Jeffrhyday

Jeffrhyday

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยนครพนม
สถานะหมู่บ้าน : แม่ข่ายต้นแบบ

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2557300,000|220,000|43,200|176,800
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=982]   วันที่รายงาน  [5/7/2557]
ในวันที่ 2-9 มิถุนายนที่ผ่านมา ทีมงานโดยดรงโสรัจจ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ดร.เสาวคนธ์ เหมวงษ์ อ.ธนพัฒน์ สุระนรากุล และ นส.วรีวรรณ เลิศศิริวรกุล ได้ลงพื้นที่หมู่ 3 ตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อแนะนำโครงการหมู่บ้านถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ให้กับผุ้นำหมู่บ้าน และเกษตรกรในหมู่ 3 โดยมีการนัดประชุมกับเกษตรกรจำนวน 40 คน ผลที่ได้รับคือการตอบสนองเป็นอย่างดีของเกาตรกรในพื้นที่ดังกล่าว และความกระตือรือล้นในการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่โครงการในระยะต่อไป
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญแบ่งได้เป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกคือปัญหาและอุปสรรคของทีมงานเนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณงวดแรกที่ล่าช้าจากเวลาอันควรเป็นอย่างมาก ทำให้แผนการในการลงพื้นที่ต้องถูกเลื่อนมาครั้งหนึ่ง
ส่วนที่สองคือปัญหาและอุปสรรคในการทำความเข้าใจกับเกษตรกรในวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งหมู่บ้านบ้านกลางในปัจจุบันมีโครงการวิจัยและอบรมเกษตรกรจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากหมู่บ้านมีชื่อเสียงในการผลิตไก่ไข่ เกษตรกรบางส่วนจึงมีความเข้าใจผิดว่าโครงการต่างๆเป็นโครงการเดียวกัน
แนวทางแก้ไข : แนวทางในการแก้ไขประการแรกคือการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น ส่วนแนวทางการแก้ขปัญหาเรื่องความเข้าใจผิดของเกษตรกร แก้ไขดดยการลงพื้นที่บ่อยครั้งมากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเกษตรกร
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2014752247341.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1122]   วันที่รายงาน  [30/9/2557]
ในระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม 2557 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2557 ทีมงานโดยดร.โสรัจจ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ดร.เสาวคนธ์ เหมวงษ์ อ.ธนพัฒน์ สุระนรากุล และ นส.วรีวรรณ เลิศศิริวรกุล ได้จัดประชุมกลุ่มร่วมกับชุมชน จำนวน 4 ครั้ง จำนวนเกษตรกรรวมทั้งสิ้น 40 คนเพื่อสำรวจสภาพปัญหาของการทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตลอดจนการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อการทำเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน จากนั้นทำการวิเคราะห์พื้นที่และระบบนิเวศน์เกษตรของหมู่บ้านเป้าหมายเพื่อทราบถึงสภาพการทำการเกษตร สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ตลอดจนการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคต่างๆของเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย
ค่าใช้จ่าย : 43,200
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : ช่วงระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นฤดูฝนซึ่งเกษตรกรมีกิจกรรมในไร่นาจำนวนมาก จึงเป็นอุปสรรคในการนัดประชุมและพูดคุยเพื่อเก็บข้อมูล ปัญหาและอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งคือการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรในหมู่บ้านเป็นจำนวนมากและต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญในการผลิตพืชผักของจังหวัดนครพนม
แนวทางแก้ไข : ติดต่อผู้นำชุมชชนให้ช่วยนัดเกษตรกรล่วงหน้า โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในวันหยุด เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนมีงานประจำในจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนเรื่องปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตร เกษตรกรสนใจในการเข้าร่วมอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้หมู่บ้านวิทยาศาสตร์เพื่อลดการใช้สารเคมีและปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ในอนาคต นอกจากนั้นคณะทำงานยังได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์พื้นที่และระบบนิเวศน์เกษตรสำหรับหมู่บ้านบ้านกลางขึ้นมาหนึ่งฉบับ
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2559300,000|250,000|298,600|-48,600201610131450421.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1514]   วันที่รายงาน  [5/4/2559]

1. การประชุมชี้แจงปรึกษาหารือความต้องการความรู้เพื่อช่วยในการแก้ไขหรือพัฒนา (ปีที่ 2)
2. การรายงานผลการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา (ปีที่ 1) และผลการประเมินโครงการหมู่บ้านกลาง
3. การรับสมัครเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการเพิ่มในปีที่ 2 (ผู้ปลูกข้าวโพด และฟักทอง) ได้เพิ่มจำนวน 16 ราย ที่สมัครเข้าร่วมโครงการผลิตผักปลอดภัย
4. การเก็บข้อมูลพื้นที่รายครัวเรือนที่เป็นสมาชิกใหม่ (ปี 2) ทั้่ง 16 ราย
5. สมาชิกเกษตรกรปีที่ 1 (หอมแบ่งและพริก) จำนวน 52 ราย และปีที่ 2 (ข้าวโพดและฟักทอง) จำนวน 16 ราย รวมทั้งหมด 68 ราย

ค่าใช้จ่าย : 18,600
จำนวนผู้รับบริการ : 68
ปัญหาอุปสรรค : 1. การปรับทัศนคติของเกษตรกรที่มีการใช้สารเคมีมาเป็นระยะเวลานาน ในปีที่ 1 และ 2 ให้มีการลดปริมาณการใช้สารเคมีลง แต่จะปรับเปลี่ยนให้เกษตรกรเลิกใช้ 100 % เป็นไปได้ยาก 2. กลุ่มยังขาดผู้นำในทางการอธิบายทางวิชาการ
แนวทางแก้ไข : 1. การใช้วิทยากรที่เข้าใจสภาพพื้นที่และสนิทกับกลุ่มเกษตรกรค่อยๆปรับทัศนคติการผลิตพืชผักที่ปลอดจากสารเคมี หรือลดปริมาณการใช้สารเคมี ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการมายืนยันให้กลุ่มเกษตรกรรับทราบ 2. การให้ความรู้จัดฝึกอบรมควบคู่กับการปฏิบัติในปีที่ 2 จากสารชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ 3. เน้นการให้ผู้นำและคณะกรรมการกลุ่มไปศึกษาดูงานให้มาก รวมถุงให้นักวิชากเกษตรในพื้นที่ (อบต. บ้านกลาง) ลงพื้นที่ชี้แนะความรู้เพิ่มเติม ร่วมกับคณะทำงานในโครงการ
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1717]   วันที่รายงาน  [2/7/2559]

บทที่ 2
การดำเนินการถ่ายทอดหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2.1 คณะกรรมการดำเนินงาน
1) นายธนพัฒน์ สุระนรากุล ผู้รับผิดชอบโครงการ
2) ดร. โสรัจจ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้ร่วมโครงการ
3) ดร. เสาวคนธ์ เหมวงษ์ ผู้ร่วมโครงการ
4) นางสาววีรวรรณ เลิศศิริวรกุล ผู้ร่วมโครงการ
5) นายเอนก คำด่อน ประธานกลุ่ม
6) นายปฐพี พิมพ์พงษ์ รองประธานกลุ่ม
7) นางประเนตร แก้วมณี ผู้ประสานงานโครงการ
8) นางพิลา เข็มปัญญา ผู้ประสานงานโครงการ
9) นางปิติพร ดีพรหม ผู้ประสานงานโครงการ (นักวิชาการเกษตร อบต. บ้านกลาง)

2.2 การถ่ายทอดเทคโนโลยี
คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผลงานวิจัยมาช่วยแก้ไขปัญหากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผัก ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยการพัฒนาบ้านกลาง หมู่ที่ 7 เป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำการบริหารจัดการพัฒนา ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของกลุ่มและพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพกลุ่มให้ดำเนินการผลิตพืชผักแบบปลอดสาร สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ แบบพึ่งพาตนเอง อย่างพอเพียงและยั่งยืน รวมถึงยกระดับการผลิตรายย่อยสู่การผลิตในรูปแบบเชิงพานิช โดยเน้นการพึ่งตนเองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
2.2.1 ขั้นตอนและวิธีการถ่ายทอด
1) การจัดเตรียม เอกสารประกอบการบรรยาย และสื่อประกอบที่ใช้ในการถ่ายทอด เช่น Power point แผ่นไวนิลแสดงนิทรรศการ วีดีโอ
2) การจัดเตรียมเอกสารคู่มือในการอบรมถ่ายทอดโครงการ
3) การเตรียมความพร้อมวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
4) การประชุมชี้แจงการจัดฝึกโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในที่ประชุมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้รับทราบความเป็นมาและเป้าหมายในการจัดกิจกรรม และรับสมัครอาสาเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ที่แบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 การผลิตพืชผักปลอดภัยในปัจจุบันและในอนาคต
กิจกรรมที่ 2 “วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้”
กิจกรรมที่ 3 “การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต”
กิจกรรมที่ 4 “การผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง”
กิจกรรมที่ 5 “การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา”
กิจกรรมที่ 6 “การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย”

การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 ใช้ระยะเวลา 3 วัน และครั้งที่ 2 ใช้ระยะเวลา 2 วัน รวมเป็น 5 วัน สามารถแบ่งตารางการจัดฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง

2.2.2 วิทยากร
1) นายธนพัฒน์ สุระนรากุล คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
2) ผศ. ดร. เสาวคนธ์ เหมวงษ์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
3) นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ จังหวัดนครพนม
4) ดร. วันเพ็ญ กาคำผุย คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
5) ดร. โสรัจจ์ ประวีณวงศ์วุฒิ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

2.2.3 การดำเนินการหรือการถ่ายทอดตามหลักสูตรรายวิชาตามกิจกรรม ดังนี้
การกำหนดตารางการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการถ่ายทอเทคโนโลยี “การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ปีที่ 2” การการประชุมและติดต่อประสานการเข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีกิจกรรมการกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ตามตารางกำหนดวันและเวลาดังกล่าว ตลอดจนการจัดเรียงกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

 

ภาพที่ 2.1 ลงทะเบียนการอบรมโครงการ ภาพที่ 2.2 คณะทำงานโครงการดำเนินการอบรม


ภาพที่ 2.3 การชี้แจงการดำเนินโครงการ ภาพที่ 2.4 วิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 

ภาพที่ 2.5 วิทยากรถ่ายทอดวิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้ ภาพที่ 2.6 วิทยากรถ่ายทอดการจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต



ภาพที่ 2.7 วิทยากรถ่ายทอด ภาพที่ 2.8 เชื้อราไตรโคเดอร์มา

ภาพที่ 2.9 เกษตรกรฝีกการเพาะเชื้อราไตรโคเดอร์มา ภาพที่ 2.10 การปิดอบรมโครงการ

ครั้งที่ 1 การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน 2559
เวลา
ว/ด/ป 08.00-12.00 น. 13.00-16.30 น.
3 มิ.ย. 2559 1) ลงทะเบียนกรอกใบสมัครการเข้าร่วมอบรม
2) พิธีเปิดโครงการ ฯ
3) ทดสอบความรู้ก่อนการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี สาระน่ารู้ “การผลิตพืชผักปลอดภัยในปัจจุบันและในอนาคต”
4 มิ.ย. 2559 “วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้” ปฏิบัติ “วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้”
5 มิ.ย. 2559 การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต 1) สรุปและทบทวนความรู้ที่ผ่านการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
2) ทดสอบความรู้หลังการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
หมายเหตุ : อาหารว่างและเครื่องดื่ม ช่วงเช้า 10.00-10.15 น.
ช่วงบ่าย 14.45-15.00 น.

 

 


ครั้งที่ 2 การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2559

เวลา
ว/ด/ป 08.00-12.00 น. 13.00-16.30 น.
28 มิ.ย. 2559 1) พิธีเปิดโครงการ ฯ
2) ทดสอบความรู้ก่อนการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี “การผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง”
29 มิ.ย. 2559 การฝึกเชิงปฏิบัติ “การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา” 1) การฝึกเชิงปฏิบัติ “การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย”
2) สรุปและทบทวนความรู้ที่ผ่านการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
3) ทดสอบความรู้หลังการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
หมายเหตุ : อาหารว่างและเครื่องดื่ม ช่วงเช้า 10.00-10.15 น.
ช่วงบ่าย 14.45-15.00 น.

บทที่ 3
ผลการประเมินการดำเนินกิจกรรมหมู่บ้านวิทยาศาสตร์

3.1 ข้อมูลผู้เข้าร่วมอบรมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ปีที่ 2 บ้านกลางน้อย ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม มีผู้สมัครเข้าร่วม จากกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในปีที่ 2 (2559) รวมทั้งหมดจำนวน 65 คน แบ่งออกเป็น เพศชาย 19 คน และเพศหญิง 46 คน มีอายุเฉลี่ย 51.3±9.5 ปี โดยประกอบอาชีพหลักมากที่สุดเป็นเกษตรกร 61 คน (ร้อยละ 93.85) โดยส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา 32 คน (ร้อยละ 49.23) รองลงมาเป็นระดับมัธยมปลาย/ปวช. 17 คน (ร้อยละ 26.15) และระดับมัธยมต้น 10 คน (ร้อยละ 15.38) ตามลำดับ มีรายได้ต่อเดือนมากที่สุด เฉลี่ยมากกว่า 10,000 บาท จำนวน 33 คน (ร้อยละ 50.77) รองลงมามีรายได้เฉลี่ยที่ 9,001-10,000 บาท จำนวน 9 คน (ร้อยละ 13.85) และมีรายได้เฉลี่ยที่ 8,001-9,000 บาท จำนวน 8 คน (ร้อยละ 12.31) ตามลำดับ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อยได้รับทราบช่องทางข่าวสารครั้งแรก ผ่านทางจดหมายเชิญมากที่สุด จำนวน 32 คน (ร้อยละ 49.23) รองลงมาจากการแนะนำ/คนรู้จัก จำนวน 29 คน (ร้อยละ 44.62) ตามลำดับ ในปีที่ 1 การส่งหนังสือเชิญเกษตรกรผู้ปลูกผักเข้าร่วมโครงการ และในปีที่ 2 เป็นการถ่ายทอดความรู้จากผู้ที่เคยเข้าโครงการมีการแนะนำเชิญชวนเพื่อนบ้านเข้าร่วมโครงการ เข้ารับความรู้ด้านการเกษตรกรรมยุคใหม่ ในการพัฒนาอาชีพของกลุ่มเกษตรกรบ้านกลาง ส่วนผู้ที่เข้ารับการอบรมยังไม่เคยผ่านการเข้าร่วมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางคลินิกเทคโนโลยี จำนวน 55 คน (ร้อยละ 84.62) และเคยได้รับการอบรมมาก่อน จำนวน 10 คน (ร้อยละ 15.38) (ตารางที่ 3.1)

ตารางที่ 3.1 ข้อมูลผู้เข้ารับการอบรมในโครงการ (N = 65)
ลำดับที่ หัวข้อ รายละเอียด ผู้เข้ารับการถ่ายทอด ฯ ร้อยละ
1 เพศ ชาย 19 29.23
หญิง 46 70.77
2 อาชีพหลัก รับราชการ 0 0.00
พนักงานรัฐวิสาหกิจ 0 0.00
เกษตรกร 61 93.85
โอทอป 0 0.00
แม่บ้าน 0 0.00
พนักงานธุรกิจเอกชน 0 0.00
รับจ้าง 0 0.00
วิสาหกิจชุมชน 0 0.00
ค้าขาย 4 6.15
อื่น ๆ 0 0.00
ตารางที่ 3.1 ข้อมูลผู้เข้ารับการอบรมในโครงการ (ต่อ) (N = 65)
ลำดับที่ หัวข้อ รายละเอียด ผู้เข้ารับการถ่ายทอด ฯ ร้อยละ
3 ระดับการศึกษาสูงสุด ประถม 32 49.23
มัธยมต้น 10 15.38
มัธยมปลาย/ปวช. 17 26.15
ปวส./อนุปริญญา 3 4.62
ปริญญาตรี 2 3.08
สูงกว่าปริญญาตรี 1 1.54
อื่น ๆ 0 0.00
4 รายได้ต่อเดือน น้อยกว่า 1,000 บาท 0 0.00
1,001-2,000 บาท 0 0.00
2,001-3,000 บาท 0 0.00
3,001-4,000 บาท 0 0.00
4,001-5,000 บาท 1 1.54
5,001-6,000 บาท 2 3.08
6,001-7,000 บาท 6 9.23
7,001-8,000 บาท 6 9.23
8,001-9,000 บาท 8 12.31
9,001-10,000 บาท 9 13.85
มากกว่า 10,000 บาท 33 50.77
5 ท่านทราบข่าวครั้งแรกจากแหล่งใด จดหมายเชิญ 32 49.23
ทางอินเตอร์เน็ต 0 0.00
การแนะนำ/คนรู้จัก 29 44.62
ป้ายประกาศโฆษณา 0 0.00
สื่อสารมวลชน 0 0.00
หน่วยงานในท้องถิ่น 0 0.00
เจ้าหน้าที่รัฐ 4 6.15
อื่น ๆ 0 0.00
6 เคยได้รับการอบรมถ่ายทอด เคย 55 84.62
เทคโนโลยี จากทางคลินิกเทคโนโลยีหรือไม่ ไม่เคย 10 15.38

 

 

 


3.2 การวิเคราะห์ประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร
3.2.1 ลักษณะพื้นฐานและความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีของผู้ตอบแบบสอบถามจากกลุ่มเกษตรกร หรือผู้ประกอบการปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในปีที่ 2 (2559) ที่เข้ารับการอบรมโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ปีที่ 2 จำนวน 65 ราย และมีผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 65 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร จัดทำโดยการแจกแจงความถี่ร้อยละ และค่าเฉลี่ยเลขคณิต และเรียงลำดับตามความสำคัญตามความถี่จากมากไปหาน้อย
3.2.2 นำผลการคำนวณมาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการประเมินและแปรความหมายของค่าเฉลี่ยของความคิดเห็น ดังนี้
ค่าเฉลี่ย 4.21-5.00 หมายถึง เห็นด้วยมากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.61-4.20 หมายถึง เห็นด้วยมาก
ค่าเฉลี่ย 2.41-3.60 หมายถึง เห็นด้วยปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.81-2.40 หมายถึง เห็นด้วยน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.80 หมายถึง เห็นด้วยน้อยที่สุด
3.2.3 ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้
1) การวัดความพึงพอใจ ดังนี้ 1) ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญเข้าอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.27 (ร้อยละ 85.23) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.42 (ร้อยละ 88.31) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด และ 3) สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ) คะแนนเฉลี่ย 4.29 (ร้อยละ 85.85) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)
2) ข้อมูลวิเคราะห์ความพึงพอใจเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร ดังนี้ 1) การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.43 (ร้อยละ 88.61) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร คะแนนเฉลี่ย 4.42 (ร้อยละ 88.31) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3) ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน) คะแนนเฉลี่ย 4.65 (ร้อยละ 92.92) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4) ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.00 (ร้อยละ 80.00) ระดับความพึงพอใจมาก 5) ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) คะแนนเฉลี่ย 3.91 (ร้อยละ 78.15) ระดับความพึงพอใจมาก และ 6) ความคุ้มค่าเมื่อเทียงกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป) คะแนนเฉลี่ย 4.43 (ร้อยละ 88.62) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)
สรุปการประเมินวัดผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตรเฉลี่ยทั้งโครงการ คะแนนเฉลี่ย 4.31 (ร้อยละ 86.22) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)

 

 


ตารางที่ 3.2 ข้อมูลการวัดความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร

ลำดับที่ รายการ ความพึงพอใจ คะแนนเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ
5 4 3 2 1
1 ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญ การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ 21 40 4 0 0 4.26
(85.23%) มากที่สุด
2 เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ 28 36 1 0 0 4.42
(88.31%) มากที่สุด
3 สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ) 25 34 6 0 0 4.29
(85.85%) มากที่สุด
4 การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน) 31 31 3 0 0 4.43
(88.62%) มากที่สุด
5 ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร 29 34 2 0 0 4.42
(88.31%) มากที่สุด
6 ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน) 42 23 0 0 0 4.65
(92.92%) มากที่สุด
7 ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน) 16 35 12 2 0 4.00
(80.00%) มาก
8 ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) 16 35 6 8 0 3.91
(78.15%) มาก
9 ความคุ้มค่าเมื่อเทียงกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป) 31 31 3 0 0 4.43
(88.62%) มากที่สุด
ระดับความพึงพอใจเฉลี่ยทั้งโครงการ 4.31 มากที่สุด
ร้อยละความพึงพอใจ 86.22

3.2.4 การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
การถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า ความคิดเห็นของผู้ที่เข้าร่วมรับการอบรมสามารถการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการปลูกผักจากการลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี และสามารถผลิตสารชีวภาพใช้เอง จำนวน 64 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.46 และอีกจำนวน 1 ราย ที่นำความรู้หลังหารอบรมถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะ ป่วยเป็นโรค ทำให้สุขภาพอ่อนแอ จะต้องทำการรักษาก่อน จึงขอหยุดพักการปลูกผักในปีการผลิต 2558/2559 ก่อน (ตารางที่ 3.3)
ตารางที่ 3.3 การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ จำนวน (คน) ร้อยละ
ได้ 64 98.46
ไม่ได้ 1 1.54
รวม 52 100.00

3.3.5 รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี
รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า ความคาดหวังที่จะมีรายได้หลังจากการนำไปใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด มากกว่า 10,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 50 ราย (ร้อยละ 76.92) รายได้ที่มากกว่า 10,000 บาท มีค่าเฉลี่ยทั้ง 50 ราย อยู่ที่ 18,000 บาท/รายรองลงมา คือ รายได้ที่ระดับ 9,001-10,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 8 ราย (ร้อยละ 12.31) และรายได้ที่ระดับ 8,001-9,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 6 คน (ร้อยละ 9.23) ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยความคาดหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 15,915.50 บาท/คน/เดือน (ตารางที่ 3.4)

ตารางที่ 3.4 รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ลำดับที่ รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น (บาท/เดือน) จำนวน (คน) ร้อยละ
1 น้อยกว่า 1,000 บาท 0 0.00
2 1,000-2,000 บาท 0 0.00
3 2,001-3,000 บาท 0 0.00
4 3,001-4,000 บาท 0 0.00
5 4,001-5,000 บาท 0 0.00
6 5,001-6,000 บาท 0 0.00
7 6,001-7,000 บาท 0 0.00
8 7,001-8,000 บาท 1 1.54
9 8,001-9,000 บาท 6 9.23
10 9,001-10,000 บาท 8 12.31
11 มากกว่า 10,000 บาท 50 76.92
รวม 65 100.00
รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย (บาท/คน/เดือน) 15,915.50

 

 

 

 

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 134,000
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -การเบิกจ่ายงบประมาณของมหาวิทยาลัยนครพนมล่าช้า 2 เดือน ทำให้การจัดกิจกรรมเข้าสู่ช่วงฤดูการทำนา
แนวทางแก้ไข : -นัดเกษตรกรหลังการทำนาเสร็จ จึงค่อยจัดการฝึกอบรม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1718]   วันที่รายงาน  [2/7/2559]

กลุ่มเป้าหมาย สมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก) ในปีที่ 1 จำนวน 94 ราย เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร จำนวน 52 ราย และในปีที่ 2 (2559) แผนการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 1 รวมกับการรับสมัครเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ที่ทำอาชีพปลูกข้าวโพดและฟักทอง จำนวน 13 ราย รวมผู้ที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 มีจำนวน 65 ราย 

 

 

บทที่ 2

การดำเนินการถ่ายทอดหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

2.1 คณะกรรมการดำเนินงาน

          1) นายธนพัฒน์   สุระนรากุล      ผู้รับผิดชอบโครงการ

          2) ดร. โสรัจจ์  ประวีณวงศ์วุฒิ     ผู้ร่วมโครงการ

          3) ดร. เสาวคนธ์ เหมวงษ์          ผู้ร่วมโครงการ

          4) นางสาววีรวรรณ เลิศศิริวรกุล   ผู้ร่วมโครงการ

          5) นายเอนก คำด่อน               ประธานกลุ่ม

          6) นายปฐพี พิมพ์พงษ์              รองประธานกลุ่ม

          7) นางประเนตร แก้วมณี           ผู้ประสานงานโครงการ

          8) นางพิลา เข็มปัญญา             ผู้ประสานงานโครงการ

          9) นางปิติพร ดีพรหม               ผู้ประสานงานโครงการ (นักวิชาการเกษตร อบต. บ้านกลาง)

 

2.2 การถ่ายทอดเทคโนโลยี

          คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผลงานวิจัยมาช่วยแก้ไขปัญหากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผัก ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยการพัฒนาบ้านกลาง หมู่ที่ 7 เป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำการบริหารจัดการพัฒนา ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของกลุ่มและพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพกลุ่มให้ดำเนินการผลิตพืชผักแบบปลอดสาร สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ แบบพึ่งพาตนเอง อย่างพอเพียงและยั่งยืน รวมถึงยกระดับการผลิตรายย่อยสู่การผลิตในรูปแบบเชิงพานิช โดยเน้นการพึ่งตนเองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

          2.2.1 ขั้นตอนและวิธีการถ่ายทอด

                   1) การจัดเตรียม เอกสารประกอบการบรรยาย และสื่อประกอบที่ใช้ในการถ่ายทอด เช่น Power point แผ่นไวนิลแสดงนิทรรศการ วีดีโอ

                   2) การจัดเตรียมเอกสารคู่มือในการอบรมถ่ายทอดโครงการ

                   3) การเตรียมความพร้อมวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

                   4) การประชุมชี้แจงการจัดฝึกโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม  ในที่ประชุมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้รับทราบความเป็นมาและเป้าหมายในการจัดกิจกรรม และรับสมัครอาสาเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ที่แบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม ดังนี้

                                กิจกรรมที่ 1 การผลิตพืชผักปลอดภัยในปัจจุบันและในอนาคต

กิจกรรมที่ 2 “วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้”

                                กิจกรรมที่ 3 “การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต”

                                กิจกรรมที่ 4 “การผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง”

                                กิจกรรมที่ 5 “การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา”

                                กิจกรรมที่ 6 “การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย”

 

                   การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 ใช้ระยะเวลา 3 วัน และครั้งที่ 2 ใช้ระยะเวลา 2 วัน รวมเป็น 5 วัน สามารถแบ่งตารางการจัดฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง

 

          2.2.2 วิทยากร

                   1) นายธนพัฒน์  สุระนรากุล คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

                   2) ผศ. ดร. เสาวคนธ์ เหมวงษ์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

                   3) นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ จังหวัดนครพนม

                   4) ดร. วันเพ็ญ กาคำผุย คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

                   5) ดร. โสรัจจ์  ประวีณวงศ์วุฒิ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

                  

          2.2.3 การดำเนินการหรือการถ่ายทอดตามหลักสูตรรายวิชาตามกิจกรรม ดังนี้

          การกำหนดตารางการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการถ่ายทอเทคโนโลยี “การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ปีที่ 2” การการประชุมและติดต่อประสานการเข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีกิจกรรมการกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ตามตารางกำหนดวันและเวลาดังกล่าว ตลอดจนการจัดเรียงกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

 

   

 

ภาพที่ 2.1  ลงทะเบียนการอบรมโครงการ

 

ภาพที่ 2.2  คณะทำงานโครงการดำเนินการอบรม

    

   

ภาพที่ 2.3  การชี้แจงการดำเนินโครงการ

 

ภาพที่ 2.4  วิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 

    

 

ภาพที่ 2.5  วิทยากรถ่ายทอดวิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้

 

ภาพที่ 2.6  วิทยากรถ่ายทอดการจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

 

       

 

ภาพที่ 2.7  วิทยากรถ่ายทอด

 

ภาพที่ 2.8  เชื้อราไตรโคเดอร์มา

    

 

ภาพที่ 2.9  เกษตรกรฝีกการเพาะเชื้อราไตรโคเดอร์มา

 

ภาพที่ 2.10  การปิดอบรมโครงการ

 

ครั้งที่ 1การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน 2559

เวลา

ว/ด/ป

08.00-12.00 น.

 

13.00-16.30 น.

3 มิ.ย. 2559

1) ลงทะเบียนกรอกใบสมัครการเข้าร่วมอบรม

2) พิธีเปิดโครงการ ฯ

3) ทดสอบความรู้ก่อนการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

สาระน่ารู้ “การผลิตพืชผักปลอดภัยในปัจจุบันและในอนาคต”

4 มิ.ย. 2559

“วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้”

ปฏิบัติ “วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้”

5 มิ.ย. 2559

การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต

1) สรุปและทบทวนความรู้ที่ผ่านการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

2) ทดสอบความรู้หลังการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

 หมายเหตุ :อาหารว่างและเครื่องดื่ม ช่วงเช้า 10.00-10.15 น.

                                          ช่วงบ่าย 14.45-15.00 น.

 

ครั้งที่ 2การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2559

 

เวลา

ว/ด/ป

08.00-12.00 น.

 

13.00-16.30 น.

28 มิ.ย. 2559

1) พิธีเปิดโครงการ ฯ

2) ทดสอบความรู้ก่อนการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

“การผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง”

29 มิ.ย. 2559

การฝึกเชิงปฏิบัติ “การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา”

1) การฝึกเชิงปฏิบัติ “การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย”

2) สรุปและทบทวนความรู้ที่ผ่านการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

3) ทดสอบความรู้หลังการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี

 หมายเหตุ :อาหารว่างและเครื่องดื่ม ช่วงเช้า 10.00-10.15 น.

                                          ช่วงบ่าย 14.45-15.00 น.

 

 

 

บทที่ 3

ผลการประเมินการดำเนินกิจกรรมหมู่บ้านวิทยาศาสตร์

 

3.1 ข้อมูลผู้เข้าร่วมอบรมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

          โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ปีที่ 2 บ้านกลางน้อย ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม มีผู้สมัครเข้าร่วม จากกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในปีที่ 2 (2559) รวมทั้งหมดจำนวน 65 คน แบ่งออกเป็น เพศชาย 19 คน และเพศหญิง 46 คน มีอายุเฉลี่ย 51.3±9.5 ปี โดยประกอบอาชีพหลักมากที่สุดเป็นเกษตรกร 61 คน (ร้อยละ 93.85) โดยส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา 32 คน (ร้อยละ 49.23) รองลงมาเป็นระดับมัธยมปลาย/ปวช. 17 คน (ร้อยละ 26.15) และระดับมัธยมต้น 10 คน (ร้อยละ 15.38) ตามลำดับ มีรายได้ต่อเดือนมากที่สุด เฉลี่ยมากกว่า 10,000 บาท จำนวน 33 คน (ร้อยละ 50.77) รองลงมามีรายได้เฉลี่ยที่ 9,001-10,000 บาท จำนวน 9 คน (ร้อยละ 13.85)  และมีรายได้เฉลี่ยที่ 8,001-9,000 บาท จำนวน 8 คน (ร้อยละ 12.31) ตามลำดับ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อยได้รับทราบช่องทางข่าวสารครั้งแรก ผ่านทางจดหมายเชิญมากที่สุด จำนวน 32 คน (ร้อยละ 49.23) รองลงมาจากการแนะนำ/คนรู้จัก จำนวน 29 คน (ร้อยละ 44.62) ตามลำดับ ในปีที่ 1 การส่งหนังสือเชิญเกษตรกรผู้ปลูกผักเข้าร่วมโครงการ และในปีที่ 2 เป็นการถ่ายทอดความรู้จากผู้ที่เคยเข้าโครงการมีการแนะนำเชิญชวนเพื่อนบ้านเข้าร่วมโครงการ เข้ารับความรู้ด้านการเกษตรกรรมยุคใหม่ ในการพัฒนาอาชีพของกลุ่มเกษตรกรบ้านกลาง ส่วนผู้ที่เข้ารับการอบรมยังไม่เคยผ่านการเข้าร่วมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางคลินิกเทคโนโลยี จำนวน 55 คน (ร้อยละ  84.62) และเคยได้รับการอบรมมาก่อน จำนวน 10 คน (ร้อยละ 15.38) (ตารางที่ 3.1)

 

ตารางที่ 3.1ข้อมูลผู้เข้ารับการอบรมในโครงการ (N = 65)

ลำดับที่

หัวข้อ

รายละเอียด

ผู้เข้ารับการถ่ายทอด ฯ

ร้อยละ

1

เพศ

ชาย

19

29.23

 

 

หญิง

46

70.77

2

อาชีพหลัก

รับราชการ

0

0.00

 

 

พนักงานรัฐวิสาหกิจ

0

0.00

 

 

เกษตรกร

61

93.85

 

 

โอทอป

0

0.00

 

 

แม่บ้าน

0

0.00

 

 

พนักงานธุรกิจเอกชน

0

0.00

 

 

รับจ้าง

0

0.00

 

 

วิสาหกิจชุมชน

0

0.00

 

 

ค้าขาย

4

6.15

 

 

อื่น ๆ

0

0.00

ตารางที่ 3.1ข้อมูลผู้เข้ารับการอบรมในโครงการ (ต่อ) (N = 65)

ลำดับที่

หัวข้อ

รายละเอียด

ผู้เข้ารับการถ่ายทอด ฯ

ร้อยละ

3

ระดับการศึกษาสูงสุด

ประถม

32

49.23

 

 

มัธยมต้น

10

15.38

 

 

มัธยมปลาย/ปวช.

17

26.15

 

 

ปวส./อนุปริญญา

3

4.62

 

 

ปริญญาตรี

2

3.08

 

 

สูงกว่าปริญญาตรี

1

1.54

 

 

อื่น ๆ

0

0.00

4

รายได้ต่อเดือน

น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

 

 

1,001-2,000 บาท

0

0.00

 

 

2,001-3,000 บาท

0

0.00

 

 

3,001-4,000 บาท

0

0.00

 

 

4,001-5,000 บาท

1

1.54

 

 

5,001-6,000 บาท

2

3.08

 

 

6,001-7,000 บาท

6

9.23

 

 

7,001-8,000 บาท

6

9.23

 

 

8,001-9,000 บาท

8

12.31

 

 

9,001-10,000 บาท

9

13.85

 

 

มากกว่า 10,000 บาท

33

50.77

5

ท่านทราบข่าวครั้งแรกจากแหล่งใด

จดหมายเชิญ

32

49.23

 

 

ทางอินเตอร์เน็ต

0

0.00

 

 

การแนะนำ/คนรู้จัก

29

44.62

 

 

ป้ายประกาศโฆษณา

0

0.00

 

 

สื่อสารมวลชน

0

0.00

 

 

หน่วยงานในท้องถิ่น

0

0.00

 

 

เจ้าหน้าที่รัฐ

4

6.15

 

 

อื่น ๆ

0

0.00

6

เคยได้รับการอบรมถ่ายทอด

เคย

55

84.62

 

เทคโนโลยี จากทางคลินิกเทคโนโลยีหรือไม่

ไม่เคย

10

15.38

3.2 การวิเคราะห์ประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร

          3.2.1 ลักษณะพื้นฐานและความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีของผู้ตอบแบบสอบถามจากกลุ่มเกษตรกร หรือผู้ประกอบการปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในปีที่ 2 (2559) ที่เข้ารับการอบรมโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ปีที่ 2 จำนวน 65 ราย และมีผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 65 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร จัดทำโดยการแจกแจงความถี่ร้อยละ และค่าเฉลี่ยเลขคณิต และเรียงลำดับตามความสำคัญตามความถี่จากมากไปหาน้อย

          3.2.2 นำผลการคำนวณมาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการประเมินและแปรความหมายของค่าเฉลี่ยของความคิดเห็น ดังนี้

                   ค่าเฉลี่ย 4.21-5.00       หมายถึง          เห็นด้วยมากที่สุด

                   ค่าเฉลี่ย 3.61-4.20       หมายถึง          เห็นด้วยมาก

                   ค่าเฉลี่ย 2.41-3.60       หมายถึง          เห็นด้วยปานกลาง

                   ค่าเฉลี่ย 1.81-2.40       หมายถึง          เห็นด้วยน้อย

                    ค่าเฉลี่ย 1.00-1.80       หมายถึง          เห็นด้วยน้อยที่สุด

          3.2.3 ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้

1) การวัดความพึงพอใจ ดังนี้ 1) ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญเข้าอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.27 (ร้อยละ 85.23) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.42 (ร้อยละ 88.31) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด และ 3) สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ) คะแนนเฉลี่ย 4.29 (ร้อยละ 85.85) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)

2) ข้อมูลวิเคราะห์ความพึงพอใจเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร ดังนี้ 1) การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.43 (ร้อยละ 88.61) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร คะแนนเฉลี่ย 4.42 (ร้อยละ 88.31) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3) ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน) คะแนนเฉลี่ย 4.65 (ร้อยละ 92.92) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4) ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.00 (ร้อยละ 80.00) ระดับความพึงพอใจมาก 5) ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) คะแนนเฉลี่ย 3.91 (ร้อยละ 78.15) ระดับความพึงพอใจมาก และ 6) ความคุ้มค่าเมื่อเทียงกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป) คะแนนเฉลี่ย 4.43 (ร้อยละ 88.62) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)

สรุปการประเมินวัดผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตรเฉลี่ยทั้งโครงการ คะแนนเฉลี่ย 4.31 (ร้อยละ 86.22) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)

ตารางที่ 3.2 ข้อมูลการวัดความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตร

 

ลำดับที่

รายการ

ความพึงพอใจ

คะแนนเฉลี่ย

ระดับความพึงพอใจ

5

4

3

2

1

1

ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญ การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ

21

40

4

0

0

4.26

 (85.23%)

มากที่สุด

2

เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ

28

36

1

0

0

 4.42

(88.31%)

มากที่สุด

3

สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ)

25

34

6

0

0

 4.29

(85.85%)

มากที่สุด

4

การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน)

31

31

3

0

0

 4.43

(88.62%)

มากที่สุด

5

ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร

29

34

2

0

0

 4.42

(88.31%)

มากที่สุด

6

ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน)

42

23

0

0

0

 4.65

(92.92%)

มากที่สุด

7

ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน)

16

35

12

2

0

 4.00

(80.00%)

มาก

8

ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม)

16

35

6

8

0

 3.91

(78.15%)

มาก

9

ความคุ้มค่าเมื่อเทียงกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป)

31

31

3

0

0

 4.43

(88.62%)

มากที่สุด

ระดับความพึงพอใจเฉลี่ยทั้งโครงการ

4.31

มากที่สุด

ร้อยละความพึงพอใจ

86.22

 

3.2.4  การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

          การถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า ความคิดเห็นของผู้ที่เข้าร่วมรับการอบรมสามารถการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการปลูกผักจากการลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี และสามารถผลิตสารชีวภาพใช้เอง จำนวน 64 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.46 และอีกจำนวน 1 ราย ที่นำความรู้หลังหารอบรมถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะ ป่วยเป็นโรค ทำให้สุขภาพอ่อนแอ จะต้องทำการรักษาก่อน จึงขอหยุดพักการปลูกผักในปีการผลิต 2558/2559 ก่อน (ตารางที่ 3.3)

ตารางที่ 3.3  การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

 

ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จำนวน (คน)

ร้อยละ

ได้

64

98.46

ไม่ได้

1

1.54

รวม

52

100.00

 

          3.3.5 รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี

รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า ความคาดหวังที่จะมีรายได้หลังจากการนำไปใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด มากกว่า 10,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 50 ราย (ร้อยละ 76.92) รายได้ที่มากกว่า 10,000 บาท มีค่าเฉลี่ยทั้ง 50 ราย อยู่ที่ 18,000 บาท/รายรองลงมา คือ รายได้ที่ระดับ 9,001-10,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 8 ราย (ร้อยละ 12.31)  และรายได้ที่ระดับ 8,001-9,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 6 คน (ร้อยละ 9.23) ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยความคาดหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 15,915.50 บาท/คน/เดือน (ตารางที่ 3.4)

 

ตารางที่ 3.4 รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

ลำดับที่

รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น (บาท/เดือน)

จำนวน (คน)

ร้อยละ

1

น้อยกว่า 1,000 บาท

0

0.00

2

1,000-2,000 บาท

0

0.00

3

2,001-3,000 บาท

0

0.00

4

3,001-4,000 บาท

0

0.00

5

4,001-5,000 บาท

0

0.00

6

5,001-6,000 บาท

0

0.00

7

6,001-7,000 บาท

0

0.00

8

7,001-8,000 บาท

1

1.54

9

8,001-9,000 บาท

6

9.23

10

9,001-10,000 บาท

8

12.31

11

มากกว่า 10,000 บาท

50

76.92

รวม

65

100.00

รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย (บาท/คน/เดือน)

15,915.50


ค่าใช้จ่าย : 146,000
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -ไม่มี
แนวทางแก้ไข : -ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1983]   วันที่รายงาน  [28/9/2559]

2.3 กิจกรรมการดูงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มเครือข่ายฯ

          การบูรณาการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้การปลูกและผลิตผักปลอดภัย สู่การผลิตแบบอินทรีย์ในอนาคตอย่างไร โดยเป็นกิจกรรมศึกษาดูงานร่วมกับกิจกรรมหลักสูตร “การปลูกพืชในระบบโรงเรือนและการบริหารจัดการแบบครบวงจร” หน่วยที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการจาก ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเกษตรและชุมชน สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานร่วม ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ. 2) คลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม และเกษตรจังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2559 ณ ชุมชนเกษตรกรที่มีการปลูกผักในโรงเรือนบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลาง เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมการฝึกอบรมรับความรู้เพิ่มเติม จำนวน 17 ราย จากผู้ที่มีประสบการณ์ ที่เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยาย “หลักการทำเกษตรอินทรีย์ และความสำคัญของดินในระบบเกษตรอินทรีย์” โดย นายปิยะทัศน์ ทัศนินม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง จังหวัดอุบลราชธานี 

ผลลัพธ์ : กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลางได้นำความรู้ที่ได้ไปเตรียมแปลง วัดคุณภาพดิน ด้วยวิธีก่ีใช้เครื่องวัดค่า pH แบบดิจิตอล โดยใช้เงินงบประมาณโครงการจัดซื้อให้กลุ่มเกษตรกร 2 เครื่อง มีการวัดและวิเคราะหืแบบรายแปลง ตามพื้นที่ปลูกผัก ในปีการผลิต 2559/25560

กลุ่มเกษตรกรรับฟังการบรรยาย”หลักการทำการเกษตรอินทรีย์และความสำคัญดิน”

ภาพที่ 1 กลุ่มเกษตรกรรับฟังการบรรยาย”หลักการทำการเกษตรอินทรีย์และความสำคัญดิน”

เกษตรกรทดลองวิเคราะห์ดิน

ภาพที่ 2 เกษตรกรทดลองวิเคราะห์ดิน

การเทียบแถบสีดูค่า pH

ภาพที่ 3 การเทียบแถบสีดูค่า pH

การสาธิตการทำแปลงผักแบบประณีต

ภาพที่ 4 การสาธิตการทำแปลงผักแบบประณีต

ภาพที่ 5 การสาธิตปลูกผักในโรงเรือน

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 17
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1984]   วันที่รายงาน  [28/9/2559]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

4.1 การติดตามประเมินผล

          โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม หลังจากจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลความก้าวหน้าการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ของผู้เข้าร่วมรับการอบรมที่ผ่านมาจำนวน 65 ราย มีการติดตามประเมินผู้เข้าร่วมรับการอบรมได้จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 100.00) สรุปผลการติดตามประเมินผลหลังการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ภาพที่ 1 ลงพื้นที่ประเมิน

       4.1.1 ด้านการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

          หลังจาการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ผู้ที่เข้าร่วมได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ จำนวน 65 ราย คน (ร้อยละ 100.00)

      4.1.2 ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์และประเมินเป็นรายได้

                   1) ประเภทรายได้ของผู้รับการประเมิน

                   รายได้ของผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านการประเมินหลังจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย เป็นการทำอาชีพที่เป็นรายได้หลักมากที่สุด จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 100.00) 

                  2) ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์สามารถนำไปลดค่าใช้จ่าย

                    การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชผัก และ/หรือ การจัดการฟาร์มของเกษตรกร พบว่า ความรู้ที่ได้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการด้านการปลูก การให้ปุ๋ยบำรุงดิน การใช้ปุ๋ยทางใบ การใช้สารชีวภาพในการควบคุมและป้องกันโรค จากความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอด ซึ่งเกษตรกรสามารถนำมาปฏิบัติใช้เองได้ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ มากที่สุด คือ 2,001-3,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.92 รองลงมา 3,001-4,000  บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.39 และ 1,000-2,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม กับ มากกว่า 10,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม เท่ากัน 2 ระดับ จำนวน 15 ราย คิดเป็นร้อยละ 28.85 รองลงมาลดค่าใช้จ่ายในระดับ จำนวน 8 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.31 ตามลำดับ (ตารางที่ 4.3) การผลิตหอมแบ่งในปัจจุบันมีต้นทุนด้านการให้ปุ๋ย สารอาหาร ที่สูง ดังนั้นกลุ่มเกษตรกรได้วิธีการใช้การใช้สารชีวภาพ สารต่างๆ จากธรรมชาติมาใช้ทดแทนหรือเสริมสารเคมี ช่วยลดต้นทุนลงได้ ร้อยละ 30-60 เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมของกลุ่มผู้เลี้ยงที่ปลูกผัก 

         4.1.3 ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์เมื่อใด

          การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ความรู้และวิธีการปฏิบัติพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นำความรู้มาผลิตหอมแบ่งและพริก จำนวน 65 ราย พบว่า เกษตรกรได้นำความรู้ไปปฏิบัติทันทีหลังผ่านการอบรม จำนวน 36 ราย (คิดเป็นร้อยละ 55.38) รองลงมาได้นำความรู้ไปปฏิบัติหลังผ่านการอบรมภายใน 1 เดือน จำนวน 28 ราย (คิดเป็นร้อยละ 43.08) และได้นำความรู้ไปปฏิบัติหลังผ่านการอบรมภายใน 3 เดือน จำนวน 1 ราย (คิดเป็นร้อยละ 1.54) ตามลำดับ ของผู้ที่ผ่านการประเมินติดตาม เหตุผล เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรมองเห็นวิธีการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาปุ๋ยเคมี สารเคมีที่มีราคาสูงขึ้น จึงได้นำความรูที่ได้ไปประยุกต์ใช้เป็นทางเลือกใหม่ และช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตหอมแบ่ง พริก ข้าวโพด และฟักทองลงได้ เกษตรกรที่นำความรู้ไปใช้ปฏิบัติลงแปลงหลังการจัดฝึกอบรมถ่ายทอดเสร็จ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูการปลูกพริกและข้าวโพด และส่วนกลุ่มเกษตรกรที่นำความรู้ที่ได้ไปใช้หลังผ่านการอบรมภายใน 1 เดือน เพราะนำไปใช้ทดลองในนาข้าว เนื่องจากหมดฤดูกาลปลูกหอมแบ่ง

        4.1.4 ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ที่ไหน

               การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ผลิตพืชผัก เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ภายในครอบครัว จำนวน 65 ราย (คิดเป็นร้อยละ 100.00)

          4.1.5  ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ขยายผลต่อในช่องทางใด

                  ช่องทางและวิธีการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย พบว่า อันดับ 1 ได้นำความรู้ไปประยุกต์เป็นองค์ความรู้ใหม่ จำนวน 38 ราย (คิดเป็นร้อยละ 58.46) รองลงมา วิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยี/เผยแพร่ต่อ จำนวน 23 ราย (คิดเป็นร้อยละ 35.38) การเป็นวิทยากรให้ความรู้ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พอเห็นแปลงผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถปลูกและผลิตได้ผลผลิตดี และมาก เลยเข้ามาสอบถามความรู้จากการบริหารจัดการแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ และให้บริการ/คำปรึกษา จำนวน 4 ราย (คิดเป็นร้อยละ 6.15) ตามลำดับ

4.2 การทดลองติดตามความก้าวหน้าและประเมินผล

          การวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนด้านการผลิตและการจัดการของเหลือของชุมชนบ้านกลางน้อย หมู่ 7 ตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม

          การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนบ้านกลางน้อย ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล 2 ครั้งคือ วันที่ 14 มีนาคม และ 20 มิถุนายน 2559 ณ ชุมชนบ้านกลางน้อย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก ฟักทอง กะหล่ำ บวบ กวางตุ้ง และมะเขือ) รวม 184 ราย กลุ่มเป้าหมาย สมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก) ในปีที่ 1 จำนวน 94 ราย เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร จำนวน 52 ราย และในปีที่ 2 (2559) แผนการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 1 รวมกับการรับสมัครเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ที่ทำอาชีพปลูกข้าวโพดและฟักทอง จำนวน 13 ราย รวมผู้ที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 มีจำนวน 65 ราย จากการเกษตรข้อมูลเชิงลึกรายแปลงต่อสมาชิกทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการ ได้เก็บข้อมูลการปลูกพืชผัก

          โดยอาชีพจากการเกษตรที่มีรายได้มากที่สุด คือ การเลี้ยงไก่ไข่ จำนวน 6 ครัวเรือน รายรับเฉลี่ย 1,256,534 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 49.37) รองลงมาคือ การปลูกหอมแบ่ง จำนวน 86 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 474,600 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 18.65) การปลูกหอมแดง จำนวน 54 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 282,300 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 11.09) การปลูกกระเทียม จำนวน 23 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 235,200 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 9.24) การเลี้ยงโคเนื้อ /โคขุน จำนวน 21 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 105,800 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 4.16) การปลูกข้าวโพด จำนวน 38 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 70,200 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 2.76) การปลูกยาสูบ จำนวน 57 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 68,740 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 2.70) อาชีพอื่น ๆ ในด้านการเกษตร จำนวน 8 ครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ย 26,571 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 1.04) (ดังตารางที่ 4.9)  และ การปลูกข้าว จำนวน 71 ครัวเรือน มีรายรับเฉลี่ย 24,966 บาทต่อปีต่อครัวเรือน (ร้อยละ 0.98) ตามลำดับ

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 15000
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2560250,000|240,000|201,980|38,0202017430173111.pdf20171111440171.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2284]   วันที่รายงาน  [1/7/2560]

1. ชี้แจงสรุปผลการดำเนินงานหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ ผลิตผักปลอดภัย บ้านกลาง ปีที่ 2 (2559) ที่ผ่านมา

รายงานความก้าวหน้าในปีงบประมาณ 2559 (ปีที่ 2)ได้ดำเนินการ ดังนี้

1) การจัดฝึกโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม  ในที่ประชุมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้รับทราบความเป็นมาและเป้าหมายในการจัดกิจกรรม และรับสมัครอาสาเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ที่แบ่งออกเป็น 6 กิจกรรม ดังนี้

                             กิจกรรมที่ 1 การผลิตพืชผักปลอดภัยในปัจจุบันและในอนาคต

กิจกรรมที่ 2 “วิธีการเก็บข้อมูลงานฟาร์ม เพื่อประเมินผลผลิตและรายได้”

กิจกรรมที่ 3 “การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการผลิต”

กิจกรรมที่ 4 “การผลิตและการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง”

กิจกรรมที่ 5 “การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา”

กิจกรรมที่ 6 “การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย”

2) กิจกรรมการดูงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มเครือข่ายฯ

การบูรณาการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้การปลูกและผลิตผักปลอดภัย สู่การผลิตแบบอินทรีย์ในอนาคตอย่างไร โดยเป็นกิจกรรมศึกษาดูงานร่วมกับกิจกรรมหลักสูตร “การปลูกพืชในระบบโรงเรือนและการบริหารจัดการแบบครบวงจร” หน่วยที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการจาก ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเกษตรและชุมชน สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานร่วม ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ. 2) คลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม และเกษตรจังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2559 ณ ชุมชนเกษตรกรที่มีการปลูกผักในโรงเรือนบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลาง เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมการฝึกอบรมรับความรู้เพิ่มเติม จำนวน 17 ราย จากผู้ที่มีประสบการณ์ ที่เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยาย “หลักการทำเกษตรอินทรีย์ และความสำคัญของดินในระบบเกษตรอินทรีย์” โดย นายปิยะทัศน์ ทัศนินม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง จังหวัดอุบลราชธานี

3) การวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนด้านการผลิตและการจัดการของเหลือของชุมชนบ้านกลางน้อย หมู่ 7 ตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนบ้านกลางน้อย ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล 2 ครั้งคือ วันที่ 14 มีนาคม และ 20 มิถุนายน 2559 ณ ชุมชนบ้านกลางน้อย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก ฟักทอง กะหล่ำ บวบ กวางตุ้ง และมะเขือ) รวม 184 ราย กลุ่มเป้าหมาย สมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก) ในปีที่ 1 จำนวน 94 ราย เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร จำนวน 52 ราย และในปีที่ 2 (2559) แผนการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 1 รวมกับการรับสมัครเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ที่ทำอาชีพปลูกข้าวโพดและฟักทอง จำนวน 13 ราย รวมผู้ที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 มีจำนวน 65 ราย จากการเกษตรข้อมูลเชิงลึกรายแปลงต่อสมาชิกทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการ

ทางเศรษฐกิจ  

                   1) กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักที่เข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สามารถลดการใช้สารเคมีลดได้ในปีที่ 1 30-40% ในปีที่ 2 50-70% และในปีที่ 3 80-90%ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ปัจจัยภายนอก และนำปัจจัยภายในชุมชนมาผลิตเป็นปุ๋ยในการปลูกพืช ผักได้

                   2) จากการส่งเสริมใช้สารชีวภาพ สารชีวภัณฑ์ และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา  เชื้อราบิวเบอร์เรีย แทนการใช้สารเคมี พบว่า เปรียบเทียบผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น เช่น หอมแบ่ง การปลูกด้วยการใช้สารเคมี 2,100 กก./ไร่ หลังการสารชีวภาพและสารชีวภัณฑ์ 2,600 กก./ไร่ (ผลผลิตเพิ่มขึ้น 500 กก./ไร่) ราคาขายหน้าฟาร์ม 28 บาท/กก. มีรายได้เพิ่มขึ้น 14,000 บาท/ไร่ พริก การปลูกด้วยการใช้สารเคมี 280 กก./ไร่/การเก็บ หลังการสารชีวภาพและสารชีวภัณฑ์ 340 กก./ไร่ (ผลผลิตเพิ่มขึ้น 60 กก./ไร่) ราคาขายหน้าฟาร์ม 110 บาท/กก. มีรายได้เพิ่มขึ้น 6,600 บาท/ไร่

                   3) กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผัก ได้แนวทางและองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของชุมชน เช่น ผู้ที่เข้าร่วมโครงการรับการถ่ายทอดในปีที่ 1 จำนวน 52 ราย มีพื้นที่ปลูกหอมแบ่ง 71.25 ไร่ จากเดิมผลผลิตเฉลี่ย 2,100 กก./ไร่ ราคาขายหน้าฟาร์ม 28 บาท/กก. มีรายได้ 58,800 บาท/ไร่ (71.25 ไร่ x 58,800 บาท/ไร่) รายได้หมุนเวียน 4,189,500 บาท/รอบการผลิต  และการผลิตด้วยวิธีการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,600 กก./ไร่ ราคาขายหน้าฟาร์ม 28 บาท/กก. มีรายได้ 72,800 บาท/ไร่ (71.25 ไร่ x 72,800 บาท/ไร่) 5,187,000 บาท/รอบการผลิต กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักมีรายได้ชุมชนเพิ่มขึ้น 997,500 บาท/รอบการผลิต (การผลิตหอมแบ่ง 1 ปี เฉลี่ย 2.4 รอบ)

                   4) การทำการเกษตรแบบหมุนเวียน เช่น การปลูกหอมแบ่งในช่วงเดือน เริ่มปลูกกันยายน ช่วงเวลาเก็บผลผลิตพฤศจิกายน-มีนาคม สร้างรายได้เฉลี่ย ประมาณ 142,000 บาท/ไร่/รอบการปลูก 7 เดือน ตามด้วยการปลูกพริก เริ่มปลูกพฤศจิกายน เก็บผลผลิตมกราคม-มิถุนายน สร้างรายได้เฉลี่ย ประมาณ 34,600 บาท/ไร่/รอบการปลูก 7 เดือน ทำให้สร้างรายได้ในพื้นที่แปลงเดียว เป็นมูลค่ารวม 176,600 บาท/ไร่/ปี

ทางสังคม  

1) เกษตรกรมีการประยุกต์องค์ความรู้จากวิชาการสมัยใหม่ เพื่อปรับตัวในการสร้างอาชีพในการปลูกผักปลอดสารพิษ ซึ่งสามารถเพิ่มการผลิตได้อย่างมีศักยภาพ ได้สร้างเครือข่าย ชมรมกลุ่มเกษตรกรปลูกผักในตำบลบ้านกลาง ใช้เป็นแนวทางและพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาและบริหารจัดการที่มีเป้าหมายการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด

2) การทำอาชีพปลูกพืช-ผักของเกษตรกรมีประสิทธิภาพเป็นกลุ่มตัวอย่าง สามารถพึ่งพาตนเองได้ จากการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างอาชีพที่ยั่งยืน และชุมชนที่เข้มแข็ง

3) การใช้ประโยชน์จากปุ๋ยมูลสัตว์ มาผลิตนำหมักชีวภาพใช้ฉีดพ่น และใช้ปุ๋ยคอก (มูลสุกร ไก่ไข่ และโคเนื้อ) เพิ่มกิจกรรมในชุมชน ไปช่วยเหลือการปลูกข้าว ปลูกพืช การเลี้ยงปลา เป็นผลพลอยได้ เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ลดการนำเข้าปัจจัยจากภายนอก รวมถึงการสร้างระบบการบริหารการจัดการเกษตรประณีต เกษตรธรรมชาติ เกษตรผสมผสาน ตลอดจนการลดวัสดุอาหารสัตว์ที่มีราคาแพงจากภายนอก

                   4) ชีวิตและสุขภาพของเกษตรกรแข็งแรง ไม่ป่วยเป็นโรคจากการใช้สารเคมี

2. แผนการดำเนินกิจกรรมในโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ผลิตผักปลอดภัย ปีที่ 3 (2560)

การดำเนินโครงการ

       วิธีการดำเนินงาน

              1. การประชุมชี้แจงปรึกษาหารือความต้องการความรู้เพื่อช่วยในการแก้ไขหรือพัฒนา (ปีที่ 3)

2. การรายงานผลการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา

3. กิจกรรมการดูงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มเครือข่ายฯ

                      - กลุ่มสมาชิกเครือข่ายต่างๆ หรือกลุ่มแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4. การอบรมและฝึกปฏิบัติการ

                             กิจกรรมที่ 1 “วิธีการวิเคราะห์คุณภาพดินรายแปลง”

กิจกรรมที่ 2“การปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกผัก”

กิจกรรมที่ 3 “การผลิตปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี”

กิจกรรมที่ 4 “การใช้ถ่านไบโอชาร์”

กิจกรรมที่ 5 “การออกแบบบรรจุภัณฑ์ผักของกลุ่ม”

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 7,000
จำนวนผู้รับบริการ : 62
ปัญหาอุปสรรค : 1. การใช้จ่ายงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติ งบประมาณล่าช้า ไม่สามารถดำเนินการตามแผนกำหนดการได้ 2. คลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้จัดทำสัญญาทุนและเบิกจ่ายเงินล่าช้า ปัจจุบันนี้ ยังทำเรื่องขอเบิกเงินงวดที่ 1 จากมหาวิทยาลัยนครพนม 3. การรายงานความก้าวหน้าของโครงการ อาจล่าช้า
แนวทางแก้ไข : 1. ผู้รับผิดชอบโครงการ ดำเนินการก่อน ถึงแม้ยังไม่ได้เงินงบประมาณมาใช้ดำเนินการ สำรองจ่ายก่อน 2. การดำเนินโครงการอยู่ในช่วง ไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 ของโครงการ ทำให้ล่าช้าไปบ้าง
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2285]   วันที่รายงาน  [1/7/2560]

กิจกรรมการดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์

 ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อและผลิตปุ๋ยอัดเม็ด ครบวงจร บ้านคำแม่นาง-สามแยก อ.นาทน จ.นครพนม วันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 

    การศึกษาดูงาน และกเปลี่ยนความรู้ และการศึกษากิจกรรมรอง เพื่อปรับเปลี่ยนการพัฒนาตนเอง จากการสรา้งกลุ่มและอาชีพที่หลากหลายในชุมชน  ดังนี้

    1.  กิจกรรมการบริหารจัดการกลุ่มผลิตและแปรรูป จากต้นนำ้ กลางนำ้ และปลายนำ้ ของกลุุ่มกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อและผลิตปุ๋ยอัดเม็ด ครบวงจร บ้านคำแม่นาง-สามแยก 

    2. การบริหารจัดการโคเนื้อครบวงจร

 ระบบการเลี้ยงโคขุน

   3. กิจกรรมผลิตปุ๋ยอิทรีย์อัดเม็ด

    4. กิจกรรมการบูรณาการพัฒนากลุ่มจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่

เครื่องสีไร้แกลบ มาผลิตอาหารเลี้ยงโคขุน

 

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 31,600
จำนวนผู้รับบริการ : 62
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2286]   วันที่รายงาน  [1/7/2560]

การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี

    - เครื่องวัดค่า pHความชื้น จำนวน 2 เครื่อง ๆ 5,200 บาท (10,400 บาท)

    - วัสดุฝึก เช่น ปุ๋ยคอก สารชีวภาพ 1 ครั้ง ๆ ละ 11,700 บาท 

จัดซื้อวัสดุสำหรับใช้จัดฝึกอารมเชิงปฏิบัตให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดภัย บ้านกลาง ตามกิจกรรมกำหนดไว้ในแผนอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ปีที่ 3 (2560) ในช่วงเดือน กรกฏาคม 2560

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 22,100
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2506]   วันที่รายงาน  [25/9/2560]

       การเดินทางไปทัศนะศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนและเรียนรู้การปลูกและผลิตผักแบบอินทรีย์ในอนาคตอย่างไร โดยเป็นกิจกรรมศึกษาดูงานร่วมกับกิจกรรมหลักสูตร “การปลูกพืชในระบบโรงเรือนและการบริหารจัดการแบบครบวงจร” ระหว่างวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2560 ณ หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ (หมู่บ้านพลังงานทางเลือก) หมู่บ้านหนองมัง ตำบลโนนตาล อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลาง เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมการฝึกอบรมรับความรู้เพิ่มเติม จำนวน 30 ราย จากผู้ที่มีประสบการณ์ ที่เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยาย “หลักการทำเกษตรอินทรีย์ การบริหารจัดการระบบเกษตรอินทรีย์ และการตลาดที่กำหนดราคาเอง” โดย นายปิยะทัศน์ ทัศนิยม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง จังหวัดอุบลราชธานี

          กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง จังหวัดอุบลราชธานี มุ่นเน้นการไม่ใช้สารเคมีภายในหมู่บ้านมาได้ประมาณ 14 ปี เพราะการเห็นอาการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้นจากการใช้สารเคมีภัณฑ์ และการใช้ยาปราบศัตรูพืชในอดีต การสร้างอนาคตให้ลูกหลาน

          หัวใจในการทำเกษตรอินทรีย์ มี 4 ประการ คือ

               1) ดินที่ใช้ปลูกจะต้องมีคุณภาพ มีสารอินทรีย์วัตถุมาก ดินไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม ไม่เป็นกรด ไม่เป็นด่าง ผู้ปลูกความทำการวิเคราะห์คุณภาพดินของแปลงท่านก่อน และความมีการบำรุงดิน รักษาดิน เช่น ดินเปรี้ยว หรือดินเป็นกรด มีค่า pH ต่ำ ควรปรับปรุงดินด้วยการใช้ไดโลไมค์ แกลบเผา แกลบเก่า ไม่ควรใช้แกลบดินใหม่

                2) น้ำ ที่ใช้ จะต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่เป็นน้ำกระด้าง ไม่เป็นน้ำคร่ำ การบริหารจัดการน้ำแบบประหยัด ใช้ระบบ น้ำ ฉีดแบบฝอยละออง ด้วยการใช้งบประมาณ 20,000 บาทต่อไร่ ก็สามารถจัดการพืชในโรงเรือน

                3) การพัฒนาตนเองและกลุ่ม ด้วยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา การไปศึกษาดูงาน การปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                4) การตลาดแบบกำหนดด้วยตัวเราเอง ด้วยมาตรฐานการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือและเป็นสากล

        การพัฒนาปลูกผักในโรงเรือนพลาสติกคัดกรองแสงระยะแรก คือการปลูกลงดิน ทำให้เกิดโรงในดินตามมา ความชื้นในดินไม่สามารถควบคุมได้ จึงได้พัฒนาเป็นการยกกระบะปลูก เพราะ บริหารจัดการง่าย ดินไม่สัมผัสกับจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคโดยตรง หรือดินมีปัญหาก็สามารถเปลี่ยนดินปลูกได้ใหม่ น้ำไม้ขังไหลออกผ่านมุ่งตาข่าย อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี รากพืชได้รับสารอาหารที่ควบคุมได้ การยืนในการปลูก เก็บผลผลิตได้ง่าย และรวดเร็ว

       การเพาะกล้าในถาดหลุมก่อน เพื่อสามารถกำหนดและจัดสรรแปลงปลูกผักในโรงเรือนพลาสติกคัดกรองแสงได้อย่างคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพ สามารถคัดเลือกต้นกล้าที่สมบูรณ์ปลูก ตามระยะห่างที่กำหนด และไม่ต้องซ่อมต้นกล้าปลูกใหม่ 

การบรรยายการบริหารจัดการโรงเรือนพลาสติกคัดกรองแสงในการปลุกผักให้ได้ผลผลิต

ค่าใช้จ่าย : 34,480
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2507]   วันที่รายงาน  [25/9/2560]

1.การถ่ายทอดเทคโนโลยี
 คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผลงานวิจัยมาช่วยแก้ไขปัญหากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผัก ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยการพัฒนาบ้านกลาง หมู่ที่ 7 เป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำการบริหารจัดการพัฒนา ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของกลุ่มและพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพกลุ่มให้ดำเนินการผลิตพืชผักแบบปลอดสาร สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ แบบพึ่งพาตนเอง อย่างพอเพียงและยั่งยืน รวมถึงยกระดับการผลิตรายย่อยสู่การผลิตในรูปแบบเชิงพานิช โดยเน้นการพึ่งตนเองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
   1.1 ขั้นตอนและวิธีการถ่ายทอด
        1) การจัดเตรียม เอกสารประกอบการบรรยาย และสื่อประกอบที่ใช้ในการถ่ายทอด เช่น Power point แผ่นไวนิลแสดงนิทรรศการ วีดีโอ
        2) การจัดเตรียมเอกสารคู่มือในการอบรมถ่ายทอดโครงการ
        3) การเตรียมความพร้อมวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
        4) การประชุมชี้แจงการจัดฝึกโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในที่ประชุมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้รับทราบความเป็นมาและเป้าหมายในการจัดกิจกรรม และรับสมัครอาสาเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ที่แบ่งออกเป็น 5 กิจกรรม ดังนี้
             กิจกรรมที่ 1 “วิธีการวิเคราะห์คุณภาพดินรายแปลง”
             กิจกรรมที่ 2 “การปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกผัก”
             กิจกรรมที่ 3 “การผลิตปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี”
             กิจกรรมที่ 4 “การใช้ถ่านไบโอชาร์”
             กิจกรรมที่ 5 “การออกแบบบรรจุภัณฑ์ผักของกลุ่ม”
 การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 ใช้ระยะเวลา 2 วัน และครั้งที่ 2 ใช้ระยะเวลา 2 วัน รวมเป็น 4 วัน สามารถแบ่งตารางการจัดฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง

1.2 วิทยากร
      1) นายธนพัฒน์ สุระนรากุล คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
      2) ผศ. ดร. เสาวคนธ์ เหมวงษ์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
      3) อาจารย์ภูษิต แสนสุภา โรงเรียนมหาชัยวิทยาคม จังหวัดนครพนม
      4) ดร. โสรัจจ์ ประวีณวงศ์วุฒิ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

1.3 การดำเนินการหรือการถ่ายทอดตามหลักสูตรรายวิชาตามกิจกรรม ดังนี้
       การกำหนดตารางการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการถ่ายทอเทคโนโลยี “การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ปีที่ 3” การการประชุมและติดต่อประสานการเข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีกิจกรรมการกลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ตามตารางกำหนดวันและเวลาดังกล่าว ตลอดจนการจัดเรียงกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
 

ค่าใช้จ่าย : 80,400
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2508]   วันที่รายงาน  [25/9/2560]

การประเมินการดำเนินกิจกรรมหมู่บ้านวิทยาศาสตร์

      โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ปีที่ 3 (2560) บ้านกลางน้อย ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม มีผู้สมัครเข้าร่วม จากกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการปลูกผักบ้านกลางน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในปีที่ 3 (2560) รวมทั้งหมดจำนวน 65 ราย แบ่งออกเป็น เพศชาย 19 ราย และเพศหญิง 46 ราย มีอายุเฉลี่ย 52.3±9.5 ปี โดยประกอบอาชีพหลักมากที่สุดเป็นเกษตรกร 61 ราย (ร้อยละ 93.85) โดยส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา 32 ราย (ร้อยละ 49.23) รองลงมาเป็นระดับมัธยมปลาย/ปวช. 17 ราย (ร้อยละ 26.15) และระดับมัธยมต้น 10 ราย (ร้อยละ 15.38) ตามลำดับ มีรายได้ต่อเดือนมากที่สุด เฉลี่ยมากกว่า 10,000 บาท จำนวน 33 ราย (ร้อยละ 50.77) รองลงมามีรายได้เฉลี่ยที่ 9,001-10,000 บาท จำนวน 9 ราย (ร้อยละ 13.85)  และมีรายได้เฉลี่ยที่ 8,001-9,000 บาท จำนวน 8 ราย (ร้อยละ 12.31) ตามลำดับ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านกลางน้อยได้รับทราบช่องทางข่าวสารครั้งแรก ผ่านทางจดหมายเชิญมากที่สุด จำนวน 32 ราย (ร้อยละ 49.23) รองลงมาจากการแนะนำ/คนรู้จัก จำนวน 29 ราย (ร้อยละ 44.62) ตามลำดับ ในปีที่ 1 การส่งหนังสือเชิญเกษตรกรผู้ปลูกผักเข้าร่วมโครงการ และในปีที่ 2 เป็นการถ่ายทอดความรู้จากผู้ที่เคยเข้าโครงการมีการแนะนำเชิญชวนเพื่อนบ้านเข้าร่วมโครงการ เข้ารับความรู้ด้านการเกษตรกรรมยุคใหม่ ในการพัฒนาอาชีพของกลุ่มเกษตรกรบ้านกลาง ส่วนผู้ที่เข้ารับการอบรมยังไม่เคยผ่านการเข้าร่วมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางคลินิกเทคโนโลยี จำนวน 0 ราย (ร้อยละ 0.00) และเคยได้รับการอบรมมาก่อน จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 100.00)

ผลการประเมินผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตรแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้

     1) การวัดความพึงพอใจ ดังนี้ 1) ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญเข้าอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.37(ร้อยละ 87.38) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) เจ้าหน้าที่ที่ผู้ให้บริการ เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ คะแนนเฉลี่ย 4.47(ร้อยละ 89.54) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด และ 3) สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสดฯ เอกสารอบรม ฯลฯ) คะแนนเฉลี่ย 4.37 (ร้อยละ 87.38) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด (ตารางที่ 3.2)

    2) ข้อมูลวิเคราะห์ความพึงพอใจเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร ดังนี้ 1) การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.49 (ร้อยละ 89.85) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 2) ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร คะแนนเฉลี่ย 4.47 (ร้อยละ 89.54) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3) ความเหมาะสมของวิทยากร (ความรู้ ความสามารถ เทคนิคการสอน) คะแนนเฉลี่ย 4.70 (ร้อยละ 94.15) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4) ระยะเวลาการอบรม (จำนวนวัน) คะแนนเฉลี่ย 4.08 (ร้อยละ 81.54) ระดับความพึงพอใจมาก 5) ช่วงเวลาการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) คะแนนเฉลี่ย 4.03 (ร้อยละ 80.62) ระดับความพึงพอใจมาก และ 6) ความคุ้มค่าเมื่อเทียงกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป) คะแนนเฉลี่ย 4.52 (ร้อยละ 90.46) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด

สรุปการประเมินวัดผลความพึงพอใจและการปรับปรุงหลักสูตรเฉลี่ยทั้งโครงการ คะแนนเฉลี่ย 4.38(ร้อยละ 87.55) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด

        การถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า ความคิดเห็นของผู้ที่เข้าร่วมรับการอบรมสามารถการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการปลูกผักจากการลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี และสามารถผลิตสารชีวภาพใช้เอง จำนวน 55ราย คิดเป็นร้อยละ 84.62และอีกจำนวน 10ราย ที่นำความรู้หลังหารอบรมถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะ ป่วยเป็นโรค ทำให้สุขภาพอ่อนแอ จะต้องทำการรักษาก่อน จึงขอหยุดพักการปลูกผักในปีการผลิต 2559/2560 ก่อน

        รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ที่ได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า ความคาดหวังที่จะมีรายได้หลังจากการนำไปใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด มากกว่า 10,000 บาท/ราย/เดือน จำนวน 53 ราย (ร้อยละ 81.54) รายได้ที่มากกว่า 10,000 บาท มีค่าเฉลี่ยทั้ง 53ราย อยู่ที่ 18,000 บาท/รายรองลงมา คือ รายได้ที่ระดับ 9,001-10,000 บาท/ราย/เดือน จำนวน 11ราย (ร้อยละ 16.92) และรายได้ที่ระดับ 8,001-9,000 บาท/ราย/เดือน จำนวน 1คน (ร้อยละ 1.54) ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยความคาดหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 16,415.48บาท/ราย/เดือน

ค่าใช้จ่าย : 3,000
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2509]   วันที่รายงาน  [25/9/2560]

ผลการติดตามหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1. การติดตามประเมินผล

          โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร เรื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม หลังจากจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลความก้าวหน้าการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ของผู้เข้าร่วมรับการอบรมที่ผ่านมาปีที่ 3 (2560) จำนวน 65 ราย มีการติดตามประเมินผู้เข้าร่วมรับการอบรมได้จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 100.00) สรุปผลการติดตามประเมินผลหลังการถ่ายทอดเทคโนโลยี ดังนี้

     1.1 ด้านการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

          หลังจาการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ผู้ที่เข้าร่วมได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ จำนวน 65 ราย คน (ร้อยละ 100.00)

        1.2  ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์และประเมินเป็นรายได้

                   1) ประเภทรายได้ของผู้รับการประเมิน

                   รายได้ของผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านการประเมินหลังจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย เป็นการทำอาชีพที่เป็นรายได้หลักมากที่สุด จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 100.00)

                   2) ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์สามารถนำไปลดค่าใช้จ่าย

                   การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชผัก และ/หรือ การจัดการฟาร์มของเกษตรกร พบว่า ความรู้ที่ได้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการด้านวิธีการวิเคราะห์คุณภาพดินรายแปลง การปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกผัก การผลิตปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี และการใช้ถ่านไบโอชาร์ จากความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอด ซึ่งเกษตรกรสามารถนำมาปฏิบัติใช้เองได้ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ มากที่สุด คือ 8,001-9,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 21ราย (คิดเป็นร้อยละ 32.31) รองลงมา มากกว่า 10,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 17 ราย (คิดเป็นร้อยละ 26.15) รองลงมาลดค่าใช้จ่ายในระดับ 7,001-8,000 บาท/เดือน/ฟาร์ม จำนวน 11ราย (คิดเป็นร้อยละ 16.92) รองลงมาลดค่าใช้จ่ายในระดับ 9,001-10,000 บาท จำนวน 9ราย (คิดเป็นร้อยละ 13.85) และรองลงมาลดค่าใช้จ่ายในระดับ 6,001-7,000 บาท จำนวน 7ราย (คิดเป็นร้อยละ 10.77) ตามลำดับ (ตารางที่ 4.3) การผลิตหอมแบ่งในปัจจุบันมีต้นทุนด้านการให้ปุ๋ย สารอาหาร ที่สูงดังนั้นกลุ่มเกษตรกรได้วิธีการใช้การใช้สารชีวภาพ สารต่างๆ จากธรรมชาติมาใช้ทดแทนหรือเสริมสารเคมี ช่วยลดต้นทุนลงได้ ร้อยละ 30-60 เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมของกลุ่มผู้เลี้ยงที่ปลูกผัก

         1.3  ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์เมื่อใด

          การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ความรู้และวิธีการปฏิบัติพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นำความรู้มาผลิตหอมแบ่งและพริก จำนวน 65 ราย พบว่า เกษตรกรได้นำความรู้ไปปฏิบัติทันทีหลังผ่านการอบรม จำนวน 52 ราย (คิดเป็นร้อยละ 80.00) รองลงมาได้นำความรู้ไปปฏิบัติหลังผ่านการอบรมภายใน 1 เดือน จำนวน 13ราย (คิดเป็นร้อยละ 20.00) ตามลำดับ ของผู้ที่ผ่านการประเมินติดตาม เหตุผล เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรมองเห็นวิธีการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาปุ๋ยเคมี สารเคมีที่มีราคาสูงขึ้น จึงได้นำความรูที่ได้ไปประยุกต์ใช้เป็นทางเลือกใหม่ และช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตหอมแบ่ง พริก ข้าวโพด และฟักทองลงได้ เกษตรกรที่นำความรู้ไปใช้ปฏิบัติลงแปลงหลังการจัดฝึกอบรมถ่ายทอดเสร็จ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูการปลูกพริกและข้าวโพด และส่วนกลุ่มเกษตรกรที่นำความรู้ที่ได้ไปใช้หลังผ่านการอบรมภายใน 1 เดือน เพราะนำไปใช้ทดลองในนาข้าว เนื่องจากหมดฤดูกาลปลูกหอมแบ่ง

        1.4  ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ที่ไหน

การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ผลิตพืชผัก เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร บ้านกลางใหญ่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 65 ราย พบว่า เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ภายในครอบครัว จำนวน 45 ราย (คิดเป็นร้อยละ 69.23) รองลงมา เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ภายในชุมชน/กลุ่ม จำนวน 20 ราย (คิดเป็นร้อยละ30.77) ตามลำดับ

ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ขยายผลต่อในช่องทางใด

ช่องทางและวิธีการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย พบว่า อันดับ 1 วิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยี/เผยแพร่ต่อ จำนวน 63ราย (คิดเป็นร้อยละ 55.38) การเป็นวิทยากรให้ความรู้ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พอเห็นแปลงผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถปลูกและผลิตได้ผลผลิตดี และมาก เลยเข้ามาสอบถามความรู้จากการบริหารจัดการแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพรองลงมาได้นำความรู้ไปประยุกต์เป็นองค์ความรู้ใหม่ จำนวน 18ราย (คิดเป็นร้อยละ 27.69) และให้บริการ/คำปรึกษา จำนวน 11ราย (คิดเป็นร้อยละ 16.92) ตามลำดับ

2.  การทดลองติดตามความก้าวหน้าและประเมินผล

          การวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนด้านการผลิตและการจัดการของเหลือของชุมชนบ้านกลางน้อย หมู่ 7 ตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม

          การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนบ้านกลางน้อย ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล 2 ครั้งคือ วันที่ 8 มีนาคม และ 22 กันยายน 2560 ณ ชุมชนบ้านกลางน้อย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก ฟักทอง กะหล่ำ บวบ กวางตุ้ง และมะเขือ) รวม 184 ราย กลุ่มเป้าหมาย สมาชิกกลุ่มผู้ผัก (ปลูกหอมแบ่ง พริก) ในปีที่ 1 จำนวน 94 ราย เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร จำนวน 52 ราย ในปีที่ 2 (2559) แผนการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 1 รวมกับการรับสมัครเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ที่ทำอาชีพปลูกข้าวโพดและฟักทอง จำนวน 13 ราย รวมผู้ที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 มีจำนวน 65 ราย และในปีที่ 3 (2560) เป็นผู้ที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 มีจำนวน 65 ราย เท่าเดิม และเป็นเกษตรกรรายเดิม จากการเกษตรข้อมูลเชิงลึกรายแปลงต่อสมาชิกทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการ ได้เก็บข้อมูลการปลูกพืชผัก สามารถวิเคราะห์ และสรุป

3.  การประเมินผลจากความรู้และการปฏิบัติวัดผลเป็นคะแนน

          การประเมินติดตามหลังการจัดอบรมโครงการเชิงปฏิบัติการทั้ง 2 กิจกรรม จากรายชื่อเกษตรกร หรือผู้ประกอบการเข้าโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 หมู่บ้านถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยทางอาหารบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนมรับการถ่ายความรู้ทอดเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย และคณะผู้ทำงานได้ลงพื้นที่ประเมินติดามการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ พบว่า ได้ลงประเมินเกษตรกร หรือผู้ประกอบที่ผ่านการอบรมถ่ายความรู้ทอดเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย โดยแบ่งคะแนนออกเป็น 2 ส่วน คือ  ส่วนที่ 1 คะแนนร้อยละ 30 เป็นคะแนนที่ทำการทดสอบทางทฤษฏีหลังจากอบรมเสร็จทันที เพื่อใช้วัดความรู้ที่ได้ในขณะอบรมโครงการ และ ส่วนที่ 2 คะแนนร้อยละ 70 เป็นคะแนนประเมินการนำความรู้ที่ได้มาปฏิบัติใช้ภายในฟาร์มของเกษตรกรในแต่ละราย

          ผลการวิเคราะห์ประเมินคะแนนความรู้และความสามารถของเกษตรกร หรือผู้ประกอบการเข้ารับโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 65 ราย พบว่า มีเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์จริงภายในฟาร์ม จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 100.00) แบ่งออกเป็น ผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนมากกว่า 80 คะแนนขึ้นไป มีจำนวน 53 ราย (ร้อยละ 82.81) ผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนระหว่าง 76-80 คะแนน มีจำนวน 8 ราย (ร้อยละ 12.50) และผู้ที่ผ่านการประเมินที่ได้คะแนนระหว่าง 71-75 คะแนน มีจำนวน 3 ราย (ร้อยละ 4.69) ตามลำดับ (ตารางที่ 4.11) ซึ่งภาพรวมของการนำไปใช้ประโยชน์อยู่ในเกณฑ์ระดับดี

 

 

ค่าใช้จ่าย : 23,400
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง jeffsabupe@339-go.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates