หมุ่บ้านปุ๋ยอินทรีย์ บ้านเทวี

หมู่ 7 ต.บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

หน่วยงานรับผิดชอบ : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2560300,000|294,240|294,240|ใช้หมด20174301757201.pdf201711181842141.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2213]   วันที่รายงาน  [4/4/2560]

อบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี

1. กลุ่มได้เข้าร่วมการฝึกอบรมการเป็นวิทยากร ณ ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในวันที่ 17 มกราคม 2560 โดยมีนางสาวอัปสร เสถียรทิพย์ ผู้อำนวยการ กองสื่อสารภายใน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ ได้ให้ความรู้และเทคนิคในการเป็นวิทยากรเพื่อฝึกให้เกษตรกรที่เข้าอบรมสามารถสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งต่อแก่ผู้อื่นได้อย่างมั่นใจ ซึ่งกลุ่มเกษตรกรบ้านเทวีมีตัวแทนเข้าอบรมจำนวน 4 คน มีความพึงพอใจในภาพรวมเท่ากับ 89.44 %

 

 

2. ฝึกอบรมเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ณ กลุ่มเกษตรกรบ้านเทวี ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ในวันที่ 17 มีนาคม 2560 โดยมีนางรัตนา ตันติศิริวิทย์ วิทยากรของ วว.ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจหลักปฏิบัติในการทำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง และเพื่อพัฒนาการดำเนินงานผลิตปุ๋ยให้ได้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ในการนี้มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 69 คน ซึ่งในภาคปฏิบัติได้นำวัตถุดิบเพื่อหมักปุ๋ยตามสูตรของ วว.จำนวน 60 ตัน ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 87.56 %

 

 

 

 

ศึกษาดูงาน

1. กลุ่มได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ที่กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 18 มกราคม 2560 โดยมีนางสาวมิรันตี ฐิติโชติรัตนา เป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของดิน การแก้ปัญหา ชนิดของดินในแต่ละภูมิภาคซึ่งมีผลกระทบต่อการทำการเกษตรของเกษตรกรอย่างมาก ได้รับการถ่ายทอดวิธีการทำ พด. สูตรต่างๆที่จะช่วยเป็นหัวเชื้อในการมาขยายได้อีกหลากหลาย ทั้งการทำปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำ การทำสารกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ เป็นต้น กลุ่มได้เข้าร่วมดูงานรวม 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 81.67 %

 

 

2. ได้ร่วมดูงานและศึกษาการเกษตรที่ในหลวงทรงเป็นผู้ทำเป็นต้นแบบ ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 18 มกราคม 2560 ซึ่งมีนายประดับพันธ์ คูณเมือง เป็นผู้พาชมและบรรยายประกอบ มีเนื้อหาที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงหวังให้พสกนิกรได้มีแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีความทันสมัยและสามารถเรียนรู้ได้ในทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ได้เรียนรู้พืชในท้องถิ่นในภาคต่างๆที่ให้ประโยชน์ทั้งในด้านการบริโภค การรักษาโรค และการช่วยบำรุงพื้นดินให้อุดมสมบูรณ์ด้วยภูมิปัญญาแบบไทยๆ ซี่งกลุ่มได้เข้าร่วมจำนวน 4 คน และมีความพึงพอใจเท่ากับ 85 %

 

 

 

3. ศึกษาดูงานโครงการส่วนพระองค์ ณ สวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 19 มกราคม 2560 โดยมีนางสาวจรรยาพร ก่อเกียรติคุณ เป็นผู้รับผิดชอบในการพาชม โดยโครงการต่างๆที่ในหลวงทรงมีวิสัยทัศน์และทรงรับสั่งให้ดำเนินการในพระราชวังส่วนพระองค์ มีทั้งโรงงานทำนม ฟาร์มเลี้ยงโคนม การทำแท่งถ่านอัด สาหร่ายเกลียวทองและอื่นๆอีกมากมาย และได้ชมโรงช้างที่เป็นช้างสำคัญมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน และเกี่ยวข้องกับงานพระราชพิธีต่างๆของกษัตริย์ กลุ่มได้เข้าดูงานจำนวน 4 คน และมีความพึงพอใจเท่ากับ 82.78 %
 

ค่าใช้จ่าย : 70,412
จำนวนผู้รับบริการ : 85
ปัญหาอุปสรรค : -อุปสรรคทางภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2258]   วันที่รายงาน  [26/6/2560]

การอบรมเทคโนโลยีที่กลุ่มสนใจ
นอกจากกลุ่มจะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตปุ๋ยแล้ว เทคโนโลยีอื่นที่กลุ่มมีความสนใจและต้องการนำมาปฏิบัติให้เกิดผลจริงเพื่อสร้างเสริมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้และลดค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรของชุมชนมี 2 เรื่อง ได้แก่

1. เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยจัดอบรมที่กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ บ้านเทวี หมู่ 7 ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

วิทยากร โดย นางนันทิดา สินสายไทย นักวิชาการศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย และคณะ

ในวันที่ 7 เมษายน 2560

จำนวนผู้เข้าอบรม 50 ราย

การบรรยายเรื่องวิธีการทำนาโดยทั่วไปของเกษตรกรที่ปลูกข้าวเพื่อมาจำหน่าย และบริโภคเป็นหลัก วิทยากรได้กล่าววิธีการที่จะเปลี่ยนการทำนาแบบปกติมาเป็นเพาะเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อกลุ่มสามารถนำไปเป็นพันธุ์ข้าวของตนเอง และรวมกลุ่มกันเพื่อจำหน่ายพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรทั่วไป สิ่งที่สำคัญในเรื่องของประเภทพันธุ์ข้าว ขั้นตอนและวิธีการเตรียมพื้นที่ และจัดการแปลงข้าวให้เหมาะสมแก่การทำเมล็ดพันธุ์ข้าว การระวังการปนเปื้อนพันธุ์ข้าวอื่นตามเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้วิทยากรยังสนใจที่จะเข้ามาช่วยดูและให้คำแนะนำกลุ่มในครั้งต่อไปด้วยเนื่องจากมีหน้าที่ๆต้องลงพื้นที่เกษตรกรสม่ำเสมออยู่แล้ว ในการอบรมครั้งนี้ วว.สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่กลุ่มต้องการผลิตจำนวน 500 กิโลกรัม

ผลการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยเป็น 85.47% และประเมินวิทยากรที่ 89.23%

 

 

 

 

 

2. เทคโนโลยีการเพาะเห็ด โดยจัดอบรมที่กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ บ้านเทวี หมู่ 7 ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

วิทยากร โดย ผศ.วิระ ศรีธัญรัตน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2560

จำนวนผู้เข้าอบรม 51 ราย

วิทยากรได้อธิบายถึงเห็ดชนิดต่างๆที่มีการเพาะกัน ทั้งแบบที่ส่งตลาดในและต่างประเทศ เห็ดที่เลี้ยงในสภาพอากาศที่มีความเย็น เห็ดที่เพาะแบบชุมชนตามบ้านเรือน สอนการทำก้อนเห็ดซึ่งเน้นการปฏิบัติเพื่อให้กลุ่มได้ทดลองทำจริง ขั้นตอนต่างๆจนก้อนเห็ดพร้อมที่จะนำเชื้อเห็ดใส่เข้าไป การจัดทำโรงเรือนให้เหมาะสม การรักษาสภาพแวดล้อมและการตัดดอก นอกจากนี้ได้ฝึกปฏิบัติการทำเห็นจากขอนไม้จริงๆเพื่อให้เป็นแหล่งเลี้ยงเห็ดไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือนของสมาชิกทุกคนด้วย วว.สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะเห็ด เช่นวัสดุทำก้อนเห็ด เชื้อเห็ด อุปกรณ์ใช้นึ่งก้อนเห็ด เป็นต้น

ผลการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยเป็น 94.96% และประเมินวิทยากรที่ 97.33%

 


 

 

 

 

 

 

 

ค่าใช้จ่าย : 163,012
จำนวนผู้รับบริการ : 101
ปัญหาอุปสรรค : -ช่วงเวลาในการปฏิบัติการฝึกอบรม เกษตรกรบางส่วนยังติดภารกิจเนื่องจากต้องลงนาไร่ของตนจึงทำให้เสียโอกาสที่จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่วิทยากรนำมาถ่ายทอด
แนวทางแก้ไข : -จะต้องขอความร่วมมือให้สมาชิกภายในกลุ่มจัดเรียงลำดับความสำคัญ หากติดภารกิจกันเป็นส่วนใหญ่ควรเลื่อนวันอบรมเพื่อให้มีเวลาที่สะดวกตรงกันเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรเอง
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2461]   วันที่รายงาน  [8/9/2560]

ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในเรื่องการผลิตปุ๋ย และการทำก้อนเห็ดเพิ่มเติม

1. การผลิตปุ๋ยกลุ่มได้มาร่วมกันหมักมูลสัตว์เพิ่มเติมอีก 20 ตัน ซึ่งการหมักจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนและจะจบกระบวนการผลิตสามารถนำไปใช้หรือจำหน่ายได้ในช่วงเดือนตุลาคม เป็นปุ๋ยสูตรเร่งผลผลิต โดยสมาชิกที่มาร่วมกันทำมี 37 ราย

 

 

 

 


2. การจัดทำก้อนเห็ดเพิ่มหลังจากได้รับการอบรม โดยมีสมาชิกที่สนใจมาร่วมกันทำหลายหมู่บ้านโดยอาศัยความรู้ที่ได้เรียนกับวิทยากร ผศ.วิระ ศรีธัญรัตน์ ได้ก้อนเห็ดประมาณ 10,000 ก้อน
สมาชิกที่มาร่วมกันทำประมาณ 28 คน

 

 

 

 

 

ค่าใช้จ่าย : 60,816
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2561250,000|250,000|250,000|ใช้หมด201827122441.pdf20181051346131.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2666]   วันที่รายงาน  [29/3/2561]

อบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกปฏิบัติ


1. ฝึกอบรมและปฏิบัติวิธีการทำแปลงทดลองข้าวกระถางในโรงเรือน ณ โรงแรม เพ-ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 27 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นปีแรกที่กลุ่มจะต้องศึกษาและปฏิบัติเพื่อให้ทราบถึงผลกระทบที่มีต่อนาข้าวในท้องถิ่นของตนว่าเหมาะกับการใช้ปุ๋ยชนิดไหนและอัตราเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม คือผลผลิตไม่ลดลงและค่าใช้จ่ายไม่เพิ่มขึ้น โดยมี นางณัฐหทัย สุทธิวงษ์ เป็นวิทยากร และมีเกษตรกรบ้านเทวีเข้าอบรมจำนวน 4 คน มีความพึงพอใจในภาพรวมเท่ากับ 86.67 %

 

 

 

2. ฝึกอบรมเทคโนโลยีการแปรรูปเห็ด ณ กลุ่มเกษตรกรบ้านเทวี ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ในวันที่ 13 มีนาคม 2561 โดยมีนางสาวพรพิมล ควรรณสุ วิทยากรจากมหาวิทยาลัยนครพนมมาให้ความรู้ และนำฝึกปฏิบัติ ซึ่งหัวข้อที่เรียนมี การทำแหนมเห็ด การทำข้าวเกรียบจากเห็ด ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านที่สนใจ ในการนี้มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 30 คน ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 91.72 %

 

 

 

 

 

3. ฝึกอบรมเทคโนโลยีวิธีการคัดเลือกพันธุ์ข้าวให้ได้คุณภาพ ณ กลุ่มเกษตรกรบ้านเทวี ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ในวันที่ 28 มีนาคม 2561 โดยมีนายทวีศิลป์ โสมสุพิน วิทยากรจากศูนย์วิจัยข้าวหนองคายมาให้ความรู้ และนำฝึกปฏิบัติ ในการนี้มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 30 คน ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 80.87 %

 

 

 

 

 

ศึกษาดูงาน


กลุ่มแม่ข่ายได้เข้าศึกษาดูงานและเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆที่น่าสนใจ ที่โรงแรม เพ-ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 โดยแบ่งออกเป็น 6 ฐานการเรียนรู้ดังนี้

 


1. ฐานการแปรรูปผลไม้ท้ายไร่ เป็นการนำเอาผลผลิตพืชไร่ที่สามารถนำมาทำเป็นไอศกรีมได้เช่น เสาวรส เป็นไอศกรีมเจลาโต้ ที่มีกลิ่นหอมของพืชผลไม้และมีความเข้มข้นกว่าไอศกรีมโดยปกติทั่วไป โดยมีนางสาวชัญญณัฐ์ ยอดรองเมือง เป็นผู้สาธิต สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมเรียนรู้จำนวน 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 85.00 %

 


2. ฐานย้อนรอยไทย ขนมทองพับ เป็นขนมที่สามารถทำเป็นสินค้าของฝากที่น่าสนใจ ขั้นตอนวิธีการทำไม่ยุ่งยาก แต่เคล็ดลับของสูตรเป็นเรื่องเฉพาะตนที่จะต้องศึกษาทดลองจนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยมี นางวิลาวัลย์ พาพร เป็นวิทยากรสาธิต สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมเรียนรู้จำนวน 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 85.56 %

 


3. ฐานทำสบู่จากกาแฟ เพราะกาแฟนอกจากจะเป็นเครื่องดื่มยามเช้าของคนทั่วไปแล้ว ยังมีประโยชน์สามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้อย่างดีอีกด้วย ซึ่งวัสดุที่นำมาใช้มีกรีเซอรีนแบบก้อนและน้ำ ผสมด้วยกากกาแฟตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็จะได้สบู่ที่ทำจากกาแฟแล้ว โดยมีนางสาวรุ่งนภา แพงนอก เป็นวิทยากรสาธิต สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมเรียนรู้จำนวน 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 86.11 %

 


4. ฐานจุลินทรีย์จากดิน โดยการนำหน่อกล้วยมาสร้างจุลินทรีย์จากดินเพื่อเป็นแหล่งสร้างอาหารให้กับพืชได้เจริญเติบโต สร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชได้และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ในไร่ของเพ-ลา เพลิน เป็นวิทยากรสาธิต สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมเรียนรู้จำนวน 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 85.56 %

 


5. ฐานธรรมชาติไล่แมลง การทำการเกษตรมักจะหลีกเลี่ยงแมลงศัตรูพืชได้ยาก หากจะใช้สารเคมีก็จะเป็นอันตรายต่อเกษตรกรอีก วิธีการที่สามารถไล่แมลงโดยวิธีธรรมชาติจึงเป็นทางออกที่ดีต่อสุขภาพของเกษตรกรที่สุด และพืชสมุนไพรที่มาใช้ทำสารไล่แมลงก็หาได้ง่ายในชุมชน เช่น สะเดา ข่า หางไหลเป็นต้น โดยมีนางชุมพร คงโสภา เป็นวิทยากรสาธิต สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมเรียนรู้จำนวน 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 86.67 %

 


6. ฐานเพาะเลี้ยงพันธุ์ไม้เมืองหนาว แกลดิโอลัส (Galdiolus) เป็นดอกไม้ที่มีรูปทรงของช่อดอกตลอดจนสีสันที่สวยงามสะดุดตาตั้งแต่สีอ่อนสุดจนถึงสีเข้มสุด เช่น ขาว เหลือง ชมพู ม่วง แดง ฯลฯ เหมาะแก่การใช้สำหรับจัดแจกัน นอกจากนี้ยังใช้ปลูกประดับแปลงดอกไม้ภายในสวนได้ดีเช่นเดียวกัน โดยมีนางสาวปณิดา ครองสนั่น เป็นผู้บรรยายและสาธิต สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมเรียนรู้จำนวน 4 คน มีความพึงพอใจเท่ากับ 86.67 %
 

ค่าใช้จ่าย : 98,750
จำนวนผู้รับบริการ : 88
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2764]   วันที่รายงาน  [27/6/2561]

1. การอบรมปฏิบัติการทำแปลงทดลอง
           วว.ต้องการให้กลุ่มแม่ข่ายมีความเข้าใจในการใช้ปุ๋ยที่ผลิตให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนจึงได้มีการฝึกเกษตรกรรู้จักการทดลองทดสอบการใช้ปุ๋ยในอัตราต่างๆ ในปุ๋ยชนิดต่างๆที่กลุ่มต้องการทราบผลว่าอย่างไหนเหมาะสมในพื้นที่กว่ากัน ซึ่งแม่ข่ายปุ๋ยอินทรีย์เริ่มทำการทดสอบเป็นปีแรก สิ่งที่กลุ่มจะได้ประโยชน์ ดังนี้


1. รู้จักการคำนวณพื้นที่ต่อปริมาณการใส่ปุ๋ยต่อไร่
2. เข้าใจถึงวิธีการในการเปรียบเทียบปุ๋ยแต่ละชนิดในอัตราที่ต่างกัน
3. พิจารณาได้ว่าปุ๋ยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ที่สามารถให้ผลผลิตที่ดีและต้นทุนต่ำกว่า
4. มีความเข้าใจเรื่องปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้น

วิทยากร โดย ดร.ณัฐหทัย สุทธิวงษ์ นักวิจัย วว.

ในวันที่ 24 เมษายน 2561 จำนวนผู้เข้าอบรม 37 ราย

วิทยากรได้แนะนำวิธีการทำการทดลอง ฝึกการวัดผลและจดบันทึก โดยปฏิบัติคู่ขนานกับข้าวที่เกษตรกรปลูกในอาชีพจริงๆ เก็บเกี่ยวและวัดผลครั้งสุดท้ายประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561
ผลการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยเป็น 86.61% และประเมินวิทยากรที่ 87.57%

 


 

 

 

 

 

 

 

2. ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งกลุ่มได้มีการผลิตในรอบครึ่งปีแรก จำนวน 60 ตัน (จะผลิตปีละ 1 ครั้ง) ในช่วงครึงปีหลังกลุ่มมีกิจกรรมที่ทำส่วนตัวในครัวเรือน และกิจกรรมอื่นๆ และในช่วงต้นปีกลุ่มมีความสะดวกในการผลิตมากกว่าเพราะไม่มีปัญหาเรื่องฝนตก ทำให้สามารถผลิต ตากแห้งและเก็บรอไว้ใช้ในช่วงฤดูกาลต่อไปได้

ค่าใช้จ่าย : 87,500
จำนวนผู้รับบริการ : 37
ปัญหาอุปสรรค : -ปัญหาอุปสรรคสำคัญในการปฏิบัติคือความละเอียดและใส่ใจ เพราะการทดลองต้องอาศัยการสังเกตติดตามและบันทึกผลในสมุด แต่เกษตรกรมักไม่ค่อยได้จดบันทึกทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้
แนวทางแก้ไข : -จัดทำสมุกปฏิทินการปฏิบัติงานเพื่อให้เกษตรกรกรอกข้อมูลตามกิจกรรมที่ วว.กำหนดและติดต่อประสานทางโทรศัพท์หรือใช้แอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกร
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2963]   วันที่รายงาน  [25/9/2561]

1. การติดตามการปฏิบัติงานของกลุ่มในเทคโนโลยีหลักและรอง

          1.1 การผลิตปุ๋ย กลุ่มได้จัดเตรียมปุ๋ยเพื่อส่งให้ลูกค้าประจำและสมาชิกนำไปใส่นาข้าว โดยปริมาณการผลิตทั้งปี รวมยอดได้ทั้งสิ้น 70 ตัน

 

   

 


          1.2 การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกที่ได้รับพันธุ์ข้าวได้นำพันธุ์ลงแปลงจำนวน 30 ราย และติดตามดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการปลอมปนของข้าว โดยปีนี้คาดว่าจะได้ผลดีกว่าปีที่แล้ว

 

   

  

 


          1.3 การแปรรูเห็ด กลุ่มได้นำความรู้ไปใช้สร้างโอกาสในการเสริมรายได้โดยมีการรับออเดอร์จากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาทดลองตลาด และต้องประเมินความคุ้มค่าอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านมีเงื่อนไขทางกฎหมายและภาษีที่ต้องระมัดระวัง

 

 

2 การประเมินแม่ข่ายประจำปี 2561

          วันที่ 20 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น. คณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกลุ่มแม่ข่าย กลุ่มบ้านเทวี ม. 7 ต.บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้เข้าตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานโดยมีนางวนิดา บุญนาคค้า สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี และคณะผู้ร่วมปฏิบัติงานดังนี้
          1. นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
          2. นายชุมพล เยาวภา วท./ศวภ 2
          3. นางศรีสุรางค์ สมคิด วท./ศวภ.2
          4. น.ส.ศิริเบญจารัตน์ ฮาวต่อมแก้ว สส.วค
          5. นางจุฑาลักษณ์ แสนโท มหาวิทยาลัยนครพนม

          โดยมี นายอนันต์ ศรีหงส์ และนางจิรัตน์นันท์ จันทร์เมือง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร อ.ท่าบ่อ ร่วมกับเกษตรกรตัวแทนสมาชิกกลุ่มที่ร่วมให้ข้อมูลการประเมิน 15 ราย

 

สรุปประเด็นการประเมิน
           นางวนิดา บุญนาคค้า ได้ให้อยากให้เพิ่มโอกาสและพัฒนาต่อยอดในกิจกรรมต่างๆของกลุ่มซึ่งได้ทำกันมาเป็นอย่างดีแล้ว ทั้งการผลิตปุ๋ย การทำเห็ดและนำมาแปรรูป เห็นจากวิทยากรประจำกลุ่มที่สื่อสารได้ดีมาก หากสามารถทำตรงนี้ต่อได้ก็จะช่วยให้กลุ่มหมู่บ้านมีความยั่งยืน และฝากในเรื่องการปรับปรุงตู้นึ่งเห็ดที่ได้รับสนับสนุนมาด้วย มีอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬเขาส่งงานวิจัยเรื่องการทำเซฟตี้วาลล์มาที่กระทรวงเป็นเรื่องที่น่าสนใจหากได้งานวิจัยตรงนี้มาปรับปรุงให้ก็จะเป็นการดี

           นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ แนะเรื่องการทำเมล็ดพันธุ์ข้าว ต้องทำให้ถูกต้องเพราะมีพ.ร.บ.กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในด้านกฎหมายตามมา และจะช่วยยกระดับคุณภาพให้ข้าวมีราคาสูงขึ้นมาด้วย

          นางจุฑาลักษณ์ แสนโท สรุปการประเมินโดยมีเกษตรกรได้ตอบข้อซักถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานในโครงการอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะในด้านการผลิตปุ๋ย ประธานกลุ่มมีแผนที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตและขยายเครือข่ายออกไปอีก เพราะมีคนสนใจค่อนข้างเยอะ และพยายามที่จะส่งต่อความรู้ให้เด็กเยาวชนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนด้วย

 

 

 

 

 

3 การปฏิบัติงานทดลองแปลงข้าวกระถาง


          กิจกรรมการปฏิบัติงานตามตารางปฏิทิน ดังนี้
          วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 สมาชิกกลุ่มได้ปฏิบัติทำแปลงทดลองโดยใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ตามกรรมวิธี (T2,T4 และ T5) และเก็บข้อมูลและบันทึก (ครั้งที่ 1) โดยการวัดความสูง และนับจำนวนต้นและกอ (หลังปักดำ 30 วัน)
           วันที่ 15 สิงหาคม 2561 กิจกรรมใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ตามกรรมวิธี (T2,T4 และ T5) เก็บข้อมูลและบันทึก (ครั้งที่ 2) โดยการวัดความสูง และนับจำนวนต้นและกอ (หลังปักดำ 60 วัน)
           วันที่ 15 กันยายน 2561 กิจกรรมใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 ตามกรรมวิธี (T2) (หลังปักดำ 90 วัน)
เก็บข้อมูลและบันทึก (ครั้งที่ 3) โดยการวัดความสูง และนับจำนวนต้นและกอ

           ผู้ปฏิบัติงาน 4 คน ในการนี้ วว.ได้จัดส่ง ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีสูตรต่างที่ระบุในปฏิทินการปฏิบัติงาน

 

   
 

ค่าใช้จ่าย : 63,750
จำนวนผู้รับบริการ : 19
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2562250,000|250,000|250,000|ใช้หมด20192211453101.pdf20191111333541.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=3086]   วันที่รายงาน  [4/2/2562]

กิจกรรมของกลุ่มแม่ข่าย


1. ปฏิบัติการเก็บเกี่ยวผลการทดลองข้าวกระถางที่กลุ่มได้เริ่มลงแปลงในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 ขั้นตอนการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ วว.ได้เริ่มจากการ

1. เกี่ยวต้นข้าวใน Treatments ต่างๆทั้งหมด
2. คัดแยกเมล็ดดีและเมล็ดเสีย
3. นำต้นข้าวและเมล็ดข้าวจัดใส่ถุงที่เตรียมไว้
4. เก็บตัวอย่างดินในแต่ละกระถางเพื่อตรวจสอบวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
วว.ได้อธิบายว่าการทำการทดลองนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการเปรียบเทียบปุ๋ยแต่ละชนิดและอัตราที่เหมาะสมกับพืช (ข้าว) ในพื้นที่ของเกษตรกร ซึ่งผลการทดลองจะนำมาแสดงและอธิบายให้เกษตรกรทราบพร้อมทั้งเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตจากการทดลองนี้ให้กลุ่มได้มีความเข้าใจในการนำไปใช้ตามความเหมาะสมต่อไป ในการปฏิบัติครั้งนี้มีเกษตรกรมาร่วมกิจกรรม 13 คน

 

 

 

 

2. ฝึกอบรมและปฏิบัติวิธีการทำแปลงทดลองผัก ณ กลุ่มเกษตรกรบ้านเทวี ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งผักมีอายุสั้นและเป็นตัวอย่างในการนำไปใช้ประโยชน์จริง ซึ่งเป็นแผนที่จะทำการทดลองในปี 2562 โดยมี น.ส.นภัสวรรณ สุนทร เป็นวิทยากร กลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมอบรมจำนวน 28 ราย ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 83.33 %

 

 

 

3. การศึกษาดูงาน กลุ่มได้รับโอกาสได้มาดูงานเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งานไทยแลนด์ 4.0 ที่พาร์คแอดสยาม เขตปทุมวัน กทม. วันที่ 22 พ.ย. 2561 ซึ่งมีการจัดนิทรรศการด้านนวัตกรรมเกษตร 108 เรื่อง เช่น นวัตกรรมพัฒนาหม้อต้มไอน้ำต้นแบบ เพื่อฆ่าเชื้อในโรงเห็ดฟาง เจลรักษาสิวจากว่านนางคำ การปรับปรุงประสิทธิภาพเตาเผาถ่านเพื่อผลิตกัมมันต์ เป็นต้น จากการได้เห็นนวัตกรรมต่างทำให้กลุ่มมีความสนใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรในพื้นที่ของกลุ่มให้เกิดเป็นสินค้าที่เป็นที่นิยมของท้องถิ่นต่อไป และได้เข้าร่วมการฝึกอบรมอาชีพในโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วย วทน. ในวันที่ 23 พ.ย. 2561 ซึ่งมีหลักสูตร การทำบลูเบอรี่และสตรอว์เบอรี่ชีสพาย วิทยากรผู้นำปฏิบัติคือ นางสาวชนิดา ประจักษ์จิตร และน.ส.เจนจิรา บ.ป.สูงเนิน และการทำน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้พร้อมดื่ม วิทยากรคือ ผศ.อภิญญา มานะโรจน์ และ น.ส.อินทร์ธีมา หิรัญอัครวงศ์ ตัวแทนกลุ่มได้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ 2 คนทั้งสองหลักสูตร ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 91.11 %

 

 

 

 

 

 

 

4. เป็นวิทยากรพิเศษ ในโครงการอบรมของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในโครงการ การยกระดับโรงปุ๋ยเดิมด้วย วและท วันที่ 12 ธ.ค. 2561 นายประภาส แก้วด้วง ประธานกลุ่มแม่ข่ายปุ๋ยอินทรีย์ ต.บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้รับหน้าที่เป็นวิทยากร บรรยายเรื่องการบริหารจัดการโรงปุ๋ยระดับชุมชน ว่ามีเทคนิควิธีอย่างไรที่จะประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืนต่อไปในชุมชน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมจำนวน 137 คน

 

 

 


 

ค่าใช้จ่าย : 65,000
จำนวนผู้รับบริการ : 45
ปัญหาอุปสรรค : -ไม่มี
แนวทางแก้ไข : -ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=3239]   วันที่รายงาน  [24/6/2562]

การเป็นวิทยากรอบรมลูกข่าย เรื่องการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง


กลุ่มแม่ข่ายปุ๋ยอินทรีย์บ้านเทวี ต.บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการขยายองค์ความรู้ในด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางของ วว. วิทยากรของกลุ่มประกอบไปด้วย นายสมาน วงษ์สุวรรณ และนายชำนาญ มีแจ้ โดยมี วว.เป็นที่ปรึกษาและให้ความรู้เพิ่มเติม เป็นการฝึกอบรมที่เน้นการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในชุมชน เพิ่มมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่วิชาการกำหนด โดยยึดพ.ร.บ.ปุ๋ยอินทรีย์ที่ระบุว่าปุ๋ยอินทรีย์จะต้องมีอินทรียวัตถุ (OM) ไม่น้อยกว่า 20% ดังนั้นองค์ความรู้นี้จะช่วยให้เกษตรกรมีความเข้าใจในปุ๋ยที่ตนเองผลิตว่ามีหน้าที่และคุณประโยชน์อย่างไร สามารถเทียบกับปุ๋ยที่จำหน่ายในท้องตลาดได้ในราคาที่ประหยัดกว่า เพื่อการพัฒนาคุณภาพเกษตรกรและเป็นอยู่อย่างยั่งยืน
โดยมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้


1. ฝึกอบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ที่ศูนย์บ่มเพาะทับตะวัน ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกลุ่มของศูนย์บ่มเพาะทับตะวัน เนื่องจากเป็นแหล่งเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบเกษตรกรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีสมาชิกเป็นนักศึกษาทั้งในไทยและประเทศเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เป็นต้น ในการนี้มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 30 คน ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 84.81 %

 

ภาพวิทยากรกลุ่มแม่ข่าย นายสมาน วงษ์สุวรรณ

 

วิทยากรบรรยายถึงการบริหารจัดการโรงปุ๋ย ที่มีการแบ่งหน้าที่กรรมการให้สอดคล้องกับความเหมาะสม

 

วิทยากรสาธิตการนำปุ๋ยที่ผลิตมาผสมสูตรเพื่อให้เหมาะแก่การนำไปใช้ โดยเฉพาะพืชที่มีความต้องการต่างกันต้องให้ธาตุอาหารอย่างสมดุลย์

 

ภาพถ่ายหมู่ทั้งเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยวิทยาศตาร์ วิทยากรแม่ข่าย และผู้เข้ารับการอบรม

 

การฝึกปฏิบัติท้ายชั่วโมงเพื่อให้ทราบถึงวิธีการทำปุ๋ยที่มีขั้นตอนง่ายและนำไปปฏิบัติจริงได้

 

 

2. ฝึกอบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ที่กลุ่มผลิตปุ๋ย ต.โคกคอน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ในวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 กลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุที่สนใจกิจกรรมของชุมชน และการผลิตปุ๋ยจะเป็นการส่งเสริมในอาชีพเกษตรกรรมอยู่แล้ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและใช้เวลาว่าเพื่อชุมชนอย่างมีประโยชน์ด้วย ในการนี้มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 50 คน ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 87.30 %

 

นายสมานวิทยากร บรรยายเรื่องการดำเนินงานผลิตปุ๋ยกลุ่มแม่ข่ายปุ๋ยอินทรีย์

 

 

อธิบายการนำแม่ปุ๋ยธาตุอาหารพืชมาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ สูตรช่วยเร่งการเจริญเติบโต

 

ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกหลังจบการอบรม

 

สาธิตการหมักปุ๋ยอินทรีย์ วว. ให้เกษตรกรเข้าร่วมลงมือปฏิบัติด้วย

 

 

3. ฝึกอบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ที่กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์บ้านทุ่งกกทัน ต.หนองแก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ซึ่งสมาชิกกลุ่มและเกษตรกรใกล้เคียงมีความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีนโยบายในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร ภาครัฐให้การสนับสนุนงบประมาณต่างๆ ทั้งโครงการ 9101 โครงการด้านเกษตรอินทรีย์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงทำให้การผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพมีความเหมาะสมมาก กลุ่มมีกิจกรรมหลายอย่างนอกจากปลูกพืชผักอินทรีย์แล้ว ยังมีการเลี้ยงสุกร ที่สามารถนำมูลสุกรมาต่อยอดในการทำปุ๋ยได้อีกด้วย ในการนี้มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 57 คน ความพึงพอใจของกลุ่มเท่ากับ 87.90 %
 

นายชำนาญ  มีแจ้ ผู้ช่วยวิทยากร ได้อธิบายการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่กลุ่มทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ได้รับโครงการในปี 2550

 

วิทยากรสาธิตการผสมปุ๋ยสูตรเพื่อเพิ่มธาตุอาหารห้แก่พืช

 

ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกในการอบรมปุ๋ยอินทรีย์

 

กลุ่มร่วมกันปฏิบัติการหมักปุ๋ยอินทรีย์

ค่าใช้จ่าย : 69,500
จำนวนผู้รับบริการ : 137
ปัญหาอุปสรรค : ปัญหาบางประการที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ เกษตรกรมักจะไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการต่างๆ หากไม่มีคนในกลุ่มเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือตัวแทนในองค์การบริหารส่วนตำบล
แนวทางแก้ไข : กลุ่มเกษตรกรจะต้องร่วมมือกัน เข้าใจสิ่งที่กลุ่มกำลังทำว่าเป็นประโยชน์อาจต้องมีการลงแรงและลงเงินโดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ เพราะเป็นธรรมดาที่การสนับสนุนจะเข้ามาในกลุ่มที่แข็งแรงเป็นส่วนใหญ่
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=3463]   วันที่รายงาน  [23/9/2562]

1. การอบรมเทคโนโลยีรองที่กลุ่มสนใจ

1.1 อบรมการผลิตก๊าซชีวภาพ

กลุ่มได้ฝึกอบรมการผลิตก๊าซชีวภาพ ที่บ้านนายประภาส แก้วด้วง ซึ่งเป็นประธานกลุ่ม ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 40 ราย มีนายประสิทธิ์ บำรุงสุข นายช่างเทคนิค วว. เป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยในช่วงเช้าเป็นการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในการเกิดก๊าซชีวภาพ และในช่วงบ่ายเป็นการสาธิตปฏิบัติ เรียนรู้อุปกรณ์ในการประกอบถุงก๊าซชีวภาพ การเตรียมสถานที่ การติดตั้งและการนำก๊าซไปใช้ในครัวเรือน มีความพึงพอใจในการฝึกอบรม 82.92%

 

 

 

 

 

1.2 อบรมการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และการกำจัดแมลงโรคพืชแบบผสมผสาน

กลุ่มได้ฝึกอบรมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่บ้านนายประภาส แก้วด้วง ซึ่งเป็นประธานกลุ่ม ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 36 ราย มีนายวิรัตน์ ประยูรพงษ์ เกษตรกรดีเด่นจากอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ผู้มีความเชี่ยวชาญและประสบการในการพัฒนาวิธีการปลูกพันธุ์ข้าว เป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยได้เล่าประสบการณ์ที่ตัวเองได้ผ่านมาแล้วตั้งแต่ยังไม่ค่อยมีความรู้อะไร แต่เนื่องจากเป็นคนช่างสังเกตและสงสัยต้นข้าวตลอดเวลา เคยนั่งเฝ้าสังเกตต้นเข้าเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนถูกหาว่าเป็นคนบ้ามาแล้ว จากประสบและมีโอกาสไปอบรมกับหน่วยงานระดับประเทศ อยู่กินนอนเป็นเวลา 3 เดือน จนจบหลักสูตร จึงได้รับโอกาสเป็นวิทยากรของจังหวัดที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี จากนั้นได้บรรยายถึงแมลงที่ทั้งเป็นมิตรและศัตรูกับต้นข้าว เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจว่าจะอยู่กับแมลงเหล่านั้นอย่างไรให้ได้ประโยชน์ และต้องกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูข้าวอย่างไรให้ได้ผล ในการอบรมครั้งนี้มีความพึงพอใจของเกษตรกรโดยรวม 87.94%

 

 

 

 

2 การประเมินแม่ข่ายประจำปี 2562

วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น. คณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกลุ่มแม่ข่าย กลุ่มบ้านเทวี ม. 7 ต.บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้เข้าตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานโดยมีนายวิทยา สุวรรณสุข ผอ. ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ.2) นางสาวเดือนเพ็ญ อาจไธสง และผู้ติดตามอีก 2 ท่าน

โดยมี นายโสภณ สรรพศิลป์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเดื่อ และนางจิรัตน์นันท์ จันทร์เมือง เจ้าหน้าจากสำนักงานเกษตรอำเภอท่าบ่อ เข้าร่วมการประเมินครั้งนี้พร้อมกับสมาชิกของกลุ่มอีก 44 ราย

 

 

 

 

 

 

สรุปประเด็นการประเมิน


นายวิทยา สุวรรณสุข และคณะกรรมการประเมิน รับฟังการบรรยายประกอบการฉายภาพนำเสนอผลการดำเนินงานของกลุ่มในฐานะหมู่บ้านแม่ข่าย ในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีแรก 2560 -2562 ปฏิบัติภารกิจต่างๆโดยสรุป ดังนี้


1. ความเป็นมาของกลุ่มก่อนเข้าร่วมโครงการ
2. เทคโนโลยีหลักที่กลุ่มมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง
3. คุณสมบัติและศักยภาพของกลุ่มที่ดำเนินการมาจนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
4. เทคโนโลยีทั้งหลักและรอง ที่ได้รับการเรียนรู้และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การเพาะเห็ดและหารแปรรูปเห็ด การผลิตก๊าซชีวภาพ
5. การสร้างวิทยากรชุมชนในแต่ละเทคโนโลยี
6. การขยายองค์ความรู้ในด้านการผลิตปุ๋ยไปสู่ลูกข่ายหรือผู้มีความสนใจ
7. ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฏิบัติจนเกิดผลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาพรวม
8. การดำรงอยู่อย่างยั่งยืนจากการใช้วิทยาศาสตร์ที่ได้ฝึกฝนของกลุ่มไปใช้ในวันข้างหน้าต่อๆไป

 


3. การศึกษาดูงาน
ในวันที่ 11-12 กันยายน 2562 สมาชิกกลุ่มแม่ข่ายปุ๋ยอินทรีย์ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย จำนวน 6 ราย ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการบริหารจัดการกลุ่มเกษตรกร โดยการสนับสนุนของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์และพัฒนาหมู่บ้านของตนเองให้ดีขึ้นได้ ซึ่งมีด้วยกัน 2 หมู่บ้านแบ่งเป็นฐานเรียนรู้ 5 เรื่อง คือ


3.1 กลุ่มเกษตรกรปลูกผักอินทรีย์บ้านโพธิ์ศรีสำราญ หมู่ 13 ตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

 

 

ฐานเรียนรู้ที่ 1 การทอผ้าและย้อมสีจากธรรมชาติ

โดย นางเชาวนีย์ มโนราพันธ์ เป็นวิทยากร ซึ่งการดำเนินงานของกลุ่มเริ่มจากการนำภูมิปัญญาในการทอผ้า ย้อมผ้าที่สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ ต่อยอดด้วยนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริม โดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอยู่ ทั้งวัสดุในการนำมาทำสีย้อมและลายผ้า ผลิตภัณฑ์ที่ทำมีทั้งผ้าถุง ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และผ้าเป็นผืนที่สามารถนำไปสร้างงานอื่นต่อได้ การเรียนรู้นี้เกษตรกรมีความพึงพอใจอยู่ที่ 94.07%

 

 

 

ฐานเรียนรู้ที่ 2 การผลิตถ่านใบโอชาร์

โดย นางสะคร นาคคีรี เป็นวิทยากร กิจกรรมนี้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานด้านพลังงานทดแทนในพื้นที่ และเป็นกิจกรรมในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร (ศพก.) ช่วยให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายและใช้เองได้ เพราะผลิตภัณฑ์นี้สามารถแปรรูปได้หลากหลาย เช่น ถ่านชาร์โคลพลังงานสูง สบู่จากถ่านชาร์โคล เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีการส่งเสริมกันอย่างแพร่หลายในชุมชนต่างๆ การเรียนรู้นี้เกษตรกรมีความพึงพอใจอยู่ที่ 95.19%

 

 

 

 

 

ฐานเรียนรู้ที่ 3 การผลิตเตาอั้งโล่ประหยัดถ่าน

โดย นายไพรพนอม สมณะ เป็นวิทยากร โดยการทำเตาเป็นนวัตกรรมในอดีตที่บรรพบุรุษได้สร้างมาเพื่อการดำรงชีวิตต่อมาหลายยุคสมัย จนมีการพัฒนาประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการให้พลังงานที่มีความร้อนสูงและประหยัดถ่านมากขึ้น ความรู้ต่อยอดเหล่านี้กลุ่มได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากสำนักงานพลังงานจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นหน่วยงานในกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน จนปัจจุบันนอกจากจะทำเพื่อการใช้เองในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถทำเป็นงานกลุ่มทำตามที่ผู้สนใจต้องการอีกด้วย ซึ่งสามารถสร้างงานสร้างรายได้เสริมให้แก่กลุ่มได้อีกทางหนึ่ง การเรียนรู้นี้เกษตรกรมีความพึงพอใจอยู่ที่ 87.78%

 

 

 

 

3.2 กลุ่มเกษตรกรบ้านดอนยางเดี่ยว หมู่ 10 ตำบลโพนงาม อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

 

 

ฐานเรียนรู้ที่ 4 การบริหารจัดการขยะและกำจัดขยะเปียก

โดย นายสมยศ มนิสสาร เป็นวิทยากร ได้เล่าความเป็นมาในการเปลี่ยนวิกฤติที่เกิดจาขยะในชุมชน ให้เกิดสร้างมูลค่าได้จริง ประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังจากหมู่บ้านร่วมกันทำคือ ชุมชนสะอาดผิดหูผิดตา คนในหมู่บ้านมีระเบียบวินัย ทัศนคติคนเปลี่ยนไปเพราะในชุมชนไม่มีขยะเพราะสิ่งที่เห็นมันคือโอกาสและมูลค่าที่เกิดจากการช่วยกันรวบรวม คัดแยกและส่งจำหน่ายต่อไปจนสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน จึงมีรายได้ที่เกิดจากแยกขายวัสดุกับร้านรับซื้อของเก่า และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือทิ้ง ทุกวันนี้ชาวบ้านทุกครัวเรือนมีเงินฝากบัญชีในธนาคารขยะของหมู่บ้าน และยังมีสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุ การฌาปนกิจสงเคราะห์ด้วยเงินจากการบริหารจัดการขยะเหล่านี้ ประเด็นที่สำคัญสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีผู้นำที่มองโอกาสให้ชัด มีความอดทน และรอคอยความสำเร็จได้อย่างมั่นคง ซึ่งผู้ใหญ่บ้านดอนยางเดี่ยวได้ทำสำเร็จแล้ว พร้อมบอกเคล็ดลับว่าที่เรามาถึงจุดนี้ได้เพราะชุมชนมีหลักในการทำงานร่วมกันตามทฤษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทำให้ชาวบ้านใช้เหตุผล พอเพียงและปลอดภัยไม่เดือดร้อน ส่วนผลิตภัณฑ์จากขยะที่กลุ่มทำ เช่น เก้าโซฟาจากยางรถยนต์ กระเป๋าหิ้วจากวัสดุเหลือทิ้ง ร่มผ้าจากก้านร่มที่ถูกทิ้ง และเชือกถักทอเป็นถุงสำหรับใส่ของเป็นต้น การเรียนรู้นี้เกษตรกรมีความพึงพอใจอยู่ที่ 95.56%

 

 

 

 

ฐานเรียนรู้ที่ 5 เทคนิคการปลูกและแปรรูปผักหวานป่า

โดย นายสมยศ มนิสสาร การปลูกผักหวานป่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กลุ่มอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะได้รับการส่งเสริมตามนโยบายรัฐบาล ทำให้เกิดความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มได้พยายามหาความรู้และลงมือทำ มีการปรับเปลี่ยนวิธีการ เฝ้าสังเกตจนได้วิธีการที่เกิดผลสำเร็จเป็นอย่างดี การปลูกผักหวานทำรายได้ค่อนข้างดี เพราะสร้างรายได้หลายทาง เพราะผักหวานป่าเป็นพืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ มีคุณค่าทางอาหาร นอกจากเพาะต้นกล้าจำหน่ายแล้ว ยังสามารถจำหน่ายส่วนอื่นๆของต้นและแปรรูปเป็นเครื่องดื่นสมุนไพรได้อีกด้วย การเรียนรู้นี้เกษตรกรมีความพึงพอใจอยู่ที่ 97.04%
 

 

 

 

 

ค่าใช้จ่าย : 115,500
จำนวนผู้รับบริการ : 126
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates