71%)

มากที่สุด

4

การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน)

35

28

5

0

0

4.44

(88.82%)

มากที่สุด

5

ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร

39

29

0

0

0

 4.57

(91.47%)

มากที่สุด

6

ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน)

22

34

10

2

0

4.12

(82.35%)

มาก

7

ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน)

19

38

7

4

0

4.06

(81.18%)

มาก

8

ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม)

37

29

2

0

0

 4.51

(90.29%)

มากที่สุด

9

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป)

38

24

4

2

0

 4.44

(88.82%)

มากที่สุด

ระดับความพึงพอใจเฉลี่ยทั้งโครงการ

4.35

มากที่สุด

ร้อยละความพึงพอใจ

86.96

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 68
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=4454]   วันที่รายงาน  [20/9/2564]

4.4.4  การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

                    การถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้ในการเลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง – สามแยก จำนวน 68ราย พบว่า ความคิดเห็นของผู้ที่เข้าร่วมรับการอบรมสามารถการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงโคเนื้อ ให้มีต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ คุณภาพสูง ได้ผลผลิตดีเป็นลูกโคที่มีคุณภาพ มีการจัดการฟาร์มของตนให้ดี จำนวน 66ราย คิดเป็นร้อยละ 97.06และอีกจำนวน 2ราย คิดเป็นร้อยละ 2.94 ที่นำความรู้หลังการอบรมถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะ ที่บ้านไม่ได้และเลี้ยงโค และไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร จึงไม่ได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้หรือต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในชีพของตน (ตารางที่ 4.4)

 

ตารางที่ 4.4  การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (N = 68)

ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จำนวน (คน)

ร้อยละ

ได้

66

97.06

ไม่ได้

2

2.94

รวม

68

100.00

 

4.4.5 รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี

รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้ในการเลี้ยงโคเนื้อบ้านคำแม่นาง – สามแยก จำนวน 68ราย พบว่า ความคาดหวังที่จะมีรายได้หลังจากการนำไปใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด 10,001 - 15,000 บาท/ราย/เดือน จำนวน 55 ราย (ร้อยละ 80.88) รองลงมา คือ รายได้ที่ระดับ 20,001 - 25,000 บาท/ราย/เดือน จำนวน 11ราย (ร้อยละ 16.18) และรายได้ที่ระดับ 25,001 - 30,000  บาท/ราย/เดือน จำนวน 2คน (ร้อยละ 2.94) ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยความคาดหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 14,588.24บาท/ราย/เดือน (ตารางที่ 4.5)

 

ตารางที่ 4.5  รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี (N = 68)

ลำดับที่

รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น (บาท/เดือน)

จำนวน (คน)

ร้อยละ

1

น้อยกว่า 5,000บาท

0

0.00

2

5,001 - 10,000 บาท

0

0.00

3

10,001 - 15,000 บาท

55

80.88

4

15,001 - 20,000 บาท

0

0.00

5

20,001 - 25,000 บาท

11

16.18

6

25,001 - 30,000 บาท

2

2.94

7

30,001 - 35,000 บาท

0

0.00

8

35,001 – 40,000 บาท

0

0.00

9

40,001 – 45,000 บาท

0

0.00

10

มากกว่า 45,000 บาท

0

0.00

รวม

68

100.00

รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย (บาท/ราย/เดือน)

14,588.24

              โครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม หลังจากจัดฝึกอบรม เชิงปฏิบัติการ ภายใน 2 - 3 เดือน คณะกรรมดำเนินโครงการได้ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลความก้าวหน้าการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนการเสนอแนะให้ความรู้เพิ่มเติมทางวิชาการของผู้เข้าร่วมรับการอบรมที่ผ่านมาจำนวน 68ราย การติดตามประเมินผู้เข้าร่วมรับการอบรมได้จำนวน 68ราย (ร้อยละ 100) จำนวนผู้เข้ารับการอบรม แบ่งออกเป็น 1) เกษตรกร หรือผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์ จำนวน 66ราย ได้ติดตามประเมินหลังการอบรม จำนวน 66 ราย (คิดเป็นร้อยละ 97.06) ของจำนวนผู้เข้ารับ การถ่ายทอดองค์ความรู้) และ 2) เจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์อำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนม อาสาปศุสัตว์ในแต่ละตำบลของอำเภอเป้าหมายที่ดำเนินโครงการ จำนวน 2ราย ได้ติดตามประเมินหลังการอบรม จำนวน 2ราย (คิดเป็นร้อยละ 2.94ของจำนวนผู้เข้ารับการถ่ายทอดองค์ความรู้) สรุปผลการติดตามประเมินผลหลังการถ่ายทอดเทคโนโลยี ดังนี้

 

5.1 ด้านการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

      5.1.1 ด้านการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

          หลังจาการจัดอบรมโครงการเชิงปฏิบัติการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์บ้านคำแม่นาง – สามแยก พบว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ จำนวน 66ราย คิดเป็น (ร้อยละ 100.00) เพราะ เป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นต้องนำไปใช้ในการปฏิบัติภายในฟาร์ม

 

ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์หลังการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จำนวน (คน)

ร้อยละ

ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

68

100.00

ไม่ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

0

0.00

รวม

68

100.00

 

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกษตรกรที่ผ่านการอบรมการถ่ายทอดนวัตกรรมและส่งเสริมพัฒนาหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนมที่ประกอบไปด้วย 6 กิจกรรมที่ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พบว่า เกษตรกรที่นำองค์ความรู้ไปปฏิบัติหลังจากได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม จำนวน 66ราย ที่ติดตามประเมินผลทั้งกลุ่มหมู่บ้านแม่ข่าย และกลุ่มหมู่บ้านลูกข่าย แบ่งออกเป็น 36 กลุ่ม การดำเนินการกิจกรรมของผู้เข้าร่วมอบรม และสามารถนำไปปฏิบัติภายในฟาร์ม สรุปแสดง (ตารางที่ 5.2) ได้ดังนี้

       1. การเก็บข้อมูลประเมินพื้นที่ระดับเกษตรกรได้ปฏิบัติ 2 กิจกรรม ประกอบด้วย

             1.1) กิจกรรมการจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) จำนวน 3ราย (ร้อยละ 4.55)

             1.2)  การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.จำนวน 2ราย (ร้อยละ 3.03)และการทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิตจำนวน 2ราย (ร้อยละ 3.03)

       2. การเก็บข้อมูลประเมินพื้นที่ระดับเกษตรกรได้ปฏิบัติ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

             2.1) การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน(TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศจำนวน 7ราย (ร้อยละ 10.61)

            2.2) การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์จำนวน 3ราย (ร้อยละ 4.55)

            2.3) การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.จำนวน 2ราย (ร้อยละ 3.03)

            2.4) การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิตจำนวน 10ราย (ร้อยละ 15.15)

            2.5) การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต  จำนวน 10ราย (ร้อยละ 15.15)  

      3) การเก็บข้อมูลประเมินพื้นที่ระดับเกษตรกรได้ปฏิบัติ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย

           3.1)  การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ จำนวน 6ราย (ร้อยละ 9.09)

          3.2)  การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.จำนวน 9ราย (ร้อยละ 13.64) 

       4) การเก็บข้อมูลประเมินพื้นที่ระดับเกษตรกรได้ปฏิบัติ 5 กิจกรรม ประกอบด้วย

           4.1)  การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.จำนวน 8ราย (ร้อยละ 12.12) 

          4.2)  การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.จำนวน 7ราย (ร้อยละ 10.61) 

          4.3) การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิตจำนวน 5ราย (ร้อยละ 7.58)

     5) การเก็บข้อมูลประเมินพื้นที่ระดับเกษตรกรได้ปฏิบัติ 6 กิจกรรม ประกอบด้วย

          5.1) การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน(TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิตจำนวน 2ราย (ร้อยละ 3.03)

 

ตารางที่ 5.2  การติดตามปฏิบัติการกิจกรรมของเกษตรกรหลังถ่ายทอดองค์ความรู้

กิจกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดนำไปใช้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน

0

0.00

2. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR)

0

0.00

3. การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ

0

0.00

4. การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

0

0.00

5. การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

0

0.00

6. การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

7. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR)

3

4.55

8. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ

0

0.00

9. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

0

0.00

10. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

0

0.00

11. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน  + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

12. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ

0

0.00

13. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

0

0.00

14. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

0

0.00

15. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

16. การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

0

0.00

17. การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

0

0.00

18. การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

19. การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

2

3.03

20. การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

21. การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

2

3.03

22. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ

7

10.61

23. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

3

4.55

24. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

2

3.03

25. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

26. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

10

15.15

27. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ +การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

0

0.00

28. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ +การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

0

0.00

29. การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

30. การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

0

0.00

31. การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

6

9.09

32. การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

33. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

9

13.64

34. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

8

12.12

35. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

0

0.00

36. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

7

10.61

37. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

5

7.58

38. การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน + การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) + การใช้ฮอร์โมนและการใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ + การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ + การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. + การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

2

3.03

รวม

66

100.00

 

5.2ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์และประเมินเป็นรายได้

          5.2.1 ประเภทรายได้ของผู้รับการประเมิน

                    รายได้ของผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านการประเมินหลังจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี จำนวน 66ราย พบว่า เป็นการทำอาชีพที่เป็นรายได้หลักมากที่สุด จำนวน 66ราย (ร้อยละ 100.00) เพราะกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ภายในครัวเรือนและภายในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อ เป็นรายได้หลักที่นำไปใช้จ่ายในครัวเรือน (ตารางที่ 5.3)

 

ตารางที่ 5.3  ผลการประเมินการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในด้านส่งเสริมรายได้

สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จำนวน (คน)

ร้อยละ

รายได้หลัก

66

100.00

รายได้เสริม

0

0.00

รวม

66

100.00

5.2.2 รายได้ในปัจจุบัน

                    ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีส่วนใหญ่มีรายได้ที่ระดับ 10,001 - 15,000 บาท/เดือน จำนวน 33ราย คิดเป็นร้อยละ 50.00รองลงมามีรายได้ 30,001 - 35,000 บาท/เดือน จำนวน 13ราย คิดเป็นร้อยละ 19.70, มีรายได้ 25,001 - 30,000 บาท/เดือน จำนวน 8ราย คิดเป็นร้อยละ 12.12, มีรายได้ 20,001 - 25,000 บาท/เดือน จำนวน 6ราย คิดเป็นร้อยละ 9.09,มีรายได้ต่อเดือน จำนวน 35,001 - 40,000 บาท/เดือน จำนวน 4ราย คิดเป็นร้อยละ 6.06 และมีรายได้ 15,001 - 20,000 บาทต่อเดือนจำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.03ตามลำดับ (ตารางที่ 5.4)

 

ตารางที่ 5.4  ผลการประเมินรายได้ต่อเดือน                                                                                             หน่วย : บาท/เดือน

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

น้อยกว่า 5,000 บาท

0

0.00

5,001 – 10,000บาท

0

0.00

10,001 - 15,000 บาท

33

50.00

15,001 - 20,000 บาท

2

3.03

20,001 - 25,000 บาท

6

9.09

25,001 - 30,000 บาท

8

12.12

30,001  -35,000 บาท

13

19.70

35,001 – 40,000 บาท

4

6.06

40,001 – 45,000 บาท

0

0

มากกว่า 45,000 บาท

0

0

น้อยกว่า 5,000 บาท

0

0.00

รวม

66

100.00

     

                                                          

ภาพที่ 1 รายได้จากการจำหน่ายโคเนื้อ และโคขุน

    

  

ภาพที่ 2 รายได้จากการจำหน่ายมูลโค และมูลโคผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 68
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=4467]   วันที่รายงาน  [22/9/2564]

5.3ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์แบ่งออกเป็น 6กิจกรรมดังนี้

          5.3.1 กิจกรรมที่ 1 การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารเลี้ยงโคเนื้อ การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี การปลูก หญ้าอาหารสัตว์ และข้าวโพดอาหารสัตว์ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารเลี้ยงโคเนื้อพบว่า ความรู้ที่ได้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการด้านอาหารเลี้ยงสัตว์ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงได้มากที่สุดในระดับ 3,001-4,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 15ราย คิดเป็นร้อยละ 22.73รองลงมาลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ในระดับ 7,001-8,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 14ราย คิดเป็นร้อยละ 21.21, ในระดับ 5,001-6,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 12ราย คิดเป็นร้อยละ 18.18 ตามลำดับ (ตารางที่ 5.5) การผลิตโคเนื้อในปัจจุบัน มีต้นทุนด้านอาหารเลี้ยงโคเนื้อที่สูง เกษตรกรจะต้องหาวิธีการเพิ่มผลผลิตหญ้า และลดต้นทุนการผลิตหญ้า

 

ตารางที่ 5.5ผลการประเมินความรู้ที่นำไปใช้ประโยชน์การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับ
โคเนื้อและโคขุน

หน่วย : บาท/เดือน

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1) น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2) 1,000-2,000 บาท

0

0.00

3) 2,001-3,000 บาท

2

3.03

4) 3,001-4,000 บาท

15

22.73

5) 4,001-5,000 บาท

2

3.03

6) 5,001-6,000 บาท

12

18.18

7) 6,001-7,000 บาท

10

15.15

8) 7,001-8,000 บาท

14

21.21

9) 8,001-9,000 บาท

5

7.58

10) 9,001-10,000 บาท

4

6.06

11) มากกว่า 10,000 บาท

2

3.03

รวม

66

100.00

 

ภาพที่ 1 การปลูกหญ้าและต้นข้าวโพดเลี้ยงโคเนื้อ

 

5.3.2 กิจกรรมที่ 2 การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR)การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารผสมครบส่วน TMRพบว่า ความรู้ที่ได้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการด้านการผลิตอาหารผสมครบส่วน TMRโดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงได้มากที่สุดในระดับ 6,001-7,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 19ราย คิดเป็นร้อยละ 28.79รองลงมาลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารในระดับ 5,001-6,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 14ราย คิดเป็นร้อยละ 21.21และใน 7,001-8,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 10ราย คิดเป็นร้อยละ 15.15ตามลำดับ (ตารางที่ 5.6)

 

ตารางที่ 5.6ผลการประเมินความรู้ที่นำไปใช้ประโยชน์การผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR)

หน่วย : บาท/เดือน

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1) น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2) 1,000-2,000 บาท

0

0.00

3) 2,001-3,000 บาท

0

0.00

4) 3,001-4,000 บาท

5

7.58

5) 4,001-5,000 บาท

7

10.61

6) 5,001-6,000 บาท

14

21.21

7) 6,001-7,000 บาท

19

28.79

8) 7,001-8,000 บาท

10

15.15

9) 8,001-9,000 บาท

6

9.09

10) 9,001-10,000 บาท

2

3.03

11) มากกว่า 10,000 บาท

3

4.55

รวม

66

100.00

 

ภาพที่ 2 การผลิตอาหาร TMRใช้เลี้ยงโคเนื้อและโคขุน

 

  

ภาพที่ 3 การขุนโคเนื้อด้วยอาหารผสมครบส่วน (TMR/FTMR)

 

5.3.3 กิจกรรมการถ่ายทอดที่ 4เทคโนโลยีการใช้ฮอร์โมนเหนี่ยวนำการเป็นสัด และใช้น้ำเชื้อแยกเพศเพื่อกำหนดผลผลิตโคเป็นเพศเมียการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดความรู้และนวัตกรรมการผลิตโคเนื้อภาพในฟาร์ม พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีการใช้ฮอร์โมนเหนี่ยวนำการเป็นสัด และใช้น้ำเชื้อแยกเพศเพื่อกำหนดผลผลิตโคเป็นเพศเมีย53 ราย ร้อยละ 77.91 และสามารถลดต้นทุนการผลิตลูกโคเนื้อ เนื่องจากใช้ระยะเวลาการผลิตลูกโคเนื้อสั้นลง เฉลี่ยจากปกติ 15 เดือนต่อลูกโค เหลือเพียง 13 เดือนต่อโคเนื้อ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และค่าแรงงานลงได้ พบว่า สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุดในระดับ 4,001-5,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 18ราย คิดเป็นร้อยละ 27.27รองลงมาลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารในระดับ 8,001-9,000 บาทบาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 13ราย คิดเป็นร้อยละ 19.70และในระดับ) 6,001-7,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 10ราย คิดเป็นร้อยละ 15.15ตามลำดับ (ตารางที่ 5.7)

 

ตารางที่ 5.7ผลการประเมินความรู้ที่นำไปใช้ประโยชน์เทคโนโลยีการใช้น้ำเชื้อโคเนื้อแบบแยกเพศ

หน่วย : บาท/เดือน

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1) น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2) 1,000-2,000 บาท

4

6.06

3) 2,001-3,000 บาท

1

1.52

4) 3,001-4,000 บาท

0

0.00

5) 4,001-5,000 บาท

18

27.27

6) 5,001-6,000 บาท

7

10.61

7) 6,001-7,000 บาท

10

15.15

8) 7,001-8,000 บาท

4

6.06

9) 8,001-9,000 บาท

13

19.70

10) 9,001-10,000 บาท

3

4.55

11) มากกว่า 10,000 บาท

6

9.09

รวม

66

100.00

 

 

  

ภาพที่ 4 การคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์

 

ภาพที่ การฉีดฮอร์โมนเหนี่ยวนำนำการเป็นสัดให้กับแม่โคเนื้อ

 

ภาพที่ 6 การเตรียมอุปกรณ์และการผสมเทียม

 

ภาพที่ 7 การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อตามความต้องการของตลาด

  

ภาพที่ 8 การตลาดโคเนื้อและโคขุนของเกษตรกร

 

5.3.4 กิจกรรมที่ 6การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดความรู้ พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ใช้เองได้ จึงสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงได้ มากที่สุดในระดับ 5,001-6,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 20ราย คิดเป็นร้อยละ 30.30รองลงมาลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารในระดับ 4,001-5,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 12ราย คิดเป็นร้อยละ 18.18และในระดับ 8,001-9,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 9ราย คิดเป็นร้อยละ 13.64ตามลำดับ (ตารางที่ 5.8) จากการผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ที่มีค่าเฉลี่ยต้นทุน 1.2-1.8 บาทต่อกิโลกรัม ใช้เสริมหรือทดแทนหญ้าสด ต้นข้าวโพดสับ หรือหมัก ในช่วงที่ขาดแคลน

 

ตารางที่ 5.8ผลการประเมินความรู้ที่นำไปใช้ประโยชน์การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

หน่วย : บาท/เดือน

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1) น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2) 1,000-2,000 บาท

0

0.00

3) 2,001-3,000 บาท

0

0.00

4) 3,001-4,000 บาท

5

7.58

5) 4,001-5,000 บาท

12

18.18

6) 5,001-6,000 บาท

20

30.30

7) 6,001-7,000 บาท

6

9.09

8) 7,001-8,000 บาท

8

12.12

9) 8,001-9,000 บาท

9

13.64

10) 9,001-10,000 บาท

4

6.06

11) มากกว่า 10,000 บาท

2

3.03

รวม

66

100.00

 

5.3.5กิจกรรมที่ 8 การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดความรู้ การผลิตปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถผลิตทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว. ใช้เองในครัวเรือน โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านรายจ่ายลงได้ มากที่สุดในระดับ 5,001-6,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 20ราย คิดเป็นร้อยละ 30.30รองลงมาลดค่าใช้จ่ายด้านรายจ่ายในระดับ 4,001-5,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 12ราย คิดเป็นร้อยละ 18.18และในระดับ 8,001-9,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 9ราย คิดเป็นร้อยละ 13.64ตามลำดับ (ตารางที่ 5.9) และหมู่บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ยังสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจำหน่ายเชิงพานิชย์ ปีละประมาณ 200 ตัน ด้วยในปี 2564 กลุ่มได้ใช้เงินสะสมสั่งซื้อเครื่องผลิตปุ๋ยแบบอัดเม็ด จำนวน 1 ชุด ที่ประกอบไปด้วย 1) เครื่องตีป่น 2) เครื่องผสม 3) เครื่องอัดเม็ด และ 4) ระบบสายพานลำเรียง (ดังภาพที่ 5.13)

 

ตารางที่ 5.9ผลการประเมินความรู้ที่นำไปใช้ประโยชน์การการทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว.

หน่วย : บาท/เดือน

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1) น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2) 1,000-2,000 บาท

0

0.00

3) 2,001-3,000 บาท

0

0.00

4) 3,001-4,000 บาท

5

7.58

5) 4,001-5,000 บาท

12

18.18

6) 5,001-6,000 บาท

20

30.30

7) 6,001-7,000 บาท

6

9.09

8) 7,001-8,000 บาท

8

12.12

9) 8,001-9,000 บาท

9

13.64

10) 9,001-10,000 บาท

4

6.06

11) มากกว่า 10,000 บาท

2

3.03

รวม

66

100.00

 

ภาพที่ 9 ชุดเครื่องจักรผลิตปุ๋ยอัดเม็ด

 

5.3.6กิจกรรมที่ 13 การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดความรู้ การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถเปรียบเทียบรายรับ รายจ่าย ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต เกิดขึ้นทั้งค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสดและไม่เป็นเงินสด เพื่อให้เกษตรกรสามารถทราบต้นทุนการผลิต และสร้างบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อใช้ประเมินฐานะทางการเงินที่ใช้หมุนเวียนในการผลิตโคเนื้อ ในการลดต้นทุนการผลิต โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงได้ พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมเพื่อการจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านรายจ่ายลงได้ มากที่สุดในระดับ 4,001-5,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 17ราย คิดเป็นร้อยละ 25.76รองลงมาลดค่าใช้จ่ายด้านรายจ่ายในระดับ 6,001-7,000  บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 14ราย คิดเป็นร้อยละ 21.21และในระดับ 5,001-6,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 12ราย คิดเป็นร้อยละ 18.18 ตามลำดับ (ตารางที่ 5.10) สามารถทราบข้อมูลรายจ่าย รายรับในแต่ละครัวเรือน และสามารถใช้ในการวางแผนการบริการจัดการด้านการเงินภายในครัวเรือน และรายรับ รายจ่าย ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ภายในครัวเรือนและภายในฟาร์ม ให้เกิดประสิทธิภาพ

 

ตารางที่ 5.10การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

หน่วย : บาท/เดือน

 

ระดับรายได้

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1) น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2) 1,000-2,000 บาท

0

0.00

3) 2,001-3,000 บาท

0

0.00

4) 3,001-4,000 บาท

0

0.00

5) 4,001-5,000 บาท

17

25.76

6) 5,001-6,000 บาท

12

18.18

7) 6,001-7,000 บาท

14

21.21

8) 7,001-8,000 บาท

9

13.64

9) 8,001-9,000 บาท

5

7.58

10) 9,001-10,000 บาท

5

7.58

11) มากกว่า 10,000 บาท

4

6.06

รวม

66

100.00

 

5.4 หนี้สินครัวเรือนหลังเข้าร่วมการอบรมในโครงการ

จากการสำรวจหนี้สินครัวเรือนของกลุ่มเป้าหมายหลังเข้ารับการอบรมโครงการอบรมถ่ายทอดโครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋นอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ คำแม่นาง-                  สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม พบว่า ระดับหนี้สินครัวเรือนของกลุ่มเป้าหมายสูงสุด มากกว่า100,001 บาทขึ้นไป จำนวน 15 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.05 รองลงมามากกว่า 200,001 ขึ้นไปจำนวน 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.17 รองลงมา 70,001-80,000และ 90,001-100,000บาท ขึ้นไปจำนวน 7 รายคิดเป็นร้อยละ 10.29 ตามลำดับ (ดังตารางที่ 5.11)

จากการสำรวจ พบว่า ค่าเฉลี่ยหนี้สินครัวเรือนของกลุ่มเป้าหมายของเกษตรกรจำนวน 68 ราย จากการเก็บข้อมูลก่อนเข้าร่วมการอบรม พบว่า ค่าเฉลี่ยหนี้สินครัวเรือนของเกษตรกร เท่ากับ146,029.41 บาท/ราย และหลังการอบรม พบว่าค่าเฉลี่ยหนี้สินครัวเรือนของเกษตรกร จำนวน 139,852.94บาท/ราย หลังการได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถลดหนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยได้ถึง   จำนวน 6,176.47 บาท/ราย คิดเป็นร้อยล่ะ 4.23 ที่สามารถลดหนี้สินครัวเรือนลงได้ (ตารางที่ 5.11)

              กิจกรรมที่สามารถลดหนี้สินครัวเรือนได้ คือการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ สูตร วว. เกษตรกรที่เข้าร่วมอบรมสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้ถึง 45 ตันต่อเดือน ถ้าคิดจากผลผลิตทั้ง 4 เดือน จะได้ผลผลิตทั้งหมด 180 ตัน โดยจำหน่าย กระสอบละ 50 กิโลกรัม ต่อ ราคา 270 บาท คิดเป็น 3,600 กระสอบ รายได้ทั้งหมด 972,000 บาท คิดเป็นกำไรทั้งหมด 252,000 บาท เฉลี่ยต่อราย 3,705.88 บาท และยังมีรายได้เพิ่มเติมนอกจากการดำเนินโครงการและยังมีรายได้ครัวเรือน เช่น ขายยางพาราก้อน และปลูกปาล์ม รายได้เฉลี่ย 13,420 บาท/ราย รวมรายได้ทั้งหมด 17,125.88 บาท/ราย เกษตรกรสามารถนำรายได้ไปชำระหนี้สิน เพื่อลดหนี้สินครัวเรือนได้ ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินทั้งหนี้ในระบบ และนอกระบบได้

 

ตารางที่ 5.11ข้อมูลหนี้สินครัวเรือนผู้เข้ารับการอบรมก่อนเข้าร่วมโครงการ (N = 68)

 

ลำดับ

จำนวนหนี้สินครัวเรือน

ก่อนเข้าร่วมการอบรม

หลังเข้าร่วมอบรม

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

จำนวน (ราย)

ร้อยละ

1

ไม่มีหนี้สิน

0

0

1

1.47

2

10,001-20,000

1

1.47

0

0.00

3

20,001-30,000

0

0

1

1.47

4

30,001-40,000

3

4.41

2

2.94

5

40,001-50,000

2

2.94

3

4.41

6

50,001-60,000

4

5.88

5

7.35

7

60,001-70,000

3

4.41

5

7.35

8

70,001-80,000

6

8.82

7

10.29

9

80,001-90,000

7

10.29

5

7.35

10

90,001-100,000

14

20.58

7

10.29

11

มากกว่า100,001 ขึ้นไป

8

11.76

15

22.05

12

มากกว่า200,001 ขึ้นไป

12

17.64

11

16.17

13

มากกว่า300,001 ขึ้นไป

8

11.76

6

8.82

รวม

68

100.00

68

100.00

ค่าใช้จ่าย : 26,000
จำนวนผู้รับบริการ : 68
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=4474]   วันที่รายงาน  [23/9/2564]

5.5 ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์เมื่อใด

          การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ความรู้และวิธีการปฏิบัติพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้หมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม จำนวน 66ราย พบว่า เกษตรกรได้นำความรู้ไปปฏิบัติทันทีหลังผ่านการอบรม จำนวน 55ราย (คิดเป็นร้อยละ 88.33) รองลงมาได้นำความรู้ไปปฏิบัติหลังผ่านการอบรมภายใน 1 เดือน จำนวน 11ราย (คิดเป็นร้อยละ 16.67) ตามลำดับ (ตารางที่ 5.12)

 

ตารางที่ 5.12ผลการประเมินการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในช่วงเวลา

สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จำนวน (คน)

ร้อยละ

หลังการอบรมทันที

55

88.33

หลังการอบรมภายใน 1 เดือน

11

16.67

หลังการอบรมภายใน 3 เดือน

0

0.00

หลังการอบรมภายใน 6 เดือน

0

0.00

รวม

66

100.00

 

5.6 ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ที่ไหน

การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์การผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม จำนวน 66ราย พบว่า เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ภายในครอบครัว จำนวน 47ราย (คิดเป็นร้อยละ 69.12) รองลงมา เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ภายในชุมชน/กลุ่ม จำนวน 21 ราย (คิดเป็นร้อยละ 30.88) ตามลำดับ (ตารางที่ 5.13)

 

ตารางที่ 5.13 ผลการประเมินการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ที่ไหน

สามารถนำความรู้ไปใช้ที่ไหน

จำนวน (คน)

ร้อยละ

ครอบครัว

47

71.21

ชุมชน/กลุ่ม

19

27.79

ที่ทำงาน

0

0.00

เมื่อมีโอกาส

0

0.00

รวม

66

100.00

 

5.7 ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ขยายผลต่อในช่องทางใด

ช่องทางและวิธีการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี จำนวน 66ราย พบว่า อันดับ 1วิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยี/เผยแพร่ต่อ จำนวน 43ราย (คิดเป็นร้อยละ 65.15) การสร้างและพัฒนาวิทยากรตัวคูณถ่ายทอดให้ความรู้ และการสร้างนวัตกรให้สามารถนำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาภายในฟาร์ม เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พอเห็นผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถผลิตโคเนื้อ และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองได้ผลผลิตดี และมาก เลยเข้ามาสอบถามความรู้จากการบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจโคเนื้อ และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพให้มีประสิทธิภาพ รองลงมาได้นำความรู้ไปประยุกต์เป็นองค์ความรู้ใหม่ จำนวน 14ราย (คิดเป็นร้อยละ 21.21)                และให้บริการ/คำปรึกษา จำนวน 9ราย (คิดเป็นร้อยละ 13.64) ตามลำดับ (ตารางที่ 5.14)

 

ตารางที่ 5.14 ผลการประเมินการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ขยายผลต่อในช่องทางใด

สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จำนวน (คน)

ร้อยละ

ประยุกต์เป็นองค์ความรู้ใหม่

14

21.21

วิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยี/เผยแพร่ต่อ

43

65.15

ให้บริการ/คำปรึกษา

9

13.64

อื่น ๆ

0

0.00

รวม

66

100.00

 

5.8 การประเมินผลจากความรู้และการปฏิบัติวัดผลเป็นคะแนน

          การประเมินติดตามหลังการจัดอบรมโครงการเชิงปฏิบัติการทั้ง 6กิจกรรม จากรายชื่อเกษตรกร หรือผู้ประกอบการเข้าโครงการการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม รับการถ่ายความรู้ทอดเทคโนโลยี จำนวน 66ราย และคณะผู้ทำงานได้ลงพื้นที่ประเมินติดตามการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ พบว่า ได้ลงประเมินเกษตรกร หรือผู้ประกอบที่ผ่านการอบรมถ่ายความรู้ทอดเทคโนโลยี จำนวน 66ราย โดยแบ่งคะแนนออกเป็น 2 ส่วน คือ  ส่วนที่ 1 คะแนน ร้อยละ 30 เป็นคะแนนที่ทำการทดสอบทางทฤษฎีหลังจากอบรมเสร็จทันที เพื่อใช้วัดความรู้ที่ได้ในขณะอบรมโครงการ และ ส่วนที่ 2 คะแนน ร้อยละ 70 เป็นคะแนนประเมินการนำความรู้ที่ได้มาปฏิบัติใช้ภายในฟาร์มของเกษตรกรในแต่ละราย

          ผลการวิเคราะห์ประเมินคะแนนความรู้และความสามารถของเกษตรกร หรือผู้ประกอบการเข้ารับโครงการการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม จำนวน 66ราย พบว่า มีเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์จริงภายในฟาร์ม จำนวน 66 ราย (ร้อยละ 100.00) แบ่งออกเป็น ผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนมากกว่า 80 คะแนนขึ้นไป มีจำนวน 51ราย (ร้อยละ 77.27) ผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนระหว่าง 76-80 คะแนน มีจำนวน 8 ราย (ร้อยละ 12.12) และผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนระหว่าง 71-75 คะแนน มีจำนวน 3 ราย (ร้อยละ 4.55) ตามลำดับ (ตารางที่ 5.15) ผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนมากกว่า 66-70คะแนนขึ้นไป มีจำนวน 4 ราย คิดเป็น (ร้อยละ 6.06) ซึ่งภาพรวมของการนำไปใช้ประโยชน์อยู่ในเกณฑ์ระดับดี

 

ตารางที่ 5.15  ผลการประเมินความรู้และความสามรถของผู้เข้ารับการอบรม

เกรดการประเมิน

จำนวน (คน)

ร้อยละ

เกรด A(>80 %)

51

77.27

เกรด B+(76-80%)

8

12.12

เกรด B(71-75%)

3

4.55

เกรด C+(66-70%)

4

6.06

เกรด C(61-65%)

-

-

เกรด D+(56-60%)

-

-

เกรด D(50-55%)

-

-

ตก (<50%)

-

-

รวม

66

100.00

 

5.9ผลการประเมินผลทั้งโครงการทางเศรษฐศาสตร์

          ผลการประเมินวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ ได้ผลตอบแทนความคุ้มค่าจากการจัดโครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ที่จัดตั้งเป็นหมู่บ้านแม่ข่าย และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อที่สมัครเข้าร่วมเป็นหมู่บ้านลูกข่าย จำนวน 3แห่ง ได้ประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ คิดเป็น 30.55 เท่า ของจำนวนงบประมาณโครงการที่ใช้ในการดำเนินการตลอดโครงการ ซึ่งความรู้ที่ได้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง แก้ไขปัญหาการพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ ตลอดจนสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของการผลิตอาหารเลี้ยงโคเนื้อหรือโคขุน ที่มีคุณภาพและราคาถูก ต้นทุนต่ำ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย การพัฒนาโคเนื้อให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การบูรณาการหน่วยงานในท้องถิ่นมาช่วยพัฒนาให้เกิดประโยชน์ และสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมของครัวเรือน และผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดนครพนมให้เพิ่มขึ้น (ตารางที่ 5.16)

 

ตารางที่ 5.16 การประเมินวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ต่อผลตอบแทนคุ้มค่าจากการจัดโครงการถ่ายทอด

ลำดับที่

รายการ

ค่าเฉลี่ย

(บาท/เดือน)

จำนวน

(ราย)

รายได้

(บาท/เดือน)

1

น้อยกว่า 1,000 บาท

500

0

0

2

1,000-2,000 บาท

1,500

5

7,500

3

2,001-3,000 บาท

2,500

6

15,000

4

3,001-4,000 บาท

3,500

4

14,000

5

4,001-5,000 บาท

4,500

6

27,000

6

5,001-6,000 บาท

5,500

9

49,500

7

6,001-7,000 บาท

6,500

7

45,500

8

7,001-8,000 บาท

7,500

5

37,500

9

8,001-9,000 บาท

8,500

8

68,000

10

9,001-10,000 บาท

9,500

9

85,500

11

มากกว่า 10,000 บาท

23,400

9

210,600

รวม

68

560,100

รายได้เฉลี่ยจากตัวแทนที่ถูกประเมิน (บาท/ราย/เดือน)

8,236.76

รายได้เฉลี่ยจากตัวแทนที่ถูกประเมิน (บาท/ราย/ปี)

98,841.18

รายได้จากผู้เข้ารับอบรมถ่ายทอด (บาท/ราย/เดือน)

(8,236.76 บาท x 68 ราย)

560,100.00

งบประมาณโครงการ (บาท)

220,000

ต้นทุนโครงการต่อราย

3,235.29

สัดส่วนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ

30.55

หมายเหตุ  การคิดคำนวณจากสูตร

                    

ต้นทุนโครงการต่อราย

=

เงินงบประมาณจัดทำโครงการ

 

 

 

จำนวนผู้เข้ารับการถ่ายทอด (ราย)

 

 

=

220,000

 

 

 

68

 

 

=

3,235.29บาท/ราย

 

 

 

 

 

ผลตอบแทนโครงการ (เท่า)

=

รวมรายได้แต่ละรายหารด้วยจำนวนราย (ทั้งโครงการ) x 12

 

 

ต้นทุนโครงการต่อราย (บาท)

 

=

(560,100.00/68) x 12

 

 

 

3,235.29

 

 

 

 

 

 

=

98,841.18

 

 

 

3,235.29

 

 

=

 30.55

 

               

 

5.10 ผลการประเมินสรุปตามตัวชี้วัดโครงการ

          ผลการโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้หมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม พบว่า บรรลุเป้าหมายของผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการที่กำหนดไว้ตามตัวชี้วัด 9ข้อ ดังนี้

     1) จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่นำเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ จำนวน 4 หมู่บ้าน สร้างเป็นหมู่บ้านแม่ข่าย จำนวน 1 หมู่บ้าน คือ กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม และหมู่บ้านลูกข่าย จำนวน 3 หมู่บ้าน คือ 1) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม 2) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม และ 3) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาประชัย อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

     2) จำนวนเทคโนโลยีที่มีการถ่ายทอด ระบุชื่อ (เทคโนโลยีหลัก/รอง) ในปี 2564 จำนวน 6 กิจกรรม ดังนี้     

2.1 การจัดการแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน

                     2.2 การผลิตอาหารผสมครบส่วน  (Total mixed ration, TMR)

                     2.3 การใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดแม่โคชนิดสังเคราะห์แบบฉีด และใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ

                     2.4 การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

                     2.5การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ สูตร วว.

          2.6 การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

     3) จำนวนวิทยากรชุมชนที่สร้างความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีที่ถ่ายทอด

3.1 การจัดการแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน จำนวน 20 ราย

           3.2 การผลิตอาหารผสมครบส่วน  (Total mixed ration, TMR) จำนวน 10 ราย

          3.3 การใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดแม่โคชนิดสังเคราะห์แบบฉีด และใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ จำนวน 15 ราย

          3.4 การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์ จำนวน 8 ราย

          3.5 การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ สูตร วว. จำนวน 7 ราย

          3.6 การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต จำนวน 8 ราย

     4) จำนวนผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งหมด 68ราย

     5) ผู้รับการถ่ายทอดนำไปใช้ประโยชน์ ร้อยละ 100 ในลักษณะใช้ในการพัฒนายกระดับฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกร การพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนทั้ง 4 กลุ่ม สร้างเป็นหมู่บ้านแม่ข่ายจำนวน 1 กลุ่ม และหมู่บ้านลูกข่าย จำนวน 3 กลุ่ม ได้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้พัฒนาโคเนื้อ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อมีศักยภาพสูงในการแข่งขันระดับภาค ได้แก่กลุ่ม 1) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม 2) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม 3) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม 4) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาประชัย อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

     6) ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับการถ่ายทอดฯ 86.96 ค่าคะแนน ระดับความพึงพอใจเฉลี่ย 4.35ระดับความพึงพอใจมากที่สุด

     7) ได้ศูนย์การเรียนรู้ตัวอย่างการผลิตโคเนื้อครบวงจรในพื้นที่ อย่างน้อย 3 แห่ง หลังจาการจัดทำโครงการ พบว่า จำนวนสถานประกอบการที่นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ได้ศูนย์การเรียนรู้ตัวอย่างการผลิตโคเนื้อครบวงจร จำนวน 3แห่ง ตามพื้นที่จัดทำโครงการจามเป้าหมาย ดังนี้

          7.1) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์บ้านคำแม่นาง ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

          7.2) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม

          7.3) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

     8) สัดส่วนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานถ่ายเทคโนโลยีโครงการเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับ เท่ากับ 30.55เท่าของงบประมาณที่ใช้จ่ายในการดำเนินการจัดกิจกรรม

     9) จำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวน 4 หน่วยงาน คือ 1) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนม 2) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดนครพนม (กฟก. นพ.) 3) มหาวิทยาลัยนครพนม และ 4) ศูนย์พัฒนาพืชอาหารสัตว์จังหวัดนครพนม

การจัดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลการประเมินบรรลุเป้าหมายของผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการที่กำหนดไว้ตามตัวชี้วัดทั้ง 6ข้อ (ตาราง 5.17)

 

ตารางที่ 5.17  ผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ/ตัวชี้วัดหลังการดำเนินงานในปีที่ 1 (2564)

ผลผลิต/ผลลัพธ์

(สอดคล้องกับข้อ 10)

หน่วย

ค่าเป้าหมาย

ผลการดำเนินการ

หมายเหตุ

ปีที่ 1

(2564)

ปีที่ 2

(2565)

ปีที่ 3

(2566)

1. จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่นำเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์

หมู่บ้าน/ชุมชน

1

4

-

-

ค่าสะสม

2. จำนวนเทคโนโลยีที่มีการถ่ายทอด ระบุชื่อ (เทคโนโลยีหลัก/รอง) ในปี 2564

    2.1 การจัดการแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน

    2.2 การผลิตอาหารผสมครบส่วน  (Total mixed ration, TMR)

    2.3 การใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดแม่โคชนิดสังเคราะห์แบบฉีด และใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ

    2.4 การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

    2.5การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ สูตร วว.

    2.6 การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

กิจกรรม

6

6

-

-

การดำเนินโครงการสำเร็จลุล่วง

3. จำนวนวิทยากรชุมชนที่สร้างความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีที่ถ่ายทอด (แต่ละเทคโนโลยีตามข้อ 2)

    3.1 การจัดการแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน

    3.2 การผลิตอาหารผสมครบส่วน  (Total mixed ration, TMR)

    3.3 การใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดแม่โคชนิดสังเคราะห์แบบไม่สอดช่องคลอด

    3.4 การผลิตกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างหมักยีสต์

    3.5การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ สูตร วว.

    3.6 การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

คน

 

คน

 

คน

 

คน

 

คน

คน

30

 

20

 

20

 

15

 

15

15

20

 

10

 

15

 

8

 

7

8

-

-

ค่าไม่สะสม

4. จำนวนผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี 
(ไม่นับซ้ำ)

คน

60

68

-

-

ค่าสะสม

5. ร้อยละ 50 ผู้รับการถ่ายทอดนำไปใช้ประโยชน์ไม่น้อยกว่า

ร้อยละ

50

100.00

-

-

ค่าสะสม

6. ความพึงพอใจและไม่พึงพอใจของผู้รับบริการในหมู่บ้าน/ชุมชนที่ดำเนินการในระดับดี-ดีมาก

ร้อยละ

60

86.96

-

-

ค่าไม่สะสม

7. ได้ศูนย์การเรียนรู้ตัวอย่างการผลิตโคเนื้อครบวงจรในท้องถิ่น (แห่ง)

แห่ง

2

3

-

-

ค่าไม่สะสม

8. สัดส่วนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานถ่ายทอดเทคโนโลยีโครงการปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับ

ร้อยละ

เท่ากับหรือมากกว่า 1

30.55

-

-

ค่าไม่สะสม

9. จำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ

แห่ง

4

4

-

-

ค่าไม่สะสม

 

6.1 การประเมินสรุปตามตัวชี้วัดโครงการ

          โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ปีที่ 1) โครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนมการกำหนดค่าเป้าหมายของผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ/ตัวชี้วัด เพื่อเป็นการวัดประเมินผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ

ผลการดำเนินโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ปีที่ 1)โครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนมพบว่า บรรลุเป้าหมายของผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการที่กำหนดไว้ตามตัวชี้วัด 7 ข้อ (ดังตาราง 6.1) ดังนี้

      1) จำนวนผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งหมด 68 คน (มากกว่าค่าเป้าหมาย 8 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.33)

      2) ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับการถ่ายทอดฯ 86.96 ค่าคะแนนระดับความพึงพอใจเฉลี่ย 4.35ระดับความพึงพอใจมากที่สุด

      3) ร้อยละผู้รับการถ่ายทอดฯ มีการนำไปใช้ประโยชน์ 100.00

      4) จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่นำเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ จำนวน 4 หมู่บ้าน สร้างเป็นหมู่บ้านแม่ข่าย จำนวน 1 หมู่บ้าน คือ กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม และหมู่บ้านลูกข่าย จำนวน 3 หมู่บ้าน คือ 1) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม 2) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม และ 3) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาประชัย อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

      5) ได้ศูนย์การเรียนรู้ตัวอย่างการผลิตโคเนื้อครบวงจรในพื้นที่ อย่างน้อย 3 แห่ง หลังจาการจัดทำโครงการ พบว่า จำนวนสถานประกอบการที่นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ได้ศูนย์การเรียนรู้ตัวอย่างการผลิตโคเนื้อครบวงจร จำนวน 3แห่ง ดังนี้ 1) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์บ้านคำแม่นาง ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม 2) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม และ 3) กลุ่มวิสาหกิจผู้เลี้ยงโคเนื้อ ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

      6) จำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวน 4 หน่วยงาน คือ 1) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนม 2) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดนครพนม (กฟก. นพ.)   3) มหาวิทยาลัยนครพนม และ 4) ศูนย์พัฒนาพืชอาหารสัตว์จังหวัดนครพนม

      7) สัดส่วนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานคลินิกเทคโนโลยีโครงการเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับ เท่ากับ 30.55เท่าของงบประมาณที่ใช้จ่ายในการจัดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

ตารางที่ 6.1  สรุปผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ/ตัวชี้วัดหลังการดำเนินงาน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ/ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

(หน่วยนับ)

ผลการดำเนินการ

1)  จำนวนผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (คน)

60

68

2)  ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับการถ่ายทอดฯ

60

86.96

3)  ร้อยละผู้รับการถ่ายทอดฯ มีการนำไปใช้ประโยชน์

50

100.00

4)  จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่นำเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์

1

4

5)  ได้ศูนย์การเรียนรู้ตัวอย่างการผลิตโคเนื้อครบวงจรในพื้นที่

2

3

6)  จำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ

4

4

7)  สัดส่วนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานคลินิกเทคโนโลยีโครงการเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับ

เท่ากับหรือมากกว่า 1

30.55

 

6.2 การประเมินผลทั้งโครงการทางเศรษฐศาสตร์

ผลการประเมินวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าจากการจัดโครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพานิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ได้รับงบประมาณสนับสนุน 220,000 บาท ใช้ในการดำเนินกิจกรรมกับเกษตรกรที่เข้าร่วม 68 ราย คิดต้นทุนการดำเนินโครงการ เฉลี่ย 3,235.29 บาท/ราย และจากการติดตามลงพื้นที่ประเมิน พบว่า เกษตรกรดำเนินกิจกรรมที่ได้รับการถ่ายทอด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ สร้างให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นมาจากรายได้เดิม เฉลี่ย 8,236.76 บาท/ราย/เดือน หรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นภายในกลุ่มคิดเป็น 560,100 บาท/เดือน xระยะเวลา 12 เดือน คิดเป็น 6,721,200 บาท/ปี หารงบประมาณที่ได้รับ 220,000 บาท สามารถรายได้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดนครพนม คิดเป็น 30.55 เท่า ของจำนวนงบประมาณโครงการที่ใช้ในการดำเนินการตลอดโครงการ ซึ่งความรู้ที่ได้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง แก้ไขปัญหาการพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ ตลอดจนสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของการผลิตอาหารเลี้ยงโคเนื้อหรือโคขุน ที่มีคุณภาพและราคาถูก ต้นทุนต่ำ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย การพัฒนาโคเนื้อให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การบูรณาการหน่วยงานในท้องถิ่นมาช่วยพัฒนาให้เกิดประโยชน์ และสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมของครัวเรือน และผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดนครพนมให้เพิ่มขึ้น

 

6.3 ข้อเสนอแนะ

          6.3.1 งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มเกษตรกร ทำให้คณะดำเนินโครงการ ต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เช่น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนท องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ เพื่อการพัฒนาขับเคลื่อนหมู่บ้านให้เกิดประสิทธิภาพ และเป้าลุเป้าหมายการดำเนินการ

6.3.2 การป้องกันในสถานการณ์การเกิดโรคระบาด จะต้องวางแผน และปฏิบัติตามประกาศของจังหวัดนครพนมอย่างเคร่งครัด เช่น จัดบริการจุดคัดกรองเบื้องต้นในการป้องกันเชื้อไวรัสCovid-19ก่อนเข้าอบรมการดำเนินการวัดอุณหภูมิก่อน เข้ารับการอบรมการเว้นระยะห่างใส่เมตปิดจมูกการจัดบริการเจลล้างมือทำความสะอาดตามจุดต่างๆเป็นต้น

6.3.3ทำการจัดอบรมเป็นย่อยๆโดยจัดจำนวนเป็น5-10คนต่อกลุ่ม/ครั้งเพื่อลดจำนวนและหลีกเลี่ยงการ รวมตัวในคนหมู่มาก

6.3.4หากเกิดกรณีที่ไม่สามารถทำงานจัดอบรมหรือรวมกลุ่มจำนวนคนได้จะจัดทำกิจกรมให้ความรู้ในการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้อยู่ในรูปแบบสื่อออนไลน์ผ่านช่องทางYoutubeเพจเฟสบุ๊คหรือZoomเป็นต้น

6.3.5 การดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ผลผลิต ผลลัพธ์ และสร้างผลกระทบเชิงบวก คณะทำงานจะต้องมีประสบการณ์ในการขับเคลื่อน ยกระดับกลุ่มหมู่บ้าน เพื่อสร้างคน (Man Power) ยกระดับเป็น Smart Farmerสร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ด้วยการลงพื้นที่เป็นประจำ สม่ำเสมอ เพื่อกำกับ ติดตาม ให้คำปรึกษา

 

 

ตารางสรุปงบประมาณที่ใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ

       การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการหมู่บ้านห่วงโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ บ้านคำแม่นาง – สามแยก ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการโครงการเป็นที่เรียบร้อย ทั้งหมด 6 กิจกรรม คือ 1) การจัดการคุณแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน 2) การผลิตอาหารผสมครบส่วน(TMR)3) เทคโนโลยีการใช้น้ำเชื้อโคเนื้อแบบแยกเพศ 4) การทำกากมันสำปะหลังหรือเปลือกล้างจากมันสำปะหลังหมักยีสต์ 5) การทำปุ๋ยหมักสูตรอินทรีย์ วว 6) การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต งบประมาณที่ได้รับจากการสนับสนุน จำนวน 220,000 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 220,210 บาท แบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้ งวดที่ 1 จำนวน 154,710บาท และงวดที่ 2 จำนวน 65,500 บาท ทำให้มีส่วนต่างเกินมา 210บาท ในการดำเนินโครงการ

รายการ

งบประมาณที่ได้รับ

งวดที่ 1

งวดที่ 2

งบประมาณที่ใช้จ่ายทั้งหมด

1. การประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการ (เหมาจ่าย)

4,000

4,000

0

4,000

2. ผู้ช่วยโครงการ วุฒิ ปวส. 1 คน (เดือนละ 5,000x 4 เดือน)

20,000

15,000                                                                                                                        

5,000

20,000

3. การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี

    - กระสอบอาหาร 300 ใบ ๆ ละ 5 บาท (1,500 บาท)

    - เครื่องชั่ง 60 กก. (1,800 บาท)

    - วัสดุฝึก เช่น มันสำปะหลังแห้ง กากปาล์ม กากน้ำตาล กากถั่วเหลือง รำกลาง แร่ธาตุ วิตามิน 1 ครั้ง (30,000 บาท)

    - ชุดฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดแม่โค 30 ชุด ๆ ละ 900 บาท (27,000 บาท)

    - วัสดุการผลิตปุ๋ย เช่น ยูเรีย หินฟอสเฟต กากน้ำตาล รำละเอียด รำกลาง 1 ครั้ง (18,000 บาท)

78,300

78,510

 

3,000

4,550

29,380

 

30,800

 

10,780

0

78,510

4. การอบรมการจัดการแปลงพืชอาหารคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อและโคขุน และการผลิตอาหารผสมครบส่วน (TMR) จำนวน 2 วัน

    - ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 คน ๆ ละ 6 ชม. ๆ ละ 600 บาท (10,800 บาท)

    - ค่าอาหารจัดอบรม จำนวน 2 วัน ๆ ละ 60 คน ๆ ละ 60 บาท/มื้อ (7,200 บาท)

    - ค่าอาหารว่างจัดอบรม จำนวน 2 วัน ๆ 2 มื้อ ละ 60 คน ๆ ละ 25 บาท/มื้อ (6,000 บาท)

    - ค่าป้ายโครงการ 1 แผ่น (แผ่นละ 2x3 ม. = 6 ตร.ม. ๆ ละ 200 บาท) (1,200 บาท)

    - ค่าเอกสารการอบรม 70 ชุด ๆ ละ 70 บาท (4,900 บาท)

30,100

28,600

 

 

7,200

 

7,200

 

6,000

 

1,200

 

7,000

0

28,600

5. การอบรมการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดแม่โคชนิดสังเคราะห์แบบฉีด และการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ สูตร วว. จำนวน 2 วัน

      ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 คน ๆ ละ 6 ชม. ๆ ละ 600 บาท (10,800 บาท)

    - ค่าอาหารจัดอบรม จำนวน 2 วัน ๆ ละ 60 คน ๆ ละ 60 บาท/มื้อ (7,200 บาท)

    - ค่าอาหารว่างจัดอบรม จำนวน 2 วัน ๆ 2 มื้อ ละ 60 คน ๆ ละ 25 บาท/มื้อ (6,000 บาท)

    - ค่าป้ายโครงการ 1 แผ่น (แผ่นละ 2x3 ม. = 6 ตร.ม. ๆ ละ 200 บาท) (1,200 บาท)

    - ค่าเอกสารการอบรม 70 ชุด ๆ ละ 80 บาท (5,600 บาท)

30,800

28,600

 

 

7,200

 

7,200

 

6,000

 

1,200

 

7,000

0

28,600

6. ค่าผู้ประสานงานติดตามในพื้นที่ 2 คน ๆ ละ 5,000 บาท (เหมาจ่าย)

10,000

0

0

0

7. ค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผลงาน

    - ป้ายไวนิลเผยแพร่ 5 แผ่น (แผ่นละ 1x1.2 ม. = 1.2 ตร.ม. ๆ ละ 200 บาท) (1,200 บาท)

    - ผลิตสื่อนำเสนอ 3 เรื่อง ๆ ละ 4,000 บาท (12,000 บาท)

13,200

0

12,000

 

 

12,000

12,000

8. การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินเกษตรกรหลังการอบรม

   - ค่าเบี้ยเลี้ยง จำนวน 4 คน ๆ ละ 240 บาท จำนวน 10 วัน (9,600 บาท)

   - ค่าพาหนะใช้จ่ายในการเดินทาง 10 วัน ๆ ละ 1,000 บาท (10,000 บาท)

9,600

0

20,160

12,000

 

8,160

20,160

9. จัดทำรายงานความก้าวหน้า จำนวน 3 ครั้ง ๆ ละ 1,500 บาท

4,500

0

4,500

4,500

10. การจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ จำนวน 10 เล่ม ๆ ละ 500 บาท

5,000

0

8,000

8,000

11. วัสดุสำนักงาน เช่น เครื่องปริ้นงานเอกสาร หมึก แฟ้มเอกสาร กระดาษ ปากกา (เหมาจ่าย)

4,500

0

5,840

5,840

12. ค่าใช้จ่ายในการรับรองผู้ตรวจประเมินโครงการในพื้นที่ (เหมาจ่าย) 

10,000

0

10,000

10,000

รวมเงินทั้งหมด

220,000

154,710

65,500

220,210

หมายเหตุ : 1.การใช้จ่ายงบประมาณสามารถถัวเฉลี่ยใช้ได้ทุกรายการ

                   2. งบประมาณที่ใช้จ่ายทั้งหมด เกินจากงบประมาณที่ได้รับ จำนวน 210 บาท

 

       

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 68
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2565250,000|186,700||186,7002022315102881.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน

ส่งข้อความถึง tanapatsuranarakul@gmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates