หมู่บ้านจักสานไม้ไผ่ บ้านลุมพุก

หมู่ 5 อ.กัน ทรวิชัย ต.โคงพระ จ.มหาสารคาม

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2563200,000|200,000|322,000|-122,0002020410931541.pdf20209301943251.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=3836]   วันที่รายงาน  [5/7/2563]
รายงานการด าเนินงานโครงการ "หมู่บ้านจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก" ไตรมาสที่ 3
ตามตัวชี้วัด การอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับการปลูกไม้ไผ่ การบ ารุงรักษา และการขยายพันธุ์ไผ่ 
และปลูกไม้ไผ่ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกต่อไป ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
2.1 ส ารวจพื้นที่
2.2 การจัดหาพันธุ์ไม้ไผ่
2.3 การปรับปรุงพื้นที่
2.4 การเตรียมหลุมปลูก
2.5 ขั้นตอนการปลูกไม้ไผ่
2.6 การดูแลรักษาและการขยายพันธุ์
กิจกรรมตามตัวชี้วัดดังกล่าว ได้แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมการอบรมให้ความรู้ และกิจกรรม
การปลูกไผ่
กิจกรรมที่ 1 วันที่ 10 มิถุนายน 2563 กิจกรรมการการอบรมให้ความรู้ เป็นการศึกษาดูงานและอบรม
นอกสถานที่ เรื่อง "เทคโนโลยีการปลูกไผ่ การบ ารุงรักษา การขยายพันธุ์ และการใช้ประโยชน์จากไผ่กิม
ซุง" กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ณ ไร่แสนดี อ าเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยมี 
อาจารย์บรรจง แสนยะมูล เจ้าของไร่แสนดี เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ในด้านต่าง เช่นเทคนิคในการดู
ต้นพันธุ์และข้อควรระวังในการเลือกซื้อต้นพันธุ์ ตลอดจนการแก้ปัญหาถ้าไผ่ปลูกแล้วไม่ติด เทคโนโลยีการ
ขยายพันธุ์ ประกอบด้วย การช า และการตอนกิ่ง เทคโนโลยีการการเผาถ่านใบโอชาจากไม้ไผ่ และการท าปุ๋ย
หมักโดยใช้ส่วนผสมจากถ่านไม้ไผ่ และวิธีการผลิตน้ าจากไผ่เพื่อน าไปสกัดเป็นผลิตภัณฑ์บ ารุงผิว ซึ่งทั้งหมดนี้
เป็นการใช้ประโยชน์จากไผ่กิมซุงหรือไผ่ตงลืมแล้ง การถ่ายทอดความรู้จัดกิจกรรมเป็นฐานการเรียนรู้ โดยมีผู้
เข้าอบรมจากสมาชิกกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก จ านวน 43 คน และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 
จ านวน 5 คน การอบรมครั้งนี้ท าให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และเกิดแรงบรรดาลใจ ซึ่งรับรู้ได้จากการพูดคุยและ
สังเกตุได้ว่ามีความสนใจเป็นพิเศษขณะที่วิทยากรบรรยายและสาธิตประกอบ
ค่าใช้จ่าย : 25,000
จำนวนผู้รับบริการ : 48
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=3837]   วันที่รายงาน  [5/7/2563]

กิจกรรมที่ 2 วันที่ 22 มิถุนายน 2563 กิจกรรมการปลูกไผ่ ขั้นเตรียมพื้นที่มีการไถปรับพื้นที่เอาวัชพืช

และต้นไม้เล็กออก โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 แปลง รวม 10 ไร่ ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก

สมาชิกในชุมชนบ้านลุมพุก จำนวน 100 คน เกษตรตำบลโคกพระ นางสาวบุญฑิตตา บุญผิว กำนันตำบล

โคกพระ นางพวงพยอม เยี่ยมยอด และบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ านวน 8 คน กิจกรรมมีการกล่าว

เปิดกิจกรรมโดยอาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน และร่มกันปลูกไผ่

ตามที่ได้มีการอบรมมา แผนในการการปลูกให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกไผ่และช่วยกันดูแล และวางแผนในการใช้ประโยชน์ร่วมกันในอนาคต การปลูกใช้วิธีแบ่งพันธุ์ไผ่ จำนวนคนละ 10 ต้น รวมไผ่ จำนวน

1000 ต้น ผลที่ได้รับในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ทำให้หมู่บ้านบ้านลุมพุกมีแปลงสาธิตในการปลูกไผ่จำนวน 1000

ต้น ที่ใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบในการจักสานในอนาคต และยังสามารถใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกด้วย นี่เป็น

เหตุผลในการเลือกไผ่พันธุ์กิมซุงหรือตงลืมแล้งในการปลูกทั้งหมด เพราะมีประโยชน์รอบด้าน เช่น หน่อใช้เป็น

อาหาร หรือจำหน่ายได้ราคาดี กิ่งใช้ขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย ลำสามารถนำมาจักตอกทำเครื่องจักสานซึ่งมีเสี้ยน

น้อยกว่าไม้ไผ่สีสุก ลำต้นแห้งสามารถนำ ไปเผาถ่านใบโอชาได้ และยังสามารถผลิตน้ำไผ่ที่สามารถนำไปต่อยอด

เป็นผลิตภัณฑ์บำารุงผิวหรือเครื่องดื่มได้อีกด้วย ข้อดีของไผ่ชนิดนี้ที่แตกต่างจากไผ่ชนิดอื่นๆ คือไม่มีกรดยูริก ที่

ส่งผลต่อการปวดตามข้อเมื่อรับประทานเข้าไป

แผนในการดำเนินงานต่อไป ประกอบด้วย 1. การอบรมเชิงปฏิบัติการการรมควันสีให้เส้นตอกและการ

ออกแบบและสานลวดลาย 2. การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันมอดจากไม้ไผ่ การสร้างแบ รนด์ การตลาดและแผนธุรกิจชุมชน 3. การจัดทำผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง ให้ได้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

ค่าใช้จ่าย : 53,000
จำนวนผู้รับบริการ : 100
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=4096]   วันที่รายงาน  [30/9/2563]

กิจกรรมที่  3  การถ่ายทอดเทคโนโลยีในการออกแบบลวดลายและสีในงานจักสานไม้ไผ่ การออกแบบผลิตภัณฑ์

        การจัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการ โดยใช้เวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 9 -10 กรกฎาคม 2563 เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบลวดลายการสานลาย เทคนิคการจักตอกที่ได้เส้นเล็กเป็นพิเศษและการรมควันให้สีเส้นตอก ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณพัชรศรี เกษมสิทธิ์วสุ และคุณชญาวิชญ์ เกษมสิทธิ์วสุ  กลุ่มจักสานไทเลย  เป็นวิทยากร  วัสดุที่ใช้เป็นเส้นตอกจากไม้ไผ่กิมซุงหรือตงลืมแล้งที่ได้ส่งเสริมการปลูกในพื้นที่แล้วคาดว่า 2-3 ปี จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

        สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการอบรมครั้งนี้ สมาชิกกลุ่มสามารถสานลวดลายที่ร่วมกันเลือกได้ และมีตัวอย่างลาย จำนวน 5  ลวดลาย  มีความรู้ความเข้าใจในการรมควันให้สีเส้นตอก ใช้อุปกรณืรมควันได้ถูกวิธี และการเตรียมเส้นตอกด้วยการจัก และใช้เครื่องเลียดตอกให้ได้เส้นตอกตามความต้องการได้ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้

        3.1 กิจกรรมการจักตอก การจักตอกถือเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสวยงามของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา เพราะฉะนั้นการจักตอกของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจึงมีความละเอียดแตกต่างกันไป การจักตอกที่จะใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุกจึงต้องมีวิธีการและเครื่องมือช่วยให้สามารถผลิตเส้นตอกที่ได้ขนาดความหนาความบางเท่ากัน

        3.2 เทคโนโลยีการรมควันให้สีเส้นตอก เป็นกรรมวิธีของภูมิปัญญาชาบ้าน  วิธีการคือการนำเส้นตอกที่ผ่านการจักและรีดให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ นำมาวางบนช่องระบายควันของเตา โดยใช้อุณหภูมิ 40-50 องศา การเกิดสีขึ้นอยู่กับการใช้เวลาในการรมควัน ซึ่งสามารถทำให้เกิดสี ไล่ตามความเข้มของสีได้จำนวน 4 น้ำหนัก ได้แก่ สีเหลืองอ่อน (ใช้เวลา 15 นาที)  สีเหลืองเข้ม (ใช้เวลา 30 นาที) สีน้ำตาลอ่อน (ใช้เวลา 45 นาที)  สีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ (ใช้เวลา 60 นาที) การรมควันให้สีเส้นตอก ในการอบรมการรมควัน ใช้เครื่องมือการรมควัน ประกอบด้วย เครื่องรมควัน วัสดุแกนข้าวโพดแห่ง การรมควันให้เกิดสีสามารถทำได้ด้วยวิธีการกำหนดเวลา เช่น สีเหลืองอ่อน ใช้เวลาในการรมควัน 15 นาที  สีเหลืองเข้ม ใช้เวลาในการรมควัน  30 นาที  สีน้ำตาลเข้ม ใช้เวลาในการรมควัน 60 นาที

        3.3 กิจกรรมการถ่ายทอดการออกแบบลวดลาย และการสานลวดลาย เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยมีการบรรยายเน้นการลงมือปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการก่อลาย การสานให้เกิดลวดลายต่างๆ โดยให้ผู้เข้าอบรมฝึกพร้อมกับวิทยากรให้คำแนะนำและแก้ปัญหาระหว่างการอบรม  ซึ่งการอบรมกลุ่มจักสานไม้ไผ่สามารถเรียนรู้ได้เร็วและสานลวดลายที่วิทยากรถ่ายทอดให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และลวดลายที่เกิดจากการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นได้อีกด้วย  โดยเฉพาะการนำไปใช้กับการสานกระติบข้าวให้เกิดลวดลายที่เป็นกระติบข้าวรูปแบบลวดลายใหม่

กิจกรรมที่  4  การอบรมการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบแบรนด์หรือตราสินค้า และการสร้างแบรนด์สินค้า หมู่บ้านจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก

          กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบแบรนด์หรือตราสินค้า ใช้วิธีการบรรยายพูดคุยกับผู้นำและคณะกรรมการกลุ่มเพื่อให้ได้ข้อสรุป เพื่อพัฒนาแบรนด์หรือตราสินค้าที่เหมาะกับกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก

คำว่าแบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่เจ้าของแบรนด์นั้น ต้องการให้เป็น ในสายตาผู้บริโภค และผู้บริโภคยอมรับ หรือมีมุมมองแบรนด์ของเจ้าของแบรนด์ตรงกัน นั่นคือ ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ โดยการยอมรับของผู้บริโภคที่ได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในทิศทางของแบรนด์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราต้องการขายขนมไทย ให้กับผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ การที่จะทำให้ผู้บริโภครุ่นนี้นิยม หรือกล้าลอง ก็ต้องคิดกันตั้งแต่ชื่อ แนวคิดผลิตภัณฑ์ เรื่อยมาจนถึงปราการด่านสุดท้าย คือ บรรจุภัณฑ์ ถ้านำออกจำหน่ายแล้ว ยังมีผู้บริโภคเดิมๆ ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมองเลย นั่นหมายถึง แบรนด์ที่กำลังสร้างนั้น ไม่สำเร็จเสียแล้ว หรือบางครั้งต้องการจะขายผลิตภัณฑ์ให้คนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาให้ความสนใจ ก็ถือว่า การสร้างแบรนด์ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคาดคิด ได้ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง


ประโยชน์ของการมีตราสินค้า (Benefits of Brand Logo)

    1. สร้างภาพพจน์และความเชื่อถือให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ เมื่อผลิตภัณฑ์ มีชื่อเสียงเรียงนาม คือ การมีตัวตน ที่จะคงอยู่และรับผิดชอบในการกระทำใดๆ ในแบรนด์

    2. สร้างการจดจำองค์กรและผลิตภัณฑ์ เมื่อได้เห็นหรือได้ยินชื่อนี้ จะเป็นการยืนยัน ย้ำเตือน ว่ามีอยู่เสมอ มีอยู่เรื่อยๆ ไม่หนีหายไปไหน ในที่สุดก็จะจำได้

    3. สร้างความแตกต่างให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ การที่ตราสัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน อยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน ช่วยแยกตัวตนและความแต่งต่างได้

    4. ป้องกันการลอกเลียนผลิตภัณฑ์ การมีแบรนด์จะทำให้ผู้ลอกเลียนแบบต้องคิดก่อนลอก เพราะอาจมีความผิดทางกฎหมาย การจดทะเบียนตราสินค้าจะช่วยป้องกันการลอกเลียนได้

ข้อคิดในการออกแบบตราสินค้าให้สำเร็จ (Principles for Successful Brand Design)

    1. ออกแบบไร้กาลเวลา มองได้ไม่เบื่อ

    2. ออกแบบให้มีความสอดคล้องกับกิจการ

    3. รูปแบบไม่สร้างความสับสนกับธุรกิจอื่น

    4. สามารถอยู่ได้กับหลายรูปแบบพื้นที่และสถานการณ์

    5. ใช้สีน้อย สีถูกใจ สีถูกโฉลก และสีเข้ม

    6. ออกแบบให้มีความพอดี ไม่มาก ไม่น้อยไป

    7. ชื่อดี กระชับ อ่านง่าย จำได้ไม่ยาก

    8. มีคำสั้นๆ ที่อธิบายตัวตนของแบรนด์

    9. ออกแบบโดยใส่ความเป็นตัวตนอัตลักษณ์ลงไปในแบรนด์

        จากการจัดทำแบรนด์หรือตราสินค้าของกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก อาศัยแนวคิดในการออกแบบจากผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้ความหมายและรูปแบบที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น ผสมผสานกับเทคนิคการออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวพ์เตอร์ ในครั้งนี้ใช้โปรแกรม Adobe Photoshop 

กิจกรรมที่ 5.  การอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเกิดมอดสำหรับงานผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่

        กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เรื่องการป้องกันมอด เป็นการบรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการป้องกันการเกิดมอดกับผลิตภัณฑ์ที่ทางกลุ่มผลิตขึ้น โดยองค์ความรู้ในการป้องกันมอดมีหลายวิธี แต่การเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละชนิดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ดังต่อไปนี้

             5.1ดูการตัดและอายุของไผ่ ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการตัดไผ่คือ เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

เนื่องจากในฤดูหนาวมีแมลงน้อย

             5.2การผึ่งให้แห้งหลังการตัดฟันระยะแรก โดยไม่ริดกิ่งและใบ วางพิงไว้ในที่ร่มจนใบแห้ง ใบไผ่จะช่วยระเหยน้ำทำให้ไม้แห้งเร็วขึ้นและทำให้ปริมาณแป้งลดลง จึงลิดกิ่งและนำไปผึ่งให้แห้งต่อไป

             5.3การแช่น้ำ การแช่น้ำทั้งลำเป็นเวลา 2เดือน ทำให้ปริมาณแป้งในไผ่ลดลง เนื่องจากแบคทีเรียในน้ำช่วยย่อยสลายแป้ง และแป้งบางส่วนถูกชะล้างออกไปมอดจึงไม่เข้าทำลาย

             5.4การต้มน้ำ ถ้าเป็นเส้นตอกบางใช้เวลาประมาณ ½ –1ชม. แต่ถ้าเป็นลำหรือเป็นกระบอก ควรใช้เวลาต้มนานประมาณ 4-6ชม. แต่ถ้าใส่โซเดียมไฮดรอกไซด์ 0.5-1 % ลงไปด้วยจะลดเวลาการต้ม

ลงเป็น 30นาที

             5.5การย่างด้วยไฟ นำไผ่มาย่างไฟอุณหภูมิ 120°C – 130°C ประมาณ 20นาที วิธีนี้มักใช้กับไม้ไผ่ลำเล็กตันหรือไม้ไผ่เนื้อหนา การย่างด้วยไฟโดยตรงจะทำให้ลำไผ่มีสีดำเป็นรอยไหม้ได้

             5.6การอบหรือรมไม้ไผ่ทั้งลำด้วยควันไฟ โดยใช้ความร้อนต่ำ ลำไผ่ที่ใส่เข้าไปอบควรผึ่งให้เหลือ

ความชื้นในลำต่ำกว่า 50%ก่อน อบจนความชื้นของไม้ไผ่ประมาณ 12-15%ใช้เวลาอบประมาณ 12-20วัน       

        กลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์กระติบข้าว ใช้วิธีการป้องกันมอดด้วยการเลือกอายุของไผ่ ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี และใช้วิธีการนำเส้นตอกต้มน้ำ และใช้วิธีการรมควันที่ทำให้เกิดสีและสามารถป้องกันมอดได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผล สังเกษจากผลิตภัณฑ์ที่ทางกลุ่มผลิตขึ้นจากเส้นตอกรมควัน ปล่อยไว้เป็นเวลา ประมาณ 4 เดือน ผลิตภัณฑ์ก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ไม่มีมอดกิน อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้มอดไม่กินแต่มีอยู่อย่างหนึ่งคือ เส้นตอกที่ผลิตจากไม้ไผ่ที่มีอายุและเส้นตอกที่นำมาสานมีขนาดเล็กและบางมาก บวกกับการรมควันด้วยแกนข้าวโพดจนเกิดมีการเคลือบด้วยควันจนกลายเป็นสีของผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่เกิดมอด ซึ่งกับผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ของบ้านลุมพุก

กิจกรรมที่ 5.  การอบรมการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน และตลาดออนไลน์

        กิจกรรมการอบรมการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน และตลาดออนไลน์  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นการอบรมและบรรยายให้ความรู้การจัดทำแผนธุรกิจชุมชนและการตลาดออนไลน์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

        แผนธุรกิจ (Business Plan) เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ริเริ่มจะก่อตั้งกิจการ แผนนี้เป็นผลสรุปหรือผลรวมแห่งกระบวนการคิดพิจารณา และการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจ มีผู้เปรียบเทียบว่าแผนธุรกิจเปรียบเหมือนแผนที่ในการเดินทาง ที่จะชี้แนะขั้นตอนต่างๆ ทีละขั้นตอนในกระบวนการก่อตั้งกิจการ แผนจะให้รายละเอียดต่างๆ ทั้งเรื่องของการตลาด การแข่งขันกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ การคาดคะเนทางการเงิน ที่จะชี้นำผู้ประกอบการไปสู่ความสำเร็จหรือชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อควรระวังด้วยเช่นกัน

เนื่องจากแผนธุรกิจที่ดีย่อมช่วยในการวัดถึงความเป็นไปได้ของกิจการที่จะลงทุน แผนจึงควรประกอบด้วยการวิเคราะห์อย่างละเอียดในตัวแปรหรือปัจจัยดังต่อไปนี้

        1. สินค้าหรือบริการที่จะขาย

        2. กลุ่มลูกค้าที่คาดหวัง

        3. จุดแข็งและจุดอ่อนของกิจการที่จะทำ

        4. นโยบายการตลาด เช่น นโยบายด้านราคา การส่งเสริมการตลาด การกระจายสินค้า

        5. วิธีการหรือกระบวนการในการผลิต รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ต้องใช้

        6. ตัวเลขทางการเงิน นับตั้งแต่รายได้ที่คาดว่าจะได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน จำนวนเงินลงทุนที่ต้องการ และกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้มาหรือใช้ไป

 

ค่าใช้จ่าย : 122,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=4154]   วันที่รายงาน  [30/9/2563]

กิจกรรมที่  3  การถ่ายทอดเทคโนโลยีในการออกแบบลวดลายและสีในงานจักสานไม้ไผ่ การออกแบบผลิตภัณฑ์

           การจัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการ โดยใช้เวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 9 -10 กรกฎาคม 2563 เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบลวดลายการสานลาย เทคนิคการจักตอกที่ได้เส้นเล็กเป็นพิเศษและการรมควันให้สีเส้นตอก ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณพัชรศรี เกษมสิทธิ์วสุ และคุณชญาวิชญ์ เกษมสิทธิ์วสุ  กลุ่มจักสานไทเลย  เป็นวิทยากร  วัสดุที่ใช้เป็นเส้นตอกจากไม้ไผ่กิมซุงหรือตงลืมแล้งที่ได้ส่งเสริมการปลูกในพื้นที่แล้วคาดว่า 2-3 ปี จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

           สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการอบรมครั้งนี้ สมาชิกกลุ่มสามารถสานลวดลายที่ร่วมกันเลือกได้ และมีตัวอย่างลาย จำนวน 5  ลวดลาย  มีความรู้ความเข้าใจในการรมควันให้สีเส้นตอก ใช้อุปกรณืรมควันได้ถูกวิธี และการเตรียมเส้นตอกด้วยการจัก และใช้เครื่องเลียดตอกให้ได้เส้นตอกตามความต้องการได้ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้

           3.1 กิจกรรมการจักตอก การจักตอกถือเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสวยงามของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา เพราะฉะนั้นการจักตอกของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจึงมีความละเอียดแตกต่างกันไป การจักตอกที่จะใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุกจึงต้องมีวิธีการและเครื่องมือช่วยให้สามารถผลิตเส้นตอกที่ได้ขนาดความหนาความบางเท่ากัน

3.2 เทคโนโลยีการรมควันให้สีเส้นตอก เป็นกรรมวิธีของภูมิปัญญาชาบ้าน  วิธีการคือการนำเส้นตอกที่ผ่านการจักและรีดให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ นำมาวางบนช่องระบายควันของเตา โดยใช้อุณหภูมิ 40-50 องศา การเกิดสีขึ้นอยู่กับการใช้เวลาในการรมควัน ซึ่งสามารถทำให้เกิดสี ไล่ตามความเข้มของสีได้จำนวน 4 น้ำหนัก ได้แก่ สีเหลืองอ่อน (ใช้เวลา 15 นาที)  สีเหลืองเข้ม (ใช้เวลา 30 นาที) สีน้ำตาลอ่อน (ใช้เวลา 45 นาที)  สีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ (ใช้เวลา 60 นาที) การรมควันให้สีเส้นตอก ในการอบรมการรมควัน ใช้เครื่องมือการรมควัน ประกอบด้วย เครื่องรมควัน วัสดุแกนข้าวโพดแห่ง การรมควันให้เกิดสีสามารถทำได้ด้วยวิธีการกำหนดเวลา เช่น สีเหลืองอ่อน ใช้เวลาในการรมควัน 15 นาที  สีเหลืองเข้ม ใช้เวลาในการรมควัน  30 นาที  สีน้ำตาลเข้ม ใช้เวลาในการรมควัน 60 นาที

3.1 กิจกรรมการถ่ายทอดการออกแบบลวดลาย และการสานลวดลาย เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยมีการบรรยายเน้นการลงมือปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการก่อลาย การสานให้เกิดลวดลายต่างๆ โดยให้ผู้เข้าอบรมฝึกพร้อมกับวิทยากรให้คำแนะนำและแก้ปัญหาระหว่างการอบรม  ซึ่งการอบรมกลุ่มจักสานไม้ไผ่สามารถเรียนรู้ได้เร็วและสานลวดลายที่วิทยากรถ่ายทอดให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และลวดลายที่เกิดจากการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นได้อีกด้วย  โดยเฉพาะการนำไปใช้กับการสานกระติบข้าวให้เกิดลวดลายที่เป็นกระติบข้าวรูปแบบลวดลายใหม่

กิจกรรมที่  4  การอบรมการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบแบรนด์หรือตราสินค้า และการสร้างแบรนด์สินค้า หมู่บ้านจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก

          กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบแบรนด์หรือตราสินค้า ใช้วิธีการบรรยายพูดคุยกับผู้นำและคณะกรรมการกลุ่มเพื่อให้ได้ข้อสรุป เพื่อพัฒนาแบรนด์หรือตราสินค้าที่เหมาะกับกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก

คำว่าแบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่เจ้าของแบรนด์นั้น ต้องการให้เป็น ในสายตาผู้บริโภค และผู้บริโภคยอมรับ หรือมีมุมมองแบรนด์ของเจ้าของแบรนด์ตรงกัน นั่นคือ ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ โดยการยอมรับของผู้บริโภคที่ได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในทิศทางของแบรนด์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราต้องการขายขนมไทย ให้กับผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ การที่จะทำให้ผู้บริโภครุ่นนี้นิยม หรือกล้าลอง ก็ต้องคิดกันตั้งแต่ชื่อ แนวคิดผลิตภัณฑ์ เรื่อยมาจนถึงปราการด่านสุดท้าย คือ บรรจุภัณฑ์ ถ้านำออกจำหน่ายแล้ว ยังมีผู้บริโภคเดิมๆ ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมองเลย นั่นหมายถึง แบรนด์ที่กำลังสร้างนั้น ไม่สำเร็จเสียแล้ว หรือบางครั้งต้องการจะขายผลิตภัณฑ์ให้คนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาให้ความสนใจ ก็ถือว่า การสร้างแบรนด์ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคาดคิด ได้ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง

ประโยชน์ของการมีตราสินค้า (Benefits of Brand Logo)

    1. สร้างภาพพจน์และความเชื่อถือให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ เมื่อผลิตภัณฑ์ มีชื่อเสียงเรียงนาม คือ การมีตัวตน ที่จะคงอยู่และรับผิดชอบในการกระทำใดๆ ในแบรนด์

    2. สร้างการจดจำองค์กรและผลิตภัณฑ์ เมื่อได้เห็นหรือได้ยินชื่อนี้ จะเป็นการยืนยัน ย้ำเตือน ว่ามีอยู่เสมอ มีอยู่เรื่อยๆ ไม่หนีหายไปไหน ในที่สุดก็จะจำได้

    3. สร้างความแตกต่างให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ การที่ตราสัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน อยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน ช่วยแยกตัวตนและความแต่งต่างได้

    4. ป้องกันการลอกเลียนผลิตภัณฑ์ การมีแบรนด์จะทำให้ผู้ลอกเลียนแบบต้องคิดก่อนลอก เพราะอาจมีความผิดทางกฎหมาย การจดทะเบียนตราสินค้าจะช่วยป้องกันการลอกเลียนได้

 

ข้อคิดในการออกแบบตราสินค้าให้สำเร็จ (Principles for Successful Brand Design)

    1. ออกแบบไร้กาลเวลา มองได้ไม่เบื่อ

    2. ออกแบบให้มีความสอดคล้องกับกิจการ

    3. รูปแบบไม่สร้างความสับสนกับธุรกิจอื่น

    4. สามารถอยู่ได้กับหลายรูปแบบพื้นที่และสถานการณ์

    5. ใช้สีน้อย สีถูกใจ สีถูกโฉลก และสีเข้ม

    6. ออกแบบให้มีความพอดี ไม่มาก ไม่น้อยไป

    7. ชื่อดี กระชับ อ่านง่าย จำได้ไม่ยาก

    8. มีคำสั้นๆ ที่อธิบายตัวตนของแบรนด์

    9. ออกแบบโดยใส่ความเป็นตัวตนอัตลักษณ์ลงไปในแบรนด์

จากการจัดทำแบรนด์หรือตราสินค้าของกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก อาศัยแนวคิดในการออกแบบจากผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้ความหมายและรูปแบบที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น ผสมผสานกับเทคนิคการออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวพ์เตอร์ ในครั้งนี้ใช้โปรแกรม Adobe Photoshop 

กิจกรรมที่ 5  การอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเกิดมอดสำหรับงานผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่

        กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เรื่องการป้องกันมอด เป็นการบรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการป้องกันการเกิดมอดกับผลิตภัณฑ์ที่ทางกลุ่มผลิตขึ้น โดยองค์ความรู้ในการป้องกันมอดมีหลายวิธี แต่การเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละชนิดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ดังต่อไปนี้

             4.1ดูการตัดและอายุของไผ่ ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการตัดไผ่คือ เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

เนื่องจากในฤดูหนาวมีแมลงน้อย

             4.2การผึ่งให้แห้งหลังการตัดฟันระยะแรก โดยไม่ริดกิ่งและใบ วางพิงไว้ในที่ร่มจนใบแห้ง ใบไผ่จะช่วยระเหยน้ำทำให้ไม้แห้งเร็วขึ้นและทำให้ปริมาณแป้งลดลง จึงลิดกิ่งและนำไปผึ่งให้แห้งต่อไป

             4.3การแช่น้ำ การแช่น้ำทั้งลำเป็นเวลา 2เดือน ทำให้ปริมาณแป้งในไผ่ลดลง เนื่องจากแบคทีเรียในน้ำช่วยย่อยสลายแป้ง และแป้งบางส่วนถูกชะล้างออกไปมอดจึงไม่เข้าทำลาย

             4.4การต้มน้ำ ถ้าเป็นเส้นตอกบางใช้เวลาประมาณ ½ –1ชม. แต่ถ้าเป็นลำหรือเป็นกระบอก ควรใช้เวลาต้มนานประมาณ 4-6ชม. แต่ถ้าใส่โซเดียมไฮดรอกไซด์ 0.5-1 % ลงไปด้วยจะลดเวลาการต้ม

ลงเป็น 30นาที

             4.5การย่างด้วยไฟ นำไผ่มาย่างไฟอุณหภูมิ 120°C – 130°C ประมาณ 20นาที วิธีนี้มักใช้กับไม้ไผ่ลำเล็กตันหรือไม้ไผ่เนื้อหนา การย่างด้วยไฟโดยตรงจะทำให้ลำไผ่มีสีดำเป็นรอยไหม้ได้

             4.6การอบหรือรมไม้ไผ่ทั้งลำด้วยควันไฟ โดยใช้ความร้อนต่ำ ลำไผ่ที่ใส่เข้าไปอบควรผึ่งให้เหลือ

ความชื้นในลำต่ำกว่า 50%ก่อน อบจนความชื้นของไม้ไผ่ประมาณ 12-15%ใช้เวลาอบประมาณ 12-20วัน       

          กลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์กระติบข้าว ใช้วิธีการป้องกันมอดด้วยการเลือกอายุของไผ่ ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี และใช้วิธีการนำเส้นตอกต้มน้ำ และใช้วิธีการรมควันที่ทำให้เกิดสีและสามารถป้องกันมอดได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผล สังเกษจากผลิตภัณฑ์ที่ทางกลุ่มผลิตขึ้นจากเส้นตอกรมควัน ปล่อยไว้เป็นเวลา ประมาณ 4 เดือน ผลิตภัณฑ์ก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ไม่มีมอดกิน อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้มอดไม่กินแต่มีอยู่อย่างหนึ่งคือ เส้นตอกที่ผลิตจากไม้ไผ่ที่มีอายุและเส้นตอกที่นำมาสานมีขนาดเล็กและบางมาก บวกกับการรมควันด้วยแกนข้าวโพดจนเกิดมีการเคลือบด้วยควันจนกลายเป็นสีของผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่เกิดมอด ซึ่งกับผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ของบ้านลุมพุก

กิจกรรมที่ 6  การอบรมการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน และตลาดออนไลน์

           กิจกรรมการอบรมการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน และตลาดออนไลน์  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นการอบรมและบรรยายให้ความรู้การจัดทำแผนธุรกิจชุมชนและการตลาดออนไลน์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

           แผนธุรกิจ (Business Plan) เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ริเริ่มจะก่อตั้งกิจการ แผนนี้เป็นผลสรุปหรือผลรวมแห่งกระบวนการคิดพิจารณา และการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจ มีผู้เปรียบเทียบว่าแผนธุรกิจเปรียบเหมือนแผนที่ในการเดินทาง ที่จะชี้แนะขั้นตอนต่างๆ ทีละขั้นตอนในกระบวนการก่อตั้งกิจการ แผนจะให้รายละเอียดต่างๆ ทั้งเรื่องของการตลาด การแข่งขันกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ การคาดคะเนทางการเงิน ที่จะชี้นำผู้ประกอบการไปสู่ความสำเร็จหรือชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อควรระวังด้วยเช่นกัน

เนื่องจากแผนธุรกิจที่ดีย่อมช่วยในการวัดถึงความเป็นไปได้ของกิจการที่จะลงทุน แผนจึงควรประกอบด้วยการวิเคราะห์อย่างละเอียดในตัวแปรหรือปัจจัยดังต่อไปนี้

           1. สินค้าหรือบริการที่จะขาย

           2. กลุ่มลูกค้าที่คาดหวัง

           3. จุดแข็งและจุดอ่อนของกิจการที่จะทำ

           4. นโยบายการตลาด เช่น นโยบายด้านราคา การส่งเสริมการตลาด การกระจายสินค้า

           5. วิธีการหรือกระบวนการในการผลิต รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ต้องใช้

           6. ตัวเลขทางการเงิน นับตั้งแต่รายได้ที่คาดว่าจะได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน จำนวนเงินลงทุนที่ต้องการ และกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้มาหรือใช้ไป

ค่าใช้จ่าย : 122,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2564200,000|190,000|190,000|ใช้หมด2021341033241.pdf20211230114191.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=4385]   วันที่รายงาน  [5/7/2564]

         การดำเนินงานโครงการ หมู่บ้านจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก  ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้ดำเนินงานในกิจกรรมที่ 1 ทบทวนผลการดำเนินงานปีที่ 1  และวางแผนปีที่ 2  เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ประกอบด้วยกำนันตำบลโคกพระ และสมาชิกกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก จำนวน 30 คน  ทบทวนและจัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมประจำปี 2564  นอกจากนี้ยังได้จัดหาจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งประสานงานวิทยากร หน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมจังหวัดมหาสารคาม พัฒนาชุมชนอำเภอกันทรวิชัย เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในการจัดกิจกรรม
           
            กิจกรรมที่จะดำเนินการในไตรมาสถัดไป (เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2564) 
               1. กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการออกแบบแพ็ทเทิร์นผลิตภัณฑ์กระเป๋างานจักสานไม้ไผ่
               2. กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการตัดเย็บกระเป๋าจากลายจักสานไม้ไผ่โดยใช้เครื่องมือจักรอุตสาหกรรมเย็บกระเป๋า
               3. กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่องการสานลวดลายด้วยวิธีขึ้นรูป และแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าและกระติบข้าว
               4. การอบรมการสร้างช่องทางการตลาดออนไลน์

ภาพกิจกรรมประสานงานผู้นำชุมชนภาพกิจกรรมประชุมกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุกภาพกิจกรรมประชุมกลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านลุมพุก

ค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=4597]   วันที่รายงาน  [30/9/2564]

การดำเนินกิจกรรมโครงการ  เมื่อวันที่ 27-28 กันยายน 2564  จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง  การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสานลวดลายด้วยวิธีขึ้นรูป และแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าและกระติบข้าว ณ ศาลากลางบ้าน บ้านลุมพุก อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน สมาชิกกลุ่ม 33 คน บุคลากรจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 5 คน วิทยากรหลัก จำนวน 2 ท่าน ผู้ช่วยวิทยากร 1 ท่าน  รายละเอียดการจัดกิกรรมประกอบด้วยเรื่อง การก่อลาย การประสานลายให้เกิดรูปทรงกระบอก  การสานให้เกิดลวดลายตามขนาดที่กำหนด การพับขอบปากและส่วนฐานกระติ๊บข้าว การม้วนให้เป็นสองชั้น การเย็บประกอบ ส่วนฝา ส่วนตัวกระติ๊บ และส่วนฐาน ในการสานเพื่อนำไปแปรรูปกระเป๋าก็มีขั้นตอนคล้ายๆ กัน แต่เพียงต้องนำไปแปรรูปโดยการเย็บประกอบกับวัสดุอื่นอีกต่อไป ในการอบรม แบ่งผู้อบรมออกเป็น 2 กลุ่ม ตามความสมัครใจ ซึ่งมีผู้สานกระติ๊บข้าว 15 และผู้สานเพื่อแปรรูปเป็นกระเป๋า จำนวน 18 คน มีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการอบรม จำนวน 33 ชิ้น ซึ่งจะต้องต่อยอดให้ครบ 40 ชิ้น ตามวัตถุประสงค์ นอกจากนั้นผู้เข้าอบรมมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นสามารถนำรู้กี่ยวกับรูปแบบและลวดลายไปประุยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบได้

กิจกรรมที่จะดำเนินการในไตรมาสถัดไป (เดือนตุลาคม 2564) 
               1. กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการออกแบบแพ็ทเทิร์นผลิตภัณฑ์กระเป๋างานจักสานไม้ไผ่
               2. กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการตัดเย็บกระเป๋าจากลายจักสานไม้ไผ่โดยใช้เครื่องมือจักรอุตสาหกรรมเย็บกระเป๋า
               3. การอบรมการสร้างช่องทางการตลาดออนไลน์

                4.การประชุมและติดตามและประเมินผล

ค่าใช้จ่าย : 50,000
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=4663]   วันที่รายงาน  [29/12/2564]

กิจกรรมระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2564

 กิจกรรมที่  3 และ 4  กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้การออกแบบแพทเทิร์นและการตัดเย็บกระเป๋าจักสานไม้ไผ่

        การทำกระเป๋าต้นแบบ จำนวน 1 ใบ เป็นหนึ่งในขั้นตอนการทำงานตามปกติทั่วไป ก่อนที่จะมีการผลิตจริง โดยกระเป๋าต้นแบบนี้ จะมาจากข้อสรุปข้อมูลต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว วัสดุอุปกรณ์พร้อมแล้ว โดยปกติการทำงานในขั้นตอนนี้ จะใช้เวลาทำงานไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ สำหรับกระเป๋า 1 ใบ  หรือเร็วกว่านั้น ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาจากความพร้อมของข้อมูล และอุปกรณ์

        ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับระยะเวลาการทำงาน เกี่ยวกับ การสร้างแพทเทิร์นกระเป๋า และการตัดเย็บ กระเป๋าต้นแบบ นั่นก็คือ รูปแบบข้อมูลของแบบกระเป๋า ผ่านกระบวนการออกแบบ และสเกตซ์ภาพ ที่จะนำมาใช้ เพื่อการสื่อสารให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่นั่นก็เพียงพอต่อการสื่อสารในขั้นเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่สามารถสื่อสารให้ทราบถึงความต้องการที่ชัดเจนมากกว่ามีกระเป๋าใบจริงมาเป็นแบบ

        ดังนั้น การใช้เวลาทำงาน เกี่ยวกับทำแพทเทิร์น และการตัดเย็บกระเป๋าต้นแบบ จากข้อมูลภาพสเกตซ์หรือภาพวาด และ รูปถ่าย จะใช้เวลาทำงานมากกว่าข้อมูลจากกระเป๋าใบจริง เนื่องจาก ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัส เช่น ฟิลลิ่งต่างๆของกระเป๋า ความแข็งอ่อนในจุดต่างๆ และบางรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ภาพถ่ายไม่ได้สื่อสารออกมา

        ในบางแบบกระเป๋าที่มีความสลับซับซ้อน และมีข้อมูลแบบกระเป๋าที่เป็นรูปวาด หรือรูปถ่ายที่มีข้อจำกัดของมุมภาพที่น้อยเกินไป และแน่นอน ข้อมูลที่สัมผัสไม่ได้ มักจะเป็นข้อจำกัดในการทำงาน โดยเฉลี่ย กระเป๋าต้นแบบ 1ใบ ได้ผ่านการปรับแพทเทิรน์ ไม่ต่ำกว่า 3-5ครั้ง หรือขึ้นแบบกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 3-4ครั้ง กว่าจะได้กระเป๋าต้นแบบ 1ใบที่สมบูรณ์ที่สุด

        โดยสรุป การทำงานในขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งเราจะให้เวลากับขั้นตอนนี้นานกว่าขั้นตอนอื่น หากการทำกระเป๋าต้นแบบ ถูกเร่งรีบมากจนเกินไป จะทำให้งานออกมาไม่ดีพอ

   

          กิจกรรมการถ่ายทอดการออกแบบแพทเทิร์นกระเป๋าจักสานไม้ไผ่ เป็นขั้นตอนการออกแบบเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ โดยมีวิทยากร นายจักรกฤษณ์ บุญพัก จากกลุ่มตัดเย็บกระเป๋าสายทอง การถ่ายจะทำให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้อีกหลายประเภท  เรียนรู้เรื่อง วัสดุอุปกรณ์  ขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนประกอบชิ้นส่วนกระเป๋าและขั้นตอนการเย็บด้วยจักอุตสาหกรรม 

         กิจกรรมที่ 6 ผลการประเมินระดับความพึงพอใจต่อการเข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี พิจารณาเป็นรายข้อ  3 อันดับ ระดับมากที่สุด พบว่า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ (เช่น อัธยาศัยดียิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ) ร้อยละ 65.38  รองลงมามีด้านกระบวนการขั้นตอนการให้บริการ (เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญอบรมการประสานงานและให้ข้อมูล การดูแล และการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ ค่าเฉลี่ยเท่ากัน ร้อยละ 61.53  และความเหมาะสมของวิทยากร 53.84

ระดับมาก พิจารณาเป็นรายข้อ  3 อันดับ ดังนี้ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์/ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย ค่าเฉลี่ยเท่ากัน ร้อยละ 69.23 ระดับปานกลางพิจารณาเป็นรายข้อ  3 อันดับ ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) ร้อยละ 23.07 ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) 19.23 สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม ฯลฯ)และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ร้อยละ 3.84 และระดับน้อย ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) ค่าเฉลี่ย ร้อยละ 7.69


ตอนที่ 3 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี
          1. เป็นโครงการที่ดี เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ควรจัดโครงการอย่างต่อเนื่อง

          2. ควรมีการสนับสนุนเครื่องมือจักรอุตสาหกรรมที่ใช้ในการตัดเย็บสำหรับใช้กับไม้ไผ่ให้กับชุมชน

          3. ควรมีการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งบันประสบการณ์ กับกลุ่มจักสานในพื้นที่ที่มีการดำเนินงานลักษณะเดียวกัน และมีความเข้มแข็ง

ค่าใช้จ่าย : 130,000
จำนวนผู้รับบริการ : 32
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง Sathit.j@msu.ac.th ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates