หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด

บ้านยางน้อย

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2558300,000|300,000|157,500|142,5002015581416131.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1322]   วันที่รายงาน  [7/7/2558]

แผนการดำเนินงานตามที่ได้รับอนุมัติโครงการ

ไตรมาสที่ 1 (ต.ค.-ธ.ค.2557)


สำรวจพื้นที่ที่จะดำเนินกิจกรรมในเขตตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และสำรวจความต้องการของชุมชน ในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรม ระหว่างเดือนตุลาคม 2557 โดยลงพื้นที่ตำบลยางน้อย ได้แก่ บ้านยางน้อย บ้านยางใหญ่ บ้านผักหนอก บ้านป่าเป้า บ้านแหใต้ และบ้านหัวช้าง โดย ใช้งบประมาณ 15,000 บาท



ไตรมาสที่ 2 (ม.ค.-มี.ค.2558)

เดือนมีนาคม 2558 ประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและทบทวนแผนเดิม วิเคราะห์/คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากข้อมูลสำรวจความต้องการของชุมชน โดย ใช้งบประมาณ 5,000 บาท


 



ไตรมาสที่ 3 (เม.ย.-มิ.ย.2558)

1. วันที่ 7 เมษายน 2558 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการเครือข่าย การติดตามประเมินผล และการรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ที่โรงแรมราชาวดีและมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ใช้งบประมาณ 840 บาท)

2. วันที่ 17 เมษายน 2558 ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด เพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า ซึ่งขณะนี้ ได้มีการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯ ชุดใหม่ จากประธานสหกรณ์ฯ นายสมพร ดรพลก้อม เป็นนายกิตติ จันทร์ศรี ซึ่งต้องทำความเข้าใจกิจกรรมของโครงการและขอความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ซึ่งทางสหกรณ์ฯ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยหารือในประเด็น

 2.1 หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานสหกรณ์ฯ ต้องการให้เน้นเรื่อง การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในสัตว์น้ำ

 2.2 การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

 2.3 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ

 2.4 นัดประชุมเพื่อเสนอกำหนดการ แนวทางการดำเนินงาน ผลการประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดประชุมต่อไปในวันที่ 15 พฤษภาคม 2558

 (มีผู้เข้าร่วมประชุม 18 คน ใช้งบประมาณ 2,500 บาท)

3. วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ร่วมประชุมเพื่อทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอเทคโนโลยี การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ มีประเด็นสำคัญดังนี้

 3.1 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมที่ส่งรายชื่อมา 45 คน จึงเห็นว่า จำนวนไม่เพียงพอตามข้อกำหนดเจ้าของทุนที่สนับสนุนโครงการ จึงขอให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์เข้าร่วมด้วย และขยายเวลารับสมัครออกไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2558

 3.2 กำหนดการฝึกอบรม คณะผู้ดำเนินโครงการได้เสนอ กำหนดการฝึกอบรม ดังนี้

 



4. วันที่ 17 มิถุนายน 2558 ประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นด้านการจัดทำตลาดปลาของสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด โดยมีสหมาชิกสหกรณ์ชุดเก่าและชุดใหม่ จำนวน 20 คน เข้าร่วมประชุม โดยมติที่ประชุมเห็นควรให้มีผู้มาประมูลเพื่อดำเนินการจัดทำตลาดสหกรณ์ฯ และคาดว่าจะเริ่มประกาศหาผู้ประมูลภายในเดือนกรกฎาคม 2558


 



และเนื่องจากวิทยากรติดภารกิจอื่นๆ จึงขอเลื่อนการจัดอบรมเป็นวันที่ 29-30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม 2558 และเนื่องจากประมงจังหวัดมหาสารคามไม่สามารถมาเป็นประธานในพิธีเปิดได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย มาเป็นประธานในพิธีแทน



5. การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 29-30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.ยางน้อยมาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอโกสุมพิสัย ประมงอำเภอเชียงยืน ประมงอำเภอบรบือ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สมาชิกสหกรณ์ฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา จำนวน 97 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้


 





ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการซื้อลูกปลา จึงมีเกษตรกรผู้เข้าอบรมบางส่วนต้องกับไปจับลูกปลาขายระหว่างฝึกอบรม

เกษตรกรส่วนใหย๋พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลากะโห้ ปลาจาระเม็ด หรือปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ เพื่อความหลากหลาย



งบประมาณที่ใช้

1. ค่าอาหาร-อาหารว่าง 90 คน (ถั่วเฉลี่ย) คนละ 200 บาท 3 วัน จำนวนเงิน 57,000 บาท

2. ค่าวิทยากรและคณะ จำนวน 25,000 บาท

3. ค่าวัสดุเกษตร-วัสดุวิทยาศาสตร์ พ่อแม่พันธุ์ปลา สำหรับอบรม จำนวน 52,000 บาท

4. ค่าเอกสารการจัดประชุมสำหรับแจกเกษตรกรและผู้เข้าอบรม จำนวน 100 ชุด 8,500 บาท

5. ค่าเช่าสถานที่ เครื่งเสียง ทำความสะอาด จำนวน 2,500 บาท

6. อื่นๆ จำนวน 12,500 บาท

รวมทั้งสิ้น 157,500 บาท

หมายเหตุ วัสดุที่ใช้แล้ว มอบให้เกษตรกร



แผนการดำเนินงานไตรมาสที่ 4

1. จัดฝึกอบรมเรื่อง การตลาด การเงินและบัญชีฟาร์ม

2. นำเกษตรกรไปศึกษาดูงานการจัดการฟาร์มปลาหมอี่จังหวัดกาฬสินธุ์หรือศูนย์วิจัยพันธุกรรมสัตว์น้ำจังหวัดบุรีรัมย์

3. ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนิน ในฟาร์มต่างในพื้นที่เป้าหมาย

4. รายงานผลการดำเนินงาน

 


ค่าใช้จ่าย : 157,500
จำนวนผู้รับบริการ : 90
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2559300,000|245,000||245,00020165241013191.pdf2016112953401.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1854]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหนวันที่ 17 มีนาคม 2559 สำรวจพื้นที่การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด และประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและทบทวนแผนเดิม วิเคราะห์/คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากข้อมูลสำรวจความต้องการของชุมชน ณ สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัดและฟาร์มเกษตรกรบ้านยางน้อย และบ้านแหใต้ ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย  จ.มหาสารคาม ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1855]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

1. วันที่ 19 เมษายน 2559ประชุมร่วมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์ เพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะพันธุ์ปลา และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

2. วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการเครือข่าย การติดตามประเมินผล และการรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ใช้งบประมาณ 840 บาท)

3. วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด เพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า ซึ่งขณะนี้ ได้มีการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯ ชุดใหม่ จากประธานสหกรณ์ฯ นายกิตติ ศรีจันทณโคตร ประธานคนเดิมที่เสียชีวิตลง เป็นนายวีระยุทธ ไชยโยราช ซึ่งต้องทำความเข้าใจกิจกรรมของโครงการและขอความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ซึ่งทางสหกรณ์ฯ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยหารือในประเด็น

          2.1 หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานสหกรณ์ฯ ต้องการให้เน้นเรื่อง การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในสัตว์น้ำ (เป็นหัวข้อคล้ายกับปีที่แล้ว เนื่องจากต้องการอบรมซ้ำอีกครั้ง เพราะเมื่ออบรมครั้งที่แล้วเมื่อนำไปปฎิบัติเกิดปัญหาจึงต้องการอบรมอีกครั้ง แต่ปรับรูปแบบเป็นเน้นแนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมา)

               ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ

1) การทำอาหารปลาอย่างง่าย โดยเน้นการผลิตอาหารธรรมชาติ และการทำอาหารลูกปลาวัยอ่อน กานำโปรไบโอติกมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพปลา

2) การเพาะพันธุ์ปลา และการแปลงเพศปลา โดยเน้นการเพาะพันธุ์ปลาหมอไทยที่เป็นปลาที่มีราคาดี แต่เกษตรกรยังไม่เคยเพาะพันธุ์ปลาหมอไทย/ปลาตะเพียนขาว ตลอดจนแนวทางในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ปลาน้ำจืด ผลของการผสมพันธุ์ที่ก่อให้เกิดเลือดชิด และการแปลงเพศปลา โดยการวิธีการแปลงเพศปลาให้เป็นเพศเมีย เช่น ปลาหมอไทย และปลาตะเพียนขาว เป็นต้น การใช้ฮอร์โมน การเจือจางฮอร์โมน การตรียมฮอร์โมนผสมอาหารสำหรับแปลงเพศปลา การเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวโดยใช้แม่พันธุ์นีโอเมล เป็นต้น

3) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM)

4) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหาปลาป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี

5) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงปลาต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร

6) การตลาด การเงินและบัญชีฟาร์ม เกษตรกขาดความรู้และแนวทางในการจัดการฟาร์ม การตลาด การเงิน และไม่มีการทำบัญชีฟาร์ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

          2.2 การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

          2.3 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1856]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

วันที่ 10 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ มีประเด็นสำคัญดังนี้

          3.1 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมที่ส่งรายชื่อมา 50 คน จึงเห็นว่า จำนวนไม่เพียงพอตามข้อกำหนดเจ้าของทุนที่สนับสนุนโครงการ จึงขอให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์เข้าร่วมด้วย และขยายเวลารับสมัครออกไปจนถึงสิ้นเดือนวันที่ 20 มิถุนายน 2559

          3.2 กำหนดการฝึกอบรม คณะผู้ดำเนินโครงการได้เสนอ กำหนดการฝึกอบรม โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วง ที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2559 ช่วงที่ 2 ในวันที่ 15  กรกฎาคม 2559 และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2559

กรรมการสหกรณ์ฯ เห็นชอบกำหนดการ จึงมอบหมาย ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี ประสานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย เพื่อมาเป็นประธานในพิธีเปิด เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมงาน เช่น ประมงจังหวัด ประมงอำเภอ เป็นต้น

          3.3 ได้รายชื่อเกษตรผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมจากอำเภอโกสุมพิสัย ตำบลยางน้อย จำนวน 35 คน ตำบลแหใต้ จำนวน 30 คน อำเภอเชียงยืน ตำบลหนองซอน จำนวน 5 คน รวม 70 คน

          3.4 การพิจารณาหาแนวทางการพัฒนาการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อความต่อเนื่อง จะนัดหมายคณะกรรมการสหกรณ์ฯ หารือกับนักวิชาการด้านการตลาด ถึงแนวทางในการจัดจำหน่าย การเข้าประมูลงานในหน่วยงานราชการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP

          3.5 การศึกษาดูงาน ที่ประชุมเห็นชอบไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางศูนย์ติดภารกิจและเป็นวันหยุดราชการ จึงเลื่อนไปศึกษาดูงานในวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 แทน

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 25
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1858]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

วันที่ 24 มิถุนายน 2559 ร่วมประชุมกับประธานสหกรณ์ และกรรมการสหกรณ์บางส่วนวางแผนการดำเนินจัดอบรม และเตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 1

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 29-30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคามมีนายก อบต.ยางน้อยมาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอโกสุมพิสัย เกษตรตำบลยางน้อย คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกสหกรณ์ฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา จำนวน 66 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

วิทยากร

วันที่ 29 มิถุนายน 2559

 

 

 

 

 

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี  วรเสริม

ภาคเช้า

08.30 – 09.00 น.

09.00 – 09.30 น.

 

 

09.30 – 12.30 น.

 

ภาคบ่าย

13.30 – 16.30 น.

 

ลงทะเบียน

พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อยอ.โกสุมพิสัย 

จ.มหาสารคาม

กล่าวรายงานโดย ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย

ฝึกอบรมเกษตรจำนวน 60 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 30คน

การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ (ปลาหมอไทย/ปลาตะเพียนขาว) โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ

การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ (ปลาหมอไทย/ปลาตะเพียนขาว) โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ (ต่อ)

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี  วรเสริม

วันที่ 30 มิถุนายน 2559

 

08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น.

 

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 60 คน

อาหารปลาและการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น: อาหารมีชีวิต/ อาหารเม็ด

 

 

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี  วรเสริม

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ

กัมพล ไทยโส และวุธเมธี  วรเสริม

วันที่ 1 กรกฎาคม 2559

 

08.30 – 09.00 น.

 

09.00 – 12.00 น.

ลงทะเบียน

ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 60คน

โรคและการวินิจฉัยโรคกบเบื้องต้น

 

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ภาคบ่าย

13.00 – 16.00 น.

- การจัดการฟาร์มระหว่างกบเกิดโรค

- การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

ผลการดำเนินงาน

          จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 29-30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคามผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่ 

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น เครื่องผสมอาหาร ฮอร์โมนแปลงเพศปลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ วัสดุอุกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค ยาและสารเคมีที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค เป็นต้น (ภาพที่ 2-11) ซึ่ง จำแนกได้ดังนี้

1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์ การแปลงเพศและการอนุบาลปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ (ปลาหมอไทย/ตะเพียนขาว) เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก เนื่องจากมีเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมปีที่แล้วบางส่วน (ขณะนี้มีจำนวน 12 ฟาร์ม) ได้ไปดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาหมอไทยแปลงเพศ สามารถจำหน่ายได้ราคาดี และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก จากการสอบถาม สามารถเพิ่มรายได้มากกว่า 50,000-100,000 บาทต่อเดือน เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมครั้งนี้ มีทั้งรายเก่าที่เคยอบรมมาแล้ว และได้ดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาหมอแปลงเพศแล้วแต่ยังขาดเทคนิคที่ดี เกษตรกรที่เคยอบรมแล้วแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ คาดว่าจะดำเนินการในปีนี้ และเกษตรกรรายใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่องการเตรียมฮอร์โมนผสมอาการ เทคนิคการให้อาหาร การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการให้ฮอร์โมนโดยวิธีการแช่ การฆ่าเชื้อให้ไข่ปลา และการเตรียมฮอร์โมนสำหรับการแปลงเพศปลาตะเพียนขาวและปลาสลิด โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ฮอร์โมนแปลงเพศด้วยวิธีการแช้และผสมอาหาร ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

2. การอบรมเรื่อง การผลิตอาหารปลาน้ำจืดราคาถูกโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกปลา ปลาเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ โดยการสาธิตเตรียมอาหารผลสำหรับลูกปลา อาหารเม็ดจมน้ำสำหรับปลาใหญ่ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

3. การอบรมเรื่อง การจัดการคุณภาพน้ำและการจัดการบ่อเลี้ยงปลาน้ำจืด เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะไม่เคยมีการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่มีการตากบ่อก่อนอนุบาลลูกปลา ไม่มีการเตรียมน้ำเขียวเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติก่อนปล่อย วิทยากรจึงได้นำเสนอภาพตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของคุณภาพน้ำต่อการเจริญเติบโต การเกิดโรค สุขภาพและอัตราการรอดของปลา ชี้ให้เห็นความสำคัญของออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ความเป็นกรดเป็นด่าง ความเป็นด่าง ความกระด้าง ก๊าซพิษต่างๆ เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการหมักหมมของก๊าซพิษ และเชื้อโรคต่างๆ ตามพื้นก้นบ่อ  และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ การเตรียมบ่อ การบำบัดน้ำ การกำจัดสารอินทรีย์และสารพิษต่างๆ การกำจัดเชื้อโรค ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี ในการอบรมได้ให้เกษตรกรทดลองวิเคราะห์น้ำจากฟาร์มของตนเอง ด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูป การทดลองเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์ การทำ EM ball สำหรับบำบัดน้ำภายในบ่อเลี้ยง และการเตรียมอาหารผสมโปรไบโอติก เพื่อเสริมสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ปลา

4. การอบรมเรื่อง โรคและการวินิจฉัยโรคปลาน้ำจืด ถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะเกษตรกรผู้เข้าอบรม ถึงแม้จะทำการเพาะเลี้ยงปลามากว่า 10 ปี แต่ไม่เคยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเกิดโรค และความสูญเสียเนื่องจากการกิดโรค เพราะหากสามารถจับลูกปลาได้ถึง 50,000-100,000 ตัวต่อบ่อ ก็เป็นที่พอใจแล้ว ทั้งๆ ที่ปล่อยลูกปลาวัยอ่อนลงไปกว่า 1,000,000 ตัว (ไม่เคยประเมิน) จึงได้ชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เสียหายไปนั้นมหาศาล ส่วนใหญ่จึงเริ่มให้ความสำคัญ เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อภายในบ่อ การใช้สารเคมีหรือชีวภาพในการบำบัดพื้นก้นบ่อ เนื่องจากให้เกษตรกรนำตัวอย่างปลาป่วย ไข่ปลามาตรวจหาเชื้อโรค โดยฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ ทำให้รับรู้ปัญหามาขึ้น รวมทั้งทราบลักษณะอาการปลาป่วย และแนวทางการแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

5. การอบรมเรื่อง การจัดการฟาร์มระหว่างปลาเกิดโรคและการใช้ยาและสารเคมี เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมบ่อ การฆ่าเชื้อในบ่อเพาะพันธุ์ บ่ออนุบาล ทั้งบ่อซีเมนต์และบ่อดิน เริ่เห็นความสำคัญกับการวางแนวทางเพื่อป้องกันการสูญเสีย เช่น การใช้สารเคมี ปูน หรือจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันรักษาโรค สอบถามชนิดที่เหมาะสม ความเข้มข้นหรือปริมาณที่ควรใช้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ทั้งวิธีการแช่และการผสมอาหาร รวมทั้งการฉีด ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำไปใช้

          อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 60%เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกษตรกรต้องให้เวลากับการขายปลา เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดมีความต้องการลูกปลาค่อนข้างสูงเกษตรต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาจับปลาและบรรจุถุงและส่งจำหน่าย เมื่อเสร็จภารกิจแล้วจึงเข้าร่วมอบรม และต้องรีบกลับเพื่อประกอบภารกิจส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตปลาออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลากะโห้ ปลาจาระเม็ด หรือปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ เพื่อความหลากหลาย

          โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้

ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการซื้อลูกปลา จึงมีเกษตรกรผู้เข้าอบรมบางส่วนต้องกับไปจับลูกปลาขายระหว่างฝึกอบรม 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 66
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1859]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

1. วันที่ 19 เมษายน 2559ประชุมร่วมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์ เพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเพาะพันธุ์ปลา และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

2. วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการเครือข่าย การติดตามประเมินผล และการรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ใช้งบประมาณ 840 บาท)

3. วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด เพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า ซึ่งขณะนี้ ได้มีการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯ ชุดใหม่ จากประธานสหกรณ์ฯ นายกิตติ ศรีจันทณโคตร ประธานคนเดิมที่เสียชีวิตลง เป็นนายวีระยุทธ ไชยโยราช ซึ่งต้องทำความเข้าใจกิจกรรมของโครงการและขอความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ซึ่งทางสหกรณ์ฯ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยหารือในประเด็น

          2.1 หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานสหกรณ์ฯ ต้องการให้เน้นเรื่อง การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในสัตว์น้ำ (เป็นหัวข้อคล้ายกับปีที่แล้ว เนื่องจากต้องการอบรมซ้ำอีกครั้ง เพราะเมื่ออบรมครั้งที่แล้วเมื่อนำไปปฎิบัติเกิดปัญหาจึงต้องการอบรมอีกครั้ง แต่ปรับรูปแบบเป็นเน้นแนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมา)

               ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ

1) การทำอาหารปลาอย่างง่าย โดยเน้นการผลิตอาหารธรรมชาติ และการทำอาหารลูกปลาวัยอ่อน กานำโปรไบโอติกมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพปลา

2) การเพาะพันธุ์ปลา และการแปลงเพศปลา โดยเน้นการเพาะพันธุ์ปลาหมอไทยที่เป็นปลาที่มีราคาดี แต่เกษตรกรยังไม่เคยเพาะพันธุ์ปลาหมอไทย/ปลาตะเพียนขาว ตลอดจนแนวทางในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ปลาน้ำจืด ผลของการผสมพันธุ์ที่ก่อให้เกิดเลือดชิด และการแปลงเพศปลา โดยการวิธีการแปลงเพศปลาให้เป็นเพศเมีย เช่น ปลาหมอไทย และปลาตะเพียนขาว เป็นต้น การใช้ฮอร์โมน การเจือจางฮอร์โมน การตรียมฮอร์โมนผสมอาหารสำหรับแปลงเพศปลา การเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวโดยใช้แม่พันธุ์นีโอเมล เป็นต้น

3) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM)

4) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหาปลาป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี

5) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงปลาต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร

6) การตลาด การเงินและบัญชีฟาร์ม เกษตรกขาดความรู้และแนวทางในการจัดการฟาร์ม การตลาด การเงิน และไม่มีการทำบัญชีฟาร์ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

          2.2 การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

          2.3 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ

กำหนดการ

กิจกรรม/แผน/ลักษณะการดำเนินงาน

สถานที่

จำนวนวัน

17 มี.ค. 2559

สำรวจพื้นที่การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัดและฟาร์มเกษตรกรบ้านยางน้อย และบ้านแหใต้ ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย  จ.มหาสารคาม

1

19 เม.ย. 2559

ประชุมเพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

3 พ.ค. 2559

เข้าร่วมอบรม จัดอบรม cmo รุ่นที่ 4 ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2559ณ หาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะวิศวกรรมกศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

1

6 พ.ค.2559

สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

มิถุนายน 2559

จัดทำเว็บเพจเพื่อประชาสัมพันธุ์หมู่บ้านและโครงการ

คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

10 มิ.ย. 2559

ประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

24 มิ.ย. 2559

เตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 1

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

0.5

29 มิ.ย. 2559

อบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ (ปลาหมอไทย/ปลาตะเพียนขาว) โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

30 มิ.ย. 2559

อบรมเรื่อง อาหารปลาและการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น: อาหารมีชีวิต/ อาหารเม็ด

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

1 ก.ค. 2559

อบรมเรื่อง คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา การจัดการคุณภาพน้ำผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม และการบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้ จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

2 ก.ค. 2559

อบรมเรื่อง โรคปลา การจัดฟาร์มปลาระหว่างการเกิดโรคและการป้องกันรักษา

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

14 ก.ค. 2559

เตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 2

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

15 ก.ค.2559

อบรมเรื่อง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

0.5

15 ก.ค.2559

อบรมเรื่อง การตลาด/การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่าย

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

0.5

21 กค. 2559

การศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

1

14 ส.ค.. 2559

เตรียมสถานที่และความพร้อมในการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ครั้งที่ 3

ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้า ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม และกลุ่มแม่บ้านผู้แปรรูปปลาส้ม/ปลาร้าบ้านแหใต้

1

15 ส.ค.2559

การแปรรูปสัตว์น้ำ เช่น ปลาส้มปลาร้า

กลุ่มแม่บ้านผู้แปรรูปปลาส้ม/ปลาร้าบ้านแหใต้

1

16 ส.ค.2559

การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

0.5

16 ส.ค.2559

อบรมเรื่อง การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา: การผลิตปลาตะเพียนขาวนีโอเมล

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

0.5

17 ส.ค.2559

อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นนวิทยากรมืออาชีพ

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1

12 ก.ย. 2559

 ประเมินผลการดำเนินโครงการ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน

สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

1


ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1874]   วันที่รายงาน  [17/8/2559]

6. วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ดำเนินการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงกบ “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงกบ จานวน 50 คน มาร่วมงาน ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรม
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 18 กรกฎาคม 2559
ภาคเช้า
08.30-09.00 น.

09.00-12.00 น.

ภาคบ่าย
13.00-16.00 น.
ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การตลาด/การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ


ผศ.ดร.กัญญาณัฐ รัตนประภาธรรม และ ดร.อนุรุทธิ์ ผงคลี

 


ฝึกอบรม/บรรยายหลักการโดย ท่าน ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี


ชี้แจง/ทำความเข้าใจการดำเนินการฝึกอบรม
ผลการดำเนินงาน
จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้าโกสุมพิสัย จากัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่
1. การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2. การตลาด มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.กัญญาณัฐ รัตนประภาธรรม และ ดร.อนุรุทธิ์ ผงคลี จากคณะบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. การจัดจำหน่ายการเงิน และบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.กัญญาณัฐ รัตนประภาธรรม และ ดร.อนุรุทธิ์ ผงคลี จากคณะบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งการจัดการทางด้านสังคม และการตลาด เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ การตลาด การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง เกษตรผสมผสาน หลักการเกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งครั้งนี้เกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี


อบรม เกษตรทฤษฎีใหม่


รับชมภาพ เสียง วีดีโอ ให้เกิดแรงบรรดาใจมากขึ้น
2. การอบรมเรื่อง การตลาด เช่น ต้นทุนในการเลี้ยงกบ และประโยชน์ในการเลี้ยงกบ เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าการทำตลาดจะต้องมีกลยุทธ์การตลาด ได้แก่ 1 ราคา กำหนดราคากลางร่วมกัน การปรับเปลี่ยนราคาตามตลาด 2 การส่งเสริมการขาย กำหนดราคาสิ้นค้าชัดเจนมีกลยุทธ์ในการขาย เช่น ลูกค้าซื้อ 10 กิโลกรัม แถม 1 กิโลกรัม 3 ผลิตภัณฑ์ มีการวางแผนการผลิต กำหนดระยะเวลาในการขายของสมาชิก กบสามารถเพิ่มมูลค้าเพิ่มให้แก่ชุมชน กบนั้นมีประโยชน์ในการนำประกอบอาหาร และนำออกขายตามตลาดได้ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี


อบรม/การขายให้เกิดกำไร
3. การอบรมเรื่อง การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน เป็นเรื่องที่เกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะส่วนใหญ่จะไม่ทำบัญชีกันเนื่องจากคิดว่าเสียเวลา วิทยากรจึงได้นำเสนอตัวอย่าง และชี้ให้เห็นผลกระทบของเกษตรกร ยกตัวอย่าง เช่น
รายได้ ขายส่ง ขายปลีก
ขายลูกออด 60 kg×120 บาท เท่ากับ 7200 บาท 60 kg×150 บาท เท่ากับ 9000 บาท
ขายลูกกบ 30000 ตัว×1 บาท เท่ากับ 30000 บาท 30000 ตัว×1 บาท เท่ากับ 30000 บาท
ขายกบขุน 200 kg ×80 บาท เท่ากับ 16000 บาท 200 kg ×120 บาท เท่ากับ 24000 บาท
* ดังนั้นจึงไม่ควรเลี้ยงเพื่อขายกบขุนเนื่องจาก ใช้ระยะเวลานานกินค่าอาหาร เสียเวลาในการเลี้ยงดู

 

อบรม/ชี้แจง การนำกบออกขาย

และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาต่างๆ มีการวางแผนรายรับรายจ่ายภายในครัวเรือน เพื่อก่อให้เกิด การทำบัญชีในการขายบริหารเงินให้เป็น ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดีซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึก


อบรม /เกษตรกรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงกบ

อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 70% เนื่องจากเกษตรกรมีหลายกลุ่ม ความสนใจจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนาความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตกบออกจาหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย
โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ต้องขอบคุณเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือให้การอบรมในครั้งนี้ ดำเนินการอย่างสมบูรณ์

7. วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ดำเนินการำเกษตรการ ไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ การเลี้ยงและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร มีเกษตรกร จากหมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับสมาชิกกลุ่มและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด จำนวน 50 คน ที่รวมเดินทางเพื่อศึกษาดูงาน ตามกำหนดการดังนี้


กำหนดการศึกษาดูงาน
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 21 กรกฎาคม 2559
08.30-09.00 น.


09.00-16.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกศึกษาดูงาน เกษตร จำนวน 25 คน ศึกษาดูงานด้านการเลี้ยง และเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

 

 

การเดินทาง/การอบรม และมอบของขวัญที่ระลึก

 

 

รับประทานอาหารเช้า

ผลการดำเนินงาน
จากการอบรมเกษตร ศึกษาดูงานด้านการเลี้ยง และเพาะพันธุ์กบ และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร มีเกษตรกร ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่
1. การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มีวิทยากร คือ ชัญญาภัค นานนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
2. การศึกษาและพัฒนาด้านประมง การเลี้ยงเพาะพันธุ์กบนอกฤดู วิทยากร คือ ชัญญาภัค นานนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
3. การปรับปรุงบำรุงดิน วิทยากร คือ ชัญญาภัค นานนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
ผลจากการศึกษาดูงานถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค และยา เป็นต้น ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช วิธีการกำจัดศตูรพืช โดยไม่ใช้สารเคมี การเพาะพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตสูง ผลใหญ่ ดก และต้นแข็งแรง การเลี้ยงหมูหลุม การเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยงไส้เดือนดิน นำมูลมาทำปุ๋ย และ สพรรคุณของฟักข้าว ฯลฯ ซึ่งเกษตรกรสนใจการเลี้ยงไส้เดือน เนื่องจากไส้เดือนมีประโยชน์ ในการกำจัดขยะอินทรีย์ เป็นปุ๋ยอินทรีย์ การกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และประโยชน์ของฟักข้าว นำมากินเป็นยา และยังนำเปลือกส่วนที่อยู่ข้างในมาถูกหน้าทำให้ หน้าดูอ่อนเยาว์ ซึ่งเกษตรกรได้ความรู้เป็นอย่างยิ่งสนใจซักถาม และจดบันทึกทำความเข้าใจเป็นอย่างดี

 

ศึกษาดูงาน การเกษตรผสมผสาน

2. การศึกษาและพัฒนาด้านประมง การเลี้ยงเพาะพันธุ์กบนอกฤดู การเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม ฮอลันดา และการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟ ปลาทอง การเกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกันเนื่องจากวิทยากรชี้ให้เห็นว่าสามารถ จัดหาวัสดุที่มีราคาถูกกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปในการอนุบาลลูกกบ กบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 


ศึกษาดูงานการเพาะเลี้ยงกบ ในฟาร์ม

 

การศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม ฮอลันดา และการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ป ปลาทอง

3. การปรับปรุงบำรุงดิน ได้แก่ การปลูกพืชต่างชนิดแบบผสมผสาน การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชสดเป็นปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน การปลูกพืชคลุมดิน เช่น หญ้าแฝก จะให้ประโยชน์ดังนี้
3.1 เพิ่มอินทรียวัตถุให้ แก่ดิน
3.2 สะสมธาตุอาหารให้ แก่ดิน
3.3 เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ ที่เป็นประโยชน์ให้ แก่ดิน
3.4 ป้องกันดินเป็นโรค
3.5 ป้องกันการชะล้าง และ พังทลาย ของดิน
3.6 ลดศัตรูพืช ในดิน
3.7 รักษาอุณหภูมิดิน
3.8 ทำให้ดินร่วนซุยอ่อนนุ่มไม่แข็งกระด้าง การปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การใช้ปุ๋ยคอก การใช้ปุ๋ยหมัก การใช้เศษพืช การใช้วัสดุดังกล่าวปรับปรุงบำรุงดินจะก่อให้เกิดประโยชน์คือ 1) เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน 2) เพิ่มธาตุอาหารพืชให้แก่ดิน 3) เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ให้แก่ดิน 4) ช่วยลดความเปรี้ยว ความเค็ม ความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้น้อยลง 5) ลดศัตรูพืชในดิน 6) ช่วยให้ดินร่วนซุย ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ดินไม่แข็ง 7) ช่วยดินมีพลังสามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น 8) รักษาอุณหภูมิดิน 9) ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ซึ่งมีการเปรียบเทียบสภาพของดินแต่ละพื้นที่ให้เกษตรกรได้เห็นภาพมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถาม และจดบันทึก

 

ศึกษาการ ปรับปรุงบำรุงดินปลูกหญ้าแฝก/ใช่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก

อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตร 100 % เนื่องจากเกษตรกรให้ความสำคัญในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันจริง แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้จักศึกษานอกพื้นที่อีกเนื่องจากได้ความรู้เป็นอย่างยิ่งในการเดินทางในครั่งนี้เกษตรมีความตื่นเต้น กระตือรือร้น ในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความหลากหลาย โดยภาพรวม พบว่า หลังการศึกษาในครั้งนี้หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิต และเพิ่มรายได้ ผลการดำเนินงาน พบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี
ต้องขอขอบคุณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ที่อำนวยความสะดวกในครั่งนี้ ขอบคุณ เกษตรกร หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ บ้านเหล้าจั่น ต.หนองคู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ร่วมเดินทาง เพื่อดูงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกจะได้ความรู้กลับไปไม่มากก็น้อย และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรทุกท่าน

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2100]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

8. การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม สมาชิกสหกรณ์ฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา จำนวน 60 คน มาร่วมงาน ตามกำหนดการดังนี้

กำหนดการฝึกอบรม
ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”
หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันที่ 16-17 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ณ สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จากัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 16 สิ่งหาคม 2559
ภาคเช้า
08.30-09.00 น.
09.00-12.00 น.

ภาคบ่าย
13.00-16.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 60 คน การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา: การผลิตและเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ

วันที่ 17 สิ่งหาคม 2559
ภาคเช้า
08.30-09.00 น.
09.00-12.00 น.

ภาคบ่าย
13.00-16.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 60 คน
อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ
อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ

 

 

 

 


ฝึกอบรม/บรรยายหลักการโดย ท่าน ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี

ผลการดำเนินงาน
จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 16-17 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่
1. การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2. การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา: การผลิตและเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล มีวิทยากรคือ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ วิทยากรคือ ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา การผลิตและเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล ปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมือ ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ อื่นๆ เช่น กุ้งก้ามแดง กุ้งฝอย กบ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง การเพาะพันธุ์กบ เนื่อง กบใช้ระยะเวลาในเลี้ยงไม่นานและยังสามารถนำออกขายได้ทุกระยะละเป็นที่ต้องการของตลาด และกุ้งก้ามแดง ซึ่งสามารถขายได้ราคาที่สูงให้ผลกำไรมาก แต่เกษตรกรบางรายไม่ค่อยให้สนใจในการเลี้ยงเท่าไรเพราะต้องใช้ต้นสูง แต่เกษตรกรบางรายเห็นความสำคัญในการเรื่องในนาข้าวเนื่องจาก ใช้ที่พื้นให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยกุ้งที่ควรปล่อยในข้าวต้องมีอายุ 40 วัน จำนวนที่ปล่อยคือ 5000 ตัว/ไร่ เลี้ยงประมาณ 4 เดือนก็สามารถนำออกขายตลาดได้ และได้ราคาที่สูงด้วย แต่ถ้าเป็นกุ้งฝอย ควรเป็นบ่อที่สามารถถ่ายเทน้ำได้ดี ก่อนการเลี้ยง ควรตากบ่อให้แห้ ถ้าเป็นบ่อเก่าควรปรับสภาพด้วยปูนขาว 60 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านปุ๋ยมูลไก่ ในอัตรา 60-90 กิโลกรัมต่อไร่ทิ้งไว้ 3 ถึง 4 วัน นำลูกปล่อยในอัตรา 30- 50 กรัม /1 ตารางเมตร เลี้ยง 2-3 เอนก็สามารถทยอยจับกุ้งตัวโตขายได้ ซึ่งครั้งนี้เกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 


รับชมภาพ เสียง วีดีโอ การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ

2. การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา: การผลิตและเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล และ กบ เกษตรกรบางรายยังไม่ทราบถึงวิธีการปรับปรุงพันธุ์ เนื่องยังสนใจในการเลี้ยงแบบเดิม ซึ่งในการอบรมในครั้งนี้ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้เป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ปลา ให้ได้สัตย์สายพันธุ์ที่ดีขึ้น สัตย์สายพันธุ์ใหม่ๆ สัตย์ที่มีเอกลักษณะสวยงามขึ้น และสัตย์ที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ เช่น การผลิตลูกปลาตะเพียนขาวเพศ
นำปลาเพศเมียปกติ กับปลาเพศผู้ปกติ

แปลงเพศโดยใช้ฮอร์โมน

ปลาเพศเมียปกติ ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล

ลูกปลาตะเพียนขาวเพศเมียล้วน
หลักการผลิตลูกปลาตะเพียนเพศเมียล้วนจากพ่อพันธุ์ปลาตะเพียนนีโอเมลที่มีโครโมโซมเพศ "XX" ทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี


การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์กบ เพื่อจะได้สายพันธุ์ที่ดี ได้กบที่โตเร็วที่สุด กบมีสุขภาพแข็งแรง กบที่ไม่ป่วย กบที่มาจากฟาร์มที่มาจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การปรับปรุงพันธุ์ปลา การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา และพันธุ์กบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม /เกษตรกร

 

 

 

 

 


อบรม/ แลกเปลี่ยนประสบการณ์

 

3. อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นตัวการสำคัญ ที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรม เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดทักษะ เกิดทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องที่อบรม จนกระทั่งผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้และสามารถจุดประกายความคิด เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ หรือพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงค์ของเรื่องหรือวิชานั้นๆ ซึ้งหัวข้อการอบรมคือเชิงปฏิบัติการ ให้เกษตรกร ออกมาพูด อย่างเป้นทางการและไม่เป็นทางการให้เกิดความรู้ที่แท้จริงซึ่งชาวบ้านบ้างส่วน ยังไม่เข้าใจหลักการเป็นผู้นำโดยแท้จริงเมื่อได้เข้าอบรมในครั่ง ทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจขึ้น เช่น คุณลักษณะทั่วไป 1 . มั่นใจในตนเอง เตรียมพร้อม ซ้อมดี มีสื่อและวิธีการ ที่เหมาะสม
2 . เป็นคนช่างสังเกต คอยสังเกตพฤติกรรมทางกาย วาจา ตลอดจนกระบวนการกลุ่มของผู้เข้ารับการอบรม
3 . มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
4 . แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง
5 . มีการวางแผนที่ดี ทั้งเนื้อหาและลำดับขั้นตอนการนำเสนอรวมทั้งสื่อและเครื่องมือการสื่อสาร
6 . มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและประสานงานเก่ง
7 . มีบุคลิกภาพที่ดี
8 . มีความเป็นกัลยาณมิตร ยิ้มแย้ม แจ่มใส เป็นกันเอง คอยช่วยเหลือด้วยน้ำใจ มีความเมตตา ยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคลและมีความเห็นใจของผู้เข้ารับการอบรม
9 . เป็นนักประชาธิปไตย มีความยืดหยุ่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่สรุปตัดบทง่าย ๆ เมื่อมีผู้เสนอความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป
10 .มีความจริงใจในการถ่ายทอดความรู้
11 .ปฏิบัติตนต่อผู้เข้ารับการอบรมอย่างเสมอภาค ทัดเทียม วางตนเหมาะสมกับทุกคน
12 .มีแบบฉบับลีลาที่เป็นของตนเองยอมรับจุดเด่นและจุดด้อยของตนและ มีความภูมิใจและเข้าใจ ในบุคลิกภาพของตนเอง และใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ การเป็นวิทยากร
หลัการถ่ายทอดเป็น 1. มีเทคนิคต่าง ๆ เช่น การบรรยาย การนำอภิปราย การสัมมนา กรณีศึกษา การจัดกิจกรรม ฯลฯ เพื่อทำให้เกิดความรู้ เข้าใจง่าย ได้สาระ
2 . พูดเป็น คือ พูดแล้วทำให้ผู้ฟังเข้าใจตามที่พูดได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดเรื่องยาก ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
3. ฟังเป็น คือ ตั้งใจฟัง ฟังให้ตลอด ขณะที่ฟังต้องควบคุมอารมณ์ ขณะที่ฟังอย่าคิดคำตอบทันที และเท่อฟัง จงฟัง เอาความหมายมากกว่าถ้อยคำ
4 . นำเสนอเป็นประเด็นปละสรุปประเด็นให้ชัดเจน
5. มีอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศในการอบรมได้อย่างเหมาะสม
6. มีประสิทธิภาพในการอบรม สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติได้ดี มองเห็นเป็นรูปธรรม
7. ใช้ภาษาพูดได้ดี ใช้ภาษาง่าย ๆ รู้จักเลือกภาษาให้ตรงกับเนื้อหาและตรงกับความต้องการและพื้นฐานความรู้ของผู้ฟัง ฯลฯ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เกษตรกรมีความรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ เกิดความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง เกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

 

 


อบรม/ปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่ม และสมาชิกกลุ่มในการเป็นมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรที่สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรมีเพียง 70% เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกษตรกรต้องให้เวลากับการขายปลา เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดมีความต้องการลูกปลาค่อนข้างสูงเกษตรต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาจับปลาและบรรจุถุงและส่งจำหน่าย เมื่อเสร็จภารกิจแล้วจึงเข้าร่วมอบรม และต้องรีบกลับเพื่อประกอบภารกิจส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตปลาออกจ้าหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ
โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิต และเพิ่มรายได้มากขึ้น
ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการซื้อลูกปลา จึงมีเกษตรกรผู้เข้าอบรมบางส่วนต้องกับไปจับลูกปลาขายระหว่างฝึกอบรม
ทั้งนี้ต้องขอบคุณเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือให้การอบรมในครั้งนี้ ดำเนินการอย่างสมบูรณ์

 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=2110]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=2118]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 10 [IG=2127]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

9. การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามระหว่างวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559 ณ ฟาร์มเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ที่เข้าร่วมอบรมในโครงการที่บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม และบ้านแหใต้ ตำบลแหใต้ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่โครงการ และนิสิตคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมฟาร์ม สัมภาษณ์ ให้คำแนะนำการจัดการฟาร์ม และประเมินผลโครงการ จำนวน 10 ราย

 

 

 


ลงพื้นที่ประเมินเกษตรกร

ผลการดำเนินงาน

จากการลงพื้นที่เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลา”เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559 จำนวน 10 ราย โดยกิจกรรมการลงพื้นที่จะเยี่ยมฟาร์มที่เข้าร่วมอบรมในโครงการที่มีการเพาะพันธุ์ปลาหมอไทย และปลาน้ำจืดชนิดอื่นๆ เช่น ปลานิล ปลาไน ปลาดุก ปลายี่สกเทศ ปลากะโห้ เป็นต้น การสัมภาษณ์การนำผลการอบรมมาใช้ประโยชน์ในการจัดการฟาร์ม การให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มในกรณีเกิดปัญหา การให้ความช่วยเหลือโดยการนำลูกปลาแปลงเพศมาตรวจเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนเพศ เช่น ปลาหมอไทยตรวจหาเปอร์เซ็นต์เพศเมีย ปลานิลตรวจหาเปอร์เซ็นต์เพศผู้ การบริการตรวจวินิจฉัยโรคพร้อมคำแนะนำในการป้องกันรักษา รวมทั้งการทำงานวิจัยภายในฟาร์มที่สนใจเข้าร่วมโครงการและต้องการให้นิสิตเข้าทำงานวิจัย ซึ่งการประเมินผลการดำเนินโครงการในครั้งนี้ มีดังนี้

1. ผลจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของโครงการประเมินผลฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการอบรมเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการได้รับองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้รับทราบปัญหาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นปัญหา เช่น การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์ปลา การให้ฮอร์โมนแปลงเพศปลา คุณภาพน้ำ การบำบัดน้ำ การเกิดโรค แนวทางการป้องกันรักษา รวมทั้งการตลาดและการจัดทำบัญชีฟาร์ม ทำให้เกษตรกรมีความรู้ในด้าน การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา อาหารปลาและการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น โรคและการวินิจฉัยโรคปลาเบื้องต้น การใช้ยา และสารเคมีในการป้องกัน และรักษาโรค การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกิดระบบได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การตลาด การจัดจำหน่ายการเงินและบัญชีฟาร์มเพื่อขยายตลาดและเพิ่มยอดการจำหน่ายสู่หมู่บ้าน และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ ฯลฯ เกษตรกร มีความรู้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรส่วนใหญ่ที่คุ้นชินกับวิธีการเดิมๆ ที่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงหรือการทำตามขั้นตอนตามหลักวิชาการนั้นยุ่งยาก ใช้เวลา และงบประมาณ มีเพียงบางส่วนที่สนใจศึกษาและสอบถามเพื่อที่จะปรับปรุงวิธีการจัดการฟาร์มเพื่อให้สามารถลดการสูญเสีย เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนอย่างจริงจัง
2. ผลสัมฤทธิ์ในด้านการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ พบว่า เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการบางส่วนที่หันมาเพาะพันธุ์ปลาหมอไทยแปลงเพศ จากปีที่แล้วมี 6 ราย ปีนี้เพิ่มมาเป็น 15 ราย จากการสัมภาษณ์พบว่า เกษตรกรที่หันมาเพาะพันธุ์ปลาหมอไทยแปลงเพศในระยะแรกมีจำนวนมาก และบางส่วนปรับมาเพาะพันธุ์ปลาหมอทั้งหมด เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ต่อพื้นที่สูง สามารถผลิตลูกปลาหมอได้ถึง 100,000 ถึง 150,000 ตัวต่อไร่ (บ่อ) ซึ่งส่วนใหญ่จะขายตัวละ 60 สตางค์ หลังให้ฮอร์โมนแปลงเพศเป็นระยะเวลา 21-28 วัน ซึ่งให้รายได้ต่อพื้นที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากเลี้ยงได้ประมาณ 4-5 รุ่น ปรากฏว่าลูกปลาไม่ติดหรือตายไปเป็นจำนวนมากหรือไม่ได้ผลผลิตเลย เกษตรกรจึงเลิกเพาะพันธุ์ปลาหมอแล้วหันกลับมาเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาวหรือปลาชนิดอื่นๆ ที่ให้ผลผลิตที่แน่นอนกว่าถึงแม่ว่าจะมีรายได้ต่ำกว่า จะเห็นว่า เกษตรกรยังไม่เข้าใจวิธีการจัดการบ่อหรือการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดี ถึงแม้ว่าจะเข้ารับการอบรมแล้ว แต่เห็นว่าการจัดการบ่อหรือการเตรียมน้ำให้ดีก่อนปล่อยลูกปลาลงบ่อเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา จึงเลือกที่จะไม่ทำ มีเพียง 3 รายที่สนใจสอบถาม หาข้อมูลเพิ่มเติม และพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำของวิทยากร จะเห็นว่า หลังการอบรมสามารถทำให้เกษตรกรหลายรายมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มมูลค่าลูกปลาด้วยการแปลงเพศด้วยฮอร์โมน
นอกจากนี้เกษตรกรจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ราย ที่ทราบและเห็นความสำคัญของการเตรียมน้ำเขียว ก่อนลูกปลา เพื่อสร้างอาหารธรรมชาติขึ้นภายในบ่อและลดต้นทุนค่าอาหาร โดยเฉพาะปลากินพืชและมีการเตรียมน้ำเขียวก่อนปล่อยลูกปลา รวมทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการผลิตอาหารเม็ดสำหรับปลาใช้เอง เพียงแต่ไม่ต้องการซื้อเครื่องผสมและทำอาหาร จึงเสนอให้สหกรณ์ฯ จัดซื้อมาบริการสมาชิก นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่เริ่มมีการตากบ่อ เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ภายในบ่อ และเริ่มมีการนำเอาจุลินทรีย์มาใช้ในการบำบัดน้ำเพื่อเตรียมน้ำและบำบัดน้ำเสีย เช่น การใช้ EM หรือ EM Ball ระหว่างเลี้ยงปลา แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะไม่มีเวลา
การนำความรู้เรื่องโรคปลาและการป้องกันรักษาโรค เกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลาหมอไทยและปลานิลแปลงเพศ เริ่มเห็นความสำคัญของการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อราในไข่ปลา เนื่องจากได้ชมภาพจากการนำตัวอย่างไข่ปลาของแต่ละฟาร์มมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบว่ามีการติดเชื้อถึง 60-70% จึงเริ่มมีการใช้สารเคมี เช่น เกลือแกง ด่างทับทิม หรือฟอร์มาลิน มาใช้ในการฆ่าเชื้อก่อนนำไปฟัก ซึ่งพบว่ามีอัตราการฟักและอัตราการรอดสูงขึ้น จึงมีเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 5 ราย ได้มีการควบคุมการติดเชื้อในไข่ก่อนนำไปฟัก สามารถลดการสูญเสียได้ 60% รวมทั้งการฆ่าเชื้อในพ่อแม่พันธุ์ เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อโรคภายในโรงเพาะฟัก ส่วนการอบรมเรื่องการตลาดและการบัญชี พบว่า เกษตรกรยังมีระบบการจัดการตลาดเหมือนเดิม เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านการตลาด โดยเฉพาะปีนี้ผลผลิตไม่พอขายในปลาทุกชนิด ถึงแม้จะมีการพูดถึงการสร้างมาตรฐาน GAP แต่ก็ยังไม่มีผู้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง เนื่องจากมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก ซึ่งเกษตรกรเห็นว่ายุ่งยาก อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ต่อไปหากฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาไม่มีมาตรฐาน GAP อาจไม่สามารถจำหน่ายลูกปลาให้กับหน่วยงานราชการได้ จึงอาจต้องหาฟาร์มที่สมัครใจจัดทำฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP ภายใน 1-2 ปีจากนี้ไป ส่วนเรื่องการทำบัญชี ทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี และจำเป็นแต่เกือบทั้งหมดแจ้งว่า ไม่มีเวลาทำบัญชี
จากการประเมินผลผลิตและรายได้ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาฟาร์ม ซึ่งแต่ละฟาร์มค่อยๆ เรียนรู้ตามกันไป จนกว่าจะเห็นว่าให้ผลจริงหรือสามารถก่อให้เกิดรายได้จริงๆ จึงจะเริ่มมีคนทำตาม ดังนั้นเริ่มต้นจำเป็นต้องมีเกษตรกรหัวก้าวหน้าก่อน หากเขาประสบความสำเร็จแล้วก็จะมีคนทำตาม จากการสำรวจข้อมูล พบว่า เกษตรผู้เข้าร่วมอบรมสามารถเพิ่มรายได้มากขึ้น ประมาณ 5,000-50,000 บาท ต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพฟาร์ม ขนาดฟาร์ม และองค์ความรู้ที่มีและการนำเอาไปต่อยอด ของเกษตรกรแต่ละราย
ซึ่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สามารถเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เช่น ค่าน้ำ ค่ายา ค่าอาหารปลา ค่าไฟ เป็นต้น ผลลัพธ์ทาง/สังคม/สิ่งแวดล้อม/อื่นๆ สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการจัดการของเสีย คุณภาพชีวิตของชุมชนโดยภาพรวมดีขึ้น มีความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ดีขึ้น กระบวนการผลิตได้มาตรฐานมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในตลาดมากยิ่งขึ้น เกษตรกรบ้างรายยังต้องการให้มีการอบรมเรื่องโรคเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหานี้แก้ไขได้ค่อนข้างยาก มากกับเกษตรกร หากขาดความรู้ ความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์

 

 

ลงพื้นที่ประเมินเกษตรกร
3. ประเมินความพึงพอใจ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจและพึ่งพอใจค่อนข้างมาก เนื่องจากมีประโยชน์ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง เกิดองค์ความรู้ใหม่ให้กับเกษตรกร และเกษตรกรยังต้องการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมทางด้านการจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษาให้มากขึ้นกว่านี้ เนื่องจากปัญหานี้ยังไม้หมดโดยสิ้นเชิง ในภาพรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับ 4.76

 


ลงพื้นที่ประเมินเกษตรกร

 

สัมภาษณ์เกษตรกรและแลกเปลี่ยนความรู้

4. การให้คำแนะนำและความช่วยเหลือทางวิชาการ ในการออกพื้นที่เพื่อประเมินผลโครงการ ได้มีการต่อยอดการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดยการให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มและการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การจัดการบ่อ การเกิดโรค การป้องกันรักษาโรค การใช้ฮอร์โมนแปลงเพศ การตรวจเพศปลา เช่น ปลาหมอไทยและปลานิล นอกจากนี้ยังได้ลงมาทำการวิจัยเรื่อง การแพร่ระบาดของโรคปลาหมอไทย (ตั้งแต่ระยะไข่ วัยอ่อน วัยรุ่น ตัวเต็มวัย และพ่อแม่พันธุ์) และการป้องกันรักษา โดยนิสิตชั้นปีที่ 4 จะทำการสำรวจ เก็บข้อมูลการจัดการฟาร์ม และการเกิดโรค เป็นระยะเวลา 6 เดือน และหาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมรฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ (เก็บตัวอย่าง ร่วมวิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหา) จำนวน 4 ฟาร์ม ซึ่งคาดว่าจะได้แนวทางในการจัดการฟาร์มที่ดีขึ้น

 

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 11 [IG=2135]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 12 [IG=2140]   วันที่รายงาน  [1/10/2559]

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2560224,700|224,700|215,600|9,10020174301732591.pdf201711291015281.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2402]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร คณะผู้รับผิดชอบโครงการลงพื้นที่ดำเนินโครงการฯ เพื่อสำรวจสภาพการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาในเขตบ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม พบว่า ช่วงนี้ไม่มีการเพาะพันธุ์ปลา ยกเว้นปลาหมอไทย แต่เกษตรกรได้จัดเตรียมพ่อแม่พันธุ์ปลาชนิดต่างๆ เพื่อเตรียมไว้เพาะในเดือนพฤษภาคม หลังจากที่กรมชลประทานปล่อยน้ำมาเพื่อการเกษตรหรือหลังฝนตก และมีเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดอยู่แล้ว แต่มีบางส่วน ประมาณ 30 ราย สนใจต้องการเพาะพันธุ์ปลากะและปลาจาระเม็ดน้ำจืด โดยมีเกษตรกรบางราย เตรียมพ่อแม่พันธุ์ไว้ถึง จึงต้องการให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ปลากะโห้และปลาจาระเม็ดน้ำจืด เพิ่มเติมจากการเพาะพัธุ์และการจัดการฟาร์มปลาหมอไทยทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 1,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2403]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

คณะผู้รับผิดชอบโครงการสำรวจพื้นที่การเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ทราบปัญหา ได้แก่ การเกิดโรค ปัญหาเรื่องขาดเแคลนน้ำ ขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์ และประสิธิภาพในการเพาะพันธุ์ในช่วงฤดูแล้ง ได้โจทย์และแนวทางในการช่วยเกษตรกรแก้ปัญหา

ค่าใช้จ่าย : 1,000
จำนวนผู้รับบริการ : 7
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรว่างเว้นจากการขายปลาและไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จึงไม่อยู่บ้านและกิจกรรมการเพาะพันธุ์ปลา
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2404]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คือ

คณะู้ดำเนินโครงการได้ประชุมร่วมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด เพื่อสำรวจความต้องการและร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา และระบุแนวทางแก้ไขปัญหา ณ สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

ได้แนวทางและความต้องการในการพัฒนาอาชีพของเกษตรกร รวมทั้งทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 12
ปัญหาอุปสรรค : สมาชิกมาร่วมประชุมน้อย เนื่องจากมีกิจกรรมอย่างอื่น
แนวทางแก้ไข : ประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2405]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัดเพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า โดยหารือในประเด็น
1. หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานกลุ่มและสมาชิก ต้องการให้เน้นเรื่อง การเพาะพันธุ์ปลาชนิดอื่นๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาด การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์ปลา การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในปลา ทั้งนี้เกษตรกรส่วนใหย๋เคยเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักวิชาการ แต่อาจยังต้องการความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น บางรายไปศึกษาดูงานด้วยตนเอง และนำมาลองผิดลองถูกกับฟาร์มของตนเอง โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดทั่วไป 15 ราย เกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลาหมอไทย 15 ราย เกษตรกรผู้สนใจการเพาะพันธุ์ปลากะโหและจาระเม็ด 20 ราย และผู้สนใจอื่นๆ 10 ราย
ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ
1) การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ
2) การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา
3) อาหารปลา และการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น: อาหารมีชีวิต/ อาหารเม็ด
4) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม และการบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้ จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้ง ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงกบต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร
5) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหาปลาป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี ตลอดจนโรคและการจัดการฟาร์มระหว่างการเกิดโรค การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค การใช้ปุ๋ยและปูนในการจัดการบ่อเลี้ยงปลา
6) การฝึกเทคนิคการเป็นวิทยากรมืออาชีพสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
2. การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ
4. นัดประชุมเพื่อเสนอกำหนดการ แนวทางการดำเนินงาน ผลการประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดประชุมต่อไปในวันที่ 10 มิถุนายน 2559
ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2406]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรและสำรวจสภาพการจัดการฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ร่วมประชุมกับประธานและสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัดเพื่อหารือเรื่องการจัดฝึกอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์โครงการ ศึกษาดูงาน และการติดตามความก้าวหน้า โดยหารือในประเด็น
1. หัวข้อในการจัดฝึกอบรมจากการวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร ซึ่งประธานกลุ่มและสมาชิก ต้องการให้เน้นเรื่อง การเพาะพันธุ์ปลาชนิดอื่นๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาด การใช้ฮอร์โมนในการเพาะพันธุ์ปลา การผลิตอาหารใช้เอง การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การจัดการฟาร์มและการใช้ยาและสารเคมีในปลา ทั้งนี้เกษตรกรส่วนใหย๋เคยเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักวิชาการ แต่อาจยังต้องการความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น บางรายไปศึกษาดูงานด้วยตนเอง และนำมาลองผิดลองถูกกับฟาร์มของตนเอง โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดทั่วไป 15 ราย เกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลาหมอไทย 15 ราย เกษตรกรผู้สนใจการเพาะพันธุ์ปลากะโหและจาระเม็ด 20 ราย และผู้สนใจอื่นๆ 10 ราย
ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกมีความต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แล้วผู้นำชุมชนจะนำไปประสานกับสมาชิกกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหัวข้อที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสรุปดังนี้ คือ
1) การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ
2) การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา
3) อาหารปลา และการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น: อาหารมีชีวิต/ อาหารเม็ด
4) คุณภาพน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ เกษตรกรเกือบทั้งหมดไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ เช่น ไม่เคยตากบ่อ ไม่เคยดูดเลนพื้นก้นบ่อ ไม่เคยวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไม่เคยปรับปรุงคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง จึงได้ชี้ให้เห็นความสำคัญว่า คุณภาพน้ำมีความสำคัญต่ออัตราการรอดและการเจริญเติบโต เกษตรกรจึงสนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์ (EM) ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม และการบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้ จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้ง ผลกระทบของการเลี้ยงปลาต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรต้องการทราบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ ผลของของสัยจากการเลี้ยงกบต่อสภาพแวดล้อม เกิดขึ้นอย่างไร และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร
5) การจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา เนื่องจากเกษตรกรพบปัญหาปลาป่วยแต่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ยังมาสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการรักษา การใช้ยาและสารเคมี ตลอดจนโรคและการจัดการฟาร์มระหว่างการเกิดโรค การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค การใช้ปุ๋ยและปูนในการจัดการบ่อเลี้ยงปลา
6) การฝึกเทคนิคการเป็นวิทยากรมืออาชีพสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่ม จึงต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
2. การประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศตามหอกระจายเสียงที่เปิดทุกเช้า และส่งหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. ประมงอำเภอ เกษตรกร และผู้สนใจ เพื่อเข้าร่วมโครงการ
4. นัดประชุมเพื่อเสนอกำหนดการ แนวทางการดำเนินงาน ผลการประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดประชุมต่อไปในวันที่ 10 มิถุนายน 2559
ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 1,500
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2407]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

วันที่ 10 มิถุนายน 2560 ร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาดูงาน การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลามีประเด็นสำคัญดังนี้
1. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบที่เป็นสมาชิกกลุ่มฯ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมที่ส่งรายชื่อมา 55 คน ตามจำนวนสมาชิกกลุ่ม ทางคณะผู้ดำเนินโครงการเสนอให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจอื่นๆ เข้าร่วมประชุมด้วย ประธานมอบเลขานุการกลุ่มดำเนินการ
2. กำหนดการฝึกอบรม คณะผู้ดำเนินโครงการได้เสนอ กำหนดการฝึกอบรม โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วง ที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2560 ช่วงที่ 2 ในวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2560 และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2560 และศึกษาดูงานที่ฟาร์มด้านการเพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ ณ จ.สกลนคร ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ดังนี้

กำหนดการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด 2560
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านยางน้อย ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 19 มิถุนายน 2560

 

 


อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
ภาคเช้า
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 09.30 น.

 

09.30 – 12.30 น.

ภาคบ่าย
13.30 – 16.30 น.
ลงทะเบียน
พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย
จ.มหาสารคาม
กล่าวรายงานโดย ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ(ต่อ) อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
วันที่ 20 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา

อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
วันที่ 15 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 12.00 น.
ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 50 คน
อาหารปลา และการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น: อาหารมีชีวิต/ อาหารเม็ด

กัมพล ไทยโส และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. อาหารปลา และการทำอาหารปลาอย่างง่ายโดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น: อาหารมีชีวิต/ อาหารเม็ด (ต่อ) อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
วันที่ 16 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 12.00 น.
ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตรกลุ่ม ละ 50 คน
คุณภาพน้ำ การจัดการคุณภาพน้ำ และการจัดการบ่อเลี้ยงปลา การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. คุณภาพน้ำ การจัดการคุณภาพน้ำ และการจัดการบ่อเลี้ยงปลา การบำบัดน้ำในบ่อปลาโดยใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ และการทำน้ำหมักชีวภาพ (ต่อ) ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
โรคและการจัดการฟาร์มระหว่างการเกิดโรค
ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. - การใช้ยาและสารเคมีในการป้องกันและรักษาโรค
- การใช้ปุ๋ยและปูนในการจัดการบ่อเลี้ยงปลา ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 16.00 น. ลงทะเบียน
ศึกษาดูงาน จำนวน 40 คน
ศึกษาดูงานฟาร์มด้านการเพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ ณ
จ.สกลนคร

ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ
วันที่ 17 สิงหาคม 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 40 คน
อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ

ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำกลุ่มและสมาชิกกลุ่มในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ (ต่อ)
ผศ.ว่าที่พันตรี ดร.กิตติกรณ์ บำรุงบุญ
วันที่ 8 กันยายน 2560
09.00 – 16.00 น.

การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของโครงการ: เยี่ยมชมแลประเมินผลฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ ผศ.ดร.ปณรัตน์ ผาดี และคณะ


ที่ประชุม เห็นชอบกำหนดการ จึงมอบหมาย รองประธานกลุ่มประสานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย เพื่อมาเป็นประธานในพิธีเปิด เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมงาน เช่น ประมงอำเภอ เกษตรตำบล เป็นต้น
3. ได้รายชื่อเกษตรผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมจากทั้งหมดจากบ้านยางน้อย บ้านแห่ใต้ และบ้านมะโม อ.เชียงยืน รวม 50 คน
4. การพิจารณาหาแนวทางการพัฒนาการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อความต่อเนื่อง จะนัดหมายคณะกรรมการกลุ่มฯ หารือกับนักวิชาการด้านการตลาด ถึงแนวทางในการจัดจำหน่าย การเข้าประมูลงานในหน่วยงานราชการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP
5. การศึกษาดูงาน ที่ประชุมเห็นชอบไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ และการเพาะพันธุ์ปลา ณ ฟาร์มเกษตรผสมผสานของนางบังอร ไชยเสนา ที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกบเงินล้าน การเลี้ยงปลา และการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการปลูกพืชอื่นๆ และน้ำใสฟาร์ม (บริษัทน้ำใส โกรเบส จำกัด) จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2560
ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 1,500
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2408]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 19-20 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านยางน้อย ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.ยางน้อย มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอโกสุมพิสัย เกษตรตำบลยางน้อย คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด จำนวน 50 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้เข้าอบรมลงทะเบียน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พิธีเปิดงานฝึกอบรม กล่าวเปิดโดยนายก อบต.ยางน้อย กล่าวรายงานโดนประธานสหกรณ์ฯ

กำหนดการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลา 2560
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด”
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 19 มิถุนายน 2560

 

 


อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
ภาคเช้า
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 09.30 น.

 

09.30 – 12.30 น.


ภาคบ่าย
13.30 – 16.30 น.
ลงทะเบียน
พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย
จ.มหาสารคาม
กล่าวรายงานโดย ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ(ต่อ) อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
วันที่ 20 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา

อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ

 

 

 

 

 


ชี้แจง/ทำความเข้าใจการดำเนินการฝึกอบรม

ผลการดำเนินงาน

จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 19-20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่
1. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ มีวิทยากรคือ อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ จากคณะเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
2. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา มีวิทยากรคือ อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา การใช้ฮอร์โมนแปลงเพศปลา การอนุบาลลูกปลา การจัดการบ่อปลา การตลาดและเรื่องอื่นๆ ซึ่งเกษตรกรสามารถซักถามปัญหาหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่กำลังประสบอยู่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง สายพันธุ์ปลาหมอไทย การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา การเพาะพันธุ์ปลาโดยใช้ฮอร์โมน และการแปลงเพศปลา การเตรียมฮอร์โมน การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ การจัดการบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์และบ่ออนุบาล ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

2. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากระโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากในหมู่บ้านยังขาดความรู้ในการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ในการเพาะพันธุ์ เนื่องจากปลาขนิดนี้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เกษตรกรยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาหมอไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์ปลากะโห้และจาระเม็ดน้ำจืด/การเตรียมฮอร์โมน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สาธิต การเพาะพันธุ์ปลาโดยการฉีดฮอร์โมน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต การเตรียมฮอร์โมนและอาหารอนุบาลลูกปลา


จากข้อสังเกต พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรกว่า 80% เนื่องจากเกษตรกรต้องต้องการความรู้ไปใช้ในการพัฒนาเทคนิคในการเพาะพันธุ์ปลาต่างๆ ดังกล่าว ถึแม้ว่ามีบางส่วนต้องรีบปจับปลาเพื่อจำหน่าย เพราะช่วงนี้เป็นฤดูขายปลา แต่เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตปลาออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การผลิตอาหารปลา การเพาะพันธุ์ปลาและการแปลงเพศปลา และการจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการจัดการคุณภาพน้ำ และการเพิ่มปริมาณของลูกปลา หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิต และเพิ่มรายได้มากขึ้น
ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการซื้อลูกปลา จึงมีเกษตรกรผู้เข้าอบรมบางส่วนต้องกับไปจับลูกปลาขายระหว่างฝึกอบรม
ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 70,200
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรบางส่วนอยู่อบรมไม่ครบตามเวลา เนื่องจากต้องมีภารกิจจำหน่ายลูกปลาและจัดการธุระภายในฟาร์ม
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=2409]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ระบุ : ใคร ทำอะไ การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 19-20 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านยางน้อย ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.ยางน้อย มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอโกสุมพิสัย เกษตรตำบลยางน้อย คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด จำนวน 50 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้เข้าอบรมลงทะเบียน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พิธีเปิดงานฝึกอบรม กล่าวเปิดโดยนายก อบต.ยางน้อย กล่าวรายงานโดนประธานสหกรณ์ฯ

กำหนดการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลา 2560
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด”
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 19 มิถุนายน 2560

 

 


อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
ภาคเช้า
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 09.30 น.

 

09.30 – 12.30 น.


ภาคบ่าย
13.30 – 16.30 น.
ลงทะเบียน
พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย
จ.มหาสารคาม
กล่าวรายงานโดย ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ(ต่อ) อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
วันที่ 20 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา

อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ

 

 

 

 

 


ชี้แจง/ทำความเข้าใจการดำเนินการฝึกอบรม

ผลการดำเนินงาน

จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 19-20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่
1. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ มีวิทยากรคือ อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ จากคณะเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
2. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา มีวิทยากรคือ อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา การใช้ฮอร์โมนแปลงเพศปลา การอนุบาลลูกปลา การจัดการบ่อปลา การตลาดและเรื่องอื่นๆ ซึ่งเกษตรกรสามารถซักถามปัญหาหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่กำลังประสบอยู่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง สายพันธุ์ปลาหมอไทย การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา การเพาะพันธุ์ปลาโดยใช้ฮอร์โมน และการแปลงเพศปลา การเตรียมฮอร์โมน การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ การจัดการบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์และบ่ออนุบาล ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

2. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากระโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากในหมู่บ้านยังขาดความรู้ในการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ในการเพาะพันธุ์ เนื่องจากปลาขนิดนี้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เกษตรกรยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาหมอไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์ปลากะโห้และจาระเม็ดน้ำจืด/การเตรียมฮอร์โมน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สาธิต การเพาะพันธุ์ปลาโดยการฉีดฮอร์โมน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต การเตรียมฮอร์โมนและอาหารอนุบาลลูกปลา


จากข้อสังเกต พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรกว่า 80% เนื่องจากเกษตรกรต้องต้องการความรู้ไปใช้ในการพัฒนาเทคนิคในการเพาะพันธุ์ปลาต่างๆ ดังกล่าว ถึแม้ว่ามีบางส่วนต้องรีบปจับปลาเพื่อจำหน่าย เพราะช่วงนี้เป็นฤดูขายปลา แต่เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตปลาออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การผลิตอาหารปลา การเพาะพันธุ์ปลาและการแปลงเพศปลา และการจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการจัดการคุณภาพน้ำ และการเพิ่มปริมาณของลูกปลา หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิต และเพิ่มรายได้มากขึ้น
ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการซื้อลูกปลา จึงมีเกษตรกรผู้เข้าอบรมบางส่วนต้องกับไปจับลูกปลาขายระหว่างฝึกอบรม
ร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 70,200
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=2418]   วันที่รายงาน  [6/7/2560]

การอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการเลี้ยงเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 19-20 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ บ้านยางน้อย ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มีนายก อบต.ยางน้อย มาเป็นประธานในพิธีเปิด ประมงอำเภอโกสุมพิสัย เกษตรตำบลยางน้อย คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจากสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม และเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด จำนวน 50 คน มาร่วมงานและร่วมพิธีเปิด ตามกำหนดการ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้เข้าอบรมลงทะเบียน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พิธีเปิดงานฝึกอบรม กล่าวเปิดโดยนายก อบต.ยางน้อย กล่าวรายงานโดนประธานสหกรณ์ฯ

กำหนดการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลา 2560
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด”
ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิทยากร
วันที่ 19 มิถุนายน 2560

 

 


อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
ภาคเช้า
08.30 – 09.00 น.
09.00 – 09.30 น.

 

09.30 – 12.30 น.


ภาคบ่าย
13.30 – 16.30 น.
ลงทะเบียน
พิธีเปิด โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย
จ.มหาสารคาม
กล่าวรายงานโดย ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ(ต่อ) อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ
วันที่ 20 มิถุนายน 2560
08.30 – 09.00 น.

09.00 – 12.00 น. ลงทะเบียน
ฝึกอบรมเกษตร จำนวน 50 คน
การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา

อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ
ภาคบ่าย
13.00 – 16.00 น. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ

 

 

 

 

 


ชี้แจง/ทำความเข้าใจการดำเนินการฝึกอบรม

ผลการดำเนินงาน

จากการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประสิทธิภาพการผลิตปลาน้ำจืด “หมู่บ้านเพาะเลี้ยงกบ”หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันที่ 19-20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ผลการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่
1. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ มีวิทยากรคือ อาจารย์บุญถม ทับสมบัติ และคณะ จากคณะเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
2. การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากะโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา มีวิทยากรคือ อาจารย์ผ่องศรี จุลวงศ์ และคณะ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับความรู้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของเรื่องที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดทักษะและองค์ความรู้บางส่วนที่จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ เช่น การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา การใช้ฮอร์โมนแปลงเพศปลา การอนุบาลลูกปลา การจัดการบ่อปลา การตลาดและเรื่องอื่นๆ ซึ่งเกษตรกรสามารถซักถามปัญหาหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่กำลังประสบอยู่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจำแนกได้ดังนี้
1. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาหมอไทยแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา และฮอร์โมนแปลงเพศ เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมให้ความสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่สนใจเรื่อง สายพันธุ์ปลาหมอไทย การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา การเพาะพันธุ์ปลาโดยใช้ฮอร์โมน และการแปลงเพศปลา การเตรียมฮอร์โมน การเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเตรียมบ่อ การจัดการบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์และบ่ออนุบาล ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มเทคนิคการคำนวณฮอร์โมน โดยการสาธิตการเตรียมและฉีดฮอร์โมนเพาะพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี

2. การอบรมเรื่อง การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลากระโห้และปลาจาระเม็ดโดยใช้ฮอร์โมนเพาะพันธุ์ปลา เกษตรกรให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากในหมู่บ้านยังขาดความรู้ในการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจซักถามและจดบันทึกเป็นอย่างดี เพราะต้องการนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ในการเพาะพันธุ์ เนื่องจากปลาขนิดนี้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เกษตรกรยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาหมอไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อบรม การเพาะพันธุ์ปลากะโห้และจาระเม็ดน้ำจืด/การเตรียมฮอร์โมน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต การคัดพ่อแม่พันธุ์ปลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สาธิต การเพาะพันธุ์ปลาโดยการฉีดฮอร์โมน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธิต การเตรียมฮอร์โมนและอาหารอนุบาลลูกปลา


จากข้อสังเกต พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรกว่า 80% เนื่องจากเกษตรกรต้องต้องการความรู้ไปใช้ในการพัฒนาเทคนิคในการเพาะพันธุ์ปลาต่างๆ ดังกล่าว ถึแม้ว่ามีบางส่วนต้องรีบปจับปลาเพื่อจำหน่าย เพราะช่วงนี้เป็นฤดูขายปลา แต่เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความต้องการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนเห็นว่า มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะทั้งเสียเวลา เสียงบประมาณ รวมทั้งค่อนข้างหลายขั้นตอน เนื่องจากขณะนี้ก็สามารถผลิตปลาออกจำหน่ายได้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการ ต้องการให้มีการฝึกอบรมอีก โดยเฉพาะเรื่อง การผลิตอาหารปลา การเพาะพันธุ์ปลาและการแปลงเพศปลา และการจัดการด้านโรคและการป้องกันรักษา โดยภาพรวมพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการจัดการคุณภาพน้ำ และการเพิ่มปริมาณของลูกปลา หลังการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี หากเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ภายในฟาร์มน่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาการผลิต และเพิ่มรายได้มากขึ้น
ผลการดำเนินงานพบว่าเกษตรให้ความสนใจเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการซื้อลูกปลา จึงมีเกษตรกรผู้เข้าอบรมบางส่วนต้องกับไปจับลูกปลาขายระหว่างฝึกอบรม
ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 70,200
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง panaratana@hotmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates