หมู่บ้านชาอินทรีย์

หมู่บ้านวาวี ม.6 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สถานะหมู่บ้าน : เข้มแข็งเติบโต

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2557275,000|255,000|139,670|115,3302014430134521.pdf20153231041281.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=919]   วันที่รายงาน  [30/6/2557]
ประชุมวางแผนการดำเนินกิจกรรมโครงการหมู่บ้าชาอินทรีย์
สถานที่: สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
วัน/เวลา: วันที่ 17 เมษายน 2557 เวลา 10.00-12.00
ผู้ร่วมประชุม:
1. ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล หัวหน้าโครงการ/หัวหน้าสถาบันชา
2. นางศารินาฎ เกตุวัลห์ เจ้าหน้าที่บริหาร สถาบันชา
3. นายทวิพิชญ์ อายะนันท์ เจ้าหน้าที่เกษตร สถาบันชา
4. คุณศุภชัย โพธิ์สุวรรณ ผู้นำชุมชน
สรุปผลการประชุม
1. หัวหน้าโครงการได้ชี้แจงการได้รับอนุมัติโครงการ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องดำเนินการให้ผู้ร่วมโครงการทราบ
2. การปรับแผนการดำเนินงาน เนื่องจากได้รับการอนุมัติงบประมาณล่าช้า จึงทำให้แผนการดำเนินงานล่าช้าตามไปด้วย ไม่สอดคล้องกับที่เสนอในข้อเสนอโครงการ ดังนั้นทางคณะทำงานเห็นว่าควรจะเริ่มดำเนินการในเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป ทางคุณศุภชัยได้เสนอว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม เกษตรกรไม่สะดวก เนื่องจากว่าต้องเก็บเกี่บวผลผลิตลื้นจี่ และชาต้าฤดู ดังนั้นถ้าจะให้เหมาะสมควรจะเริ่มในเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป

3. แผนการดำเนินการที่ปรับใหม่คือ
3.1 เดือนกรกฎาคม ลงพื้นที่จัดเวทีเสวนาร่วมกับชุมชน
3.2 เดือนสิงหาคม-กันยายน อบรมความรู้การผลิตชาอินทรีย์
3.3 เดือนตุลาคม ประเมินผลหลังการฝึกอบรมและการนำไปใช้จริง
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : แผนการดำเนินงานไม่เป็นไปตามที่เสนอในข้อเสนอโครงการ
แนวทางแก้ไข : ปรับตารางกิจกรรมการดำเนินงานให้สอดคล้องกับชุมชน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1013]   วันที่รายงาน  [3/8/2557]
รายงานผลการดำเนินงานการจัดเวทีร่วมกับชุมชน
วันที่ 25 กรกฎาคม 2557
กำหนดการ
8.00-10.00 เดินทางออกจาก ม.แม่ฟ้าหลวง ไป องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี
10.00 – 11.00 กิจกรรมที่ 1: ประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี เพื่อวางแผนการดำเนินงาน
11.00 – 12.00 เดินทางจาก องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี ไปยัง หมู่บ้านปางกิ่ว หมู่ที่ 2 ต.วาวี
12.00-13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
13.00-17.00 กิจกรรมที่ 2: เวทีชุมชน
กล่าวต้อนรับ โดย ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล
- ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการและขั้นตอนการดำเนินงาน
- ระดมความคิดเห็นเพื่อวางแผนกิจกรรมต่อการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
- รับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
ผลการดำเนินงาน
กิจกรรมที่ 1 การประชุมร่วมกับ อบต.วาวี
การประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงกิจกรรมการดำเนินงานภายใต้โครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ ซึ่งผลจากการประชุมดังกล่าวสามารถสรุปประเด็นที่สำคัญได้ดังต่อไปนี้
1. คณะกรรมการดำเนินการโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
มติที่ประชุมได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ เพื่อเป็นการกำหนดผู้รับผิดชอบ บทบาทและหน้าที่ในการทำงาน โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะจัดทำเป็นคำสั่งแต่งตั้งโดยองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี ต่อไป โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการประกอบไปด้วย
1. ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล หัวหน้าโครงการ
2. นายยาพี จูเปอะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี
3. นายศุภชัย โพธิ์สุวรรณ ผู้นำชุมชน
4. ผู้ใหญ่บ้านปางกิ่ว
5. นายทรงศักดิ์ จิระพนาลัย ผช. นักวิชาการเกษตร องค์การบริการส่วนตำบลวาวี
6. นายทวิพิชญ์ อายะนันท์ เจ้าหน้าที่เกษตร สถาบันชามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
7. นางศารินาฏ เกตวัลห์ เลขานุการโครงการ (เจ้าหน้าที่บริหารสถาบันชา)

หน้าที่
1. ดำเนินการโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
2. จัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
3. จัดประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐในปี งบประมาณถัดไป
4. ประสานงานกับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ
2. สรุปประเด็นที่ได้หารือร่วมกันในการดำเนินโครงการ คือ
1. องค์การบริหารส่วนตำบลวาวีจะเป็นหน่วยงานกลางในการติดต่อประสานงานระหว่าง หมู่บ้านกับทางมหาวิทยาลัย ในการดำเนินกิจกรรม
2. องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี จะบรรจุโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ ในแผนการดำเนินงานประจำปี เพื่อของบประมาณสนับสนุนในการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง


ภาพที่ 1 ประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี

กิจกรรมที่ 2 การจัดเวทีร่วมกับชุมชน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมระหว่างผู้ดำเนินโครงการกับชุมชนท้องถิ่นในการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
2. เพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้นของการปลูกชาในหมู่บ้านปางกิ่ว
ผลการดำเนินงาน
1. จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมเวทีชุมชน ซึ่งเป็นเกษตรกรบ้านปางกิ่วจำนวน 52 คน หัวหน้าโครงการได้ชี้แจงความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ และแผนการดำเนินกิจกรรมให้แก่เกษตรได้รับทราบ จากนั้นหัวหน้าโครงการได้สอบถามข้อมูลสถานการณ์การผลิตชาของหมู่บ้านปางกิ่ว พบว่าเกษตรผู้ปลูกชาบ้านปางกิ่วส่วนใหญ่จะปลูกข้าวโพดและชาเป็นส่วนใหญ่ ชาที่ชาวบ้านทำการเก็บเกี่ยวจะเป็นสายพันธุ์ชาอัสสัม ชาบ้านจะเก็บยอดชาสดในช่วงเช้า ราคาขายยอดชาสดต้นฤดู (ปี พ.ศ.2557) โดยราคา 1 ยอด 2 ใบ จะอยู่ในช่วง 50 - 70 บาท ถ้าเป็นยอดชาเพียง 1 ยอดราคาขายสดจะอยู่ในช่วง 300 – 500 บาท ยอดชาสดที่เก็บเกี่ยวแล้วจะรีบนำไปส่งเข้าโรงงานแปรรูปเป็นใบชาอัสสัมแห้ง ซึ่งโรงงานจะอยู่ที่หมู่บ้านวาวี ซึ่งมีโรงงานแปรรูปชาขนาดใหญ่ ซึ่งชาที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแล้ว ราคาของชาแห้ง 1 ยอด 2 ใบจะอยู่ในช่วง 400 - 500 บาท (ขึ้นอยู่กับคุณภาพชาที่ผลิตได้) ถ้าเป็นชาแห้งชนิด 1 ยอด ราคาขายจะอยู่ในช่วง 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพชาที่ผลิตได้เช่นกัน
ราคายอดชาสดในปี 2557 มีราคาสูงกว่าในปีที่ผ่านมา เกือบ 2-3 เท่า การที่ราคายอดชาสดในปี 2557 สูง เนื่องมาจากความต้องการของประเทศจีนมีความต้องการชาอัสสัมค่อนข้างมาก ซึ่งพ่อค้าจีนจะซื้อชาอัสสัมแห้ง ไปผลิตเป็นชาผู่เอ๋อต่อไป
ภาพที่ 2 ลักษณะการปลูกชาอัสสัม ในพื้นที่หมู่บ้านปางกิ่ว ต.วาวี

ภาพที่ 3 คุณศุภชัย โพธิ์สุวรรณ (ผู้นำชุมชน) กล่าวต้อนรับเกษตรกร และแนะนำโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์

ภาพที่ 4 หัวหน้าโครงการชี้แจงวัตถุประสงค์ และแผนดำเนินกิจกรรมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์


ภาพที่ 5 ระดมความคิดเห็นของชุมชนต่อการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์




ภาพที่ 6 รับสมัครเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ (1)

2. ความคิดเห็นของเกษตรกรต่อโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
2.1 เกษตรกรส่วนใหญ่สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ เนื่องจากการทำสวนชาในพื้นที่หมู่บ้าน เกษตรกรไม่ได้ใช้สารอินทรีย์ในแปลงปลูกชาอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ง่ายต่อการดำเนินงาน แต่เกษตรกรยังขาดความรู้ ความเข้าใจ การทำเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง
2.2 เกษตรกรอยากมีรายได้ที่สูงขึ้นจากการทำสวนชา ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรเก็บยอดชาสดเพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าหากเกษตรกรสามารถแปรรูปเป็นใบชาแห้งได้ก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองในอนาคตได้
3. ปัญหาและอุปสรรคที่พบจากการจัดเวทีชุมชน
เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า (เย้า) ซึ่งเกษตรกรบางคนไม่สามารถเขียนหรืออ่านภาษาไทยได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการถ่ายทอดความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติหรือติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งทางผู้ดำเนินงานได้ปรึกษาหารือและตกลงว่า การเตรียมสื่อสำหรับการอบรมในครั้งต่อไปต้องเตรียมให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยใช้รูปภาพเป็นสื่อมกกกว่าการใช้ตัวหนังสือในการอธิบาย เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจง่ายขึ้น
4. สรุปผลการดำเนินงานครั้งต่อไป
แผนการดำเนินงานในครั้งต่อไป คือ การอบรมให้ความรู้ในหัวข้อเรื่อง “ความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น”
ค่าใช้จ่าย : 12,351
จำนวนผู้รับบริการ : 52
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า (เย้า) ซึ่งเกษตรกรบางคนไม่สามารถเขียนหรืออ่านภาษาไทยได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการถ่ายทอดความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติหรือติดตามผลการดำเนินงาน
แนวทางแก้ไข : ทางผู้ดำเนินงานได้ปรึกษาหารือและตกลงว่า การเตรียมสื่อสำหรับการอบรมในครั้งต่อไปต้องเตรียมให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยใช้รูปภาพเป็นสื่อมากกกว่าการใช้ตัวหนังสือในการอธิบาย เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจง่ายขึ้น
แผนการดำเนินงานในครั้งต่อไป คือ การอบรมให้ความรู้ในหัวข้อเรื่อง “ความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น” ในเดือนสิงหาคม
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2014831439251.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1039]   วันที่รายงาน  [7/9/2557]

ผลการดำเนินงาน
การอบรมความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น
วันที่ 23 สิงหาคม 2557
ณ บ้านปางกิ่ว หมู่ที่ 2 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
1. ผลการอบรมความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น
ทางคณะผู้ดำเนินงานได้อบรมความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2557 โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 70 คน โดยได้จัดกิจกรรมการอบรมแบบให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานดังต่อไปนี้
9.00 – 10.00 น. กิจกรรมที่ 1 บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลวาวีกับดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
โดย นายยาพี จูเปาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี
ร.ต.ต.ศุภชัย โพธิ์สุวรรณ ผู้นำชุมชน
10.00 – 10.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 – 11.00 กิจกรรมที่ 2ความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น
ชมวีดีโอความรู้การทำเกษตรอินทรีย์
โดย ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล (หัวหน้าโครงการ)
11.00 – 12.00 กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมกลุ่ม
- ทดสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์
- สอบถามข้อมูลปริมาณการเก็บเกี่ยวชา และการขายใบชาสด
- มอบหมายงานให้เกษตรกรทำการจดบันทึกปริมาณการเก็บเกี่ยวชาและการขายใบชาสด
- ทำแบบประเมินและสรุปผล
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. กิจกรรมที่ 4 สำรวจพื้นที่แปลงชาของเกษตรกร

กิจกรรมที่ 1: การบรรยายหัวข้อบทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลวาวีกับดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี ได้สร้างความเข้าใจกับเกษตรกร ในเรื่องการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลในการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ โดยทาง อบต. มีแผนการดำเนินงานที่จะส่งเสริมหมู่บ้านดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักของเส้นทางท่องเที่ยวดอยกาดผี ซึ่งในอนาคตพื้นที่หมู่บ้านแห่งนี้จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นเองในหมู่บ้าน และนอกจากนี้ยังอาจส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง

ภาพที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วตำบลวาวี บรรยายสรุปบทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลวาวีกับดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
ภาพที่ 2 นายกองค์การบริหารส่วตำบลวาวี แนะนำเจ้าหน้าที่ของ อบต.ที่มีส่วนร่วมในโครงการ
ภาพที่ 3 ผู้นำชุมชน สร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นในการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์
ภาพที่ 4 เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ
กิจกรรมที่ 2:การบรรยายหัวข้อความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น
เนื้อหาการบรรยายประกอบไปด้วย ความหมายของเกษตรอินทรีย์ หลักการของเกษตรอินทรีย์ แนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ ชาอินทรีย์คืออะไร ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ปลุกชาอินทรีย์ หลังจากนั้นได้ให้เกษตรกรชมวีดีโอเกี่ยวกับหลักการของเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ภาพที่ 5 หัวหน้าโครงการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์

กิจกรรมที่ 3:กิจกรรมกลุ่ม
หลังจากเกษตรกรได้รับความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว ทางคณะวิทยากรได้แบ่งกลุ่มเกษตรกรออกเป็น 4 กลุ่มย่อย เพื่อดำเนินกิจกรรมโดยเน้นให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยแต่ละกลุ่มจะมีวิทยากรประจำกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมในแต่ละครั้งและง่ายต่อการติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมมีดังต่อไปนี้

ภาพที่ 6 กิจกรรมกลุ่มโดยเน้นให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

1. การทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เกษตรอินทรีย์ โดยให้วิทยากรประจำกลุ่มตั้งคำถามสอบถามความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ผลจากการสอบถามสามารถสรุปประเด็นต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้
1.1 สมาชิกส่วนใหญ่ สามารถตอบได้ว่าเกษตรอินทรีย์คืออะไร และมีความเข้าใจเกี่ยวกับชาอินทรีย์มากขึ้น คือสามารถตอบได้ว่า ไม่มีการใช้ปุ๋ยที่มาจากสารเคมี มีการเพาะปลูกและดูแลต้นชาตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันเกษตรกรที่อายุสูงบางคนก็ยังไม่เข้าใจหลักการเกษตรอินทรีย์วิทยากรประจำกลุ่มจึงต้องอธิบายซ้ำเพื่อสร้างความเข้าใจมากขึ้น
1.2 ชาที่ชาวบ้านปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวบ้านไม่มีการใช้ปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลง ในการดูแลรักษาต้นชา ปล่อยให้ชาเจริญเติบโตตามธรรมชาติ แต่ปัญหาที่พบคือการกำจัดหญ้าในแปลงชา เนื่องจากเกษตรกรแต่ละรายมีพื้นที่ปลูกชาเยอะ และต้นชาส่วนใหญ่ปลูกตามเนิน ดังนั้นการกำจัดหญ้าหรือวัชพืชค่อนข้างทำได้ยาก ชาวบ้านจึงนิยมกำจัดหญ้าในแปลงชาโดยใช้ยาฆ่าหญ้า เนื่องจากมีความสะดวกและรวดเร็ว แต่การปฏิบัติดังกล่าวผิดหลักการของเกษตรอินทรีย์ ทางคณะวิทยากรจึงได้สร้างความรู้และความเข้าใจกับชาวบ้านใหม่ โดยชี้แจงว่าไม่ให้ใช้ยาฆ่าหญ้าในการแปลงชา ในอนาคตถ้าต้องการให้แปลงชาเป็นแปลงชาอินทรีย์อย่างแท้จริง อาจต้องแบ่งพื้นที่เป็นแปลงๆ สำหรับทำชาอินทรีย์โดยเฉพาะ เพื่อให้เกษตรกรง่ายต่อการดูแลรักษา

ภาพที่ 7 ลักษณะแปลงชาอัสสัมที่ปล่อยตามธรรมชาติในพื้นที่ ต.วาวี

1.3 สมาชิกบางคนก็ให้สัมภาษณ์ว่า สนใจที่จะทำชาอินทรีย์ ถ้าจะทำก็อาจจะต้องอาศัยความรู้และคำแนะนำจากวิทยากรซึ่งเกษตรกรได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ต้องค่อยๆ ปรับวิธีการปฏิบัติในแปลงให้ถูกตามหลักการของการทำเกษตรอินทรีย์ และถ้าหากคนใดคนหนึ่งทำสำเร็จก็จะเป็นแปลงชาอินทรีย์ต้นแบบสำหรับเกษตรกรหลายอื่นๆ ต่อไปได้ ในอนาคตหมู่บ้านแห่งนี้ก็คงจะสามารถทำชาอินทรีย์ได้อย่างแท้จริง
2. ข้อมูลปริมาณการเก็บยอดชาสดย้อนหลัง 3 เดือน
จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลทั่วไปในครั้งแรก พบว่า ชาวบ้านไม่มีการบันทึกข้อมูลปริมาณผลผลิตที่เก็บได้ รวมถึงราคาขายผลผลิต ดังนั้นทางคณะผู้ดำเนินงานจึงได้ทำสมุดจดบันทึกปริมาณการเก็บเกี่ยวชาในแต่ละเดือน รวมทั้งราคาขาย โดยสอนให้ชาวบ้านจดบันทึกในสมุดและทางคณะผู้ดำเนินงานจะได้ตรวจติดตามในครั้งต่อไป

สรุปข้อมูลปริมาณผลผลิตการเก็บชาย้อนหลัง 3 เดือน และราคาขาย
จากการสอบถามเกษตรกรแต่ละคนพบว่า ปริมาณการเก็บเกี่ยวชาที่แต่ละคนเก็บได้นั้นขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ตนเองได้ครอบครอง ถ้าเกษตรกรรายได้มีพื้นที่มากก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากกว่า ปริมาณผลผลิตย้อนหลัง 3 เดือน (มิ.ย.-ส.ค.) อยู่ในช่วง 100 – 800 กิโลกรัมต่อเดือน ราคาขายของใบชาสดจะขึ้นอยู่กับลักษณะใบชาที่เก็บเกี่ยวมา ถ้าเก็บเกี่ยว 1 ยอด 2 ใบ ราคาขายเท่ากับ 60-100 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าเก็บรวมตั้งแต่ใบที่ 4-5 เป็นต้นไป ราคาขายเท่ากับ 13-15 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาขึ้นอยู่กับลักษณะของการเก็บใบชา ความยากง่ายในการเก็บใบชา

กิจกรรมที่ 4: สำรวจพื้นที่แปลงชาของเกษตรกรและโรงงานแปรรูปชา
ทางคณะผู้ดำเนินโครงการได้ขอลงสำรวจแปลงชาของเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่า แปลงชาส่วนใหญ่จะปล่อยขึ้นตามเนินเขา เติบโตตามธรรมชาติ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง โดยเกษตรกรจะทำการเก็บเกี่ยวโดยใช้มือ หลังจากที่เก็บเกี่ยวใบชาสดแล้ว เกษตรกรจะนำใบชาสดไปส่งที่โรงงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปชาเขียวอัสสัมต่อไป ซึ่งการส่งใบชาขายให้กับโรงงานมี 2 วิธี คือ 1) เกษตรกรส่งขายให้กับโรงงานโดยตรง ราคาขายที่โรงงานรับซื้อใบชาสด เดือนสิงหาคม 2557 ราคากิโลกรัมละ 13 บาท หรือ 2) เกษตรกรส่งขายให้พ่อค้าคนกลางเป็นคนรวบรวมส่งโรงงานราคาขายกิโลกรัมละ 15 บาท
เมื่อใบชาสดเข้าสู่โรงงาน ใบชาสดจะผ่านกระบวนการคั่วให้ความร้อน จากนั้นใบที่ผ่านการคั่วจะนำมาจากแดดเพื่อลดปริมาณความชื้น และย้ายมาตากในที่ร่ม จากนั้นใบชาจะนำมาทำให้แห้งเพื่อให้ปริมาณความชื้นลดลงเหลือ 5% และนำไปบรรจุกระสอบ เพื่อส่งขายลูกค้าต่อไป

ภาพที่ 8 ลักษณะแปลงชาอัสสัม
ภาพที่ 8ใบชาสดที่เกษตรกรเก็บส่งเข้าโรงงาน
ภาพที่ 9การคั่วใบชาสด
ภาพที่ 10 การตากใบชาโดยใช้แสงแดด
ภาพที่ 11ผลิตภัณฑ์ชาเขียวอัสสัม

ผลการประเมินระหว่างการถ่ายทอดเทคโนโลยี
1. ผลการประเมินการอบรม “ความรู้เกษตรอินทรีย์เบื้องต้น” วันที่ 23 สิงหาคม 2557
ณ บ้านปางกิ่ว หมู่ที่ 2 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

หัวข้อประเมิน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
ความพึงพอใจ
1. มีขั้นตอนการให้บริการ เช่น การแจ้งทราบก่อนการอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล ทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน 0 2.17 41.30 32.61 23.91 3.78
2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง 0 0 6.52 26.09 67.39 4.61
3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีความพร้อมในการอบรม 0 0 21.74 47.83 30.43 4.09
การปรับปรุงหลักสูตร
4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหน 0 4.35 28.26 47.83 19.57 3.83
5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน 0 8.70 30.43 50.00 10.87 3.63
6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น 0 0 30.43 56.52 13.04 3.83
7. เวลาการอบรมเหมาะสมหรือไม่ 0 0 32.61 45.65 21.74 3.89
8. ช่วงเวลาของการจัดอบรมมีความเหมาะสม 0 2.17 15.22 65.22 17.39 3.98
9. ความคุมค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย 2.17 0 17.39 58.70 21.74 3.98
10. ความพึงพอใจในทุกเรื่องของการจัดกิจกรรมนี้ 0 0 8.70 56.52 34.78 4.26

11. ท่านคาดว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อการประกอบอาชีพของท่านได้หรือไม่ อย่างไร
นำไปปฏิบัติจริงและใช้ประโยชน์ได้โดยสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น 45.65%
นำไปปฏิบัติจริงและใช้ประโยชน์ได้โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนลงได้ 54.35%

ค่าใช้จ่าย : 23,610
จำนวนผู้รับบริการ : 70
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2014972340131.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1117]   วันที่รายงาน  [30/9/2557]

กำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง แมลงศัตรูพืชในไร่ชา
วันที่ 14 กันยายน 2557

9.00 – 10.30 น. กิจกรรมที่ 1บรรยายเรื่อง แมลงศัตรูพืชในไร่ชา
โดย ดร.จันทราลักษณ์ โตวรานนท์ และทีมวิทยากร
10.30 – 12.00 น. กิจกรรมที่ 2ฝึกปฏิบัติการทำกับดักแมลง
โดย ดร.จันทราลักษณ์ โตวรานนท์ และทีมวิทยากร
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. กิจกรรมที่ 3ทดลองวางกับดักแมลงในแปลงชา
โดย ดร.จันทราลักษณ์ โตวรานนท์ และทีมวิทยากร

ผลการฝึกอบรม
การอบรมหัวข้อ แมลงศัตรูพืชในไร่ชา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรได้รู้จักแมลงต่างๆ ที่พบในแปลงชา ซึ่งแมลงเหล่านั้นจะไปทำลายต้นชา รวมถึงส่งผลต่อคุณภาพใบชาสด นอกจากนี้สอนให้เกษตรกรรู้จักวิธีการทำกับดักแมลงธรรมชาติแทนการใช้ยาฆ่าแมลง ในการอบรมดังกล่าวนี้ได้เชิญ ดร.จันทราลักษณ์ โตวรานนท์ เป็นวิทยากรในการบรรยาย ซึ่งข้อมูลที่นำมาบรรยายให้กับเกษตรกรนั้น ส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากโครงการวิจัยของอาจารย์ ชื่อโครงการวิจัยเรื่อง “แมลงและศัตรูพืชในแปลงชาแถบภาคเหนือตอนบน” มาถ่ายทอดให้เกษตรกรฟังอีกด้วย
ประมวลภาพกิจกรรมที่ 1 การบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อเรื่องแมลงศัตรูพืชในไร่ชา
ภาพที่ 1 ดร.จันทราลักษณ์ บรรยายความรู้เกี่ยวกับแมลงในแปลงชา

กิจกรรมที่ 2 ฝึกปฏิบัติการทำกับดักแมลง

ภาพที่ 2 การเตรียมกาวดักแมลง
ภาพที่ 3 การเตรียมกาวดักแมลง
ภาพที่ 4 การเตรียมกับดักแมลงธรรมชาติ
ภาพที่ 6 ผู้เข้าร่วมอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องแมลงศัตรูพืชในไร่ชา

กิจกรรมที่ 3 การทดลองวางกับดักแมลงในแปลงชาอัสสัม
ภาพที่ 7 ลงพื้นที่เตรียมกับดักแมลงเพื่อใช้ในแปลงชา
ภาพที่ 8 ลักษณะแปลงชาอินทรีย์อัสสัมที่ทดลองวางกับดักแมลง
ภาพที่ 9 ทดลองวางกับดักแมลง

ผลประเมินความพึงพอใจการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง แมลงศัตรูพืชในไร่ชา
วันที่ 14 กันยายน 2557
หัวข้อประเมิน ความพึงพอใจ (ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย
5 4 3 2 1
ความพึงพอใจ
1. มีขั้นตอนการให้บริการ เช่น การแจ้งให้ทราบก่อนอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล ทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน 44.19 34.88 18.60 2.33 0 4.21
2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง 55.81 32.56 9.30 0 2.33 4.40
3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีพร้อมในการอบรม 46.51 34.88 16.28 2.33 0 4.26
การปรับปรุงหลักสูตร
4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน 39.53 30.23 30.23 0 0 4.09
5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน 23.26 53.49 23.26 0 0 4.00
6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น 34.88 32.56 30.23 2.33 0 4.00
7. เวลาในการอบรมเหมาะสมหรือไม่ 34.88 39.53 25.58 0 0 4.09
8. ช่วงเวลาของการจัดการอบรมมีความเหมาะสม 34.88 32.56 32.56 0 0 4.02
9. ความคุ่มค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย 39.53 41.86 13.95 2.33 2.33 4.14
10. ความพึงพอใจในทุกเรื่องของการจัดกิจกรรมนี้ 39.53 37.21 18.60 4.65 0 4.12

11. ท่านคาดว่า สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อการประกอบอาชีพของท่านได้หรือไม่อย่างไร
11.1 นำไปปฏิบัติได้จริงและใช้ประโยชน์ได้โดยสามารถเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 46.15
11.2 นำไปปฏิบัติจริงและใช้ประโยชน์ได้โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนลงได้ คิดเป็นร้อยละ 53.85

ค่าใช้จ่าย : 56,256
จำนวนผู้รับบริการ : 70
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20149301750451.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1178]   วันที่รายงาน  [9/12/2557]
กำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ
วันที่ 18 ตุลาคม2557
9.00 – 11.00 น. กิจกรรมที่ 1 การบรรยายเรื่อง การทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
โดย นายนิคม สุทธศิลป์ นักวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดเชียงราย
11.00 – 12.00 น. กิจกรรมที่ 2 ฝึกปฏิบัติการทำปุ๋ยหมัก
โดย นายนิคม สุทธศิลป์ นักวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดเชียงราย และทีมวิทยากร
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. กิจกรรมที่ 3 ฝึกปฏิบัติการทำน้ำหมักชีวภาพ
โดย นายนิคม สุทธศิลป์ นักวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดเชียงราย และทีมวิทยากร
15.00 -16.00 น. กิจกรรมที่ 4 สาธิตการใช้ยาฆ่าหญ้าอินทรีย์ในแปลงชา
โดย เจ้าหน้าที่สถาบันชา

ผลการดำเนินกิจกรรม
นายนิคม สุทธศิลป์ นักวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดเชียงราย ได้เป็นวิทยากรในการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในเรื่อง การทำปุ๋ยหมักปละน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำไปใช้ในแปลงชาอัสสัมของเกษตรกรแต่ละราย เพื่อนำไปบำรุงการเจริญเติบโตของต้นชา จากการอบรมดังกล่าว พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เกษตรกร ได้ทดลองทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพด้วยตนเอง ไม่มีความรู้อย่างถูกต้อง ลองผิดลองถูกมาตลอด จึงไม่ประสบความสำเร็จ การอบรมดังกล่าวนี้เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปใช้ได้จริงกับแปลงชาของตนเอง การเตรียมน้ำหมักชีวภาพใช้เวลาหมัก 1 สัปดาห์ ก็สามารถนำไปใช้งานได้ ปุ๋ยอินทรีย์ต้องใช้เวลา 3 เดือนจึงสามารถนำไปใช้งานได้ ดังนั้นทางคณะผู้ดำเนินโครงการ ได้วางแผนที่จะติดตามผลการทำน้ำหมักชีวภาพในสัปดาห์ถัดไป และแบ่งให้เกษตรกรนำไปใช้ในแปลงชาของตนเอง
ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่จากสถาบันชาได้สาธิตวิธีการใช้ยาฆ่าหญ้าอินทรีย์ เพื่อปรับเปลี่ยนการใช้ยาฆ่าหญ้าแบบเคมีที่เกษตรกรใช้อยู่ ซึ่งการสาธิตดังกล่าวได้เลือกแปลชาอัสสัมของเกษตรกร 1 แปลง ในการทดลองใช้

ค่าใช้จ่าย : 24,848
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20141292313211.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1179]   วันที่รายงาน  [10/12/2557]
กำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557
9.00 – 10.30 น. กิจกรรมที่ 1 การบรรยายเรื่อง การตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
โดย นายเสงี่ยม ไผ่ล้อม นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงราย
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. การบรรยายเรื่อง การตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (ต่อ)
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. ลงพื้นที่ติตตามความคืบหน้าการจัดการแปลงชาอินทรีย์

ผลการดำเนินกิจกรรม
นายเสงี่ยม ไผ่ล้อม นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงราย
ได้บรรยายถึงขั้นตอนการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยมีหัวข้อการบรรยาย ดังต่อไปนี้
1. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทยและสากล
2. ข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
3. การขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์


ผลประเมินความพึงพอใจการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การตรวจรับรองมาตรฐานเกาตรอินทรีย์
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557
หัวข้อประเมิน ความพึงพอใจ (ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย
5 4 3 2 1
ความพึงพอใจ
1. มีขั้นตอนการให้บริการ เช่น การแจ้งให้ทราบก่อนอบรม การประสานงานและให้ข้อมูล ทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน 53.33 40.00 6.67 0 0 4.47
2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง 46.67 36.67 16.67 0 0 4.30
3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีพร้อมในการอบรม 43.33 50.00 3.33 0 3.33 4.30
การปรับปรุงหลักสูตร
4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน 36.67 43.33 20.00 0 0 4.17
5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน 43.33 33.33 23.33 0 0 4.20
6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น 46.67 36.67 16.67 0 0 4.30
7. เวลาในการอบรมเหมาะสมหรือไม่ 50.00 33.33 13.33 3.33 0 4.30
8. ช่วงเวลาของการจัดการอบรมมีความเหมาะสม 40.00 46.67 10.00 3.33 0 4.23
9. ความคุ้มค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย 53.33 26.67 13.33 3.33 3.33 4.23

10. ท่านคาดว่า สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่
10.1 นำไปใช้ประโยชน์ได้ คิดเป็นร้อยละ 96.67
10.2 นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ คิดเป็นร้อยละ 3.33

11. ท่านคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่บาท
คำตอบข้อที่ 11 ร้อยละ
1. น้อยกว่า 1000 บาท 42.84
2. 1001-2000 บาท 23.81
3. 2001-3000 บาท 14.29
4. 3001-4000 บาท 0
5. 4001-5000 บาท 9.53
6. 5001-6000 บาท 0
7. 6001-7000 บาท 0
8. 7001-8000 บาท 0
9. 8001-9000 บาท 0
10. 9001-10000 บาท 9.53
11. มากกว่า 10000 บาท (โปรดระบุจำนวน) 0

ค่าใช้จ่าย : 22,605
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20141210211881.pdf
2558250,822|200,000|119,400|80,6002015511941151.pdf20161211653201.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1218]   วันที่รายงาน  [3/4/2558]

รายงานความก้าวหน้า ครั้งที่ 1 โครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์  หลังจากปิดโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ประจำปีงบประมาณ 2557 เมื่อวันที่ 20 กุมพาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา ทางคณะผู้ดำเนินงานได้ประชุมวางแผนเพื่อเตรียมกิจกรรมของปีงบประมาณ 2558 รายละเอียดกิจกรรมแสดงดังตาราง
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2015432225361.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1230]   วันที่รายงาน  [8/5/2558]

วันที่ 25 เมษายน 2558 คณะทำงานได้เดินทางลงสำรวจพื้นที่หมู่บ้านชาอินทรีย์  เพื่อวางแผนดำเนินกิจกรรมในปีงบประมาณ 2558 จากผลการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น โดยทำการสัมภาษณ์กับเกษตรกรผู้ปลุกและผลิตชาได้ข้อมูลดังต่อไปนี้
1. ราคาใบชาอัสสัมสด ราคาอยู่ในช่วง 15-17 บาท ซึ่งราคาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
2. ราคาใบชาแห้ง 80 บาท/กิโลกรัม
3. เกษตรกรผู้ปลูกชาบางรายได้ทดลองผลิตชาแห้งเพื่อส่งจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางการผลิตจะมีอยู่ 2 แบบ คือ วิธีที่ 1 คือ ใช้เครื่องจักรของไต้หวัน โดยการคั่วจะใช้แก๊สเป็นพลังงานเชื้อเพลิง  ชาแห้งที่ผลิตได้จากวิธีการนี้จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบหลักของการแปรรูปชาพร้อมดื่มต่อไป วิธีที่ 2 คือ การใช้กระทะคั่วฟืนซึ่งเป็นวิธีการของจีน ชาแห้งที่ผลิตได้จะมีพ่อค้าชาวจีนมาซื้อไปเพื่อนำไปผลิตเป็นชาผู่เอ๋อ

ปัญหาที่พบ
1. เกษตรกรที่เริ่มผลิตทดลองชาแห้ง ยังขาดทักษะและประสบการณ์ในการทำชาแห้ง จึงทำให้ผลผลิตที่ออกมามีคุณภาพไม่ดีตรงตามที่ผู้ซื้อต้องการ
2. สุขลักษณะในการปฏิบัติงานของผู้ผลิตชายังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของชา
3. ผู้ผลิตประสบปัญหาการตากใบชา เนื่องจากบางวันฝนตก จึงทำให้ใบชาไม่แห้งตามมาตรฐานที่กำหนด
แนวทางการดำเนินงานครั้งต่อไป  ทางคณะผู้ดำเนินงานจะทำการฝึกอบรมการแปรรูปชา โดยให้เกษตรมีความรู้ในเรื่องการแปรรูปชาแต่ละประเภท (ชาเขียว ชาอู่หลง ชาดำ) อย่างถูกวิธี จากนั้นทดลองฝึกปฏิบัติจริง นำตัวอย่างที่ได้จากการฝึกอบรมไปวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ชาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ค่าใช้จ่าย : 4,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1274]   วันที่รายงาน  [2/7/2558]

วันที่ 11-12 มิถุนายน 2548 กิจกรรมเวทีชุมชนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผลิตชาอินทรีย์ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตชา ศรีนาป่าน-ตาแวน ต.เรือง อ.เมือง จ.น่าน

หลังจากลงพื้นที่พบปะกับตัวแทนกลุ่มเกษตรกรเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ทำให้ทราบประเด็นในเบื้องต้นว่า ทางเกษตรกรยังขาดความรู้และทักษะในการแปรรูปชา ดังนั้นทางผู้ดำเนินโครงการได้หารือกับองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี ในการจัดกิจกรรมที่จะพาเกษตรกรไปดูกระบวนการแปรรูปของกลุ่มเกษตรกรรายอื่นที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมกลุ่ม โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลวาวีได้สนับสนุนงบประมาณการเดินทาง ค่าที่พักให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้

วันที่ 11 มิถุนายน 2558 องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี ร่วมกับ สถาบันชามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ดำเนินโครงการศึกษาดูงานแปลงสาธิตการปลูกชาอินทรีย์ การแปรรูปชา การเก็บเมี่ยง วิธีการทำเมี่ยง และสำรวจเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชุมชน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 30 คน โดยศึกษาดูงาน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ศรีนาป่าน-ตาแวน ตำบลเรือง อ.เมือง จ.น่าน โดยได้เชิญ คุณบุญทวี ทะนันชัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นวิทยากรแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับชา ประวัติความเป็นมาในการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ชา และวิธีการทำเมี่ยง

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ศรีนาป่าน-ตาแวนมีพื้นที่ปลูกชาเมี่ยง 5,000 ไร่ เป็นชาอินทรีย์ทั้งหมด พื้นที่ปลูกชาอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยชุมชนเป็นผู้จัดการดูแลป่าทั้งหมด ในช่วงเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มผลิตชา ทางกลุ่มได้รับความช่วยเหลือด้านการแปรรูปจากประเทศอินเดียและกรมส่งเสริมการเกษตร มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 หลังจากนั้นได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันอาหาร สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์

กิจกรรมบรรยายให้ความรู้ “โครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์”

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ทางผู้ดำเนินโครงการได้ให้การต้อนรับ เกษตรกรในโครงการมูลนิธิสายใยแผ่นดิน จำนวน 20 คน ณ สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ (พื้นที่วาวี) รวมถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับชา ตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูก การแปรรูป การตรวจสอบคุณภาพตามกฎหมาย รวมถึงแนวโน้มตลาดชาในปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้ทำกาแฟอินทรีย์ ยี่ห้อ “มีวนา” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ซึ่งพื้นที่ปลูกกาแฟของเกษตรกร มีชาเมี่ยง (ชาอัสสัม) ขึ้นอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ทางเกษตรกรจึงมีความสนใจที่จะใช้ประโยชน์จากต้นชาเมี่ยงในพื้นที่ ในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชาของท้องถิ่นในอนาคตต่อไป พื้นที่ปลูกชาของเกษตรกรอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ขุนแจ อ.วียงป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งในปีหน้าทางกลุ่มเกษตรกรดังกล่าวอยากร่วมเป็นหมู่บ้านลูกข่ายของโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์

หลังจากรับฟังการบรรยายเสร็จแล้ว ได้พากลุ่มเกษตรกรไปเยี่ยมชมแปลงการปลูกชาอินทรีย์ ณ ชาดอยช้าง ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งแปลงดังกล่าวนี้ ทางผู้ดำเนินโครงการได้เคยพาเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ในปีที่ 1 ไปเยี่ยมชมแปลงดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางผู้ดำเนินโครงการได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท ชาดอยช้างในการพาเกษตรกรเยี่ยมชมแปลงชาอินทรีย์และกระบวนการแปรรูปชา

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1417]   วันที่รายงาน  [29/9/2558]

ผลการดำเนินงานในไตรมาศที่ 4 (กรกฎาคม - กันยายน 2558) ทางคณะผู้ดำเนินงานได้ดำเนินการ 4 กิจกรรม ได้แก่
1. การจัดบูธประชาสัมพันธ์โครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ ในงาน Chiang Rai Asean Coffee and Tea Festival 2015 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2558 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงราย
หลังจากการศึกษาดูงาน การผลิตชาอินทรีย์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตชาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ศรีนาป่าน– ตาแวน ต.เรือง อ.เมืองน่าน จ.น่าน ทางเกษตรกรวาวีได้นำแนวความคิดและการดำเนินงานมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาที่เป็นเอกลักษณ์ของทางกลุ่มตนเอง ผลิตภัณฑ์ชาที่ผลิตโดยกลุ่มวาวี จะผลิตชาเขียวโดยใช้กระบวนการคั่วมือ ซึ่งเริ่มจากการเก็บใบชา 1 ยอด 2 ใบ จากนั้นนำมาผึ่งไว้ในที่ร่มประมาณ 30 นาที เพื่อให้ใบชาคายน้ำออกมาส่วนหนึ่ง จากนั้นคั่วโดยใช้กระทะนาน 45 นาที จากนั้นนำมานวดในกระด้งโดยใช้มือ ประมาณ 10-15 นาที นำไปตากแดดจนแห้ง นำใบชาที่แห้งมาคัดคุณภาพ และบรรจุถุง เพื่อรอจัดจำหน่ายต่อไป

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ทางคณะผู้ดำเนินโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ และตัวแทนเกษตรกร ได้นำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดแสดงนิทรรศการในงาน Chiang RaiAsean Coffee and Tea 2015 เมื่อวันที่ 21-23 สิงหาคม 2558 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงราย โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายกสมาคมกาแฟและชาไทย ตัวแทนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนร่วมพิธีเปิด วัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ คือ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟ ในการจัดงานดังกล่าวนั้นได้ทางคณะผู้ดำเนินงานได้ทดลองให้ผู้บริโภคทดสอบชิมผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้การตอบรับเป็นอย่างดี

2. การอบรมการแปรรูปชาเขียวคั่วมือและชาสมุนไพร
การอบรมการแปรรูปชาเขียวอบแห้งและชาสมุนไพรจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 50 คน โดยทางคณะผู้ดำเนินงานได้ กำหนดการอบรมดังต่อไปนี้
9.00 – 12.00 น          การแปรรูปชาเขียวโดยวิธีการคั่วมือ
12.00                      พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 16.00 น        การแปรรูปชาสมุนไพร

3. การอบรมการทำเมนูเครื่องดื่มชา
การอบรมทำเมนูเครื่องดื่มชา ทำการอบรมเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ของการอบรมเพื่อสามารถนำผลิตภัณฑ์ชาเขียวที่แปรรูปได้ มาผลิตเป็นเครื่องดื่มชาในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถช่วยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และเพิ่มรูปแบบการจัดจำหน่าย เครื่องดื่มเมนูชาที่นำมาใช้ในการอบรม จะใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก คือ เป็นวัตถุดิบที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น และง่ายต่อการแปรรูป ดังนั้นเมนูเครื่องดื่มชาที่คัดเลือกมา ได้แก่ ชาเขียวมะลิ ชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาว ชาเขียวลำไย และชาเขียวบ๊วย  ทำการยืดอายุการเก็บรักษาโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือ หลักการพาสเจอไรส์และบรรจุในภาชนะปิดสนิท เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถเก็บรักษาในตู้เย็นได้นาน 7 วัน

4. การอบรมการทำอาหารที่มีประกอบของชา
การอบรม การทำอาหารที่มีส่วนปะกอบของชา ทำการอบรมเมื่อวันที่ 12กันยายน 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ของการอบรมเพื่อให้สามารถนำใบชามาแปรรูปทำอาหารว่างในรูปแบบต่างๆ ง่ายต่อการบริโภค  ซึ่งอาหารว่างดังกล่าวนี้สามารถนำมารับประทานคู่กับชาร้อนได้อีกด้วย รายการอาหารที่นำมาอบรมให้แก่กลุ่มเกษตรได้แก่
9.00 – 12.00 น.          ถั่วกวนชาเขียว  ซาลาเปาชาเขียว
12.00 – 13.00 น.        รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 16.00 น.        วุ้นชาเขียว  ใบชาทอดกรอบ

ค่าใช้จ่าย : 95,400
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2559200,000|200,000|102,600|97,40020163311030591.pdf201727170101.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1508]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการได้เดินทางมาที่สถาบันชาเพื่อปรึกษาขั้นตอนในการขอมาตรฐาน อย และการยื่นขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI ชาเชียงราย ซึ่งพบประเด็นปัญหา ดังนี้
1. ผู้ประกอบการบางรายยังไม่ได้รับรองมาตรฐาน อย. ดังนั้นจึงต้องผลักดันให้ได้มาตรฐาน อย. ก่อน จึงจะสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI ชาเชียงรายได้
ซึ่งผู้ประกอบการยังไม่เข้าใจในขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐาน อย. ดังนั้นทางคณะผู้ดำเนินการต้องสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 3
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1773]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]
กำหนดฝึกอบรมวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 วิทยากร: อาจารย์ ดร.สิริรุ่ง วงศ์สกุลค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -เหตุที่ดำเนินการล่าช้าเนื่องจาก 1.ช่วงหน้าแล้งพื้นที่วาวีถูกไฟป่าลุกลาม (มี.ค.-เม.ย.) 2. ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. เป็นช่วงฤดูเริ่มต้นของการเก็บเกี่ยวชาเกษตรกร ไม่มีเวลามาอบรม จึงทำให้แผนงานล่าช้า
แนวทางแก้ไข : -ปรับแผนการอบรม เป็นวันที่ 14 ก.ค. 2559
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1774]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]
ผู้เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ จำนวน 1 ราย คือ คุณเดชา พิทักษ์วาวี ได้ยื่นขอใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชาเชียงราย และได้รับการอนุญาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวอนุญาตให้ใช้เป็นเวลา 2 ปีค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 1
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1775]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]
การจัดเวทีชุมชน การจัดเวทีชุมชนในครั้งนี้เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตชาอินทรีย์บ้านปางกิ่ว รายงานผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานที่จะดำเนินการต่อไป ผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาได้ดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้ 1.1 การจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมู่บ้านชาอินทรีย์ปางกิ่ว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมู่บ้านชาอินทรีย์ปางกิ่ว ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 การจัดตั้งกลุ่มมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคมของบรรดาสมาชิก โดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักวิสาหกิจชุมชน ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวนี้จะดำเนินการผลิตชาแบบอินทรีย์ โดยมีประธานกลุ่ม คือ นายคมชาญ ภัทรขันติธรรม และคณะกรรมการดำเนินการอีก 6 คน 1.2 การยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI) ผู้เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ จำนวน 1 ราย คือ คุณเดชา พิทักษ์วาวี ได้ยื่นขอใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชาเชียงราย และได้รับการอนุญาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวอนุญาตให้ใช้เป็นเวลา 2 ปี 1.3 การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 ได้มีคณะศึกษาดูงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจาง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮองสอน เข้าศึกษาดูงานกลุ่มผู้ผลิตชาอินทรีย์บ้านปางกิ่วโดยทางผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ให้การต้อนรับและนำเสนอที่มาของโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ ซึ่งในอนาคตจะมีหน่วยงานที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานเพิ่มมากขึ้น วันที่ 8 มิถุนายน 2559 นักศึกษาปริญญาโทจาก ISTOM Engineering School of International Agro-development จากประเทศฝรั่งเศสจำนวน 2 คน ได้แก่ Miss CoralineEspouneและ Miss ManonDucelliezได้เข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกชาอินทรีย์และการผลิตชาเขียวคั่วมือของวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตชาอินทรีย์บ้านปางกิ่ว และในวันดังกล่าวนี้ ยังมีตัวแทนจากศูนย์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตชาบ้านแม่ลอย อ.เทิง และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดเชียงราย ร่วมศึกษาดูงานกับทางกลุ่มดังกล่าวอีกด้วย แผนการดำเนินงานต่อไป 1.การเตรียมความพร้อมในการร่วมจัดแสดงโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ในงานเทศกาลChiang RaiCoffee and Tea 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2559 นี้ ณ ห้างเซ็นทรัลเชียงราย โดยในปีนี้ทางโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ได้ร่วมจัดงานเป็นปีที่ 2 เพื่อนำเสนอการดำเนินการโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ในตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปีที่ผ่านมา 2.การจัดฝึกอบรมหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร(GMP) ซึ่งจะจัดการอบรมในวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 3.การเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงสถานที่ผลิตชาให้ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)โดยเลือกโรงงานที่รับซื้อใบชาสดจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มาปรับปรุงกระบวนสถานที่ผลิตให้ถูกสุขลักษณะ ค่าใช้จ่าย : 13,800
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -การดำเนินงานล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
แนวทางแก้ไข : -ปรับแผนการดำเนินงานใหม่
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1776]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]
การจัดเวทีชุมชน การจัดเวทีชุมชนในครั้งนี้เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตชาอินทรีย์บ้านปางกิ่ว รายงานผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานที่จะดำเนินการต่อไป ผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาได้ดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้ 1.1 การจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมู่บ้านชาอินทรีย์ปางกิ่ว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมู่บ้านชาอินทรีย์ปางกิ่ว ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 การจัดตั้งกลุ่มมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคมของบรรดาสมาชิก โดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักวิสาหกิจชุมชน ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวนี้จะดำเนินการผลิตชาแบบอินทรีย์ โดยมีประธานกลุ่ม คือ นายคมชาญ ภัทรขันติธรรม และคณะกรรมการดำเนินการอีก 6 คน 1.2 การยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI) ผู้เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ จำนวน 1 ราย คือ คุณเดชา พิทักษ์วาวี ได้ยื่นขอใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชาเชียงราย และได้รับการอนุญาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวอนุญาตให้ใช้เป็นเวลา 2 ปี 1.3 การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 ได้มีคณะศึกษาดูงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจาง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮองสอน เข้าศึกษาดูงานกลุ่มผู้ผลิตชาอินทรีย์บ้านปางกิ่วโดยทางผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ให้การต้อนรับและนำเสนอที่มาของโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ ซึ่งในอนาคตจะมีหน่วยงานที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานเพิ่มมากขึ้น วันที่ 8 มิถุนายน 2559 นักศึกษาปริญญาโทจาก ISTOM Engineering School of International Agro-development จากประเทศฝรั่งเศสจำนวน 2 คน ได้แก่ Miss CoralineEspouneและ Miss ManonDucelliezได้เข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกชาอินทรีย์และการผลิตชาเขียวคั่วมือของวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตชาอินทรีย์บ้านปางกิ่ว และในวันดังกล่าวนี้ ยังมีตัวแทนจากศูนย์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตชาบ้านแม่ลอย อ.เทิง และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดเชียงราย ร่วมศึกษาดูงานกับทางกลุ่มดังกล่าวอีกด้วย แผนการดำเนินงานต่อไป 1.การเตรียมความพร้อมในการร่วมจัดแสดงโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ในงานเทศกาลChiang RaiCoffee and Tea 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2559 นี้ ณ ห้างเซ็นทรัลเชียงราย โดยในปีนี้ทางโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ได้ร่วมจัดงานเป็นปีที่ 2 เพื่อนำเสนอการดำเนินการโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ในตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปีที่ผ่านมา 2.การจัดฝึกอบรมหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร(GMP) ซึ่งจะจัดการอบรมในวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 3.การเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงสถานที่ผลิตชาให้ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)โดยเลือกโรงงานที่รับซื้อใบชาสดจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มาปรับปรุงกระบวนสถานที่ผลิตให้ถูกสุขลักษณะ ค่าใช้จ่าย : 13,800
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -แผนการดำเนินงานล่าช้า เนื่องจาก 1) ช่วงเดือน มีค-เมย ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน 2) เดือน พค-มิย เป็นต้นฤดูของการเก็บชา เกษตรกรไม่มีเวลาว่างอบรม
แนวทางแก้ไข : -ปรับแผนการดำเนินงานใหม่ ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1777]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]
ผู้เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านชาอินทรีย์ จำนวน 1 ราย คือ คุณเดชา พิทักษ์วาวี ได้ยื่นขอใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชาเชียงราย และได้รับการอนุญาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวอนุญาตให้ใช้เป็นเวลา 2 ปีค่าใช้จ่าย : 6,000
จำนวนผู้รับบริการ : 1
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=1778]   วันที่รายงาน  [4/7/2559]
วางแผนการอบรมวันที่ 14 กรกฎาคม 2559ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 8 [IG=1995]   วันที่รายงาน  [28/9/2559]
ค่าใช้จ่าย : 14,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 9 [IG=1996]   วันที่รายงาน  [28/9/2559]
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 10 [IG=1997]   วันที่รายงาน  [28/9/2559]
ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 11 [IG=1998]   วันที่รายงาน  [28/9/2559]
ค่าใช้จ่าย : 35,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง chueamchaitrakunp@gmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates