หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ บ้านเหล่าจั่น

บ้านเหล่าจั๋น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2559300,000|300,000||300,000201644104561.pdf20171121615321.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1850]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

วันที่ 15 มีนาคม 2559 สำรวจพื้นที่การเพาะเลี้ยงกบ และประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและทบทวนแผนเดิม วิเคราะห์/คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากข้อมูลสำรวจความต้องการของชุมชน ณ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม และฟาร์มเกษตรกรบ้านเหล่าจั่น

วันที่ 18 เมษายน 2559ประชุมร่วมกับประธานและสมาชิกกลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านเหล่าจั่น เพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกกลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านเหล่าจั่น เพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า โดยหารือในประเด็น

          2.1 หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานกลุ่มและสมาชิก ต้องการให้เน้นเรื่อง การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์กบ การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในสัตว์น้ำ ทั้งนี้เกษตรกรทั้งหมดไม่เคยเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักวิชาการ มีเพียงการไปศึกษาดูงานด้วยตนเอง และนำมาลองผิดลองถูกกับฟาร์มของตนเอง โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายลูกอ๊อดมี 5 ราย กลุ่มผู้เลี้ยงลูกอ๊อดเพื่อจำหน่ายลูกกบมี 10 ราย และกลุ่มผู้เลี้ยงกบขุนรายย่อยจำนวน 30 ราย

               ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ

1) การทำอาหารกบอย่างง่าย โดยเน้นการผลิตอาหารธรรมชาติ และการทำอาหารลูกอ๊อดวัยอ่อน กบเล็ก และกบขุน รวมทั้งการนำโปรไบโอติกมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพกบ

2) การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู ตลอดจนแนวทางในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์กบ ผลของการผสมพันธุ์ที่ก่อให้เกิดเลือดชิด การเลือกใช้ฮอร์โมน การเจือจางฮอร์โมน การตรียมฮอร์โมนผสมพันธุ์กบ เป็นต้น

3) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM)

4) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหากบป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี

5) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงกบต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร

6) การตลาด การเงินและบัญชีฟาร์ม เกษตรกขาดความรู้และแนวทางในการจัดการฟาร์ม การตลาด การเงิน และไม่มีการทำบัญชีฟาร์ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

          2.2 การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

          2.3 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ

วันที่ 10 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงกบมีประเด็นสำคัญดังนี้

          3.1 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบที่เป็นสมาชิกกลุ่มฯ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมที่ส่งรายชื่อมา 53 คน ตามจำนวนสมาชิกกลุ่ม ทางคณะผู้ดำเนินโครงการเสนอให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจอื่นๆ เข้าร่วมประชุมด้วย ประธานมอบเลขานุการกลุ่มดำเนินการ

          3.2 กำหนดการฝึกอบรม คณะผู้ดำเนินโครงการได้เสนอ กำหนดการฝึกอบรม โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วง ที่ 1 ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2559 ช่วงที่ 2 ในวันที่ 18  กรกฎาคม 2559 และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2559 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1851]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

 วันที่ 24 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมกับประธานกลุ่มฯ และกรรมการกลุ่มฯ บางส่วนวางแผนการดำเนินจัดอบรม และเตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 1ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 25-28 พ.ศ. 2559 ณ ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.หนองคู มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอนาเชือก คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 65 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

          1. การเพาะพันธุ์และการอนุบาลลูกกบ มีวิทยากรคือ นายกัมพล ไทยโส และคณะ จากภาควิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          3. การผลิตอาหารปลาน้ำจืดราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น มีวิทยากรคือ นายกัมพล ไทยโส และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          4. คุณภาพน้ำและการจัดการบ่อเลี้ยงปลาน้ำจืด และผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          5. โรคและการวินิจฉัยโรคปลาน้ำจืดเบื้องต้น มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          6. การจัดการฟาร์มระหว่างปลาเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผลการดำเนินงาน

          จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 25-28 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคามผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่ 

1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์ การเลี้ยงและการอนุบาลกบ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่องการเตรียมฮอร์โมน เทคนิคการให้อาหาร การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน การฆ่าเชื้อให้ไข่ โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13275181_1093637254016505_1841815693_o.jpg?oh=f408cbc08153a620fb62abf803d96392&oe=577E0C7Dhttps://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13582248_1093636817349882_1964710743_o.jpg?oh=61b5e904a056caaaed612ac59a94bb6a&oe=577DA9A8

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์กบ

 

 

 

https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13582286_1093637004016530_654824251_o.jpg?oh=ebe8f794d20153cbf4b7acc659675a6d&oe=577E0AA1 https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13621621_1051870628236793_244412186_o.jpg?oh=e05a2c9894087da005383b756e70c65f&oe=577DEE57https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13589104_1093637034016527_811456713_o.jpg?oh=f119d6b142e8419ef5ae4399557eb601&oe=577E1134https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13616184_1051871198236736_1050767931_o.jpg?oh=30810afaf382e8be8fa26ebc8468c4b1&oe=577DF53C

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สาธิต การฉีดฮอร์โมนการเพาะพันธุ์กบ

 

 

 
 

https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13589216_1051870501570139_274082934_o.jpg?oh=6e7cfac9e6de13e010c48b626b776463&oe=577DB00E https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13589083_1051870581570131_1178531965_o.jpg?oh=ade830cd5ea0fc2df75d16ffd616d220&oe=577DCC5C

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สาธิต การทำความสะอาดไข่กบเพื่อเตรียมฟัก

 

2. การอบรมเรื่อง การผลิตอาหารกบราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกกบ กบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ โดยการสาธิตเตรียมอาหารผลสำหรับลูกอ๊อด อาหารเม็ดจมน้ำสำหรับกบใหญ่ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13621354_1051879054902617_748324559_o.jpg?oh=0305775612a7a249548eed47d6363b9f&oe=577DEE63https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13589195_1051882428235613_1172383109_o.jpg?oh=864519c586a5302cce993c0790d78aec&oe=577DD5C6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม/สาธิต การเตรียมทำอาหารปลาอย่างง่าย

 

3. การอบรมเรื่อง การจัดการคุณภาพน้ำและการจัดการบ่อกบ เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะไม่เคยมีการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่มีการตากบ่อก่อนอนุบาลลูกกบ ไม่มีการเตรียมน้ำเขียวเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติก่อนปล่อย วิทยากรจึงได้นำเสนอภาพตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของคุณภาพน้ำต่อการเจริญเติบโต การเกิดโรค สุขภาพและอัตราการรอดของกบ ชี้ให้เห็นความสำคัญของออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ความเป็นกรดเป็นด่าง ความเป็นด่าง ความกระด้าง ก๊าซพิษต่างๆ เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการหมักหมมของก๊าซพิษ และเชื้อโรคต่างๆ ตามพื้นก้นบ่อ  และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ การเตรียมบ่อ การบำบัดน้ำ การกำจัดสารอินทรีย์และสารพิษต่างๆ การกำจัดเชื้อโรค ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี ในการอบรมได้ให้เกษตรกรทดลองวิเคราะห์น้ำจากฟาร์มของตนเอง ด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูป การทดลองเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์ การทำ EM ball สำหรับบำบัดน้ำภายในบ่อเลี้ยง และการเตรียมอาหารผสมโปรไบโอติก เพื่อเสริมสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กบ

 

 

 

 https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13569877_1051882521568937_743597098_o.jpg?oh=c8aa9dbeefa3aa0159bda3dc50be9fe7&oe=577DDE3Ehttps://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13621409_1051882734902249_741129361_o.jpg?oh=fd9d2893713f01692f977e17961986a3&oe=577E0655https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13575559_1051882801568909_1261454024_o.jpg?oh=154bca9800df438023c19515a847c144&oe=577DC94Chttps://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13621534_1051882854902237_162398480_o.jpg?oh=33103e98100fab63df4689260e7458f3&oe=577EC1C0

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม/สาธิต การทำน้ำหมักชีวภาพและ EM ball

 

 

 

 

 

 

 https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13621513_1051883491568840_1011000246_o.jpg?oh=ec9c9c3f2ad92f0c8e1474fb10916277&oe=577DC92Dhttps://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13582241_1051883631568826_1609028922_o.jpg?oh=a861f47100151d5ca3cc25ec653eafe3&oe=577DD7D1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม/สาธิต การวิเคราะห์คุณภาพน้ำและการจัดการฟาร์ม

 

4. การอบรมเรื่อง โรคและการวินิจฉัยโรคกบ ถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะเกษตรกรผู้เข้าอบรม ถึงแม้จะทำการเพาะเลี้ยงปลามากว่า 4-5 ปี แต่ไม่เคยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเกิดโรค และความสูญเสียเนื่องจากการกิดโรค จึงได้ชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เสียหายไปนั้นมหาศาล ส่วนใหญ่จึงเริ่มให้ความสำคัญ เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อภายในบ่อ การใช้สารเคมีหรือชีวภาพในการบำบัดพื้นก้นบ่อ เนื่องจากให้เกษตรกรนำตัวอย่างกบป่วย ไข่ปลามาตรวจหาเชื้อโรค โดยฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ ทำให้รับรู้ปัญหามาขึ้น รวมทั้งทราบลักษณะอาการกบป่วย และแนวทางการแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

 

5. การอบรมเรื่อง การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมี เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อในบ่อเพาะพันธุ์ บ่ออนุบาล ทั้งบ่อซีเมนต์และบ่อดิน เริ่เห็นความสำคัญกับการวางแนวทางเพื่อป้องกันการสูญเสีย เช่น การใช้สารเคมี ปูน หรือจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค สอบถามชนิดที่เหมาะสม ความเข้มข้นหรือปริมาณที่ควรใช้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ทั้งวิธีการแช่และการผสมอาหาร รวมทั้งการฉีด ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

 

 
 

https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13570222_1051883448235511_1307210423_o.jpg?oh=0a8a327fb96f823215040874541e5cda&oe=577ECBD5https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13589195_1051883551568834_1476807564_o.jpg?oh=c685008248b3f9bed920618dd7f3d073&oe=577DE449https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13621737_1051883518235504_1042046246_o.jpg?oh=1ed2df69dac463f073e311a14880fab0&oe=577DEF30https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t35.0-12/13570295_1051883878235468_1522999342_o.jpg?oh=ce99481b176842ace068b518f21259c3&oe=577EC1D8https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/13508991_1234083886603691_2831608887456315658_n.jpg?oh=45082098b633a43d9d14072a4c18d39e&oe=5805B497https://scontent.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/t31.0-8/13528295_1234085643270182_7042603022824518329_o.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม/สาธิต โรค การวินิจฉัยโรคและการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค

 

 

          อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 70%เนื่องจากเกษตรกรมีหลายกลุ่ม ความสนใจจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย

          โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 55
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1853]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 25-28 พ.ศ. 2559 ณ ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.หนองคู มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอนาเชือก คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 65 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

          1. การเพาะพันธุ์และการอนุบาลลูกกบ มีวิทยากรคือ นายกัมพล ไทยโส และคณะ จากภาควิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          3. การผลิตอาหารปลาน้ำจืดราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น มีวิทยากรคือ นายกัมพล ไทยโส และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          4. คุณภาพน้ำและการจัดการบ่อเลี้ยงปลาน้ำจืด และผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          5. โรคและการวินิจฉัยโรคปลาน้ำจืดเบื้องต้น มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          6. การจัดการฟาร์มระหว่างปลาเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น เครื่องผสมอาหาร ฮอร์โมนแปลงเพศปลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ วัสดุอุกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค ยาและสารเคมีที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้

1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์ การเลี้ยงและการอนุบาลกบ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่องการเตรียมฮอร์โมน เทคนิคการให้อาหาร การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน การฆ่าเชื้อให้ไข่ โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

2. การอบรมเรื่อง การผลิตอาหารกบราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกกบ กบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ โดยการสาธิตเตรียมอาหารผลสำหรับลูกอ๊อด อาหารเม็ดจมน้ำสำหรับกบใหญ่ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

3. การอบรมเรื่อง การจัดการคุณภาพน้ำและการจัดการบ่อกบ เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะไม่เคยมีการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่มีการตากบ่อก่อนอนุบาลลูกกบ ไม่มีการเตรียมน้ำเขียวเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติก่อนปล่อย วิทยากรจึงได้นำเสนอภาพตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของคุณภาพน้ำต่อการเจริญเติบโต การเกิดโรค สุขภาพและอัตราการรอดของกบ ชี้ให้เห็นความสำคัญของออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ความเป็นกรดเป็นด่าง ความเป็นด่าง ความกระด้าง ก๊าซพิษต่างๆ เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการหมักหมมของก๊าซพิษ และเชื้อโรคต่างๆ ตามพื้นก้นบ่อ  และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ การเตรียมบ่อ การบำบัดน้ำ การกำจัดสารอินทรีย์และสารพิษต่างๆ การกำจัดเชื้อโรค ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี ในการอบรมได้ให้เกษตรกรทดลองวิเคราะห์น้ำจากฟาร์มของตนเอง ด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูป การทดลองเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์ การทำ EM ball สำหรับบำบัดน้ำภายในบ่อเลี้ยง และการเตรียมอาหารผสมโปรไบโอติก เพื่อเสริมสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กบ

4. การอบรมเรื่อง โรคและการวินิจฉัยโรคกบ ถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะเกษตรกรผู้เข้าอบรม ถึงแม้จะทำการเพาะเลี้ยงปลามากว่า 4-5 ปี แต่ไม่เคยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเกิดโรค และความสูญเสียเนื่องจากการกิดโรค จึงได้ชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เสียหายไปนั้นมหาศาล ส่วนใหญ่จึงเริ่มให้ความสำคัญ เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อภายในบ่อ การใช้สารเคมีหรือชีวภาพในการบำบัดพื้นก้นบ่อ เนื่องจากให้เกษตรกรนำตัวอย่างกบป่วย ไข่ปลามาตรวจหาเชื้อโรค โดยฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ ทำให้รับรู้ปัญหามาขึ้น รวมทั้งทราบลักษณะอาการกบป่วย และแนวทางการแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้ 

อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 70%เนื่องจากเกษตรกรมีหลายกลุ่ม ความสนใจจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย

          โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี 

 

5. การอบรมเรื่อง การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมี เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อในบ่อเพาะพันธุ์ บ่ออนุบาล ทั้งบ่อซีเมนต์และบ่อดิน เริ่เห็นความสำคัญกับการวางแนวทางเพื่อป้องกันการสูญเสีย เช่น การใช้สารเคมี ปูน หรือจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค สอบถามชนิดที่เหมาะสม ความเข้มข้นหรือปริมาณที่ควรใช้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ทั้งวิธีการแช่และการผสมอาหาร รวมทั้งการฉีด ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 55
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1860]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

วันที่ 15 มีนาคม 2559 สำรวจพื้นที่การเพาะเลี้ยงกบ และประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและทบทวนแผนเดิม วิเคราะห์/คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากข้อมูลสำรวจความต้องการของชุมชน ณ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม และฟาร์มเกษตรกรบ้านเหล่าจั่น

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1861]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

1. วันที่ 18 เมษายน 2559ประชุมร่วมกับประธานและสมาชิกกลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านเหล่าจั่น เพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

2. วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการเครือข่าย การติดตามประเมินผล และการรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

3. วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกกลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านเหล่าจั่น เพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า โดยหารือในประเด็น

          2.1 หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานกลุ่มและสมาชิก ต้องการให้เน้นเรื่อง การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์กบ การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในสัตว์น้ำ ทั้งนี้เกษตรกรทั้งหมดไม่เคยเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักวิชาการ มีเพียงการไปศึกษาดูงานด้วยตนเอง และนำมาลองผิดลองถูกกับฟาร์มของตนเอง โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายลูกอ๊อดมี 5 ราย กลุ่มผู้เลี้ยงลูกอ๊อดเพื่อจำหน่ายลูกกบมี 10 ราย และกลุ่มผู้เลี้ยงกบขุนรายย่อยจำนวน 30 ราย

               ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ

1) การทำอาหารกบอย่างง่าย โดยเน้นการผลิตอาหารธรรมชาติ และการทำอาหารลูกอ๊อดวัยอ่อน กบเล็ก และกบขุน รวมทั้งการนำโปรไบโอติกมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพกบ

2) การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู ตลอดจนแนวทางในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์กบ ผลของการผสมพันธุ์ที่ก่อให้เกิดเลือดชิด การเลือกใช้ฮอร์โมน การเจือจางฮอร์โมน การตรียมฮอร์โมนผสมพันธุ์กบ เป็นต้น

3) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM)

4) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหากบป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี

5) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงกบต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร

6) การตลาด การเงินและบัญชีฟาร์ม เกษตรกขาดความรู้และแนวทางในการจัดการฟาร์ม การตลาด การเงิน และไม่มีการทำบัญชีฟาร์ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

          2.2 การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

          2.3 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ

ปฏิทินการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการการเพาะเลี้ยงกบ2559
โครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”

ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

 

กำหนดการ

กิจกรรม/แผน/ลักษณะการดำเนินงาน

สถานที่

จำนวนวัน

15 มี.ค. 2559

- สำรวจพื้นที่การเพาะเลี้ยงกบ

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

18 เม.ย. 2559

ประชุมเพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหาแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

3 พ.ค. 2559

เข้าร่วมอบรม จัดอบรม cmo รุ่นที่ 4 ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2559ณ หาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะวิศวกรรมกศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

1

16 พ.ค.2559

เก็บข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น และบ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

10 มิ.ย. 2559

ประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

24 มิ.ย. 2559

เตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 1

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้า ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

0.5

25 มิ.ย. 2559

อบรมเรื่อง สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบ โดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้า ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

26 มิ.ย. 2559

อบรมเรื่อง อาหารกบและการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

27 มิ.ย. 2559

อบรมเรื่อง คุณภาพน้ำเลี้ยงกบ การจัดการคุณภาพน้ำผลกระทบของการเลี้ยงกบต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อกบโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

28 มิ.ย. 2559

อบรมเรื่อง โรคกบ การจัดฟาร์มกบระว่างการเกิดโรคและการป้องกันรักษาโรคกบ

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

17 ก.ค.. 2559

เตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 2

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้า ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

18 ก.ค. 2559

อบรมเรื่อง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

0.5

18 ก.ค. 2559

อบรมเรื่อง การตลาด/การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

0.5

21 ก.ค.2559

การศึกษาดูงานและเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

1

7 ส.ค.. 2559

เตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 3

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้า ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

8 ส.ค.2559

อบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

9 ส.ค.2559

อบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย ปูนา เป็นต้น

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

0.5

9 ส.ค.2559

อบรมเรื่อง การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

0.5

13 ก.ย. 2559

 ประเมินผลการดำเนินโครงการ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

1

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 25
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1862]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

วันที่ 10 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงกบมีประเด็นสำคัญดังนี้

          3.1 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบที่เป็นสมาชิกกลุ่มฯ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมที่ส่งรายชื่อมา 53 คน ตามจำนวนสมาชิกกลุ่ม ทางคณะผู้ดำเนินโครงการเสนอให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจอื่นๆ เข้าร่วมประชุมด้วย ประธานมอบเลขานุการกลุ่มดำเนินการ

          3.2 กำหนดการฝึกอบรม คณะผู้ดำเนินโครงการได้เสนอ กำหนดการฝึกอบรม โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วง ที่ 1 ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2559 ช่วงที่ 2 ในวันที่ 18  กรกฎาคม 2559 และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2559 ดังนี้

 

กำหนดการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงกบ2559

โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

 

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

วิทยากร

วันที่ 26 มิถุนายน 2559

 

 

 

 

 

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

ภาคเช้า

08.30 – 09.00 น.

09.00 – 09.30 น.

 

 

 

09.30 – 12.30 น.

 

ภาคบ่าย

13.30 – 16.30 น.

 

ลงทะเบียน

พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

กล่าวรายงานโดย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกบบ้านเหล่าจั่น

ฝึกอบรมเกษตรจำนวน 50 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 25 คน

สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ

สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ (ต่อ)

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

วันที่ 27 มิถุนายน 2559

 

08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น.

 

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 50 คน

อาหารกบและการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

วันที่ 28 มิถุนายน 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 12.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50คน

โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น

 

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

- การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรค

- การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 12.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50คน

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

การตลาด/การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน

 

ผศ.ดร.กัญญาณัฐ  รัตนประภาธรรม และ ดร.อนรุทธิ์ ผงคลี

วันที่ 19 กรกฎาคม 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 16.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 25 คน

ศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 12.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50คน

การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู (ต่อ)

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

 

 

 

วันที่ 9 สิงหาคม 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 12.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50คน

การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กบ

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

วันที่ 13 กันยายน 2559

 

09.00 – 16.00 น.

 

 

การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของโครงการ: เยี่ยมชมและประเมินผลฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

 

 

ที่ประชุม เห็นชอบกำหนดการ จึงมอบหมาย รองประธานกลุ่มประสานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย เพื่อมาเป็นประธานในพิธีเปิด เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมงาน เช่น ประมงจังหวัด ประมงอำเภอ เป็นต้น

          3.3 ได้รายชื่อเกษตรผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมจากทั้งหมดจากบ้านเหล่าจั่น รวม 55 คน

          3.4 การพิจารณาหาแนวทางการพัฒนาการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อความต่อเนื่อง จะนัดหมายคณะกรรมการกลุ่มฯ หารือกับนักวิชาการด้านการตลาด ถึงแนวทางในการจัดจำหน่าย การเข้าประมูลงานในหน่วยงานราชการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP

          3.5 การศึกษาดูงาน ที่ประชุมเห็นชอบไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางศูนย์ติดภารกิจและเป็นวันหยุดราชการ จึงเลื่อนไปศึกษาดูงานในวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 แทน

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 25
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=1863]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

วันที่ 24 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมกับประธานกลุ่มฯ และกรรมการกลุ่มฯ บางส่วนวางแผนการดำเนินจัดอบรม และเตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 1

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 25-28 พ.ศ. 2559 ณ ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.หนองคู มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอนาเชือก คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 65 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

 

กำหนดการฝึกอบรม

โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”

หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วันที่ 25-28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

 

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

วิทยากร

วันที่ 26 มิถุนายน 2559

 

 

 

 

 

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

ภาคเช้า

08.30 – 09.00 น.

09.00 – 09.30 น.

 

 

 

09.30 – 12.30 น.

 

ภาคบ่าย

13.30 – 16.30 น.

 

ลงทะเบียน

พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

กล่าวรายงานโดย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกบบ้านเหล่าจั่น

ฝึกอบรมเกษตรจำนวน 50 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 25 คน

สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ

สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ (ต่อ)

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

วันที่ 27 มิถุนายน 2559

 

08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น.

 

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 50 คน

อาหารกบและการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี วรเสริม

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

วันที่ 28 มิถุนายน 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 12.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50คน

โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น

 

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

- การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรค

- การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น เครื่องผสมอาหาร ฮอร์โมนแปลงเพศปลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ วัสดุอุกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค ยาและสารเคมีที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้

1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์ การเลี้ยงและการอนุบาลกบ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่องการเตรียมฮอร์โมน เทคนิคการให้อาหาร การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน การฆ่าเชื้อให้ไข่ โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

2. การอบรมเรื่อง การผลิตอาหารกบราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกกบ กบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ โดยการสาธิตเตรียมอาหารผลสำหรับลูกอ๊อด อาหารเม็ดจมน้ำสำหรับกบใหญ่ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

3. การอบรมเรื่อง การจัดการคุณภาพน้ำและการจัดการบ่อกบ เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะไม่เคยมีการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่มีการตากบ่อก่อนอนุบาลลูกกบ ไม่มีการเตรียมน้ำเขียวเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติก่อนปล่อย วิทยากรจึงได้นำเสนอภาพตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของคุณภาพน้ำต่อการเจริญเติบโต การเกิดโรค สุขภาพและอัตราการรอดของกบ ชี้ให้เห็นความสำคัญของออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ความเป็นกรดเป็นด่าง ความเป็นด่าง ความกระด้าง ก๊าซพิษต่างๆ เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการหมักหมมของก๊าซพิษ และเชื้อโรคต่างๆ ตามพื้นก้นบ่อ  และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ การเตรียมบ่อ การบำบัดน้ำ การกำจัดสารอินทรีย์และสารพิษต่างๆ การกำจัดเชื้อโรค ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี ในการอบรมได้ให้เกษตรกรทดลองวิเคราะห์น้ำจากฟาร์มของตนเอง ด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูป การทดลองเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์ การทำ EM ball สำหรับบำบัดน้ำภายในบ่อเลี้ยง และการเตรียมอาหารผสมโปรไบโอติก เพื่อเสริมสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กบ

4. การอบรมเรื่อง โรคและการวินิจฉัยโรคกบ ถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะเกษตรกรผู้เข้าอบรม ถึงแม้จะทำการเพาะเลี้ยงปลามากว่า 4-5 ปี แต่ไม่เคยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเกิดโรค และความสูญเสียเนื่องจากการกิดโรค จึงได้ชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เสียหายไปนั้นมหาศาล ส่วนใหญ่จึงเริ่มให้ความสำคัญ เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อภายในบ่อ การใช้สารเคมีหรือชีวภาพในการบำบัดพื้นก้นบ่อ เนื่องจากให้เกษตรกรนำตัวอย่างกบป่วย ไข่ปลามาตรวจหาเชื้อโรค โดยฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ ทำให้รับรู้ปัญหามาขึ้น รวมทั้งทราบลักษณะอาการกบป่วย และแนวทางการแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

 

5. การอบรมเรื่อง การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมี เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อในบ่อเพาะพันธุ์ บ่ออนุบาล ทั้งบ่อซีเมนต์และบ่อดิน เริ่เห็นความสำคัญกับการวางแนวทางเพื่อป้องกันการสูญเสีย เช่น การใช้สารเคมี ปูน หรือจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค สอบถามชนิดที่เหมาะสม ความเข้มข้นหรือปริมาณที่ควรใช้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ทั้งวิธีการแช่และการผสมอาหาร รวมทั้งการฉีด ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

          อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 70%เนื่องจากเกษตรกรมีหลายกลุ่ม ความสนใจจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย

          โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 55
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=1873]   วันที่รายงาน  [17/8/2559]

6. วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ดำเนินการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จานวน 50 คน มาร่วมงาน ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรม
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 18 กรกฎาคม 2559
ภาคเช้า
08.30-09.00 น.

09.00-12.00 น.

ภาคบ่าย
13.00-16.00 น.
ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การตลาด/การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ


ผศ.ดร.กัญญาณัฐ รัตนประภาธรรม และ ดร.อนุรุทธิ์ ผงคลี

 


ฝึกอบรม/บรรยายหลักการโดย ท่าน ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี


ชี้แจง/ทำความเข้าใจการดำเนินการฝึกอบรม
ผลการดำเนินงาน
จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้าโกสุมพิสัย จากัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่
1. การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2. การตลาด มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.กัญญาณัฐ รัตนประภาธรรม และ ดร.อนุรุทธิ์ ผงคลี จากคณะบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. การจัดจำหน่ายการเงิน และบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.กัญญาณัฐ รัตนประภาธรรม และ ดร.อนุรุทธิ์ ผงคลี จากคณะบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งการจัดการทางด้านสังคม และการตลาด เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ การตลาด การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง เกษตรผสมผสาน หลักการเกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งครั้งนี้เกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี


อบรม เกษตรทฤษฎีใหม่


รับชมภาพ เสียง วีดีโอ ให้เกิดแรงบรรดาใจมากขึ้น
2. การอบรมเรื่อง การตลาด เช่น ต้นทุนในการเลี้ยงกบ และประโยชน์ในการเลี้ยงกบ เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าการทำตลาดจะต้องมีกลยุทธ์การตลาด ได้แก่ 1 ราคา กำหนดราคากลางร่วมกัน การปรับเปลี่ยนราคาตามตลาด 2 การส่งเสริมการขาย กำหนดราคาสิ้นค้าชัดเจนมีกลยุทธ์ในการขาย เช่น ลูกค้าซื้อ 10 กิโลกรัม แถม 1 กิโลกรัม 3 ผลิตภัณฑ์ มีการวางแผนการผลิต กำหนดระยะเวลาในการขายของสมาชิก กบสามารถเพิ่มมูลค้าเพิ่มให้แก่ชุมชน กบนั้นมีประโยชน์ในการนำประกอบอาหาร และนำออกขายตามตลาดได้ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี


อบรม/การขายให้เกิดกำไร
3. การอบรมเรื่อง การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะส่วนใหญ่จะไม่ทำบัญชีกันเนื่องจากคิดว่าเสียเวลา วิทยากรจึงได้นำเสนอตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของเกษตรกร ยกตัวอย่าง เช่น
รายได้ ขายส่ง ขายปลีก
ขายลูกออด 60 kg×120 บาท เท่ากับ 7200 บาท 60 kg×150 บาท เท่ากับ 9000 บาท
ขายลูกกบ 30000 ตัว×1 บาท เท่ากับ 30000 บาท 30000 ตัว×1 บาท เท่ากับ 30000 บาท
ขายกบขุน 200 kg ×80 บาท เท่ากับ 16000 บาท 200 kg ×120 บาท เท่ากับ 24000 บาท
* ดังนั้นจึงไม่ควรเลี้ยงเพื่อขายกบขุนเนื่องจาก ใช้ระยะเวลานานกินค่าอาหาร เสียเวลาในการเลี้ยงดู

 

อบรม/ชี้แจง การนำกบออกขาย

และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ มีการวางแผนรายรับรายจ่ายภายในครัวเรือน เพื่อก่อให้เกิด การทำบัญชีในการขายบริหารเงินให้เป็น ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดีซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึก


อบรม /เกษตรกรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงกบ

อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 70% เนื่องจากเกษตรกรมีหลายกลุ่ม ความสนใจจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนาความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจาหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย
โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ต้องขอบคุณเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือให้การอบรมในครั้งนี้ ดำเนินการอย่างสมบูรณ์

7. วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ดำเนินการำเกษตรการ ไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ การเลี้ยงและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร มีเกษตรกร จากหมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับสมาชิกกลุ่มและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด จำนวน 50 คน ที่รวมเดินทางเพื่อศึกษาดูงาน ตามกำหนดการดังนี้


กำหนดการศึกษาดูงาน
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 21 กรกฎาคม 2559
08.30-09.00 น.


09.00-16.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกศึกษาดูงาน เกษตร จำนวน 25 คน ศึกษาดูงานด้านการเลี้ยง และเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

 

 

การเดินทาง/การอบรม และมอบของขวัญที่ระลึก

 

 

รับประทานอาหารเช้า

ผลการดำเนินงาน
จากการอบรมเกษตร ศึกษาดูงานด้านการเลี้ยง และเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร มีเกษตรกร ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่
1. การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มีวิทยากร คือ ชัญญาภัค นานนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
2. การศึกษาและพัฒนาด้านประมง การเลี้ยงเพาะพันธุ์กบนอกฤดู วิทยากร คือ ชัญญาภัค นานนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
3. การปรับปรุงบำรุงดิน วิทยากร คือ ชัญญาภัค นานนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
ผลจากการศึกษาดูงานถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค และยา เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช วิธีการกำจัดศตูรพืช โดยไม่ใช้สารเคมี การเพาะพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตสูง ผลใหญ่ ดก และต้นแข็งแรง การเลี้ยงหมูหลุม การเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยงไส้เดือนดิน นำมูลมาทำปุ๋ย และ สพรรคุณของฟักข้าว ฯลฯ ซึ่งเกษตรกรสนใจการเลี้ยงไส้เดือน เนื่องจากไส้เดือนมีประโยชน์ ในการกำจัดขยะอินทรีย์ เป็นปุ๋ยอินทรีย์ การกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และประโยชน์ของฟักข้าว นำมากินเป็นยา และยังนำเปลือกส่วนที่อยู่ข้างในมาถูกหน้าทำให้ หน้าดูอ่อนเยาว์ ซึ่งเกษตรกรได้ความรู้เป็นอย่างยิ่งสนใจซักถาม และจดบันทึกทำความเข้าใจเป็นอย่างดี

 

ศึกษาดูงาน การเกษตรผสมผสาน

2. การศึกษาและพัฒนาด้านประมง การเลี้ยงเพาะพันธุ์กบนอกฤดู การเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม ฮอลันดา และการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟ ปลาทอง การเกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกันเนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกกบ กบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 


ศึกษาดูงานการเพาะเลี้ยงกบ ในฟาร์ม

 

การศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม ฮอลันดา และการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ป ปลาทอง

3. การปรับปรุงบำรุงดิน ได้แก่ การปลูกพืชต่างชนิดแบบผสมผสาน การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชสดเป็นปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน การปลูกพืชคลุมดิน เช่น หญ้าแฝก จะให้ประโยชน์ดังนี้
3.1 เพิ่มอินทรียวัตถุให้ แก่ดิน
3.2 สะสมธาตุอาหารให้ แก่ดิน
3.3 เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ ที่เป็นประโยชน์ให้ แก่ดิน
3.4 ป้องกันดินเป็นโรค
3.5 ป้องกันการชะล้าง และ พังทลาย ของดิน
3.6 ลดศัตรูพืช ในดิน
3.7 รักษาอุณหภูมิดิน
3.8 ทำให้ดินร่วนซุยอ่อนนุ่มไม่แข็งกระด้าง การปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การใช้ปุ๋ยคอก การใช้ปุ๋ยหมัก การใช้เศษพืช การใช้วัสดุดังกล่าวปรับปรุงบำรุงดินจะก่อให้เกิดประโยชน์คือ 1) เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน 2) เพิ่มธาตุอาหารพืชให้แก่ดิน 3) เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ให้แก่ดิน 4) ช่วยลดความเปรี้ยว ความเค็ม ความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้น้อยลง 5) ลดศัตรูพืชในดิน 6) ช่วยให้ดินร่วนซุย ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ดินไม่แข็ง 7) ช่วยดินมีพลังสามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น 8) รักษาอุณหภูมิดิน 9) ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ซึ่งมีการเปรียบเทียบสภาพของดินแต่ละพื้นที่ให้เกษตรกรได้เห็นภาพมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถาม และจดบันทึก

 

ศึกษาการ ปรับปรุงบำรุงดินปลูกหญ้าแฝก/ใช่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก

อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตร 100 % เนื่องจากเกษตรกรให้ความสำคัญในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันจริง แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้จักศึกษานอกพื้นที่อีกเนื่องจากได้ความรู้เป็นอย่างยิ่งในการเดินทางในครั่งนี้เกษตรมีความตื่นเต้น กระตือรือร้น ในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความหลากหลาย โดยภาพรวม พบว่า หลังการศึกษาในครั้งนี้หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิต และเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงาน พบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี
ต้องขอขอบคุณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ที่อำนวยความสะดวกในครั่งนี้ ขอบคุณ เกษตรกร หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ร่วมเดินทาง เพื่อดูงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกจะได้ความรู้กลับไปไม่มากก็น้อย และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรทุกท่าน

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=2101]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

8. วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ดำเนินการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สมาชิกกลุ่ม และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 60 คน มาร่วมงาน ตามกำหนดการดังนี้
กำหนดการฝึกอบรม
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ” หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 20 สิงหาคม 2559
ภาคเช้า
08.30-09.00 น.

09.00-12.00 น.

ภาคบ่าย
13.00-16.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ
การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู

การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

 

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

 

ฝึกอบรม/บรรยายหลักการโดย ท่าน ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี
ผลการดำเนินงาน
จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่
1. การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2. การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ มีวิทยากรคือ จากคณะบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา การผลิตและเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล ปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมือเป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา: การผลิตและเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล และ กบ เกษตรกรบางรายยังไม่ทราบถึงวิธีการปรับปรุงพันธุ์ เนื่องยังสนใจในการเลี้ยงแบบเดิม ซึ่งในการอบรมในครั้งนี้ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้เป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ปลา ให้ได้สัตย์สายพันธุ์ที่ดีขึ้น สัตย์สายพันธุ์ใหม่ๆ สัตย์ที่มีเอกลักษณะสวยงามขึ้น และสัตย์ที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ เช่น การผลิตลูกปลาตะเพียนขาวเพศ
นำปลาเพศเมียปกติ กับปลาเพศผู้ปกติ

แปลงเพศโดยใช้ฮอร์โมน

ปลาเพศเมียปกติ ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล

ลูกปลาตะเพียนขาวเพศเมียล้วน
หลักการผลิตลูกปลาตะเพียนเพศเมียล้วนจากพ่อพันธุ์ปลาตะเพียนนีโอเมลที่มีโครโมโซมเพศ "XX" ทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ เพื่อจะได้สายพันธุ์ที่ดี ได้กบที่โตเร็วที่สุด กบมีสุขภาพแข็งแรง กบที่ไม่ป่วย กบที่มาจากฟาร์มที่มาจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 


ชี้แจง/แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำความเข้าใจ
2. การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู พันธุ์กบ พันธุ์กบที่เหมาะสม คือ กบนา ที่ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีเหลือง มีอัตราการเจริญเติบโตดี
ลักษณะกบพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมผสมพันธุ์
• ตัวผู้ มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย มีถุงเสียงใต้คาง สีสันบนตัวจะเหลืองกว่าตัวเมีย
• ตัวเมีย มีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ ไม่มีถุงเสียงใต้คาง ตัวเมียที่ไข่แก่ท้องจะโป่งนูนเห็นได้ชัด
• แม่พันธุ์ ควรมีอายุ 8 เดือน ขึ้นไป และไข่จะสมบูรณ์เต็มที่ เมื่ออายุ 1 ปี โดยมีน้ำหนักตัว 330 กรัม ขึ้นไป หรือขนาด 3 ตัวต่อกิโลกรัม ไข่ต้องแก่จัด มีสีดำ ข้างลำตัวทั้งสองด้านเมื่อเอามือลูบจะสาก ท้องค่อนข้างใหญ่
• พ่อพันธุ์ จะมีขนาดเล็กกว่าแม่พันธุ์ ควรมีอายุ 8 เดือน ขึ้นไป โดยมีน้ำหนักตัว 200-250 กรัม หรือ 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม จะต้องคึก ดูได้จากเมื่อสอดนิ้วมือเข้าระหว่างขาหน้าทั้งสอง พ่อพันธุ์จะรัดแน่น
การเพาะพันธุ์
• การทำฝนเทียม ควบคุ้มอุณหภูมิให้ได้
• ล้างบ่อให้สะอาดที่สุด แล้วเติมน้ำในบ่อเพาะพันธุ์ ให้ได้ระดับ 5-7 เซนติเมตรหรือท่วมหลังกบ
• ใส่พืชน้ำ หรือหญ้า ลงไป ก่อนใส่ต้องนำมาทำความสะอาดด้วยด่างทับทิมก่อน
• นำกบตัวผู้และตัวเมียพร้อมที่จะผสมพันธุ์ปล่อยลงในบ่อเพาะพันธุ์ช่วงเย็นเพื่อให้กบเลือกคู่กัน โดยบ่อขนาด 3×4 เมตร สูง 1.2 เมตร จะปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 4-5 คู่
• ในการผสมพันธุ์กบตัวผู้จะไล่เวียนกบตัวเมีย แล้วใช้ขาหน้าโอบรัดตัวเมีย ทางด้านหลัง เพื่อรีดให้ไข่ออกมา ขณะเดียวกันตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อออกมาผสมทันที
• โดยปกติกบจะผสมพันธุ์ในตอนกลางคืน รุ่งเช้าให้นำพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อ ปล่อยให้ไข่ฟักออกมาเป็นตัว ซึ่งจะให้เวลา 18-36 ชม. แล้วรอจนไข่แดงหมดค่อยให้อาหารผงลูกอ๊อด หรือไข่ตุ๋น ก็ได้ จนอายุประมาณ 7 – 10 วันเริ่มให้อาหารเม็ดโฟมลอยน้ำให้กินต่อไปจนเป็นลูกกบเล็ก(หางหด)
• หลังจากผสมพันธุ์แล้วจะต้องเพิ่มระดับน้ำวันละ 5-7 เซนติเมตร จนสูง 30 เซนติเมตร เมื่อลูกอ๊อดหางหดจึงค่อยลดระดับน้ำลง
• ช่วงลูกอ๊อดบอายุ 20-30 วัน ต้องหาไม้กระดาน โฟม แผ่นพลาสติกลอยน้ำ ให้ลูกกบขึ้นไปอยู่
• ไข่ที่ฟักออกมาจะเจริญเติบโตเป็นลูกอ๊อด และพัฒนาเป็นลูกกบเล็กใช้เวลาประมาณ 30-36 วัน หรือ ประมาณ 1 เดือนเศษ
• ถ้าลูกอ๊อดตัวใดโตไว ต้องขยันคัดขนาดไปเลี้ยงแยกในบ่ออนุบาล เพื่อป้องกันลูกอ๊อดกัดกินขาลูกกบเล็ก หรือกัดกินกันเอง

 

 

 

 

 

 

 

 



อบรม/ลงพื้นที่จริงดูการเลี้ยงกบบ้านผู้ใหญ่บ้าน


อบรม/ลงพื้นที่จริงดูการเลี้ยงกบที่ โรงเรียนบ้านเหล่าจั่น

 

 

 

 

 

 


อบรม/ลงพื้นที่จริงดูการเลี้ยงกบที่บ้านพ่อ ประธานกลุ่ม และรองประธานกลุ่ม
3. การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง การเพาะพันธุ์กบ เนื่อง กบใช้ระยะเวลาในเลี้ยงไม่นานและยังสามารถนำออกขายได้ทุกระยะละเป็นที่ต้องการของตลาด และกุ้งก้ามแดง ซึ่งสามารถขายได้ราคาที่สูงให้ผลกำไรมาก แต่เกษตรกรบางรายไม่ค่อยให้สนใจในการเลี้ยงเท่าไรเพราะต้องใช้ต้นสูง แต่เกษตรกรบางรายเห็นความสำคัญในการเรื่องในนาข้าวเนื่องจาก ใช้ที่พื้นให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยกุ้งที่ควรปล่อยในข้าวต้องมีอายุ 40 วัน จำนวนที่ปล่อยคือ 5000 ตัว/ไร่ เลี้ยงประมาณ 4 เดือนก็สามารถนำออกขายตลาดได้ และได้ราคาที่สูงด้วย แต่ถ้าเป็นกุ้งฝอย ควรเป็นบ่อที่สามารถถ่ายเทน้ำได้ดี ก่อนการเลี้ยง ควรตากบ่อให้แห้ ถ้าเป็นบ่อเก่าควรปรับสภาพด้วยปูนขาว 60 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านปุ๋ยมูลไก่ ในอัตรา 60-90 กิโลกรัมต่อไร่ทิ้งไว้ 3 ถึง 4 วัน นำลูกปล่อยในอัตรา 30- 50 กรัม /1 ตารางเมตร เลี้ยง 2-3 เอนก็สามารถทยอยจับกุ้งตัวโตขายได้ ซึ่งครั้งนี้เกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 


อบรม/ชี้แจง และมอบของที่ระลึก
อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 90% เนื่องจากเกษตรกรมีหลายกลุ่ม ความสนใจจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนาความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจาหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้าชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย
โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จาเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนาไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดาเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ต้องขอบคุณเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือให้การอบรมในครั้งนี้ ดำเนินการอย่างสมบูรณ์
 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 10 [IG=2126]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 11 [IG=2128]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 12 [IG=2130]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 13 [IG=2133]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

9. การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามระหว่าง วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559 ณ ฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ ที่เข้าร่วมอบรมในโครงการที่บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม โดยผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่โครงการ และนิสิตคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมฟาร์ม สัมภาษณ์ ให้คำแนะนำการจัดการฟาร์ม และประเมินผลโครงการ จำนวน 15 ราย

 

 

 

 

ลงพื้นที่ประเมินเกษตรกร

ผลการดำเนินงาน
จากการลงพื้นที่เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559 จำนวน 15 ราย โดยกิจกรรมการลงพื้นที่จะเยี่ยมฟาร์มที่เข้าร่วมอบรมในโครงการที่มีการเพาะพันธุ์กบ เพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด การเลี้ยงกบเล็ก เพื่อนำไปขุน และกบขุนเพื่อจำหน่ายกบเนื้อ การสัมภาษณ์การนำผลการอบรมมาใช้ประโยชน์ในการจัดการฟาร์ม การให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มในกรณีเกิดปัญหา การบริการตรวจวินิจฉัยโรคพร้อมคำแนะนำในการป้องกันรักษา รวมทั้งการทำงานวิจัยภายในฟาร์มที่สนใจเข้าร่วมโครงการและต้องการให้นิสิตเข้าทำงานวิจัย ซึ่งการประเมินผลการดำเนินโครงการในครั้งนี้ มีดังนี้

1. ผลจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของโครงการประเมินผลฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการอบรมเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการได้รับองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้รับทราบปัญหาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นปัญหา เช่น การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์กบ คุณภาพน้ำ การบำบัดน้ำ การเกิดโรค แนวทางการป้องกันรักษา รวมทั้งการตลาดและการจัดทำบัญชีฟาร์ม ทำให้เกษตรกรมีความรู้ในด้าน การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา อาหารปลาและการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น การใช้ยา และสารเคมีในการป้องกัน และรักษาโรค การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การตลาด การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ ฯลฯ เกษตรกร มีความรู้มากขึ้น จะเห็นว่า แม้เกษตรกรบางส่วนจะเห็นว่าการนำหลักวิชาการตามที่อบรมไปปฏิบัตินั้นยุ่งยาก ใช้เวลา และงบประมาณมาก แต่ยังมีเกษตรกรส่วนหนึ่งให้ความสนใจ และมีการนำสิ่งที่ได้รับการอบรมไปใช้ประโยชน์ และบางส่วนสามารถเรียนรู้และนำไปปฏิบัติขั้นตอนตามหลักวิชาการได้จนประสบความสำเร็จ เพราะสนใจศึกษาและสอบถามเพื่อที่จะปรับปรุงวิธีการจัดการฟาร์มเพื่อให้สามารถลดการสูญเสีย เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนอย่างจริงจัง
2. ผลสัมฤทธิ์ในด้านการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ พบว่า เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการบางส่วนบางส่วนทำมาแล้ว 4-5 ปี บางส่วน ทำมาแล้ว 2-3 ปี และบางส่วนยังไม่เริ่มทำแต่สนใจจะทำอาชีพเพาะเลี้ยงกบ มีเกษตรกรบางรายทำการเพาะพันธุ์กบ เพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด การเลี้ยงกบเล็ก เพื่อนำไปขุน และกบขุนเพื่อจำหน่ายกบเนื้อ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และต้นทุนที่มี เกษตรกรเกือบทั้งหมดเลี้ยงกบภายในหมู่บ้าน โดยจะเลี้ยงบริเวณพื้นที่ว่างในบริเวณบ้านและสวนข้างบ้าน ใช้พื้นที่ประมาณ 50-500 ตารางเมตร แต่ละบ่อมีขนาด 2-20 ตารางเมตร ขึ้นกับขนาดพื้นที่ และวัตถุประสงค์ในการเลี้ยง ถึงแม้จะใช้พื้นที่ไม่มากแต่สามารถสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว จากการประเมินผลผลิตและรายได้ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาฟาร์ม ซึ่งแต่ละฟาร์มค่อยๆ เรียนรู้ตามกันไป จนกว่าจะเห็นว่าให้ผลจริงหรือสามารถก่อให้เกิดรายได้จริงๆ จึงจะเริ่มมีคนทำตาม ดังนั้นเริ่มต้นจำเป็นต้องมีเกษตรกรหัวก้าวหน้าก่อน หากเขาประสบความสำเร็จแล้วก็จะมีคนทำตาม จากการสำรวจข้อมูล พบว่า เกษตรผู้เข้าร่วมอบรมสามารถเพิ่มรายได้มากขึ้น ประมาณ 5,000-50,000 บาท ต่อเดือน แต่มี 1 ราย ที่สามารถสร้างรายได้ได้ถึงเดือนละ 100,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพฟาร์ม ขนาดฟาร์ม และองค์ความรู้ที่มีและการนำเอาไปต่อยอด ของเกษตรกรแต่ละราย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปีนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบสามารถผลิตได้มากและมีตลาดรองรับจนผลิตแล้วไม่พอขาย เกษตรกรส่วนใหญ่จึงวางแผนขยายฟาร์มให้ใหญ่ขึ้นในปีหน้า และบางรายขยายฟาร์มออกไปเลี้ยงที่ทุ่งนา พร้อมกันนี้ได้มีการเตรียมพ่อแม่พันธุ์สำหรับเพาะในฤดูกาลถัดไป คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบมากขึ้น รวมทั้งพื้นที่การเลี้ยง ซึ่งสมาชิกในกลุ่มต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของประชาสัมพันธ์และการขยายตลาด ขณะนี้ได้มีการจัดเพจหมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบซึ่งสมาชิกในกลุ่มได้มีการช่วยแชร์จนเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากขึ้น
ในการนำเอาความรู้ที่ได้จากการอบรมไปใช้ประโยชน์ พบว่า เกษตรกรจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ราย ที่ทราบและเห็นความสำคัญของการเตรียมน้ำเขียว เพื่อสร้างอาหารธรรมชาติขึ้นภายในบ่อและลดต้นทุนค่าอาหาร รวมทั้งการผลิตอาหารกบ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการผลิตอาหารเม็ดสำหรับกบใช้เอง เพียงแต่ไม่ต้องการซื้อเครื่องผสมและทำอาหาร จึงเสนอให้ของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมีการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่เริ่มมีการตากบ่อ เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ภายในบ่อ และเริ่มมีการนำเอาจุลินทรีย์มาใช้ในการบำบัดน้ำเพื่อเตรียมน้ำและบำบัดน้ำเสีย เช่น การใช้ EM หรือ EM Ball ระหว่างเลี้ยงกบ ซึ่งเกษตรกรหลายรายได้นำมาใช้ได้ผล เช่น ลดกลิ่นเน่าเหม็น ลดการเกิดโรคหรือช่วยให้กบมีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น ส่วนการใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์กับ แม้เกษตรกรจะเห็นความแตกต่างระหว่างใช้กับไม่ใช้ฮอร์โมน แต่ก็ยังไม่มีการใช้เนื่องจากเห็นว่ายุ่งยาก ต้องการให้อบรมซ้ำ อีกทั้งเห็นว่า แม่กบสามารถออกไข่ให้เพาะได้ทุกๆ 2 สัปดาห์อยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ยกเว้นการเพาะพันธุ์กบนอกฤดู ซึ่งอยากใช้ฮอร์โมนแต่ลืมว่าจะทำอย่างไร ทางผู้รับผิดชอบโครงการแนะนำให้จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น ควบคุมอุณหภูมิ (ปิดโรงเรือนให้อุณหภูมิสูง) ใช้อาหารเสริมเร่งไข่ และอาจต้องใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์กบ ซึ่งอาจต้องอบรมอีกครั้ง มีเกษตรกรสนใจ 3 ราย เนื่องจากเห็นว่า หากสามารถเพาะพันธุ์กบนอกฤดูได้จะสามารถขายลูกอ๊อดจากราคา 150-200 บาท เป็น 300-500 บาท
การนำความรู้เรื่องโรคกบและการป้องกันรักษาโรค เกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ เริ่มเห็นความสำคัญของการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อราในไข่กบ เนื่องจากได้ชมภาพจากการนำตัวอย่างไข่ปลาของแต่ละฟาร์มมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบว่ามีการติดเชื้อถึง 50-60% จึงเริ่มมีการใช้สารเคมี เช่น เกลือแกง ด่างทับทิม หรือฟอร์มาลิน มาใช้ในการฆ่าเชื้อก่อนนำไปฟัก ซึ่งพบว่ามีอัตราการฟักและอัตราการรอดสูงขึ้น จึงมีเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 6 ราย ได้มีการควบคุมการติดเชื้อในไข่ก่อนนำไปฟัก สามารถลดการสูญเสียได้ 60% รวมทั้งการฆ่าเชื้อในพ่อแม่พันธุ์ เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อโรคภายในบ่อเพาะฟัก ส่วนการอบรมเรื่องการตลาดและการบัญชี พบว่า เกษตรกรยังมีระบบการจัดการตลาดเหมือนเดิม เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านการตลาด โดยเฉพาะปีนี้ผลผลิตไม่พอขายในปลาทุก แต่หากปีหน้ามีการเพิ่มผลผลิตจำเป็นต้องวางแผนขยายลาด ส่วนเรื่องการทำบัญชี ทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี และจำเป็นแต่เกือบทั้งหมดแจ้งว่า ไม่มีเวลาทำบัญชี มีเพียง 5 ที่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อประเมินผลประกอบการ
ซึ่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สามารถเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เช่น ค่าน้ำ ค่ายา ค่าอาหารปลา ค่าไฟ เป็นต้น ผลลัพธ์ทาง/สังคม/สิ่งแวดล้อม/อื่นๆ สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการจัดการของเสีย คุณภาพชีวิตของชุมชนโดยภาพรวมดีขึ้น มีความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ดีขึ้น กระบวนการผลิตได้มาตรฐานมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในตลาดมากยิ่งขึ้น เกษตรกรบ้างรายยังต้องการให้มีการอบรมเรื่องโรคเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหานี้แก้ไขได้ค่อนข้างยาก มากกับเกษตรกร หากขาดความรู้ ความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์

 

 

ประเมินผล และซักถามเกษตรกร

 

ประเมินผล และซักถามเกษตรกร

3. ประเมินความพึงพอใจ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจและพึ่งพอใจค่อนข้างมาก เนื่องจากมีประโยชน์ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง เกิดองค์ความรู้ใหม่ให้กับเกษตรกร และเกษตรกรยังต้องการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมทางด้านการจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษาให้มากขึ้นกว่านี้ เนื่องจากปัญหานี้ยังไม้หมดโดยสิ้นเชิง ในภาพรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับ 4.88

4. การให้คำแนะนำและความช่วยเหลือทางวิชาการ ในการออกพื้นที่เพื่อประเมินผลโครงการ ได้มีการต่อยอดการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดยการให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มและการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การจัดการบ่อ การเกิดโรค การป้องกันรักษาโรค การใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์กบ นอกจากนี้ยังได้ลงมาทำการวิจัยเรื่อง การแพร่ระบาดของโรคกบนา (ตั้งแต่ระยะไข่ ลูกอ๊อด กบเล็ก กบขุน และพ่อแม่พันธุ์) และการป้องกันรักษา โดยนิสิตชั้นปีที่ 4 จะทำการสำรวจ เก็บข้อมูลการจัดการฟาร์ม และการเกิดโรค เป็นระยะเวลา 6 เดือน และหาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมรฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ (เก็บตัวอย่าง ร่วมวิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหา) จำนวน 4 ฟาร์ม ซึ่งคาดว่าจะได้แนวทางในการจัดการฟาร์มที่ดีขึ้น

 

 

 


ซักถามเกษตรกรและแลกเปลี่ยนความรู้

 


 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 14 [IG=2138]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2560250,000|250,000|96,200|153,80020171129101361.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2401]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

วันที่ 20 มกราคม 2560 ลงพื้นที่ดำเนินโครงการฯ เพื่อสำรวจสภาพการเลี้ยงกบในเขตบ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม พบว่า ช่วงนี้ไม่มีการเพาะพันธุ์กบ แต่เกษตรกรได้จัดเตรียมพ่อแม่พันธุ์กบ เพื่อเตรียมไว้เพาะในเดือนมีนาคม และมีเกษตรกรสนใจเพาะพันธุ์กบมากกว่าปี 2559 (จาก 6 ฟาร์ม เป็น 14 ฟาร์ม) โดยมีเกษตรกรบางราย เตรียมพ่อแม่พันธุ์กบไว้ถึง 3,000 คู่ แต่ส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 500-1500 คู่ และบางส่วนเลี้ยงกบเนื้อเพื่อรอการจำหน่าย

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2410]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

สำรวจพื้นที่การเพาะเลี้ยงกบ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

ได้ทราบปัญหาว่า เกษตรกรไม่สามารถเพาะพันธุ์กบนอกฤดูได้ รวมถึงทราบรูปแบบการจัดการฟาร์มที่ังไม่ดีพอ อย่างไรก็ตาม มีเกษตรกรสนใจประกอบอาชีพเพาะพันธุ์กบเพิ่มมากขึ้น และได้จัดเตรียมพ่อแม่พันธุ์ไว้เพาะในฤดูกาลถัดไป

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 1,500
จำนวนผู้รับบริการ : 12
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรยังขาดความเข้าในในเรื่องการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การเตรียมบ่อ การจัดการฟาร์มและการป้องกันรักษาโรค
แนวทางแก้ไข : ถ่ายทอดความรู้ สาธิต ศึกษาดูงาน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2411]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

คณะผู้รับผิดชอบโครงการประชุมร่วมกับประธานและสมาชิกกลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านเหล่าจั่น จำนวน 15 คน เพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

โดยคณะผู้รับผิดชอบโครงการได้นำแบบสอบถาม และแผนการจัดอบรมไปนำเสนอ เพื่อให้เกษตรกรเลือกรับเทคโนดลยีตามความต้องการ โดยส่วนใหญ่ยังต้องการให้มีการอบรมซ้ำเหมือนปีที่ผ่านมาอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่เข้าใจถ่องแท้และยังขาดประสบการณ์ ทำให้เกษตรกรเริ่มมองเห็นปัญหาและแนวทางในการแก้ไขโดยอาศัยความณุ้ทางวิชาการ

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2412]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกกลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านเหล่าจั่น เพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า โดยหารือในประเด็น
1. หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานกลุ่มและสมาชิก ต้องการให้เน้นเรื่อง การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์กบ การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในสัตว์น้ำ ทั้งนี้เกษตรกรทั้งหมดไม่เคยเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักวิชาการ มีเพียงการไปศึกษาดูงานด้วยตนเอง และนำมาลองผิดลองถูกกับฟาร์มของตนเอง โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายลูกอ๊อดมี 15 ราย กลุ่มผู้เลี้ยงลูกอ๊อดเพื่อจำหน่ายลูกกบมี 13 ราย และกลุ่มผู้เลี้ยงกบขุนรายย่อยจำนวน 30 ราย
ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ
1) การทำอาหารกบอย่างง่าย โดยเน้นการผลิตอาหารธรรมชาติ และการทำอาหารลูกอ๊อดวัยอ่อน กบเล็ก และกบขุน รวมทั้งการนำโปรไบโอติกมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพกบ
2) การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู ตลอดจนแนวทางในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์กบ ผลของการผสมพันธุ์ที่ก่อให้เกิดเลือดชิด การเลือกใช้ฮอร์โมน การเจือจางฮอร์โมน การตรียมฮอร์โมนผสมพันธุ์กบ เป็นต้น
3) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM)
4) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหากบป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี
5) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงกบต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร
6) การฝึกเทคนิคการเป็นวิทยากรมืออาชีพสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
2. การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ
4. นัดประชุมเพื่อเสนอกำหนดการ แนวทางการดำเนินงาน ผลการประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดประชุมต่อไปในวันที่ 10 มิถุนายน 2559

 

 

 

 

ร่วมประชุมและสอบถามความคิดเห็นของเกษตรกร

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 2,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2413]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ วันที่ 10 มิถุนายน 2560 ร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงกบมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบที่เป็นสมาชิกกลุ่มฯ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมที่ส่งรายชื่อมา 55 คน ตามจำนวนสมาชิกกลุ่ม ทางคณะผู้ดำเนินโครงการเสนอให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจอื่นๆ เข้าร่วมประชุมด้วย ประธานมอบเลขานุการกลุ่มดำเนินการ
2. กำหนดการฝึกอบรม คณะผู้ดำเนินโครงการได้เสนอ กำหนดการฝึกอบรม โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วง ที่ 1 ระหว่างวันที่ 21-23 มิถุนายน 2560 ช่วงที่ 2 ในวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2560 และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2560 และศึกษาดูงานที่ฟาร์มด้านการเพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ ณ จ.สกลนคร ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ดังนี้

กำหนดการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงกบ 2560
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 21 มิถุนายน 2560

 

 


อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคเช้า
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 09.30 น.

 

09.30 – 12.30 น.

ภาคบ่าย
13.30 – 16.30 น.
ลงทะเบียน
พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
กล่าวรายงานโดย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกบบ้านเหล่าจั่น
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 25 คน
สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ
สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ (ต่อ) อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
วันที่ 22 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 12.00 น.
ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 50 คน
อาหารกบ และการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น

กัมพล ไทยโส และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำ ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 23 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. - การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรค
- การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 13 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
สายพันธุ์และการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ
ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 14 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กบ
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และผ่องศรี จุลวงศ์
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 16.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 40 คน
ศึกษาดูงานฟาร์มด้านการเพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ ณ
จ.สกลนคร ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 16 สิงหาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 30 คน
อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ

ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ (ต่อ) ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ
วันที่ 7 กันยายน 2560
09.00 – 16.00 น.

การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของโครงการ: เยี่ยมชมและประเมินผลฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ


ที่ประชุม เห็นชอบกำหนดการ จึงมอบหมาย รองประธานกลุ่มประสานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู เพื่อมาเป็นประธานในพิธีเปิด เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมงาน เช่น ประมงจังหวัด ประมงอำเภอ เป็นต้น
3. ได้รายชื่อเกษตรผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมจากทั้งหมดจากบ้านเหล่าจั่น รวม 55 คน
4. การพิจารณาหาแนวทางการพัฒนาการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อความต่อเนื่อง จะนัดหมายคณะกรรมการกลุ่มฯ หารือกับนักวิชาการด้านการตลาด ถึงแนวทางในการจัดจำหน่าย การเข้าประมูลงานในหน่วยงานราชการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP
5. การศึกษาดูงาน ที่ประชุมเห็นชอบไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ และการเพาะพันธุ์ปลา ณ ฟาร์มเกษตรผสมผสานของนางบังอร ไชยเสนา ที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกบเงินล้าน การเลี้ยงปลา และการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการปลูกพืชอื่นๆ และน้ำใสฟาร์ม (บริษัทน้ำใส โกรเบส จำกัด) จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2559
ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 2,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2414]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร ทำอะไร วันที่ 18 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมกับประธานกลุ่มฯ และกรรมการกลุ่มฯ บางส่วนวางแผนการดำเนินจัดอบรม และเตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 2,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2415]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

วันที่ 21 มิถุนายน 2560 การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 21-23 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.หนองคู มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอนาเชือก คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 65 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรม
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 21-23 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 21 มิถุนายน 2560

 

 


อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคเช้า
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 09.30 น.

 

09.30 – 12.30 น.

ภาคบ่าย
13.30 – 16.30 น.
ลงทะเบียน
พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
กล่าวรายงานโดย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกบบ้านเหล่าจั่น
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 25 คน
สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ
สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ (ต่อ) อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลงทะบียน พิธีเปิดงานฝึกอบรม กล่าวเปิดโดยนายก อบต.หนองคู กล่าวรายงานโดนประธานกลุ่มฯ

 

 

 

 

 

 

ชี้แจง/ทำความเข้าใจการดำเนินการฝึกอบรม

ผลการดำเนินงาน

จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 21-23 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่
1. สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบโดยใช้ฮอร์โมน การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ มีวิทยากรคือ อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด
2. อาหารกบ และการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น มีวิทยากรคือ นายกัมพล ไทยโส และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3. คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำ ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
4. โรคและการวินิจฉัยโรคปลาน้ำจืดเบื้องต้น มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
5. การจัดการฟาร์มระหว่างปลาเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น เครื่องผสมอาหาร ฮอร์โมนแปลงเพศปลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ วัสดุอุกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค ยาและสารเคมีที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์ การเลี้ยงและการอนุบาลกบ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง สายพันธุ์กบ การคัดพ่อแม่พันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบนอกฤดูโดยใช้ฮอร์โมน การเตรียมฮอร์โมน การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน การฆ่าเชื้อให้ไข่ โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อบรม การเพาะพันธุ์กบ

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต/ปฏิบัติ การเตรียมฮอร์โมนและฉีดฮอร์โมนการเพาะพันธุ์กบ

 

 

 

 

 

สาธิต การทำความสะอาดไข่กบเพื่อเตรียมฟัก

          จะเห็นว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องยากเกษตรกรทุกรายประสบปัญหาการเกิดโรคระบาดอย่างหนัก เนื่องจากการจัดการฟาร์มไม่ดีพอ และมีการปล่อยอย่างหนาแน่นเกินไป จึงมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง โรคและการป้องกันรักษา การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย

          โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี 

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 28,350
จำนวนผู้รับบริการ : 55
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรบางส่วนอบรมไม่เต็มเวลา และมาแทนผู้ที่ดำเนินการเพราะต้องมีภารกิจอบรมหลักสูตรอื่น แต่ก็มีความสนใจนำไปประกอบอาชีพ
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=2416]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 21-23 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.หนองคู มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอนาเชือก คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 65 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรม
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 22 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 12.00 น.
ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 50 คน
อาหารกบ และการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น

กัมพล ไทยโส และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำ ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ


ผลการดำเนินงาน

จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 6 เรื่อง อาหารกบ และการทำอาหารกบอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น มีวิทยากรคือ นายกัมพล ไทยโส และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำ ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น
การอบรมเรื่อง การผลิตอาหารกบราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกกบ กบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ โดยการสาธิตเตรียมอาหารผลสำหรับลูกอ๊อด อาหารเม็ดจมน้ำสำหรับกบใหญ่ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม/สาธิต การเตรียมทำอาหารปลาอย่างง่าย

การอบรมเรื่อง การจัดการคุณภาพน้ำและการจัดการบ่อกบ เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะไม่เคยมีการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่มีการตากบ่อก่อนอนุบาลลูกกบ ไม่มีการเตรียมน้ำเขียวเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติก่อนปล่อย รวมทั้งยังปล่อยให้บ่อสกปรกและหมักหมอ ถึงแม้จะมีเกษตรกรบางส่วนนำ EM มาใช้ในการบำบัดน้ำเสีย และกำจัดกลิ่นจนได้ผลดี แต่ก็ยังมีบางส่วนยังไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ วิทยากรจึงได้นำเสนอภาพตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของคุณภาพน้ำต่อการเจริญเติบโต การเกิดโรค สุขภาพและอัตราการรอดของกบ ชี้ให้เห็นความสำคัญของออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ความเป็นกรดเป็นด่าง ความเป็นด่าง ความกระด้าง ก๊าซพิษต่างๆ เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการหมักหมมของก๊าซพิษ และเชื้อโรคต่างๆ ตามพื้นก้นบ่อ และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ การเตรียมบ่อ การบำบัดน้ำ การกำจัดสารอินทรีย์และสารพิษต่างๆ การกำจัดเชื้อโรค ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี ในการอบรมได้ให้เกษตรกรทดลองวิเคราะห์น้ำจากฟาร์มของตนเอง ด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูป การทดลองเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์ การทำ EM ball สำหรับบำบัดน้ำภายในบ่อเลี้ยง และการเตรียมอาหารผสมโปรไบโอติก เพื่อเสริมสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กบ การอบรมครั้งนี้จึงได้มรการอบรมซ้ำอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อบรม/สาธิต การทำน้ำหมักชีวภาพและ EM ball

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม/สาธิต การวิเคราะห์คุณภาพน้ำและการจัดการฟาร์ม

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 28,350
จำนวนผู้รับบริการ : 55
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=2417]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 21-23 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.หนองคู มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอนาเชือก คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จำนวน 65 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรม
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 23 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. - การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรค
- การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ผลการดำเนินงาน

จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรค และการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากปีนี้เกษตรกรประสบปัญหากบตายเองจากโรคระบาดอย่างรุนแรง ทั้งพ่อแม่พันธุ์ ลูกกบ และลูกอ๊อด ระหว่างปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จนทำให้บางฟาร์มสูญเสียพ่อแม่พันธุ์ที่เตรียมไว้ทั้งหมด และส่วนใหญ่สูญเสียไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ อีกทั้งลูกอ๊อดก็ไม่แข็งแรงเกิดการจายอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องการได้รับความรู้ในการป้องกันรักษาโรค จึงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็นในการจัดการโรค
การอบรมเรื่อง โรคและการวินิจฉัยโรคกบ จากปีที่แล้ว การเกิดโรคถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะเกษตรกรผู้เข้าอบรม ถึงแม้จะทำการเพาะเลี้ยงปลามากว่า 4-5 ปี แต่ไม่เคยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเกิดโรค แม้ความสูญเสียเนื่องจากการกิดโรค จึงได้ชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เสียหายไปนั้นมหาศาล อีกอย่างหนึ่งในปีนี้เกิดโรคระบาดช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน พบว่ามีกบตามเป็นจำนวนมากทั้งพ่อแม่พันธุ์ ลูกกบ ลูกอ๊อด บางราบถึงกับไม่มีพ่อแม่พันธุ์เหลือไว้เพาะ ดังนั้น การอบรมครั้งนี้ เกษตรกรจึงสนใจและให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค วิทยากรได้เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับโรค สาเหตุของการเกิดโรค ชนิดของโรค การเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อภายในบ่อ การใช้สารเคมีหรือชีวภาพในการบำบัดพื้นก้นบ่อ เนื่องจากให้เกษตรกรนำตัวอย่างกบป่วยมาตรวจหาเชื้อโรค โดยฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ ทำให้รับรู้ปัญหามาขึ้น รวมทั้งทราบลักษณะอาการกบป่วย และแนวทางการแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

การอบรมเรื่อง การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมี เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อในบ่อเพาะพันธุ์ บ่ออนุบาล ทั้งบ่อซีเมนต์และบ่อดิน เริ่มเห็นความสำคัญกับการวางแนวทางเพื่อป้องกันการสูญเสีย เช่น การใช้สารเคมี ปูน หรือจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค สอบถามชนิดที่เหมาะสม ความเข้มข้นหรือปริมาณที่ควรใช้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ทั้งวิธีการแช่และการผสมอาหาร รวมทั้งการฉีด ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้ โดยเฉพาะชนิดและปริมาณของยาและสารเคมีที่จำนำมาใช้ในการป้องกันและรักษาโรค และในการอบรมครั้งนี้ นอกจากจะสาธิตวิธีการป้องกันโรคโดยใช้สารเคมีแล้ว ยังสาธิตวิธีการให้ยารักษาโรคด้วยวิธีการฉีดและผสมอาหาร อีกทั้งยังได้นำยาปฏิชีวนะบางชนิดที่ได้ผ่านการทดลองในห้องปฏิบัติการแล้วว่าให้ผลดีมามอบให้เกษตรกรไปใช้ในการรักษาโรคต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อบรม/สาธิต โรค การวินิจฉัยโรคและการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สาธิต/ปฏิบัติ การรักษาโรคโดยใช้ยาและสารเคมีด้วยวิธีการฉีดและผสมอาหาร และมอบยาไว้รักษาโรค


จะเห็นว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องยากเกษตรกรทุกรายประสบปัญหาการเกิดโรคระบาดอย่างหนัก เนื่องจากการจัดการฟาร์มไม่ดีพอ และมีการปล่อยอย่างหนาแน่นเกินไป จึงมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง โรคและการป้องกันรักษา การเพาะพันธุ์กบนอกฤดู และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย
โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี
ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 32,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกร่วนใหญ่ไม่กล้าใช้เข็มฉีดยาและไม่กล้าใช้ยาและสารเคมี
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2561250,000|250,000||250,0002018251532381.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2686]   วันที่รายงาน  [3/4/2561]

ประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและทบทวนแผนเดิม วิเคราะห์/คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากข้อมูลสำรวจความต้องการของชุมชน ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม และฟาร์มเกษตรกรบ้านเหล่าจั่นโดยในเบื้องต้นจะดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 12
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2687]   วันที่รายงาน  [3/4/2561]

สำรวจพื้นที่การเพาะเลี้ยงกบ สำรวจความต้องการของชุมชน ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ บ้านเหล่าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม และฟาร์มเกษตรกรบ้านเหล่าจั่น 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2902]   วันที่รายงาน  [5/7/2561]

ผศ.ดร.ปณรัตน์ผาดี ลงพื้นที่ฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงกบ เพื่อสำรวจ วิเคราะห์ปัญหา และให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มและแก้ปัญหา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาด้านการเกิกโรคและการป้องกันรักษา จำนวน 3 ฟาร์ม โดยเกษกรได้เล่าปัญหา และร่วมกันหาทางแก้ปัญหาในการจัดการโรคและจัดการฟาร์ม

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 3
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2903]   วันที่รายงาน  [5/7/2561]
 
มีการวางแผนจัดฝึกอบรมเรื่อง สายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์กบ การอนุบาลลูกอ๊อด ลูกกบ และการเลี้ยงกบ อาหารกบ และการทำอาหารกบ คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำ ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกร แต่เนื่องจากวันจัดอบรมตรงกับวันที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องเข้าร่วมประชุมกับทางอำเภอ วิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และ อ.ผ่องศรี จุลวงศ์ จึงลงพื้นที่ฟาร์มเกษตรกรเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาแก่เกษตรกร จำนวน 6 ฟาร์ม และนัดฝึกอบรมอีกครั้งในวันที่ 13 เดือนกรกฎาคม 2561 โดยได้เข้าเยี่ยมชม รับทราบปัญหาและความต้องการ ให้ควมรู้ คำแนะนำในประเด็นสายพันธุ์กบ การเพาะพันธุ์ การอนุบาล อาหาร การจัดการคุณภาพน้ำ ผลของสิ่งแวดล้อมต่อการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ และแนวทางในการจัดการฟาร์มที่เหมาะสม การแก้ปัญหาด้านโรคและการป้องกันรักษา การจัดการฟา์ม รวมทั้งแผนการจัดอบรมในครั้งต่อไป
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรต้องเข้าร่วมกิจกรรมกับทางอำเภอ จึงยังไม่สามารถจัดอบรมได้ตามแผน
แนวทางแก้ไข : ลงพื้นที่ฟาร์มที่เกษตรกรพร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อให้ความรู้และคำแนะนำในการจัดการฟาร์มด้านต่างๆ
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง panaratana@hotmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates