หมู่บ้านมันเทศหวาน บ้านทับน้ำ

วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรบ้านทับน้ำ

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2562550,000|258,000|65,500|192,50020192201711191.pdf20201271112381.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=3158]   วันที่รายงาน  [4/4/2562]

ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรต้นแบบ  3 ราย ในการทำปุ๋ยมูลไส้เดือนโดยใช้วัสดุอืนทรีย์จากการปลูกมันเทศ  เตรียม bedding สำหรับทำปุ๋ยมูลไส้เดือน ใช้วัสดุอินทรีย์ผสมตามสูตรจาก พืชช์(2561) วัดค่า pH ของ bedding เมื่อสภาวะเหมาะสม จึงปล่อยใส้เดือนลงไป

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 3
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=3167]   วันที่รายงาน  [4/4/2562]

ประชุมกลุ่มเกษตรกร สอบถามความต้องการของกลุ่ม เตรียมความพร้อมในการเตรียมพื้นที่ปลูกมันเทศปลอดภัย

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=3168]   วันที่รายงาน  [4/4/2562]

พบผู้ประกอบการจัดเตรียมองค์ความรู้ กำหนดสิ่งทดลอง เตรียมอุปกรณ์

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=3170]   วันที่รายงาน  [4/4/2562]

สำรวจปัญหาและความต้องการของกลุ่มในการปลูกมันเทศ การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมันเทศ และการตลาด จากนั้น จัดเตรียมเทคโนโลยี

ในการเพิ่มมูลค่ามันเทศ ดังนี้

1 การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมันเทศ

กิจกรรม : วางแผนดำเนินการ

2.การทำสบู่มันเทศ

3.การทำโลชั่นจากมันเทศ

กิจกรรม:  เตรียมสารสกัดจากมันเทศ

4.การทำไอศครีม มันเทศ

กิจกรรม: พัฒนาสูตรไอศครีมมันเทศ

ค่าใช้จ่าย : 65,500
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2563500,000|250,000|250,000|ใช้หมด20204151457161.pdf202010301638371.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=3739]   วันที่รายงาน  [4/4/2563]

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม 2563 

  • การทำแบบสำรวจผู้บริดภค ในการปรับปรุงคุณภาพมันกรอบ
  • เตรียมองค์ความรู้การทำมันกรอบรสต่างๆ 

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563 เวลา 10.00-12.00 น.

  • ร่วมประชุมกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ ในกลุ่มสมาชิก
  • ปัญหาที่พบ  : ภัยแล้ง  ขาดแคลนน้ำในการปลูกมันเทศ ขาดแคลนมันเทศมาแปรรูป แมลงระบาดกัดกินหัวมันเทศ เกษตรกรประสปัยหาขาดทุนและมีหนี้สินเพิ่ม

 

วันอาทิตย์ที่ 30มีนาคม 2563

ประชุมประธานกลุ่มละสมาชิกบางส่วน เพื่อวางแผน กำหนดองค์ความรู้เพื่อนนำมาแก้ปัญหาของกลุ่ม องค์ความรู้และกิจกรรม  ในปีงบประมาณ 2563 ประกอบด้วย

  • การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวหัวมันเทศ การยืดอายุการเก็บหัวมันเทศสด และการจำหน่ายหัวมันเทศสด
  • การแปรรู)เพิ่มมูลค่ามันเทศ  : มันกรอบรสต่างๆ เครื่องดื่มจากมันเทศ  สารสำคัญในมันเทศที่ปลูกในพื้นที่ทับน้ำ
  • กิจกรรมทางการตลาด : การจัดการร้านค้ามันดี ในการเป็นร้านจำหน้าผลผลิตของสมาชิก
  • กิจกรรมการรวบรวมองค์ความรู้ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้  การปลูกมันเทศ

ปัญหา / อุปสรรค : ไม่มีข้อมูลใส่ 

-ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ส่งผลต่อการนัดประชุมกลุ่ม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้

- ปัญหาภัยแล้ง เป็นอุปสรรค์ต่อการปลูกมันเทศ

แนวทางการแก้ไข : ไม่มีข้อมูลใส่ 

-นัดประชุม แยก เป็นกิจกรรม เพื่อลดปริมาณความหนาแน่นของคน ในการสัมผัส

-ลดพื้นที่การปลูกมันเทศ ข้าว และผัก

ค่าใช้จ่าย : 5,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=3801]   วันที่รายงาน  [3/7/2563]

เมษายน 2563

  • สำรวจพื้นที่ เพื่อจัดทำศูนย์การเรียนรู้ มันเทศ  

   

พฤษภาคม 2563

  • สำรวจพื้นที่ เพื่อจัดทำศูนย์การเรียนรู้ แปลงปลูกมันเทศ

2‎ มิถุนายน ‎2563

  • ออกแบบป้ายร้านมันดี  และส่งแกะสลักป้าย

17 ‎มิถุนายน ‎2563

  • สำรวจพื้นที่ ร้านมันดี เพื่อปรับภูมิทัศน์ ร้านจำหน่ายผลผลิต

   

10 ‎มิถุนายน ‎2563

  • เกษตรกร เริ่มไถพรวนดิน เพื่อเตรียมลงมันเทศ

24 ‎มิถุนายน ‎2563

  • เกษตรกร ลงยอดมันเทศ

   

24 ‎มิถุนายน ‎2563

  • รับป้ายร้านมันดี  นำส่ง และเตรียมติดตั้ง

  

การเตรียมองค์ความรู้

การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมันเทศ

การคัดแยกและจัดจำแนกเชื้อราก่อโรคที่ทำให้มันเทศเกิดการเน่าเสียที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น

ผลของสภาวะที่ใช้ในการปรุงสุกมันเทศสีม่วงต่อค่าทางกายภาพ เคมี  และการยอมรับของผู้บริโภค

ตารางที่ 1 วิการศึกษาวิธีการปรุงอาหาร

   วิธีการปรุงอาหาร

การปรับสภาพ

เวลา (นาที)

Cold point  (°C)

หลังผ่านกระบวนการปรุงสุก

2 นาที

5นาที

การนึ่ง

ทั้งหัว

ไม่ปอกเปลือก

20, 25 และ 30

58, 60 และ 64

ตามลำดับ

51, 53 และ 57

ตามลำดับ

การอบ

ทั้งหัว

ไม่ปอกเปลือก

20, 25 และ 30

ที่อุณหภูมิ 250 °C

68, 70 และ 76

ตามลำดับ

52, 54 และ56

ตามลำดับ

การย่าง

ทั้งหัว

ไม่ปอกเปลือก

20, 25 และ 30

63, 65 และ 70

ตามลำดับ

52, 53 และ 54

ตามลำดับ

การศึกษาการผลิตไซรัปมันม่วงเพื่อใช้ในการทำเครื่องดื่ม

             ทำการทดลองสกัดสีและกลิ่นของมันม่วงโดยอาศัยหลักแรงดันออสโมซีส ใช้ปริมาณของมันเทศต่อน้ำทรายในอัตราส่วน 1 : 1 โดยใช้เนื้อมันเทศนึ่งสุกเปรียบเทียบกับเนื้อมันเทศดิบ

  

ทำการสกัดเป็นระยะเวลา 4 วัน แล้วนำมากรองกากมันเทศออกได้ไซรัปมันม่วง น้ำกากของมันเทศนึ่งสุกมาเติมน้ำเชื่อมเข้มข้น 50 อาศาบริกซ์ แล้วแยกเอากากออกได้ไซรัปจากกากมันม่วง จากนั้นนำไปต้มฆ่าเชื้อ

      

คุณภาพของไซรัปมันม่วง

ไซรัป

TSS (°Brix)

pH

เนื้อมันม่วงสุก

72.13+0.85

5.45+0.09

กากมันม่วงสุก

62.27+0.70

5.50+0.03

มันม่วงดิบ

56.17+0.98

4.91+0.03

การรวบรวมองค์ความรู้ในการปลูกมันเทศ

   

ปัญหา/อุปสรรค

-ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ส่งผลต่อการนัดประชุมกลุ่ม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้

- ปัญหาภัยแล้ง เป็นอุปสรรค์ต่อการปลูกมันเทศ

แนวทางการแก้ไข

-นัดประชุม แยก เป็นกิจกรรม เพื่อลดปริมาณความหนาแน่นของคน ในการสัมผัส

-ลดพื้นที่การปลูกมันเทศ ข้าว และผัก

- ลดจำนวนสมาชิกในการเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ

ค่าใช้จ่าย : 200,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=4208]   วันที่รายงาน  [30/10/2563]
ค่าใช้จ่าย : 45,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2564500,000|220,000|235,000|-15,0002021531422451.pdf202217162661.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=4267]   วันที่รายงาน  [7/4/2564]

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=4268]   วันที่รายงาน  [7/4/2564]

1การปรับปรุง วทน.การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมันเทศ และยีดอายุการเก็บรักษา หัวมันเทศสด การถ่ายทอดเทคโนโลยี ทดสอบตลาด

1.1 ศึกษาการยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยสารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตกับมันเทศทับน้ำที่เก็บอุณหภูมิห้องและแช่เย็น ทางด้านกายภาพ (การสูญเสียน้ำหนัก การงอก ค่าสี) ทางเคมี (ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์) และการเสื่อมเสียจากจุลินทรีย

1,2 ประเมินคุณภาพมันเทศระหว่างการเก็บรักษาทางงจากการยอมรับทางด้านประสาทสัมผัส    เช่น ลักษณะปรากฏและรสชาติ โดยพูดคุ และสอบถามความพึงพอใจจากเกษตรกรผู้เพาะปลูกมันเทศ

ดำเนินงาน เดือน มกราคมถึงมีนาคม งบประมาณดำเนินงาน 20,000 บาท 

ผู้รับผิดชอบโครงการ ผศ.พาขวัญ  ทองรักษ์ 

 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=4269]   วันที่รายงาน  [7/4/2564]

การรวบรวมองค์ความรู้ และการจัดทำศูนย์การเรียนรู้มันเทศบ้านทับน้ำ

    จัดทำแผนงานในการรวบรวมข้อมูล องค์ความรู้การปลูกมันเทศ  การแปรรูปมันเทศวางรูปแบบศูนย์การเรียนรู้มันเทศแบบออนไลน์ โดยจะวางในเวปเพจ ของ อบต.ทับน้ำ

ติดต่อผู้จัดทำศูนย์การเรียนรู้แบบออนไลน์

    ดำเนินการโดย ผศ.พาขวัญ  ทองรักษ์ อ.วรรภา วงศ์แสงธรรม 

กิจกรรมทางการตลาด ในการจำหน่ายมันเทศและผลิตภัณฑ์

   ติดต่อวิทยากร และประสานงานกลุ่ม กำหนดการอบรมวันที่ 22 เมษายน 2564 ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่นตำบลทับน้ำ

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=4270]   วันที่รายงาน  [7/4/2564]

 กรอบศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์หมู่บ้านมันเทศหวานบ้านทับน้ำ

กิจกรรม

รายละเอียด

ข้อมูลทั่วไปของบ้านทับน้ำ อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

ภาพ  เนื้อหา

องค์ความรู้ในการปลูกมันเทศ

  • การปลูก
  • สายพันธุ์มันเทศ
  • การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
  • ผลตอบแทนในการปลูกมันเทศ
  • ผู้เชี่ยวชาญ เกษตรกรผู้ปลูกมันเทศ (ประมาณ 10 ราย)

เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ และรวบรวมผลงานวิจัยเกี่ยวกับสายพันธุ์

วิดิโอการปลูกมันเทศ

นวัตกรรมจากผลงานวิจัย องค์ความรู้ในการแปรรูปมันเทศ

  • แป้งมันเทศ
  • ข้าวเกรียบมันเทศ
  • ไซเดอร์มันเทศ
  • น้ำนมมันเทศ
  • น้ำมันเทศพร้อมดื่ม
  • ทาร์ตมันเทศ
  • มันอบ
  • มันบด
  • ทองม้วนมันเทศ
  • ขนมดอกจากมันเทศ
  • ทอฟฟี่มันเทศ
  • เครื่องดื่มชงชนิผงจากมันเทศ
  • ขนมมันนึ่ง
  • คุกกี้มันเทศ
  • เค้กมันเทศ
  • มันกรอบรสต่างๆ (5 รส)
  • ขนมไข่นกกระทา
  • มันต้ม มันนึ่ง มันเผา
  • บัวลอยมันเทศ

รวบรวมจากผลงานวิจัย

สูตร

ภาพนิ่งแสดงกระบวนการผลิต

ภาพผลิตภัณฑ์

เราจะลองทำสูตรต่างๆ เพื่ ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ค่ะ จะลองทำคลิป ด้วย

การจัดการwaste จากการกระบวนการปลูกมันเทศ

  • ปุ๋ยมูลไส้เดือน
  • อาหารสัตว์

 

ภูมิปัญญา ในการแปรรูปมันเทศ

  • มันเชื่อม
  • มันฉาบ
  • มันบด
  • มัฟฟิน

รวบรวมจากชุมชน  

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

  • สารสำคัญในมันเทศ
  • โครงการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
  • งานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมันเทศ

งานวิจัยอื่นๆ

กลุ่มเกษตรกร

  • วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ทับน้ำ บ้านม้า
  • วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านทับน้ำ

ขอ้มูลกลุ่ม การก่อตั้ง

กิจกรรมกลุ่ม

ลิงค์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ออนไลน์ และหนังสือพิมพ์

วารสาร link ต่างๆ 

หน่วยงานสนับสนุน และข้อมูลนักวิจัย

 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=4317]   วันที่รายงาน  [5/7/2564]

การยืดอายุการเก็บรักษาหัวมันเทศด้วยสารละลายเกลือ

1. สายพันธุ์มันเทศ

 

1.1 มันเทศสายพันธุ์สีม่วง จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านทับน้ำ ตำบลบ้านม้า อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

2. สารเคมี

 

2.1 การคัดแยกและจัดจำแนกเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

2.1.1 อาหาร Potato Dextrose agar (HiMedia, India)

2.1.2 กรดแลคติก (รวมเคมี, ประเทศไทย)

2.1.3 สารแลคโทฟีนอล 

2.1.4 โซเดียมคลอไรด์ (QReC, New Zealand)

 

2.2 การยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยสารละลายเกลือในระดับจานทดลอง

 

2.2.1 โซเดียมคาร์บอเนต (Rankem, India)

2.2.2 ไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟต (Ajax, New Zealand)

2.2.3 โซเดียมอะซิเตต (Ajax, New Zealand)

 

2.3 สารเคมีสำหรับวิเคราะห์น้ำตาลรีดิวซ์

2.2.1 สาร Dinitrosalicylic acid (DNS)

2.2.2 โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) (Merck, Germany)

2.2.3 โพแทสเซียมโซเดียมทาร์เทรต (Potassium sodium tartate)

 

3. เครื่องมือและอุปกรณ์

 

3.1  การคัดแยกและจัดจำแนกเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

3.1.1 แผ่นสไลด์ 

3.1.2 กระจกปิดสไลด์ (Menzel-Glaser, Australia)

3.1.3 กล้องจุลทรรศน์

 

3.2 การยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยสารละลายเกลือในระดับจานทดลอง

3.2.1 Cork borer

3.2.2 จานเพาะเชื้อ 

3.2.3 แท่งแก้วสามเหลี่ยม 

 

3.3 การยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยสารละลายเกลือ

3.3.1 โกร่งบดสาร

3.3.2 เครื่องชั่งไฟฟ้าทศนิยม 4 ตำแหน่ง (METTLER TOLEDO ML204/1, Switzerland)

3.3.3 เครื่องสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ (Biochrom Libra S11, England)

3.3.4 เครื่องวัดสี (Hunter Lab Ultra Scan VIS, Thailand)

3.3.5 เครื่องผสมละลายสาร (Scientific industries G560E, United States)

3.3.6 อ่างน้ำควบคุมอุณหภูมิ (Thermo Fisher Scientific NH03801, United States)

3.3.7 เครื่องปั่นเหวี่ยงแยกสาร (SARTORIUS SIGMA 2-16PK, Germany)

3.3.8 เครื่องแก้ว อุปกรณ์ต่างๆ ในการวิเคราะห์ทางเคมี เช่น บีกเกอร์ หลอดทดลอง ขวดปรับปริมาตร โถดูดความชื้น ฯลฯ

 

 


วิธีการ

1. การคัดแยกเชื้อราก่อโรคจากมันเทศ

เก็บมันเทศสายพันธุ์สีม่วงจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านทับน้ำ ตำบลบ้านม้า อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิแช่เย็น และสังเกตการเจริญของจุลินทรีย์บริเวณผิวมันเทศ ทำการคัดแยกเชื้อราที่ทำให้มันเทศเกิดการเน่าเสีย โดยชั่งมันเทศหนัก 25 กรัม ลงในฟลาสก์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ เติมสารละลายโซเดียมคลอไรด์เข้มข้น 0.85 เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร 225 มิลลิลิตร นำไปเขย่าในเครื่องเขย่าแบบควบคุมอุณหภูมิที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที ทำการเจือจางตัวอย่างทีละ 10 เท่า ดูดสารละลายตัวอย่างที่ระดับความเจือจางที่เหมาะสมปริมาตร 0.1 มิลลิลิตร ลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อ Potato Dextrose Agar (PDA) ที่มีพีเอช 3.5 เกลี่ยตัวอย่างให้ทั่วอาหารด้วยแท่งแก้วสามเหลี่ยมจนแห้ง และบ่มที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 3 ถึง 5 วัน เก็บตัวอย่างเชื้อราที่มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาแตกต่างกันลงในอาหาร PDA slant

 

2. การจัดจำแนกเชื้อราก่อโรค

 

2.1 การศึกษาลักษณะโคโลนีเชื้อราที่เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อ

เพาะเชื้อราก่อโรคที่คัดแยกจากข้อ 1 ลงบนอาหาร PDA พีเอช 3.5 บ่มที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-5 วัน สังเกตการเจริญของเชื้อรา บันทึกลักษณะโคโลนีของเชื้อรา การเจริญของเส้นใย และการสร้างสปอร์ของเชื้อราแต่ละชนิด และถ่ายภาพโคโลนีของเชื้อรา

 

2.2  การศึกษาสมบัติทางสัณฐานวิทยาด้วยเทคนิค Slide culture

ตัดอาหารเลี้ยงเชื้อ PDA พีเอช 3.5 ในจานเพาะเชื้อด้วยเข็มเขี่ยเชื้อที่ฆ่าเชื้อด้วยไฟ ให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณ 5×5 มิลลิเมตร จากนั้นใช้เข็มเขี่ยเชื้อย้ายชิ้นวุ้นไปวางลงบนสไลด์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่วางอยู่ในจานเพาะเชื้อที่ปราศจากเชื้อ และใช้เข็มเขี่ยเชื้อเขี่ยสปอร์ของเชื้อราก่อโรค แตะทั้งสี่ด้านของชิ้นวุ้น ปิดด้วยกระจกปิดสไลด์ที่ปราศจากเชื้อ เทน้ำกลั่นปราศจากเชื้อลงไปในจานเพาะเชื้อเล็กน้อย บ่มที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 3 ถึง 5 วัน นำมาตรวจ fruiting body ด้วยการย้อมสีด้วยสารละลายแลคโทฟีนอล และบันทึกภาพภายใต้กล้องจุลทรรศน์โดยใช้กำลังขยาย 400X

 

3. การศึกษาผลของสารละลายเกลือต่อการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในจานทดลอง

 

3.1  การเตรียมอาหารทดสอบ

เตรียมสารละลายเกลือ 3 ชนิด ได้แก่ โซเดียมคาร์บอเนต ไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟต และโซเดียมอะซิเตต ให้มีความเข้มข้น 3 ระดับ คือ 5, 10 และ 20 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักต่อปริมาตร) จากนั้นเติมสารละลายเกลือที่ความเข้มข้นต่างๆ ลงในอาหารเลี้ยงเชื้อ PDA ที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที เพื่อให้มีความเข้มข้นสุดท้ายเท่ากับ 0.5, 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ จากนั้นปรับอาหารเลี้ยงเชื้อให้มีพีเอชเท่ากับ 3.5 ด้วยกรดแลคติคเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 มิลลิลิตรต่ออาหาร PDA ปริมาตร 100 มิลลิลิตร เทอาหารลงในจานเพาะเชื้อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 9 เซนติเมตร สำหรับอาหารควบคุมใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ PDA ที่ไม่มีสารละลายเกลือ

 

3.2  การเตรียมเชื้อราก่อโรค

นำเชื้อราก่อโรคที่คัดแยกได้จากข้อ 1 มาเพาะลงบนอาหาร PDA พีเอช 3.5 บ่มที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 วัน

 

3.3  การทดสอบการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในมันเทศด้วยสารละลายเกลือในจานทดลอง

ใช้ cork borer ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร ถ่ายเชื้อบริเวณปลายเส้นใยของเชื้อราจากข้อที่ 3.2 ไปยังอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีสารละลายเกลือเข้มข้น 0.5, 1.0 และ 2.0 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ซ้ำ นำไปบ่มที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโคโลนีของเชื้อราทุกวัน เปรียบเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลางของเชื้อราที่เจริญบนอาหารควบคุม เพื่อศึกษาการเจริญของเชื้อราในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีสารละลายเกลือ

  

การเจริญของเชื้อ (เปอร์เซ็นต์) = DT × 100

 

DT คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของโคโลนีเชื้อราบนอาหารที่ผสมสารละลายเกลือ (มิลลิเมตร)

DC คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของโคโลนีเชื้อราบนอาหาร PDA (มิลลิเมตร)

 

4. ศึกษาผลของสารละลายเกลือต่อมันเทศสายพันธุ์สีม่วง

 

4.1 การเตรียมมันเทศทดลอง

เก็บตัวอย่างมันเทศจากตำบลบ้านม้า อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากการเพาะปลูกเป็นเวลา 120 วัน ที่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 100 ถึง 200 กรัม แบ่งมันเทศออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุม และกลุ่มที่จุ่มด้วยสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ เก็บนำตัวอย่างมันเทศที่อุณหภูมิห้อง (26 ถึง 29 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิแช่เย็น (12 ถึง 16 องศาเซลเซียส) นำมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เคมี การถูกทำลายด้วยแมลงและจุลินทรีย์ ทุก 3 วันในมันเทศที่เก็บที่อุณหภูมิห้อง และทุก 7 วัน ในมันเทศที่เก็บที่อุณหภูมิแช่เย็น เป็นเวลา 42 วัน

 

4.1.1 การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพระหว่างการเก็บรักษา

4.1.1.1 การวิเคราะห์การสูญเสียน้ำหนัก

วิเคราะห์น้ำหนักที่สูญเสีย (เปอร์เซ็นต์) เป็นอัตราส่วนระหว่างน้ำหนักที่สูญเสียต่อน้ำหนักเริ่มต้นของตัวอย่าง และคำนวณน้ำหนักที่สูญเสียตามสมการ

 

น้ำหนักที่สูญเสีย (weight loss) (เปอร์เซ็นต์) = W0 – Wi × 100

 

W0 คือ น้ำหนักมันเทศในวันแรกของการเก็บรักษา (กรัม)

Wi คือ น้ำหนักมันเทศที่เก็บรักษาที่ระยะเวลาต่างๆ (กรัม)

 

4.1.1.2 การวิเคราะห์การงอกของมันเทศ

ทำการนับจำนวนมันเทศที่งอกและจำนวนมันเทศทั้งหมด เปอร์เซ็นต์การงอกคำนวณจาก อัตราส่วนของมันเทศที่งอกต่อจำนวนของหัวมันเทศทั้งหมด ตามสมการ

 

การงอก (เปอร์เซ็นต์)= Ni × 100

 

Ni คือ จำนวนมันเทศที่ออก (หัว)

NT คือ จำนวนมันเทศทั้งหมด (หัว)

 

4.1.1.3 การวิเคราะห์ค่าสีด้วยเครื่องวัดสี

วัดสีส่วนของมันเทศจำนวน 30 หัว หัวละ 5 ซ้ำ ด้วยเครื่อง HunterLab UltraScan VIS ค่าที่วัด ได้แก่ ค่าสี L* (ค่าความสว่างมีค่า 0-100 โดย 0 หมายถึง วัตถุมีความสว่างสีดำ, 100 หมายถึง วัตถุมีความสว่างสีขาว) ค่าสี a* (+ หมายถึง วัตถุมีสีออกแดง, - หมายถึง วัตถุมีสีออกเขียว) และ b* (+ หมายถึง วัตถุมีสีออกเหลือง, - หมายถึง วัตถุมีสีออกน้ำเงิน)

 

4.1.2 การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีระหว่างการเก็บรักษา

4.1.2.1 การวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์

วิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ในมันเทศตามวิธีของ Sawai และคณะ (2009) โดยบดมันเทศหนัก 2 กรัม ในโกร่งที่มีน้ำปริมาตร 10 มิลลิลิตร และสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 0.15 นอร์มอล ปริมาตร 5 มิลลิลิตร นำไปปั่นเหวี่ยงที่ความเร็วรอบ 10,000×g เป็นเวลา 10 นาที เก็บส่วนใสนำมาวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ด้วยวิธี DNS และสารละลายมาตรฐานใช้สารละลายมอลโทสเข้มข้น 0-2 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร

 

4.1.3 การศึกษาความเสียหายของมันเทศจากแมลง

วิเคราะห์การสูญเสียของมันเทศจากแมลง โดยการชั่งน้ำหนักส่วนมันเทศที่ถูกทำลายด้วยแมลงเปรียบเทียบกับน้ำหนักของมันเทศ และคำนวณการสูญเสียตามสมการ

การสูญเสียจากแมลง (เปอร์เซ็นต์) = Ni × 100

 

Ni คือ น้ำหนักของมันเทศที่ถูกทำลายด้วยแมลง (กรัม)

NT คือ น้ำหนักของมันเทศทั้งหัว (กรัม)

 

4.1.4 ศึกษาความเสียหายของมันเทศจากการเน่าเสีย

วิเคราะห์เปอร์เซ็นต์การเน่าเสียของมันเทศ โดยให้คะแนนเป็น 0 (ไม่มีการเน่าเสีย); 1 (มีการเน่าเสียเป็นจุดเล็กจำนวน 1 ถึง 3 จุด); 2 (มีการเน่าเสีย 1/4 ถึง 1/2); 3 (มีการเน่าเสีย 1/2 ถึง 3/4) และ 4 (มีการเน่าเสีย 3/4 ถึงเน่าเสียทั้งหัว) และคำนวณการเน่าเสีย ตามสมการ

 

ดัชนีการเน่าเสีย = (0 × จำนวนของมันเทศที่ให้คะแนนเท่ากับ 0 + 1 × จำนวนของมันเทศที่ให้คะแนนเท่ากับ 1 + 2 × จำนวนของมันเทศที่ให้คะแนนเท่ากับ 2 + 3 × จำนวนของมันเทศที่ให้คะแนนเท่ากับ 3 + 4 × จำนวนของมันเทศที่ให้คะแนนเท่ากับ 4)/ จำนวนมันเทศทั้งหมด

5. การถ่ายทอดองค์ความรู้การยืดอายุการเก็บรักษามันเทศ

ถ่ายทอดองค์ความรู้การยืดอายุการเก็บรักษามันเทศให้กับเกษตรผู้ปลูกมันเทศจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านทับน้ำ ตำบลบ้านม้า อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกรจัดการกับมันเทศหลังการเก็บเกี่ยว และคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรผู้ปลูกมันเทศเมื่อใช้วิธีการยืดอายุการเก็บมันเทศด้วยวิธีการที่เหมาะสม

 


ผลการทดลอง

 

1. การคัดแยกเชื้อราก่อโรคจากมันเทศ

การคัดแยกเชื้อราจากมันเทศที่เน่าเสียที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น พบว่าเริ่มมีการเจริญของเชื้อราบริเวณมันเทศที่มีการขุดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ของการเก็บรักษาที่ทั้งสองอุณหภูมิ เนื่องจากการขุดทำให้มันเทศเกิดบาดแผลเป็นผลให้จุลินทรีย์บุกรุกและเพิ่มจำนวนจนเกิดการเน่าเสียในเวลาต่อมา ซึ่งมีรายงานว่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุทำให้มันเทศเกิดการเสื่อมเสีย ได้แก่ Aspergillus ochraceus, Ceratocystis filmbriata, Botryodiplodia theobroame, Fusarium spp., Macrophomina phascolina, Rhizopus spp., Sclerotium rolfsii, Cochliobolus lunatus, Rhizoctonia solani, Gliomastix novaezelandiae และ Plenodomus destruens (Ray และ Tomlins, 2010; Ray และ Nedunchezhiyan, 2012) จากการทดลองสามารถคัดแยกเชื้อราที่ทำให้มันเทศเสื่อมเสียที่อุณหภูมิแช่เย็นจำนวน 3 ไอโซเลท ได้แก่ F24C, F64C และ F74C และอุณหภูมิห้องจำนวน 4 ไอโซเลท ได้แก่ F2RT, V1RT, V2RT และ V3RT โดยลักษณะการเจริญของเชื้อราบนอาหาร PDA และลักษณะทางสัณฐานวิทยาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ แสดงดังตารางที่ 1 นอกจากนี้ยังได้มีการเปรียบเทียบสีของเส้นใย สปอร์ และลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเชื้อรากับงานวิจัยของ Guno และคณะ (2015) และ Ogbonna และคณะ (2015) คาดว่าเชื้อราไอโซเลท F24C และไอโซเลท V2RT น่าจะอยู่ในจีนัส Aspergillus และ Penicillium ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตามต้องมีทดสอบการเจริญในอาหารและอุณหภูมิที่แตกต่างกัน หรือการทดสอบอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการจัดจำแนกเชื้อราในระดับจีนัสและสปีชีส์ รวมถึงการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ต่อไป

 

ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 5
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=4318]   วันที่รายงาน  [5/7/2564]

2. การศึกษาผลของสารละลายเกลือต่อการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในจานทดลอง (In vitro)

ศึกษาผลของสารละลายเกลือ 3 ชนิด ได้แก่ โซเดียมคาร์บอเนต ไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟต และโซเดียมอะซิเตท ที่ความเข้มข้น 3 ระดับ คือ 0.5, 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อการเจริญของเชื้อราก่อโรคทั้ง 7 ไอโซเลท

 

2.1 ผลของสารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตต่อการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

จากผลการทดลองพบว่าสารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตที่ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ มีผลในการยับยั้งเชื้อราก่อโรคไอโซเลท V2RT มากที่สุด รองลงมา คือ F2RT และ V3RT แต่กลับส่งเสริมการเจริญของเชื้อราไอโซเลท F64C, F74C และ V1RT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ตารางที่ 2) ซึ่งจากรายงานของ Boumaaza (2015) พบว่าการใช้เกลือโซเดียมคลอไรด์ที่ความเข้มข้นต่ำ ทำให้เชื้อสามารถใช้สารละลายเกลือเหล่านี้ในการเจริญเติบโตได้ และเมื่อใช้สารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตที่ความเข้มข้นสูงขึ้น (1 และ 2 เปอร์เซ็นต์) พบว่าการเจริญของเชื้อราก่อโรคไอโซเลท F74C ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับความเข้มข้นของเกลือ 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เชื้อราก่อโรคอีก 6 ไอโซเลท การใช้เกลือโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อราก่อโรคได้มากกว่าที่ความเข้ม 1 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นว่าเกลือโซเดียมคาร์บอเนตที่ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ มีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในทุกไอโซเลท เมื่อทดสอบในระดับจานทดลอง โดยกลไกการยับยั้งเชื้อรา เกิดจากการเคลื่อนที่ของตัวทำละลายภายในเซลล์ที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังตัวทำละลายภายนอกเซลล์ที่มีความเข้มข้นสูงจากปฏิกิริยาออสโมซิส ทำให้น้ำไหลออกจากเซลล์ของจุลินทรีย์ เซลล์เหี่ยวหรือตายไปในที่สุด (วลัยพร, 2560) แต่อย่างไรก็ตาม การใช้สารละลายเกลือที่ความเข้มข้นสูง (2 เปอร์เซ็นต์) อาจส่งผลให้มันเทศเหี่ยว จากการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาผลของเกลือโซเดียมคาร์บอเนตกับมันเทศต่อไป

 

ตารางที่ 2 ผลของเกลือโซเดียมคาร์บอเนตต่อการเจริญของเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

ไอโซเลท

การเจริญของเชื้อราก่อโรคที่เกลือความเข้มข้น 3 ระดับ (เปอร์เซ็นต์)

0.5

1

2

F24C

106.07±2.51Ca

13.23±1.29Fb

7.63±0.39Gc

F64C

121.67±1.67ABa

100.00±0.00Ab

      66.67±0.00Bc

F74C

127.61±6.85Aa

11.14±0.57Fb

11.25±0.48Fb

F2RT

92.48±0.74Da

69.03±0.53Db

43.81±0.33Bc

V1RT

125.19±3.75ABa

86.94±2.10Cb

70.71±1.71Ac

V2RT

72.86±2.02Ea

43.97±1.53Eb

23.97±1.53Ec

V3RT

117.94±5.52Da

94.43±1.60Bb

65.00±0.70Cc

หมายเหตุ  ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กที่ต่างกันเป็นการเปรียบเทียบแนวนอน แสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการเจริญของเชื้อราที่ระดับความเข้มข้นของสารละลายเกลือทั้งสามระดับ

ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ที่ต่างกันเป็นการเปรียบเทียบแนวตั้ง แสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการเจริญของเชื้อราที่ระดับความเข้มข้นเดียวกันในแต่ละไอโซเลท

 

2.2 ผลของสารละลายเกลือไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตต่อการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

จากการศึกษาผลของสารละลายไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตต่อการเจริญของเชื้อราก่อโรคในมันเทศ พบว่าสารละลายเกลือชนิดนี้กระตุ้นการเจริญของเชื้อราก่อโรคทุกไอโซเลท เนื่องจากเกลือไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตมีคุณสมบัติเป็นบัฟเฟอร์ สามารถช่วยให้เชื้อมีคุณสมบัติการเจริญได้ดีขึ้น โดยอาจช่วยปรับสภาวะความเป็นกรดด่างไม่ให้เปลี่ยนแปลงไปตามสารเมทาบอไลท์ที่เชื้อผลิตออกมาระหว่างการเจริญ (หนึ่ง, 2557) (ตารางที่ 3) ซึ่งสารละลายไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตทั้งสามระดับความเข้มข้น พบว่ามีผลต่อการส่งเสริมการเจริญของเชื้อรา V1RT น้อยที่สุด ขณะที่ความเข้มข้นของเกลือที่ 0.5 และ 1 เปอร์เซ็นต์ ส่งเสริมการเจริญของไอโซเลท F74C มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบที่ระดับความเข้มข้นของเกลือต่างกันแต่ไอโซเลทเดียวกัน พบว่าสารละลายไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตส่งเสริมการเจริญของเชื้อราในลักษณะที่แตกต่างกัน 5 แบบ คือ ส่งเสริมการเจริญของเชื้อราที่ทุกระดับความเข้มข้นที่ทดสอบอย่างไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F24C และ V1RT) ส่งเสริมการเจริญอย่างมากที่ความเข้มข้น 0.5 และ 1 เปอร์เซ็นต์ และลดลงที่ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ (F74C) ส่งเสริมการเจริญเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อใช้ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ (F64C และ V2RT) และส่งเสริมการเจริญสูงสุดที่ความเข้มข้น 0.5 และ 1 เปอร์เซ็นต์ และประสิทธิภาพจะลดต่ำลงที่ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ (F2RT)  ซึ่งจากการทดลองจึงสรุปได้ว่าการใช้สารละลายไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้น 0.5 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราก่อโรคส่วนใหญ่ที่คัดแยก แต่กลับส่งเสริมการเจริญของเชื้อราก่อโรค

 

ตารางที่ 3 ผลของเกลือไดโพแทสเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟตต่อการเจริญของเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

ไอโซเลท

การเจริญของเชื้อราก่อโรคที่เกลือความเข้มข้น 3 ระดับ (เปอร์เซ็นต์)

0.5

1

2

F24C

151.48±2.28Da

147.84±1.04Da

144.08±0.85Cb

F64C

204.03±2.85Bb

201.61±1.39Bb

216.03±3.01Aa

F74C

227.89±4.08Aa

227.89±3.33Aa

141.98±0.74Cb

F2RT

145.49±2.65Ea

127.94±1.63Fb

119.97±2.81Dc

V1RT

127.32±3.27Fns

128.09±2.67Fns

124.38±1.93Dns

V2RT

161.58±1.87Cb

168.34±2.35Cb

200.46±13.50Ba

V3RT

160.54±0.70Ca

137.84±1.77Eb

139.77±1.80Cb

หมายเหตุ  ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กที่ต่างกันเป็นการเปรียบเทียบแนวนอน แสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการเจริญของเชื้อราที่ระดับความเข้มข้นของสารละลายเกลือทั้งสามระดับ

ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ที่ต่างกันเป็นการเปรียบเทียบแนวตั้ง แสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการเจริญของเชื้อราที่ระดับความเข้มข้นเดียวกันในแต่ละไอโซเลท

 

2.3 ผลของสารละลายเกลือโซเดียมอะซิเตทต่อการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

จากผลการทดลองพบว่าสารละลายโซเดียมอะซิเตทส่งผลต่อการเจริญของเชื้อราในแต่ละไอโซเลทที่แตกต่างกัน กล่าวคือ สารละลายเกลือที่ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ จะลดการเจริญขอไอโซเลท F24C ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อความเข้มข้นสูงขึ้น (1 เปอร์เซ็นต์) กลับยับยั้งการเจริญของไอโซเลท F74C และ V1RT มากกว่าไอโซเลทอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ระดับความเข้มข้นของเกลือต่างกันแต่ไอโซเลทเดียวกัน กระตุ้นการเจริญของเชื้อราไอโซเลท F64C และ V2RT ที่ทุกระดับความเข้มข้นของสารละลายเกลือ แต่เมื่อใช้เกลือที่ระดับความเข้มข้นสูงขึ้น จะลดการเจริญลง ขณะที่กระตุ้นการเจริญของเชื้อราไอโซเลท F24C และ V3RT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อใช้เกลือที่ระดับความเข้มข้นสูงขึ้น และมีผลในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราก่อโรคไอโซเลท F74C และ F2RT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อใช้เกลือเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ (ตารางที่ 4) ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าเกลือโซเดียมอะซิเตทส่งผลต่อการเจริญของเชื้อราแต่ละชนิดแตกต่างกันไป

 

ตารางที่ 4 ผลของเกลือโซเดียมอะซิเตทต่อการเจริญของเชื้อราก่อโรคในมันเทศ

ไอโซเลท

การเจริญของเชื้อราก่อโรคที่เกลือความเข้มข้น 3 ระดับ (เปอร์เซ็นต์)

0.5

1

2

F24C

30.94±1.17Fc

86.12±0.95ABb

95.15±1.98Ca

F64C

135.57±1.12Ba

118.39±0.30Bb

112.26±1.96Bc

F74C

75.73±1.44Ea

80.94±0.62Da

57.37±0.35Eb

F2RT

94.18±2.22Ca

94.58±2.84Ca

82.45±1.94Db

V1RT

87.64±1.34Da

82.84±0.69Db

94.18±0.08Ca

V2RT

156.35±1.12Aa

144.27±9.01Aa

112.41±2.66Bb

V3RT

96.48±1.68Cb

93.40±0.10Cb

126.38±0.41Aa

หมายเหตุ  ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กที่ต่างกันเป็นการเปรียบเทียบแนวนอน แสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการเจริญของเชื้อราที่ระดับความเข้มข้นของสารละลายเกลือทั้งสามระดับ

ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ที่ต่างกันเป็นการเปรียบเทียบแนวตั้ง แสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการเจริญของเชื้อราที่ระดับความเข้มข้นเดียวกันในแต่ละไอโซเลท

 

จากผลการศึกษาสารละลายเกลือทั้งสามชนิดต่อการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในมันเทศที่แยกได้จากแปลงของกลุ่มปลูกมันเทศ วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านทับน้ำ ตำบลบ้านม้า อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าสารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราก่อโรคในระดับจานทดลองมากที่สุด จึงคัดเลือกชนิดนี้ เพื่อศึกษาผลของโซเดียมคาร์บอเนตต่อการยืดอายุการเก็บรักษามันเทศกับมันเทศทดลองที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็นต่อไป

 

ผลการทดลอง

 

การเก็บรักษามันเทศสายพันธุ์สีม่วงที่ได้จากตำบลทับน้ำ อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากการเก็บเกี่ยว 120 วัน โดยทดลองจุ่มมันเทศในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 3 นาที จากนั้นเก็บรักษามันเทศที่ 2 อุณหภูมิ คือ อุณหภูมิห้อง และอุณหภูมิแช่เย็น เพื่อทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เคมี การทำลายด้วยแมลง และการเน่าเสียจากจุลินทรีย์

 

1. การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของมันเทศระหว่างการเก็บรักษา

 

1.1  การสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ

จากการเปรียบเทียบการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิแช่เย็นที่ระยะเวลา 14 วัน พบว่ามันเทศที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร (RT) มีการสูญเสียน้ำหนัก (1.07 ถึง 1.97 เปอร์เซ็นต์) มากกว่ามันเทศที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องที่จุ่มสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ (RT1) และ 2 เปอร์เซ็นต์ (RT2) (0.25 ถึง 1.25 เปอร์เซ็นต์ และ 0.30 ถึง 0.54 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมันเทศ RT1 และ RT2 ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทางด้านการสูญเสียน้ำหนัก ขณะที่มันเทศที่เก็บรักษาอุณหภูมิแช่เย็นทั้งสามสภาวะ (C, C1 และ C2) มีการสูญเสียน้ำหนักมากขึ้นตามระยะเวลา แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา โดยมีการสูญเสียน้ำหนัก 0.54 ถึง 1.59 เปอร์เซ็นต์ 0.43 ถึง 1.41 เปอร์เซ็นต์ และ 0.45 ถึง 1.92 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในระยะเวลา 42 วัน (ภาพที่ 1) จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศที่เก็บที่อุณหภูมิห้อง แต่ไม่ส่งผลต่อการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศที่เก็บอุณหภูมิแช่เย็น

 

 

 

ภาพที่ 1  การสูญเสียน้ำหนักของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

*   แสดงถึง ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนัก

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

1.2 การงอกของมันเทศ

 พบการงอกของมันเทศ RT และ RT1 ตั้งแต่วันที่ 7 ของการเก็บรักษา โดยมีเปอร์เซ็นต์การงอกอยู่ที่ 86.67 และ 56.67 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และการงอกจะเพิ่มมากขึ้นในวันที่ 14 โดยมันเทศ RT1 มีการงอกต่ำกว่า RT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นว่าสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตช่วยลดการงอกของมันเทศที่อุณหภูมิห้องได้ถึง 30 และ 26.67 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 7 และ 14 ของการเก็บรักษา ขณะที่มันเทศที่เก็บรักษาอุณหภูมิแช่เย็น ไม่พบการงอกทั้ง C, C1 และ C2 ตลอดระยะเวลา 42 วัน (ภาพที่ 2) ซึ่งอุณหภูมิต่ำเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยชะลอการงอกของมันเทศ โดยจากการทดลอง 42 วัน ยังไม่พบความแตกต่างของสารละลายเกลือที่มีผลต่อการงอก เมื่อเก็บมันเทศที่อุณหภูมิแช่เย็น

 

 

ภาพที่ 2  การงอกของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

*   แสดงถึง ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการงอก

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

1.3 สีของมันเทศ

     1.3.1  ค่าความสว่าง

 หลังการจุ่มมันเทศในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าความสว่าง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้มีการจุ่ม เช่นเดียวกับไม่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนของความสว่างของมันเทศ ตลอดการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น เป็นเวลา 14 วัน และ 42 วัน ตามลำดับ (ภาพที่ 3) แสดงให้เห็นว่าสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตไม่ส่งผลต่อความสว่างของมันเทศ

 

ภาพที่ 3  ค่าความสว่างของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

*   แสดงถึง ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าความสว่าง

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

1.3.2 ค่าสีแดง

จากการทดลอง ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าสีแดงเช่นเดียวกับค่าความสว่างระหว่างมันเทศทั้ง 6 กลุ่มหลังการจุ่มมันเทศในสารละลายเกลือ แต่ระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง พบว่ามันเทศ RT1 และ RT2 มีแนวโน้มของค่าสีแดงลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตลอดเวลาการเก็บรักษา 14 วัน เมื่อเก็บที่อุณหภูมิแช่เย็น พบว่าค่าสีแดงของมันเทศ C และ C2 มีแนวโน้มลดลงระหว่างการเก็บรักษาเป็นเวลา 42 วัน แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในมันเทศ C1 (ภาพที่ 4) แสดงให้เห็นว่าสารละลายโซเดียมคาร์บอเนต ทำให้มันเทศมีสีแดงลดลง

 

ภาพที่ 4  ค่าสีแดงของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

1.3.3 ค่าสีเหลือง

เมื่อจุ่มมันเทศลงในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มันเทศมีสีเหลืองเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้จุ่มสาร แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าสีเหลืองที่เก็บอุณหภูมิห้อง เมื่อเก็บมันเทศที่อุณหภูมิแช่เย็น ค่าสีเหลืองของมันเทศ C มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในช่วงวันที่ 7 ถึง 21 และเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 28 ถึง 42 ส่วนมันเทศ C1 และ C2 ไม่มีความแตกต่างของค่าสีเหลืองอย่างชัดเจน ตลอดการเก็บเป็นเวลา 42 วัน (ภาพที่ 5) แสดงให้เห็นว่าสารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตช่วยรักษาความคงตัวของค่าสีเหลืองของมันเทศ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิแช่เย็น

 

ภาพที่ 5  ค่าสีแดงของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

2. การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีระหว่างการเก็บรักษา

 

2.1 ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์

ในวันแรกมันเทศ RT1 และ C1 มีปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์สูงกว่ามันเทศสภาวะอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่มันเทศทั้งสามกลุ่มที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องมีปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ค่อนข้างคงที่ตลอดเวลา 14 วัน ส่วนมันเทศที่เก็บอุณหภูมิแช่เย็นมีปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์สูงสุดในวันที่ 28 จากนั้นจึงค่อยๆ ลดลง (ภาพที่ 6) แสดงให้เห็นว่าการเก็บมันเทศที่อุณหภูมิต่ำช่วยชะลอการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในหัวมันเทศ ส่วนสารละลายเกลือไม่มีผลต่อปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์อย่างชัดเจน

 

 

ภาพที่ 6  ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

3. ศึกษาความเสียหายของมันเทศจากแมลง

มันเทศทุกสภาวะที่เก็บที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็นไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความเสียหายจากแมลง แสดงให้เห็นว่าสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตไม่สามารถยับยั้งการทำลายจากแมลงได้ แม้ว่ามีการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ (ภาพที่ 7) อาจเนื่องมาจากมันเทศถูกทำลายจากแมลงมาตั้งแต่ช่วงของการเพาะปลูก ดังนั้นเมื่อนำมาแช่ที่อุณหภูมิต่ำและ/หรือการแช่สารละลายโซเดียมคาร์บอเนตที่ความเข้มข้น 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ได้เป็นสภาวะที่รุนแรงจึงไม่สามารถลดการทำลายมันเทศจากแมลง

 

 

 

 

ภาพที่ 7  การทำลายด้วยแมลงของมันเทศที่สภาวะต่างๆ 

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

*   แสดงถึง ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการทำลายจากแมลง

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

4. ศึกษาการเน่าเสียของมันเทศจากจุลินทรีย์

พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของดัชนีการเน่าเสียของมันเทศจากจุลินทรีย์ หลังเก็บมันเทศที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 7 วัน ในกลุ่ม RT, RT1 และ RT2 โดยพบว่าสารละลายเกลือทั้งสองความเข้มข้นไม่มีผลในการยับยั้งการทำลายของจุลินทรีย์ และไม่พบการเจริญของจุลินทรีย์ในมันเทศทั้งสามกลุ่มที่เก็บที่อุณหภูมิแช่เย็นตลอดเวลา 42 วัน (ภาพที่ 8) ซึ่งการเก็บมันเทศที่อุณหภูมิต่ำช่วยให้สามารถเก็บมันเทศได้นานกว่าที่อุณหภูมิห้อง นอกจากนี้งานวิจัยนี้ ไม่พบความสามารถในการยับยั้งจุลินทรีย์ของสารละลายเกลือ ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลของการทดลองในระดับจานทดลองในห้องปฏิบัติการ อาจเนื่องมาจากมันเทศที่ทำการทดลองได้มาจากตำบลบางประหันที่รับซื้อจากเกษตรกรในหลายพื้นที่และอาจมีการใช้ยาฆ่าเชื้อรา ทำให้ไม่เห็นผลของการยับยั้งจุลินทรีย์จากเกลือได้อย่างชัดเจน ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแผนทำการทดลองซ้ำกับมันเทศจากวิสาหกิจชุมชนบ้านทับน้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นมันเทศที่เพาะปลูกกึ่งอินทรีย์ มีการใช้สารเคมีปริมาณน้อย รวมทั้งอาจเกิดจากการใช้ระยะเวลาในการจุ่มมันเทศในสารละลายน้อยเกินไป

 

 

ภาพที่ 8 ดัชนีการเน่าเสียของมันเทศที่สภาวะต่างๆ

หมายเหตุ  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศที่สภาวะต่างกันในวันเดียวกัน

ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่แตกต่างกันแสดงถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการสูญเสียน้ำหนักของมันเทศ เมื่อเปรียบเทียบมันเทศในสภาวะเดียวกันที่ระยะเวลาต่างกัน

*   แสดงถึง ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของดัชนีการทำลายจากจุลินทรีย์

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (RT2)

    แสดงถึง มันเทศที่ไม่ผ่านการจุ่มสาร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C1)

    แสดงถึง มันเทศผ่านการจุ่มในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็น (C2)

 

5. การถ่ายทอดองค์ความรู้การยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยสารละลายเกลือ

จากการถ่ายทอดองค์ความรู้การยืดอายุมันเทศให้กับเกษตรกร พบว่าเกษตรผู้ปลูกมันเทศมีความสนใจในวิธีการยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยการจุ่มในสารละลายเกลือโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 3 นาที ร่วมกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำด้วยการแช่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ 12 ถึง 16 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด จากการทดลองพบว่ามันเทศที่เก็บอุณหภูมิห้องมักเสื่อมเสียจากการงอกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการจุ่มมันเทศในสารละลายเกลือเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดการงอกได้ 30 เปอร์เซ็นต์ สามารถเก็บมันเทศได้นานขึ้น จาก 5 วัน เป็น 7 ถึง 14 วัน และเมื่อเก็บที่อุณหภูมิแช่เย็น มันเทศสามารถเก็บรักษาได้อย่างน้อย 42 วัน โดยไม่มีการเสื่อมเสียจากการงอก จากการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ และการสูญเสียน้ำหนัก ซึ่งช่วยทำให้ได้รายของเกษตรเพิ่มสูงขึ้น 810 ถึง 864 บาท ต่อมันเทศ 1,000 หัว แต่ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงกำลังศึกษาอายุการเก็บรักษาให้นานมากยิ่งขึ้น และจะทำการถ่ายทอดให้กับวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกมันเทศ ตำบลทับน้ำ ต่อไป

 

ตารางที่ 9 แสดงการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรผู้ปลูกมันเทศ

 

วิธีการทดลอง  

ก่อนการเก็บรักษา

อุณหภูมิเก็บรักษา       

(ºC)

การสูญเสียมันเทศ (%)

รายได้ต่อหัวมันเทศ   1,000 หัว (บาท)

รายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อหัวมันเทศ 1,000 หัว (บาท)

ไม่มีการจุ่มสาร

อุณหภูมิห้อง

(28-31ºC)

90

270

0

จุ่มหัวมันเทศในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์

60

1,080

810

จุ่มหัวมันเทศในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์

58

1,134

864

ไม่มีการจุ่มสาร

อุณหภูมิแช่เย็น

(12-16ºC)

-

-

-

จุ่มหัวมันเทศในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์

-

-

-

จุ่มหัวมันเทศในสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์

-

-

-

 

หมายเหตุ ราคามันเทศหัวละประมาณ 2.7 บาท ซึ่งหัวมันเทศสดจำนวน 1,000 หัว คิดเป็น 2,700 บาท

- แสดงถึง ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของทุกพารามิเตอร์ที่ได้ทำการศึกษาในมันเทศ C, C1 และ C2

 

สรุปผลการทดลอง

จากการศึกษาการยืดอายุการเก็บรักษามันเทศด้วยสารละลายโซเดียมคาร์บอเนตเข้มข้น 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ และทำการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น พบว่าเมื่อเก็บรักษามันเทศที่อุณหภูมิห้อง การจุ่มมันเทศด้วยสารละลายเกลือเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เนื่องจากช่วยลดการงอกลงได้ 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับมันเทศที่ไม่ได้จุ่มสาร โดยมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างคงที่ตลอดเวลา 7 ถึง 14 วัน ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้ประมาณ 810 ถึง 864 บาท ต่อมันเทศ 1,000 หัว ขณะที่เมื่อเก็บมันเทศที่อุณหภูมิแช่เย็นระหว่าง 12 ถึง 16 องศาเซลเซียส ยังไม่พบผลความแตกต่างของสารละลายเกลือต่อการยืดอายุมันเทศที่เวลา 42 วัน ทั้งทางด้านการสูญเสียน้ำหนัก การงอก ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ การทำลายจากแมลงและจุลินทรีย์ ซึ่งจะมีการศึกษาต่อไป 

ค่าใช้จ่าย : 5,000
จำนวนผู้รับบริการ : 6
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=4319]   วันที่รายงาน  [5/7/2564]

4.การรวบรวมองค์ความรู้ และการจัดทำศูนย์การเรียนรู้มันเทศบ้านทับน้ำ

จำแนกเป็น 

4.1 องค์ความรู้ในการปลูก

4.2 องค์ความรู้การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

4.3 องค์ความรู้ในการแปรรูปมันเทศ 

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 2
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=4320]   วันที่รายงาน  [5/7/2564]

การทดสอบตลาด ตราสินค้า บรรจุภัณฑ์

นำมันกรอบรสต่างๆ ไปทดสอบตลาด ได้แนวคิดในการปรับปรุงผลิตข้าวเกรียบ และรูปแบบการทานของผู้บริโภค 

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 4
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=4586]   วันที่รายงาน  [30/9/2564]

1 การปรับปรุง วทน.การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมันเทศ และยีดอายุการเก็บรักษา หัวมันเทศสด ประเมินผลเทคโนโลยี และถ่ายทอดองค์ความรู้ สู่ชุมชน ในระบบออนไลน์ และลงพื้นที่ ถ่ายทอดองค์ความรู้

2 ติดตาม ให้คำปรึกษา หลังการถ่ายทอดเทคโนโลยี การยืดอายุการเก็บรักษาหัวมันเทศ  วึ่งสามารถยืดอายุกการเก็บได้มากกว่า 8 เท่า สร้างมูลค่าเพิ่มมันเทศดิบได้ 3-4 เท่า 

3.รวบรวมองค์ความรู้ในการปลูกมันเทศอินทรีย์ โดยการสัมภาษณ์ 

4. จัดทำคลิปเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในการยืดอายุการเก็บรักษาหัวมันเทศ การแปรรูปมันเทศ

5. จัดระบบข้อมูลองค์ความรู้ เพื่อเผยแพร่แบบออนไลน์ 

6. ถ่ายทอด วทน. การแปรรูปน้ำสมุนไพร เสริมภูมิต้านทานให้กับชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่สีแดง ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด 19 ต่อเนื่อง 

 

 

 

ค่าใช้จ่าย : 130,000
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง tphakhwan16@yahoo.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates