หมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค (ใช้งบปี 58)

-

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2559300,000|300,000|300,000|ใช้หมด201512281316421.pdf20161261344301.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1476]   วันที่รายงาน  [5/4/2559]


1.ลงพื้นที่จัดโครงการหมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค  โดยการจัดกิจกรรมอบรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ในหัวข้อเรื่อง มาตรฐานเกษตรปลอดภัย GAP และการจัดทำบัญชีและบัญทึกข้อมูลทางการเกษตร เพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ ทั้งการเพราะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ โดยทางโครงการได้เชิญวิทยากรจากสามพรานโมเดล โดยศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ และคณะมาให้ความรู้กับเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมในพื้นที่ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค  จ.กาญจนบุรี  


ค่าใช้จ่าย : 21,872
จำนวนผู้รับบริการ : 51
ปัญหาอุปสรรค : การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง
แนวทางแก้ไข : เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1513]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

1.ประชุมวางแผนการทำงานและการลงสำรวจพื้นที่และประชุม เสวนาร่วมกันกับผู้นำกลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมของโครงการหมู่บ้านและร่วมวางแผนการอบรม สาธิต และการถ่ายทอดความรู้ร่วมกับชุมชน
2.ทำการวางแผนและกำหนดวันที่จะการจัดกิจกรรมการอบรม โครงการหมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค ในหัวข้อการบรรยาย เรื่อง มาตรฐานเกษตรปลอดภัย GAP และการจัดทำบัญชีและบัญทึกข้อมูลทางการเกษตร เพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ ทั้งการเพราะปลูกและการเลี้ยงสัตว์
3.ทำการติดต่อท่านวิทยากรจากสามพรานโมเดล “โดย ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรียสุขใจ และ คณะ มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับเกษตรกรที่เข้ารับการอบรม
4.ติดต่อขอความอนุเคราะห์ใช้สถานที่การจัดการอบรมกับทางองค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ค่าใช้จ่าย : 19,530
จำนวนผู้รับบริการ : 41
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1684]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

1. อยู่ในระหว่างการวางแผนประสานงาน ลงพื้นที่สำรวจกับชุมชน โดยร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดราชบุรี โดยมีการวางแผนการนำผู้นำกลุ่มเข้าลงสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในช่วง 7-20 กรกฏาคม 2559 

2. นำข้อมูลที่ได้จาการสำรวจมาจัดทำปผนงานเพื่อดำเนินกิจกรรมอบรมในช่วง 21-31 กรกฏาคม 2559  

ค่าใช้จ่าย : 29,766
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1685]   วันที่รายงาน  [27/6/2559]

1. เรียนเชิญอาจารย์นภพล รัตนสุนทร จากวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการน้ำ และ การเกษตรเชิงอนุรักษ์ โดยมีแผนการเรียนเชิญมาจัดกิจกรรมเติมความรู้ให้กับผู้นำในระหว่างช่วงเดือนสิงหาคม 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1686]   วันที่รายงาน  [27/6/2559]

1. ประสานงานการจัดอบรม โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค ในการอบรมภาคบรรยายและภาคปฏิบัติ การทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่กลับกอง การจัดการดินและปุ๋ย รวมถึงการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์

2. ผู้รับผิดชอบโครงการร่วมเป็นวิทยากรหลัก พร้อมกับคุณวิมล โพธิ์มี ผู้นำเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค ร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากร ในการจัดอบรมให้ความรู้

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1689]   วันที่รายงาน  [27/6/2559]

1. มีการอบรมจัดอบรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ในหัวข้อเรื่อง มาตรฐานเกษตรปลอดภัย GAP และการจัดทำบัญชีและบันทึกข้อมูลทางการเกษตร ไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 ทางโครงการได้เรียนเชิญวิทยากรจากสามพรานโมเดล ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ และคณะมาให้ความรู้กับเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมในพื้นที่ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยในการจัดงานครั้งนี้โครงการได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบล จังกระแจะ โดยเรียนเชิญนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะเป็นประธานในการเปิดการฝึก อบรม ทั้งนี้ได้เรียนเชิญตัวแทนจากเกษตรอำเภอไทรโยค คุณยุทธการ มากพันธุ์ จากวิสาหกิจชุมชนและคุณทิวาพร ศรีวรกุล หัวหน้าศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม และศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค ซึ่งเป็นคณะทำงานในโครงการหมู่บ้านเข้าร่วมด้วย ซึ่งมีผู้สนใจเข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 51 คน เป็นกลุ่มเกษตรกรและผู้นำชุมชนที่อยู่ในโครงการ จำนวน 12 คน และ ผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรม จำนวน 39 คน โดยมีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ระดับดี
2. หลังจากที่ได้จัดการอบรม ทีมวิทยากรจากสามพรานโมเดลมีการเชิญกลุ่มเกษตรกรในโครงการที่มีศักยภาพเข้า ร่วมเป็นเครือข่ายสามพรานโมเดล โดยทางสามพรานโมเดลจะร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้กับโครงการหมู่บ้านฯ เพื่อให้ได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) โดยมีรูปแบบการถ่ายทอดให้ความรู้ผ่านการประชุมกลุ่ม สร้างกิจกรรมการตรวจเยี่ยมแปลงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในเบื้องต้นมีกลุ่มเกษตรกรนำร่อง ชุดที่ 1 จำนวน 6 ท่าน ที่มีแปลงเกษตรอินทรีย์ แต่ยังไม่ได้เข้าระบบการรับรองมาตรฐาน และชุดที่ 2 จำนวน 7 ท่าน ที่อยู่ในขั้นการปรับเปลี่ยนแปลงเกษตรเพื่อให้เป็นเกษตรอินทรีย์
3. สามพรานโมเดลได้มีการจัดฝึกอบรม เรื่อง “การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม” เพื่อขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จึงได้ทำการเชิญผู้รับผิดชอบและกลุ่มเกษตรกรภายใต้โครงการหมู่บ้านเข้าร่วม และหลังการอบรมจะทำการวางระบบการทำงานโดยกลุ่มเกษตรกรในโครงการหมู่บ้านฯ ร่วมกับ สามพรานโมเดลที่ยินดีเป็นพี่เลี้ยงให้กับทางโครงการ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2559 นี้
1. การดำเนินงานยังไม่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ และภาคเอกชนเท่าที่ควร
2. เกษตรกรยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ อย่างถูกต้องและครบวงจรมาก่อน
3. เกษตรกรโดยทั่วไปไม่พยายามทำความเข้าใจกับข้อดี ข้อเสีย ของการทำเกษตรอินทรีย์ซึ่งแตกต่างจากการทำเกษตรโดยใช้สารเคมี จึงทำให้การทำการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียงไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ค่าใช้จ่าย : 98,480
จำนวนผู้รับบริการ : 51
ปัญหาอุปสรรค : 1. การดำเนินงานยังไม่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ และภาคเอกชนเท่าที่ควร 2. เกษตรกรยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ อย่างถูกต้องและครบวงจรมาก่อน 3. เกษตรกรโดยทั่วไปไม่พยายามทำความเข้าใจกับข้อดี ข้อเสีย ของการทำเกษตรอินทรีย์ซึ่งแตกต่างจากการทำเกษตรโดยใช้สารเคมี จึงทำให้การทำการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียงไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แนวทางแก้ไข : 1. ติดต่อขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับหน่วยงานในท้องที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน 2. เมื่อเริ่มดำเนินโครงการทำให้เกษตรกร ค่อยๆได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถนำกลับไปแก้ไข ปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรของตนเองได้ 3. มีการเชิญชวนเกษตรกรในระแวกใกล้เคียง หรือ ผู้ที่สนใจ (นอกเหนือจากเกษตรกรในโครงการ) เข้าร่วมรับการอบรมและเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ของการทำการเกษตรในรูปแบบต่างๆ
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2061]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

จากการดำเนินกิจกรรมโครงการ ได้มีการจัดอบรมทั้งสิ้น จำนวน 2 กิจกรรม ได้แก่

 1. การถ่ายทอดให้ความรู้และพลักดันให้เกิดการพัฒนาให้มาตรฐาน GAP และจัดอบรมการทำบัญชี และบันทึกข้อมูลทางเศรษฐกิจ

 2. หลักการเลี้ยง ดูแล การวางแผนการเลี้ยงสัตว์ รักษาโรคอย่างง่าย และการผลิตอาหารสัตว์จากวัตถุดิบท้องถิ่น

ซึ่งได้มีการประสานและพาตัวแทนกลุ่มและผู้นำกลุ่มไปดูงานที่สามพรานโมเดล และ ได้มีการจะทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรและเกษตรปลอดภัย จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่

 1. กลุ่มคนรักษ์เกษตรอินทรีย์วังกระแจะ

 2. กลุ่มคนรักษ์เกษตรอินทรีย์ลุ่มสุ่ม

ค่าใช้จ่าย : 20,100
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : 1. การดำเนินงานยังไม่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ และภาคเอกชนเท่าที่ควร 2. เกษตรกรยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ อย่างถูกต้องและครบวงจรมาก่อน 3. เกษตรกรโดยทั่วไปไม่พยายามทำความเข้าใจกับข้อดี ข้อเสีย ของการทำเกษตรอินทรีย์ซึ่งแตกต่างจากการทำเกษตรโดยใช้สารเคมี จึงทำให้การทำการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียงไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แนวทางแก้ไข : 1. ติดต่อขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับหน่วยงานในท้องที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน 2. เมื่อเริ่มดำเนินโครงการทำให้เกษตรกร ค่อยๆได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถนำกลับไปแก้ไข ปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรของตนเองได้ 3. มีการเชิญชวนเกษตรกรในระแวกใกล้เคียง หรือ ผู้ที่สนใจ (นอกเหนือจากเกษตรกรในโครงการ) เข้าร่วมรับการอบรมและเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ของการทำการเกษตรในรูปแบบต่างๆ
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=2062]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

จากการดำเนินกิจกรรมโครงการ ได้มีการจะทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสมุนไพรและเกษตรปลอดภัย จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่

 1. กลุ่มคนรักษ์เกษตรอินทรีย์วังกระแจะ (อยู่ในระหว่างดำเนินการยื่นขอจัดตั้งกลุ่มจากหน่วยงานของรัฐ)

 2. กลุ่มคนรักษ์เกษตรอินทรีย์ลุ่มสุ่ม (ได้รับการรับรองจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์เรียบร้อย)

และจากการที่ได้จัดตั้งกลุ่มทั้ง 2 กลุ่ม ก็ได้มีการประชุมทบทวนโครงสร้างกลุ่ม และสนับสนุนให้สมาชิกในกลุ่มจัดทำบัญชีครัวเรือน จดรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้ทราบถึงจำนวนรายรับ-รายจ่ายที่มีในแต่ละเดือน พร้อมพลักดันและนำกลุ่มออกร้านขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ของภายในกลุ่ม ณ โครงการตลาดประชารัฐเพื่อชุมชน และนำสมาชิกในกลุ่มเข้าร่วมฟังบรรยายเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อาทิเช่น สูตรปุ๋ยน้ำเบญจคุณ การหาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และ เมล็ดพันธุ์เกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคเดียวกัน

ค่าใช้จ่าย : 8,900
จำนวนผู้รับบริการ : 27
ปัญหาอุปสรรค : 1. การรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกในกลุ่มเป็นไปค่อยข้างยากและใช้เวลา
แนวทางแก้ไข : 1. มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ และติดตามกันในระหว่างสมาชิกของกลุ่ม 2. มีการช่วยเหลือกันในกลุ่ม โดยสมาชิกสามารถทำหน้าที่แทนกันได้
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=2067]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

จากการดำเนินกิจกรรมโครงการ ได้มีการเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชน มีความยินดีเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการ โดยให้ความสำคัญ และ มุ่งเน้นการพัฒนาพลักดันให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ อาทิเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ ศูนย์พัฒนาเกษตรผสมผสานไทรโยค และ สามพรานโมเดล ที่ร่วมดำเนินงานพร้อมติดตามกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้โครงการในปีที่ 1 ยังไม่สามารถดำเนินการจัดอบรมและสาธิตการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำชีวภาพ การจัดการดินและปุ๋ย และการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์แบบเต็มรูปแบบได้ จึงได้มีการแทรกรายละเอียดกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ เข้าไปในระหว่างการประชุมย่อยๆ ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งผู้จัดจะดำเนินการจัดอบรมอย่างเต็มรูปแบบในปีที่ 2 ต่อไป

ค่าใช้จ่าย : 13,052
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : 1. ไม่สามารถหาเวลาในการจัดอบรมอย่างเต็มรูปแบบได้ เนื่องจากวันและเวลาในการจัดกิจกรรมจะต้องมีช่วงเวลาที่สมาชิกทุกกลุ่มว่างพร้อมกัน และไม่ตรงกับวันที่มีกิจกรรมประจำของกลุ่ม
แนวทางแก้ไข : 1. แทรกกิจกรรมเหล่านี้ เข้าไปในระหว่างการประชุมย่อยๆ ของแต่ละกลุ่ม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 10 [IG=2068]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

จากการดำเนินกิจกรรมโครงการ ได้มีการเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชน มีความยินดีเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการ โดยให้ความสำคัญ และ มุ่งเน้นการพัฒนาพลักดันให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ อาทิเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ ศูนย์พัฒนาเกษตรผสมผสานไทรโยค และ สามพรานโมเดล ที่ร่วมดำเนินงานพร้อมติดตามกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้โครงการในปีที่ 1 ยังไม่สามารถดำเนินการจัดอบรมการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างง่ายอย่างเต็มรูปแบบได้ จึงได้มีการแทรกรายละเอียดกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ เข้าไปในระหว่างการประชุมย่อยๆ ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งผู้จัดจะดำเนินการจัดอบรมอย่างเต็มรูปแบบในปีที่ 2 ต่อไป

ค่าใช้จ่าย : 12,850
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : 1. ไม่สามารถหาเวลาในการจัดอบรมอย่างเต็มรูปแบบได้ เนื่องจากวันและเวลาในการจัดกิจกรรมจะต้องมีช่วงเวลาที่สมาชิกทุกกลุ่มว่างพร้อมกัน และไม่ตรงกับวันที่มีกิจกรรมประจำของกลุ่ม
แนวทางแก้ไข : 1. แทรกกิจกรรมเหล่านี้ เข้าไปในระหว่างการประชุมย่อยๆ ของแต่ละกลุ่ม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 11 [IG=2071]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

1. ประสานงานติดต่อวิทยากร โดยได้รับเชิญจาก

  1) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี บรรยายในหัวข้อ “กิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ของจังหวัดกาญจนบุรี

  2) คุณสุพจน์ สิงห์โตศรี ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท บรรยายในหัวข้อ “การเลี้ยงหมูหลุม แบบอินทรีย์

  3) คุณเกศราภรณ์ หมื่นชนะ บรรยายในหัวข้อ “รายได้เสริมจากการเลี้ยงหมูหลุม

  4) คุณวิมล โพธิ์มี บรรยายในหัวข้อ “การรวมกลุ่มเกษตรกรดีอย่างไร

  5) ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ “สาธิตการผลิตอาหารสัตว์ จากวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อการลดต้นทุน”

2. ประชุมวางแผนการจัดอบรมร่วมกับคณะทำงานและผู้ร่วมโครงการ

3. เตรียมการจัดอบรม และ ประสานงานการจัดอบรมกับหน่วยงานท้องถิ่น (อบต.วังกระแจะ, อบต.สิงห์, อบต.ลุ่มสุ่ม, อบต.ท่าเสา และ ศูนย์พัฒนาเกษตรผสมผสานไทรโยค)

5. ประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกกลุ่มและผู้ทีสนใจในพื้นที่

6. จัดอบรมภาคบรรยาย และ ภาคปฏิบัติ

7. ประชุมสรุปงานและประเมินผลการดำเนินกิจกรรม

ค่าใช้จ่าย : 63,450
จำนวนผู้รับบริการ : 64
ปัญหาอุปสรรค : 1. จากการอบรมสมาชิกในกลุ่มยังมองไม่เห็นภาพความเป็นจริงของการดำเนินการเท่าที่ควร
แนวทางแก้ไข : 1. สมาชิกในกลุ่มมีความสนใจที่จะไปศึกษาดูงานในส่วนของการผลิตอาหารสัตว์ การแปรรูป และการทำตลาดของหมุหลุม ที่จังหวัดราชบุรี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 12 [IG=2074]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

จากการจัดอบรมทั้งสิ้น จำนวน 2 กิจกรรม ทางโครงการได้มีการติดตามผลการทำน้ำหมัก และ อาหารสัตว์สูตรต่างๆ รวมถึงการเข้าตรวจเยี่ยมแปลง จำนวน 6 แปลง โดยใช้วิธีหลักการแบ่งเป็น 2 สาย และให้มีการตรวจเยี่ยมแปลงปลูกสลับกัน จากนั้นมีการประชุมกลุ่ม และวางโครงการสร้างของกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์และแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน ทั้งนี้ยังมีการเฝ้าระวังการปนเปื้อนของแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของกลุ่ม และยังมีการรวบรวมข้อมูลเครือข่ายและความต้องการของตลาด มีการเก็บข้อมูลชนิด ปริมาณผัก รวบรวมข้อมูลเครือข่ายแหล่งหาเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ วางแผนพิจารณาการจัดการแปลงของกลุ่ม และจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่จำเป็นจะต้องแก้ไขเร่งด่วน

ค่าใช้จ่าย : 12,000
จำนวนผู้รับบริการ : 33
ปัญหาอุปสรรค : 1. สภาพพื้นที่รอบข้างเป็นการทำเกษตรที่ใช้สารเคมี จึงทำให้มีผลกระทบมายังแปลงของกลุ่มเกษตรกร 2. คุณภาพของแหล่งน้ำ
แนวทางแก้ไข : 1. มีการปลูกพืชเพื่อสร้างแนวกันชนระหว่างแปลง เพื่อลดการกระจายของสารเคมีแปลงข้างเคียง 2. มีการติดตามเรื่องคุณภาพน้ำเพื่อการเกษตรอย่างต่อเนื่อง 3. มีการกระตุ้นให้มีการเก็บข้อมูลปริมาณน้ำฝน ซึ่งจะต้องใช้เวลานาน อย่างน้อย 1 ปี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2560231,820|231,820|231,820|ใช้หมด20174301712151.pdf20171122153411.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2179]   วันที่รายงาน  [3/4/2560]

- ประชุมวางแผนการดำเนินโครงการและจัดทำเอกสารที่ใช้ในการจัดการอบรมโครงการ

- ลงพื้นที่ประชุมกลุ่มกับสมาชิกภายในกลุุ่มหมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค

- ทำการวางแผนและกำหนดวันในการจัดกิจกรรมการอบรมภายใต้โครงการหมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2343]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

รายงานผลการดำเนินงาน

โครงการหมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค ปีที่ 2

ระหว่าง วันที่ 26 ตุลาคม 2559 – 4 กรกฏาคม 2560

โดย ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ (ผู้รับผิดชอบโครงการ)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากคณะกรรมการประเมินโครงการฯ เข้าตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานโครงการฯ ปีที่ 1 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2559 ผู้รับผิดชอบโครงการฯเข้าร่วมการดำเนินกิจกรรมการตรวจแปลงและการประชุมย่อยของสมาชิกที่ร่วมนำร่องการเข้าสู่การขอรับมาตรเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้เกิดการฝึกเป็นผู้ตรวจเยียมแปลงและการเก็บบันทึกผลผลิตของแปลงสมาชิก เพื่อจะให้ในการวางแผนจัดการผลผลิตที่จะเกิดขึ้น และนำข้อมูลเพื่อใช้ในการติดต่อหาตลาดเพื่อกระจายผลผลิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปริมาณมาก โดยการประชุมย่อยแสดงตามตารางที่ 1

ตารางที่ 1แสดงการจัดกิจกรรมตรวจเยี่ยมแปลงและการจัดประชุมกลุ่มเป็นประจำทุกเดือน ช่วงเดือน ตุลาคม 2559 ถึง มิถุนายน 2560 จำนวน 8 ครั้ง

วันที่

กิจกรรม

หน่วยงานที่เข้าร่วม

28   ตุลาคม 2559

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

5.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

6.สามาชิกใหม่มาดูงาน

2 พฤศจิกายน 2559

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.สามาชิกใหม่มาดูงาน

20 ธันวาคม 2559

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

5.นักศึกษาฝึกงาน

28 กุมภาพันธ์ 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

16 มีนาคม 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

26 เมษายน 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

30 พฤษภาคม 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

5.นักศึกษาฝึกงาน

22 มิถุนายน 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

 

 

 

 

 

 

ค่าใช้จ่าย : 30,000
จำนวนผู้รับบริการ : 48
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2353]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

            เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2560  ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดินในส่วนกลางและส่วนจังหวัด ทำให้เกิดการจัดอบรมกลุ่มสมาชิกในโครงการหมู่บ้านฯ เรื่องการผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้ง ของโครงการหมู่บ้านฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน จังหวัดกาญจนบุรี วันเสาร์ ที่ 18 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค โดยมีคุณวันชัย สินประเสริฐมาให้ความรู้ในการใช้ พด. สูตรต่างๆ ร่วมถึงปัจจัยการผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้ง สูตร พด.1 พด.2 และ พด.7 จำนวน 3 ลัง อย่างละหลัง ขี้วัวแห้ง และถังหมักขนาด 200 ลิตร กากน้ำตาล และแจกจ่ายปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิกกลุ่มในโครงการหมู่บ้านฯ ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องจากการอบรมของโครงการ ปีที่ 1 อย่างต่อเนื่องะบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 30,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2354]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

          ทางกลุ่มได้เข้าร่วมประชาสัมพันธ์ผลผลิตของกลุ่มและขายผลผลิตเกษตรในโครงการ มหิดลทำความดี ถวายพ่อของแผ่นดิน “ตลาดเกษตรและอาหารปลอดภัย อุ้มชูเกษตรของพ่อ เดินตามวิถีพอเพียง” วันพฤหัสที่ 1 ธันวาคม 2559 ณ ลานกิจกรรม หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
          ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนาบนเวที่กลางในวันที่ 17 ธันวาคม 2559 และนำเกษตรกรในโครงการหมู่บ้าน ภายใต้ชื่อกลุ่มเกษตรอินทรีย์ไทรโยค (ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มจดทะเบียน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนรักษ์เกษตรอินทรีย์วังกระแจะและกลุ่มคนรักษ์เกษตรอินทรีย์ลุ่มสุ่ม) เข้าร่วมงานวันสังคมสุขใจ ครั้งที่ 3 “ตามรอยพระบาท...สัมผัสวิถีเกษตรพอเพียง” ระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 ณ สวนสามพราน จ. นครปฐม จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ มูลนิธิสังคมสุขใจ คาด 3 วัน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน เพื่อประชาสัมพันธ์ และขายผลผลิตโดยใช้ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมในงาน โดยผลการตอบรับจากผู้บริโภคที่เข้าร่วมงานต่อผลผลิตเกษตรของกลุ่มดีมาก ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในการผลิตและการบริโภคผลผลิตอินทรีย์มากขึ้น หลังการจัดงานทางศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ไทรโยค ภายใต้โครงการหมู่บ้านฯ และสมาชิกใหม่ที่ผ่านการรับรองของกลุ่มสามารถนำผลผลิตในแปลงไปขายที่ตลาดสุขใจ ได้ทุกเสาร์ อาทิตย์ อย่างต่อเนื่อง โดยทำให้ผลผลิตได้ราคาดีขึ้น ขายได้ปริมาณมากขึ้น โดยรายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าหากเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตที่เริ่มต้นเท่ากัน

         กลุ่มได้เข้าร่วมประชาสัมพันธ์ผลผลิตของกลุ่มและขายผลผลิตเกษตรทั้งผลผลิตสดและผ่านการแปรรูป ได้แก่ ส้มโอ หม่อนสดและแปรรูปน้ำหม่อน มะละกอ กล้วย สมุนไพร เป็นต้น ในโครงการท๊อปเพื่อเกษตรกรไทย ร่วมใจประชารัฐ วันที่ 21-28 ธันวาคม 2559 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กาญจนบุรี
การประชุม วันเสาร์ 6 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค เพื่อเชื่อมโยงโรงงานรับแปรรูปผลไม้ที่ผ่านมาตรฐาน GMP แล้วกับสมาชิกเกษตรกรในโครงการหมู่บ้านฯ เพื่อให้เริ่มทดลองการแปรรูปผลผลิตกล้วยน้ำว้าของกลุ่มฯและระบบการจัดการของกลุ่มร่วมกัน และให้ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจติดต่อตลาดให้ จัดโดยศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯ และศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค ในกิจกรรมได้มีการแนะนำตัวพูดคุยถึงชนิดและปริมาณผลผลิตของกลุ่มที่สามารถนำส่งขายเพื่อการแปรรูปซึ่งเบื้องต้นคือ กล้วยน้ำว้า มีการตกลงราคา การจัดการเรื่องขนส่ง การติดตามสืบกลับที่มาของเจ้าของกล้วย และการควบคุมคุณภาพกล้วยเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพหลังการแปรรูป Happy Life Farm ที่ตั้ง 109 หมู่ 9 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม สรุปว่าให้ติดป้ายหลังตัดปลีกล้วยจำนวน 110 วัน จึงจะตัดเครือเพื่อนำส่งโรงงานแปรรูปเป็นกล้วยตากด้วยโดมพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกลุ่มเกษตรกรส่งผลผลิตขายในครั้งแรกประมาณ 264 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท รวมค่าขนส่งแล้ว

        ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯและกลุ่มเกษตรกรในโครงการฯ ได้เดินจากนำผลผลิตไปส่งโรงงานแปรรูปกล้วยตากด้วยโดมพลังงานแสงอาทิตย์ที่ Happy Life Farm ที่ตั้ง 109 หมู่ 9 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมและโรงผลิตเห็ดหูหนู โรงผลิตและแปรรูปเห็ดหลินจือ โรงแปรรูปกล้วยแบบต่างๆ เช่น กล้วยอบกรอบ เมื่อ วันเสาร์ ที่ 18 มีนาคม 2560 ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรื่องการจัดการขนส่งผลผลิตและเกษตรกรได้เรียนรู้วิธีการผลิตเห็ดหูหนูจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อและผลิตต่อเนื่องภายในกลุ่มสมาชิกของโครงการฯ ได้สำเร็จ

        ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯและกลุ่มได้รับเชิญเข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเครือข่ายประชารัฐภาคการเกษตรของจังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้การสานพลังประชารัฐ จัดโดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.กาญจนบุรี วันที่ 24 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมมริเวอร์แควกาญจนบุรี ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้รับทราบนโยบายภาคการเกษตรทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัดพร้อมด้วยกลุ่มได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนด วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ภาคการเกษตรของจังหวัดกาญจนบุรีในงานประชุมดังกล่าว

        ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯได้นำกลุ่มสมาชิกในโครงการหมู่บ้านฯ เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ระบบการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาชุมชนเกษตรกรรายย่อย วันที่ 21-23 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม จัดโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย และมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย

       ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯ (ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์) ได้นำประธานกลุ่มฯ ได้แก่ คุณวิมล โพธิ์มี และ คุณเกศราภรณ์ หมื่อชนะ เข้าร่วมโครงการข่ายนวัตกรรมสร้างสรรค์ สำหรับธุรกิจเกษตรอาหารใหม่ ยุคประเทศไทย 4.0 ด้วยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)และกรมส่งเสริมการเกษตร วันที่ 18-21 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องรีเจ้นท์บอลรูม โรงแรมรีเจ้นท์ จ.อุบลราชธานี ทำให้ผู้นำกลุ่มได้มีหลักการของ Business model CANVAS เพื่อใช้เป็นหลัก แนวคิด เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังคิดจะ “ลงทุน” เริ่มต้นธุรกิจ หรือปรับปรุงธุรกิจเดิมให้เติบโตมากยิ่งขึ้น คาดว่าประธานกลุ่มที่ผ่านการเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ จะนำไปขยายต่อและใช้ในการตัดสินใจเพื่อนำกลุ่มฯไปสู่แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคและโอกาสทางการตลาดที่กลุ่มสามารถเข้าถึงได้ และยังได้เครือข่ายภาคการเกษตรตั้งแต่ระดับเกษตรกร เกษตรกรแปรรูป ผู้ประกอบการ จนถึงผู้ส่งออก รวมถึงเครือข่ายนักวิชาการทั้งภาครัฐ เอกชน เครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ อีกด้วยซึ่งจะช่วยให้ประธานกลุ่มมีมุมมองและเพื่อนในการพัฒนาการเกษตรได้กว้างขวางขึ้น ต่อยอดได้

          ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯ (ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์) ได้นำประธานกลุ่มฯ ได้แก่ คุณวิมล โพธิ์มี และ คุณเกศราภรณ์ หมื่นชนะ และเกษตรกรในโครงการฯ เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสุขใจออร์แกนิก ร่วมกับศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2560 เพื่อร่วมกันเพื่อผนึกเกษตรกรเครือข่ายโครงการสามพรานโมเดล 11 กลุ่ม   ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ จัดตั้งครือข่ายวิสาหกิจชุมชน  “สุขใจออร์แกนิก”  หวังเพิ่มโอกาสและสร้างฐานการตลาดให้มั่นคง แข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืน ในอนาคต

ค่าใช้จ่าย : 60,000
จำนวนผู้รับบริการ : 48
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2635]   วันที่รายงาน  [30/9/2560]

จากการรวมกลุ่มฯ และประสานงานโดย ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดินในส่วนกลางและส่วนจังหวัด ทำให้เกิดการจัดอบรมกลุ่มสมาชิกในโครงการหมู่บ้านฯ เรื่องการผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้ง ของโครงการหมู่บ้านฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน จังหวัดกาญจนบุรี วันเสาร์ ที่ 18 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยคโดยมีคุณวันชัย สินประเสริฐมาให้ความรู้ในการใช้ พด. สูตรต่างๆ ร่วมถึงปัจจัยการผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้ง สูตร พด.1 พด.2 และ พด.7 จำนวน 3 ลัง อย่างละหลัง ขี้วัวแห้ง และถังหมักขนาด 200 ลิตร กากน้ำตาล และแจกจ่ายปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิกกลุ่มในโครงการหมู่บ้านฯ ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องจากการอบรมของโครงการ ปีที่ 1 อย่างต่อเนื่องจากการรวมกลุ่มฯ และประสานงานโดย ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดินในส่วนกลางและส่วนจังหวัด ทำให้เกิดการจัดอบรมกลุ่มสมาชิกในโครงการหมู่บ้านฯ เรื่องการผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้ง ของโครงการหมู่บ้านฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน จังหวัดกาญจนบุรี วันเสาร์ ที่ 18 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยคโดยมีคุณวันชัย สินประเสริฐมาให้ความรู้ในการใช้ พด. สูตรต่างๆ ร่วมถึงปัจจัยการผลิตปุ๋ยน้ำและปุ๋ยแห้ง สูตร พด.1 พด.2 และ พด.7 จำนวน 3 ลัง อย่างละหลัง ขี้วัวแห้ง และถังหมักขนาด 200 ลิตร กากน้ำตาล และแจกจ่ายปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิกกลุ่มในโครงการหมู่บ้านฯ ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องจากการอบรมของโครงการ ปีที่ 1 อย่างต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่าย : 30,000
จำนวนผู้รับบริการ : 14
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2638]   วันที่รายงาน  [30/9/2560]

                                                            มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้ร่วมมือกับ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการวางแผนการผลิตและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ภายใต้โครงการหมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัย ซึ่งมีรูปแบบการพัฒนาครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดังนี้ ต้นน้ำ พัฒนาในส่วนของ การพัฒนากลุ่มให้แข็งแรง การลด ค่าใช้จ่ายต้นทุนการผลิต เช่น การผลิตปุ๋ย การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก การ จัดท าบัญชีครัวเรือน บัญชีการเพาะปลูก การบริหารจัดการน้ำระดับชุมชน โดยในกิจกรรมครั้งนี้มีการบรรยายในหัวข้อ “การเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตรอินทรีย์” และ “การทำข้าวยำ กับ น้ำฝรั่ง” โดยได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

ค่าใช้จ่าย : 65,000
จำนวนผู้รับบริการ : 35
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2641]   วันที่รายงาน  [30/9/2560]

ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯ (ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์) ได้นำประธานกลุ่มฯ ได้แก่ คุณวิมล โพธิ์มี และ คุณเกศราภรณ์ หมื่อชนะ เข้าร่วมโครงการข่ายนวัตกรรมสร้างสรรค์ สำหรับธุรกิจเกษตรอาหารใหม่ ยุคประเทศไทย 4.0 ด้วยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)และกรมส่งเสริมการเกษตร วันที่ 18-21 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องรีเจ้นท์บอลรูม โรงแรมรีเจ้นท์ จ.อุบลราชธานี ทำให้ผู้นำกลุ่มได้มีหลักการของ Business model CANVAS เพื่อใช้เป็นหลัก แนวคิด เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังคิดจะ “ลงทุน” เริ่มต้นธุรกิจ หรือปรับปรุงธุรกิจเดิมให้เติบโตมากยิ่งขึ้น คาดว่าประธานกลุ่มที่ผ่านการเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ จะนำไปขยายต่อและใช้ในการตัดสินใจเพื่อนำกลุ่มฯไปสู่แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคและโอกาสทางการตลาดที่กลุ่มสามารถเข้าถึงได้ และยังได้เครือข่ายภาคการเกษตรตั้งแต่ระดับเกษตรกร เกษตรกรแปรรูป ผู้ประกอบการ จนถึงผู้ส่งออก รวมถึงเครือข่ายนักวิชาการทั้งภาครัฐ เอกชน เครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ อีกด้วยซึ่งจะช่วยให้ประธานกลุ่มมีมุมมองและเพื่อนในการพัฒนาการเกษตรได้กว้างขวางขึ้น ต่อยอดได้

ค่าใช้จ่าย : 6,500
จำนวนผู้รับบริการ : 3
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=2642]   วันที่รายงาน  [30/9/2560]

30 พฤษภาคม 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์

5.นักศึกษาฝึกงาน

22 มิถุนายน 2560

1.ตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิก

2.ประชุมกลุ่มสมาชิก

3.ฝึกสมาชิกให้เขียนและรายงานบันทึกการตรวจเยี่ยมแปลง

4.ร่วมลงมติกลุ่มเพิ่อให้ระดับมาตรฐานแปลงของสมาชิกที่ผ่านการตรวจแปลงแล้ว

5.บันทึกปริมาณผลผลิตกลุ่มเพื่อคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและหาตลาดรองรับ

6. พูดคุย อุปสรรค ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแจ้งข่าวสารของกลุ่ม

1.ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์สุขใจ   

2.มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

3.ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค

4.เกษตรกรใหม่มาสังเกตการณ์


ค่าใช้จ่าย : 10,320
จำนวนผู้รับบริการ : 21
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2561460,000|300,000|300,000|ใช้หมด201822105241.pdf20181121423371.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2689]   วันที่รายงาน  [5/4/2561]

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ได้เชิญ ดร.สุภาภรณ์ เลขวัตและผู้ติดตาม จำนวน 2 ท่าน จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จัดประชุมวางแผนประสานงานและการสำรวจข้อมูลในพื้นที่ร่วมกับ ผู้นำชุมชน คุณวิมล โพธิ์มี คุณเกศราภรณ์ หมื่นชนะ คุณนวพรแซ่โง้ว และหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอไทรโยค จำนวน 2 ท่านณ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอไทรโยค โดยพูดคุยชี้แจ้งโครงการ แลกเปลี่ยนข้อมูลในพื้นที่ และวางแผนการดำเนินงานเพื่อนำงานวิจัยเรื่องการแปรรูปมาใช้พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ได้เชิญ ดร.สุภาภรณ์ เลขวัตและผู้ติดตาม จำนวน 2 ท่าน จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เข้าพบปะพูดคุยกับ รองนายก ปลัด อบต.วังกระแจะ เพื่อชี้แจ้งโครงการ แลกเปลี่ยนข้อมูลในพื้นที่ ประสานงานขอความอนุเคราะห์ความอำนวยสะดวกและวางแผนการดำเนินงานเพื่อนำงานวิจัยเรื่องการแปรรูปมาใช้พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนให้ตรงตามนโยบายและความต้องการของชุมชนและได้นำ ดร.สุภาภรณ์ เลขวัตและผู้ติดตาม จำนวน 2 ท่าน จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เข้าสำรวจดูพื้นที่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าแปรรูป ดูผลิตภัณฑ์แปรรูปโดยชุมชน เพื่อนำไปสู่การคัดเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์แปรรูปที่จะนำไปวางแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยได้เข้าเยี่ยม บ้านคุณพีรนุช กลิ่นเจริญ ต.วังกระแจะ ผลิตหน่อไม้นึ่ง น้ำดื่มสมุนไพร มะขามเปรี้ยวยักษ์แช่อิ่ม มะขามป้อมแช่อิ่ม  และ บ้านคุณสายหยุด ขาวสนิท ในการผลิตพริกแกงอินทรีย์ และมีผลผลิตตะไคร้ ใบมะกรูด ลูกมะกรูด และเพื่อสำรวจเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตพริกแกงอินทรีย์อีกด้วย   นอกจากนี้เพื่อสำรวจคัดเลือกเกษตรกรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้มีการปรับปรุงสถานที่เพื่อเป็นต้นแบบการผลิตที่ได้มาตรฐานในการแปรรูปน้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม และจากการลงพื้นที่ บ้านคุณพีรนุช กลิ่นเจริญ ยังได้รับคำแนะและได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่ต้นแบบในการสร้างห้องผลิตน้ำสมุนไพรพร้อมดื่มของกลุ่มเป็นรายแรก เนื่องจากมีความพร้อมด้านความต้องการ ด้านสถานที่และทุนทรัพย์และได้นำตัวอย่างพริกแกงอินทรีย์สดของคุณสายหยุด ขาวสนิท ได้ตรวจวิเคราะห์ด้วย

 

 

เมื่อวันที่ 24มกราคม 2562ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ได้นำคุณพีรนุช กลิ่นเจริญ เข้าขอคำแนะนำเรื่องการออกแบบสร้างห้องผลิตเพื่อรองรับการขอการรับรองมาตรฐาน อย. ที่สำนักงาน

สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี

ค่าใช้จ่าย : 18,000
จำนวนผู้รับบริการ : 35
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2690]   วันที่รายงาน  [4/4/2561]
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2691]   วันที่รายงาน  [4/4/2561]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 37
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2866]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

ประชุมแนวทางการจัดอบรม ประสานงาน นัดวันเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสูตรน้ำหมักที่ใช้ได้ประสิทธิภาพในแปลงสมาชิก และได้จัดประชุมกลุ่มเล็กตามสมาชิกที่ถนัดและสนใจ มีการดำเนินการเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายและลดต้นทุน และพัฒนาเมล็ดพันธุ์อินทรีย์

 

พูดคุยแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการรเกษตรกับนายก อบต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีเก็บเมล็ดพันธ์อินทรีย์เพื่อจำหน่ายและพัฒนาลงพื้นที่ประชุมกับสมาชิก

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : วิทยากร และ เกษตรกร ต่างก็ติดภาระการเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมของหน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนหลายหน่วยงาน ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน
แนวทางแก้ไข : จัดอบรมเป็นกลุ่มเล็กที่บ้าน หรือ ผู้นำเพื่อถ่ายทอดต่อ หรือนัดช่วงเวลาที่เกษตรกรสะดวกพร้อมกับหน่วยงานรัฐอื่นที่เหมาะสม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2867]   วันที่รายงาน  [5/7/2561]

ดำเนินการประชุมแนวทางการจัดอบรม ประสานงาน นัดวันเกษตรกร และได้จัดประชุมกลุ่มเล็กตามสมาชิกที่ถนัดและสนใจ จัดอบรมเรื่องการแปรรูปมะขามป้อม พริกแกง แนวทางการแปรรูปที่ถูกสุขลักษณะอนามัย การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการแปรรูปผลผลิต ให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรที่สนใจ  เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น BizClub จังหวัดกาญจนบุรี และผู้ประกอบการสาขาที่เกี่ยวข้อง

 

 

อบรมพริกแกง

ค่าใช้จ่าย : 5,000
จำนวนผู้รับบริการ : 48
ปัญหาอุปสรรค : วิทยากร และ เกษตรกร ต่างก็ติดภาระการเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมของหน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนหลายหน่วยงาน ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน และงานแสดงนิทรรศการ เช่น สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กระทรวงพลังงาน (กลุ่มได้รับสนับสนุนพาราโบล่าโดม 2 หลัง) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ เป็นต้น
แนวทางแก้ไข : จัดอบรมเป็นกลุ่มเล็กที่บ้าน หรือ ผู้นำเพื่อถ่ายทอดต่อ หรือนัดช่วงเวลาที่เกษตรกรสะดวกพร้อมกับหน่วยงานรัฐอื่นที่เหมาะสม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2868]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

มีการนำแอปพลิเคชั่นไปทดลองใช้กับเกษตรกรในพื้นที่แล้ว พร้อมรับฟังความคิดเห็นเมื่อได้ทดลองใช้

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 5
ปัญหาอุปสรรค : แอพพลิเคชั่นยังไม่รองรับการตรวจสอบดินในทุกๆสภาพ จึงทำให้ในบางพื้นที่ไม่สามารถได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าไรนัก
แนวทางแก้ไข : พัฒนาและปรับแก้ไขตามความเหมาะสม ร่วมกับการใช้วิธีการตรวจพื้นฐาน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2869]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

ประชุมหารือ ให้ข้อมูลการวางแผนการผลิตล่วงหน้า การปลูกพืชเชิงเดียวพื้นที่น้อยเพื่อวางแผนการผลิตตามความถนัดและความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของตลาด แนวทางการขายและบรรจุภัณฑ์วัสดุปลูกจากการเลี้ยงหมูหลุม การเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่าย ให้กับสมาชิก

ค่าใช้จ่าย : 48,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=2962]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

ประชุมแนวทางการจัดอบรม ประสานงาน นัดวันเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสูตรน้ำหมักที่ใช้ได้ประสิทธิภาพในแปลงสมาชิก และได้จัดประชุมกลุ่มเล็กตามสมาชิกที่ถนัดและสนใจ มีการดำเนินการเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายและลดต้นทุน และพัฒนาเมล็ดพันธุ์อินทรีย์

ค่าใช้จ่าย : 2,440
จำนวนผู้รับบริการ : 80
ปัญหาอุปสรรค : วิทยากร และ เกษตรกร ต่างก็ติดภาระการเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมของหน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนหลายหน่วยงาน ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน
แนวทางแก้ไข : จัดอบรมเป็นกลุ่มเล็กที่บ้าน หรือ ผู้นำเพื่อถ่ายทอดต่อ หรือนัดช่วงเวลาที่เกษตรกรสะดวกพร้อมกับหน่วยงานรัฐอื่นที่เหมาะสม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=2965]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

ลงพื้นที่เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการใช้ข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นจากมือถือ ตามความเหมาะสมของเวลา เมื่อมีการประสานงานประชุมกันในกลุ่มย่อยเป็นประจำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมื่อมีการวางแผนการผลิตและการตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิกเพื่อวางแผนทางการตลาดและการผลิตให้สัมพันธ์กันตามความต้องการของตลาด ตามกลไกการตลาดและความเหมาะสมกับบริบทของสมาชิกในกลุ่มโครงการฯ พบว่าแอพพลิเคชันที่มีข้อมูลที่ไม่เฉพาะเจาะจงพอ ที่จะมีข้อมูลในระดับพื้นที่เพื่อการเกษตรจากหน้าดินที่ใช้ปลูก จึงมีข้อมูลไม่เฉพาะเพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์เฉพาะแปลง แต่เป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ภาพรวมได้

ค่าใช้จ่าย : 2,381
จำนวนผู้รับบริการ : 52
ปัญหาอุปสรรค : แอปพลิเคชั่นยังไม่เหมาะสมกับสภาพผิวดินในพื้นที่เกษตรที่แตกต่างกัน
แนวทางแก้ไข : การประยุกต์ใช้ต้องพิจารณาความคุ้มค่าตามกรณี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 10 [IG=2966]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

มีการอบรมโดยได้ประชาสัมพันธ์สมาชิกใหม่ๆเข้ามารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อทดแทนแรงงานและเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ทางการเกษตร พบว่าเกษตรกรให้ความสนใจอย่างมีต้นแบบโรงเรือนร่วมกับใช้ระบบเซ็นเซอร์ แต่ต้นทุนการก่อสร้างมีราคาสูง รวมถึงแปลงเกษตรกรมีระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง จึงอาจจะต้องใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาร่วมด้วยซึ่งทำให้ต้นทุนิ่งมีราคาสูงขึ้น 

ค่าใช้จ่าย : 19,398
จำนวนผู้รับบริการ : 53
ปัญหาอุปสรรค : ต้นทุนการก่อสร้างมีราคาสูง รวมถึงแปลงเกษตรกรมีระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง จึงอาจจะต้องใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาร่วมด้วยซึ่งทำให้ต้นทุนิ่งมีราคาสูงขึ้น
แนวทางแก้ไข : หาแนวทางการเสนอความต้องการของเกษตรกรจากผลการดำเนินงานของโครงการฯ ไปยังหน่วยงานสนับสนุนให้กับกลุ่มเกษตรกร เช่น สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 11 [IG=2967]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

มีการอบรมโดยได้ประชาสัมพันธ์สมาชิกที่สนใจเข้ามารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อทดแทนแรงงานและเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ทางการเกษตร พบว่าเกษตรกรให้ความสนใจอย่างมีต้นแบบโรงเรือนร่วมกับใช้ระบบเซ็นเซอร์ แต่ต้นทุนการก่อสร้างมีราคาสูง รวมถึงแปลงเกษตรกรมีระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง จึงอาจจะต้องใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาร่วมด้วยซึ่งทำให้ต้นทุนิ่งมีราคาสูงขึ้น 

ค่าใช้จ่าย : 17,904
จำนวนผู้รับบริการ : 55
ปัญหาอุปสรรค : ต้นทุนสูง การบริหารจัดการยังไม่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในการนำไปใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้
แนวทางแก้ไข : รอให้เทคโนโลยีราคาถูกลง หรือค้นหาเทคโนโลยีอื่นที่เหมาะสมทดแทน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 12 [IG=2968]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

ดำเนินการประชุมแนวทางการจัดอบรม ประสานงาน นัดวันเกษตรกร และได้จัดประชุมกลุ่มเล็กตามสมาชิกที่ถนัดและสนใจ จัดอบรมเรื่องการแปรรูปมะขามป้อม พริกแกง แนวทางการแปรรูปที่ถูกสุขลักษณะอนามัย การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการแปรรูปผลผลิต ให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรที่สนใจ  เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น BizClub จังหวัดกาญจนบุรี และผู้ประกอบการสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวนผู้รับบริการ: 68 คน 

ค่าใช้จ่าย : 2,870
จำนวนผู้รับบริการ : 68
ปัญหาอุปสรรค : วิทยากร และ เกษตรกร ต่างก็ติดภาระการเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมของหน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนหลายหน่วยงาน ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน และงานแสดงนิทรรศการ เช่น สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กระทรวงพลังงาน (กลุ่มได้รับสนับสนุนพาราโบล่าโดม 2 หลัง) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ เป็นต้น
แนวทางแก้ไข : จัดอบรมเป็นกลุ่มเล็กที่บ้าน หรือ ผู้นำเพื่อถ่ายทอดต่อ หรือนัดช่วงเวลาที่เกษตรกรสะดวกพร้อมกับหน่วยงานรัฐอื่นที่เหมาะสม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 13 [IG=2969]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

การวางแผนการผลิตล่วงหน้า การปลูกพืชเชิงเดียวพื้นที่น้อยเพื่อวางแผนการผลิตตามความถนัดและความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของตลาด แนวทางการขายและบรรจุภัณฑ์วัสดุปลูกจากการเลี้ยงหมูหลุม การเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่าย

ค่าใช้จ่าย : 46,987
จำนวนผู้รับบริการ : 58
ปัญหาอุปสรรค : ต้องมีการประสานงานประชุมกันในกลุ่มย่อยเป็นประจำ เพื่อการวางแผนการผลิตและการตรวจเยี่ยมแปลงสมาชิกเพื่อวางแผนทางการตลาดและการผลิตให้สัมพันธ์กันตามความต้องการของตลาด ตามกลไกการตลาดและความเหมาะสมกับบริบทของสมาชิกในกลุ่มโครงการฯ
แนวทางแก้ไข : มีการเดินทางลงพื้นที่เพื่อประสานงานดำเนินการด้านการตลาดหลายครั้งเพื่อการวางแผนการผลิตร่วมกัน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 14 [IG=2970]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

ประชุมหารือการจัดการการเป็นจุดเรียนรู้ทางด้านเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม และพัฒนาวิทยากรตัวคูณในด้านที่สมาชิกถนัดได้วิทยากรตัวคูณของกลุ่ม ติดป้ายจุดเรียนรู้ และจัดทำคู่มือองค์ความรู้เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เพื่อการขยายผล

ค่าใช้จ่าย : 76,000
จำนวนผู้รับบริการ : 200
ปัญหาอุปสรรค : ปัญหา / อุปสรรค : 4.1 วิทยากร และ เกษตรกร ต่างก็ติดภาระการเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมของหน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนหลายหน่วยงาน ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน 4.2 พื้นที่เข้าถึงอยากเนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ 4.3 บางพื้นที่ถนนยังเป็นดิน ลูกรัง ทำให้การเดินทางลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งตรงกับช่วงงบประมาณเข้ามา 4.4 การดำเนินโครงการฯ ต้องรีบเร่งให้เสร็จตามเวลา 4.5 เกษตรกรผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรไม่ทันความต้องการของตลาดจึงทำให้ จัดสรรเวลาค่อนข้างยากในการร่วมกลุ่มประชุมใหญ่ เหมือนการดำเนินการปีที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา
แนวทางแก้ไข : จัดประชุมกลุ่มย่อยบ่อยๆ และบ้างพื้นที่เข้าถึงอยากเนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และถนนยังเป็นดิน ลูกรัง ทำให้การเดินทางลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ ต้องใช้การสื่อสารของสมาชิกให้ช่วยเหลือสื่อสารกันเป็นหลัก
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 15 [IG=2971]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

เจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่ก็จะเป็นสมาชิกในกลุ่มและได้จ้างผู้ช่วยโครงการมา 1 ท่านตามปริมาณงานในด้านต่างๆ เพื่อช่วยดำเนินงานประสานงานหลักและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของโครงการฯ

ค่าใช้จ่าย : 25,000
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : วิทยากร และ เกษตรกร ต่างก็ติดภาระการเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมของหน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนหลายหน่วยงาน ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน 4.1 พื้นที่เข้าถึงอยากเนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ 4.2 บางพื้นที่ถนนยังเป็นดิน ลูกรัง ทำให้การเดินทางลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งตรงกับช่วงงบประมาณเข้ามา 4.3 เกษตรกรผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรไม่ทันความต้องการของตลาดจึงทำให้ จัดสรรเวลาค่อนข้างยากในการร่วมกลุ่มประชุมใหญ่ เหมือนการดำเนินการปีที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา
แนวทางแก้ไข : ติดต่อทางโทรศัพท์และไลน์เป็นหลัก
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 16 [IG=2972]   วันที่รายงาน  [27/9/2561]

เจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่ก็จะเป็นสมาชิกในกลุ่มและได้จ้างผู้ช่วยโครงการมา 1 ท่านตามปริมาณงานในด้านต่างๆ เพื่อช่วยดำเนินงานประสานงานหลักและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของโครงการฯ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดทำรายงาน และติดตามการประเมินผลตลอดโครงการฯ

ค่าใช้จ่าย : 16,020
จำนวนผู้รับบริการ : 72
ปัญหาอุปสรรค : หาผู้ช่วยโครงการดำเนินการอย่างต่อเนื่องได้ยาก ทำให้ผู้ดำเนินโครงงการต้องใช้เวลามากในการดำเนินการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ
แนวทางแก้ไข : ให้มีการจัดสรรบุคลากรสนับสนุนในพื้นที่ที่มีความรู้และประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนคณะทำงานของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง nongnuchts@gmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates