หมู่บ้านควายนม

บ้านใหม่ดอนแก้ว หมู่ 2 ต. ทาเหนือ อ .แม่ออน จ. เชียงใหม่

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานะหมู่บ้าน : เข้มแข็งเติบโต

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2557300,000|280,000|110,000|170,00020149261531481.pdf20153131437291.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=974]   วันที่รายงาน  [5/7/2557]
ผลการดำเนินงาน
(1.) วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 หัวหน้าโครงการฯ ได้ประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมู่บ้านควายนมให้กับหัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือและเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนม จำนวน 11 คน เข้าร่วมรับฟัง ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ และได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงควายนม จากนั้นได้เดินทางไปณ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 ตำบลทาเหนือและหมู่ที่ 1 ตำบลแม่ทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดูฟาร์มควายนมแต่ละฟาร์มพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงควายนม
(2.) วันที่ 12 – 15 พฤษภาคม 2557 ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลควายนมของแต่ละฟาร์มโดยมีรายละเอียด ดังนี้ มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนม ทั้งหมด 4 รายควายนมมีทั้งหมด 34 ตัวเป็นตัวผู้ทั้งหมด 5 ตัว พ่อพันธุ์ 2 ตัว ตัวเล็ก 3 ตัว กระบือนาง 14 ตัว ตั้งท้อง 5 ตัว กระบือสาว 13 ตัว ตั้งท้อง 4 ตัว ลูกกระบือเพศเมีย 2 ตัว จำนวนควายนมที่รีดนมทั้งหมด 10 ตัว ได้น้ำนมประมาณ 33 กิโลกรัมต่อวัน
(3.) วันที่ 26– 27 พฤษภาคม 2557 ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยผสมเทียมอำเภอแม่ออน เข้าไปทำการตรวจควายนมว่าตั้งท้องหรือไม่และได้ทำการผสมเทียมควายนมของเกษตรกร ทั้งหมด 19 ตัว ได้ข้อมูลดังนี้ ควายนมที่ตั้งท้องทั้งหมด 7 ตัว รอการตรวจท้องซ้ำอีก 2 ตัว ไม่ตั้งท้องจำนวน 10 ตัว
(4.) วันที่ 11 มิถุนายน 2557 ได้ร่วมกับทางปศุสัตว์อำเภอแม่ออน หารือเกี่ยวกับเรื่องอาหารสัตว์ ยารักษาโรคและวิธีการปลูกหญ้า ทางปศุสัตว์อำเภอได้สำรวจความต้องการเมล็ดหญ้าของเกษตรกรดังนี้
1.นายมานพ นันชัย พื้นที่ 2 งาน ใช้เมล็ดหญ้า 1.5 กิโลกรัม
2.นายธเนศ ใจฝั้นพื้นที่ 3 งาน ใช้เมล็ดหญ้า 2.25 กิโลกรัม
3.นายนนทวัตน์ ซ่างซอ พื้นที่ 2 ไร่ ใช้เมล็ดหญ้า 6 กิโลกรัม
4.นายไพรัตน์ อุดทา พื้นที่ 1 ไร่ ใช้เมล็ดหญ้า 3 กิโลกรัม
5.นายธนาบริภัท นางเมาะ พื้นที่ 1 ไร่ ใช้เมล็ดหญ้า 3 กิโลกรัม
ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 36
ปัญหาอุปสรรค : ขณะนี้น้ำเชื้อควายนมเมซานีของทางกรมปศุสัตว์ไม่มีแล้วต้องใช้น้ำเชื้อควายพันธุ์พื้นเมืองผสมพันธุ์แทน
แนวทางแก้ไข : ให้ทางหน่วยผสมเทียมจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ไปรีดน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ของเกษตรกรเพื่อเก็บแช่แข็งไว้ผสมเทียมต่อไป
ไฟล์แนบกิจกรรม : 201410212341.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1134]   วันที่รายงาน  [2/10/2557]
(1.) วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 เกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมและแพะนมไปรับการอบรมการทำแร่ธาตุก้อน (Mineral block) ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 5 ราย เกษตรกรได้ความรู้เกี่ยวกับแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อสัตว์ รวมถึงแนวคิดการใช้เป็นอาหารเสริมบำรุงสัตว์
(2.) วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 กิจกรรมการปลูกหญ้ารูซี่สำหรับเป็นอาหารสัตว์ของเกษตรกรแต่ละราย มีรายละเอียดดังนี้
1.นายนนทวัฒน์ ซ่างซอ ปลูกจำนวน 3 งาน ใช้เมล็ดหญ้า 3 กิโลกรัม
2.นายไพรัตน์ อุดทา ปลูกจำนวน 1 ไร่ ใช้เมล็ดหญ้า 4 กิโลกรัม
3.นายมานพ นันชัย ปลูกจำนวน 2 งาน ใช้เมล็ดหญ้า 2 กิโลกรัม
4.นายธเนศ ใจฝั้น ปลูกจำนวน 2 งาน ใช้เมล็ดหญ้า 2 กิโลกรัม
(3.) วันที่ 29-30 กรกฎาคม 2557 ทำกิจกรรมการให้ความรู้เรื่องการทำอาหารหมัก การทำบ่อก๊าซชีวภาพ และอื่นๆ พร้อมสาธิตที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 12 ราย
(4.) วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 หัวหน้าโครงการฯ พร้อมด้วยคณะทำงานหมู่บ้านฯ ได้ประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมู่บ้านควายนมให้กับคุณจารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ประสานงานโครงการครัวพัฒนาผลิตผลอาหารและบริการมูลนิธิโครงการหลวง และได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการแปรรูปน้ำนมควาย
(5.) วันที่ 6-7 สิงหาคม 2557 หัวหน้าโครงการฯ เจ้าหน้าที่โครงการฯ และผู้นำชุมชน จำนวน 4 คน เข้าร่วมโครงการประชุมเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ประจำปี 2557 ณ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี
(6.) วันที่ 15 สิงหาคม 2557 เชิญหน่วยผสมเทียมอำเภอแม่ออน กรมปศุสัตว์ไปตรวจการตั้งท้องของควายนมที่ได้ทำการผสมเทียมไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 ทั้งหมด 15 ตัว ปรากฏว่าพบ ควายนมตั้งท้องจำนวน 2 ตัว อีก 13 ตัว ไม่มีการตั้งท้อง (ผสมไม่ติด)
(7.) วันที่ 17-18 สิงหาคม 2557 หัวหน้าโครงการฯ พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านฯ จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าร่วมประชุมกับนายพงษ์ศักดิ์ เพรชคงแก้ว ปลัดอำเภอแม่ออน รักษาการนายอำเภอแม่ออน จ.เชียงใหม่ เพื่อชี้แจงรับฝังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านควายนม” รวมทั้งได้เข้าร่วมประชุมหารือกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทาเหนือ และคณะผู้บริหารของ อบต. เพื่อชี้แจงและรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการหมู่บ้านควายนม จากนั้นให้การอบรมเรื่อง การจัดการเลี้ยงดูควายนม และการดำเนินงานของหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ
(8.) วันที่ 19 สิงหาคม 2557 เตรียมจัดงานวันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยโครงการหมู่บ้านควายนมได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงนิทรรศการ โดยจะนำผลิตภัณฑ์จากนมควาย น้ำนมควายสด และลูกควายนมเข้าร่วมจัดแสดงด้วย
(9.) วันที่ 20-28 สิงหาคม 2557 จัดนิทรรศการในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ปี 2557 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำนมควายไปแปรรูป เช่น กาแฟนมควาย และเฟต้าซีสไปแสดงในงานด้วย
(10.) วันที่ 31 สิงหาคม 2557 หัวหน้าโครงการฯ และ อาจารย์ ดร. ทศพล มูลมณี จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปอบรมและสาธิตการตรวจการตั้งท้องด้วยอุลตร้าซาวด์ การดูแลลูกควายนม การให้อาหารข้นและอาหารหยาบ และการทำบอหมักก๊าซชีวภาพไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน ผลการตรวจการตั้งท้องปรากฏว่า มรควายนมตั้งท้อง 4 ตัว และไม่ตั้งท้อง 6 ตัว
(11.) วันที่ 6 กันยายน 2557 แม่ควายนมของฟาร์มนายมานพ นันชัย คลอดลูก 1 ตัว เป็นเพศผู้ ทำการชั่งน้ำหนักลูกควายนม ปรากฏว่า มีน้ำหนักแรกคลอดเท่ากับ 27 กิโลกรัม
(12.) วันที่ 15 กันยายน 2557 แม่ควายนมของฟาร์มนายมานพ นันชัย คลอดลูก 1 ตัว เป็นเพศผู้เช่นกัน จากนั้นทำการชั่งน้ำหนักลูกควายนม ปรากฏว่า มีน้ำหนักแรกคลอดเท่ากับ 28 กิโลกรัม
(13.) วันที่ 26 กันยายน 2557 ได้เชิญหน่วยผสมเทียมอำเภอแม่ออน กรมปศุสัตว์ ไปฝังฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัด ในฟาร์มของนายไพรัตน์ อุดทา จำนวน 8 ตัว
ค่าใช้จ่าย : 70,000
จำนวนผู้รับบริการ : 45
ปัญหาอุปสรรค : 1.) จำนวนพ่อพันธุ์ควายนมมีไม่เพียงพอกับฟาร์ม ทั้งนี้เนื่องจากในอดีตได้ใช้วิธีการผสมเทียม โดยได้รับน้ำเชื่อจากกรมปศุสัตว์ แต่ปัจจุบันไม่มีน้ำเชื่อแล้ว ทำให้ต้องกลับมาใช้พ่อพันธุ์ผสม โดยพ่อพันธุ์ส่วนหนึ่งได้ส่งออกไปเลี้ยงสถานที่อื่น ไม่สามารถนำกลับมาได้
2.) โอกาสที่ฝูงควายนมในปัจจุบันจะผสมแบบเลือดชิดมีมากขึ้น เนื่องจากมีจำนวนพ่อพันธุ์น้อย การนำน้ำเชื้อพ่อพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามา อาจเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาข้างต้นได้

แนวทางแก้ไข : 1.) จัดทำแผนรีดน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ที่มีในปัจจุบัน ซึ่งมีประวัติการให้ลูกที่ให้น้ำนมมาก เพื่อเก็บแช่แข็งไว้ผสมเทียมต่อไป
2.) แสวงหาน้ำเชื้อพ่อพันธุ์จากต่างประเทศ เพื่อลดอัตราการผสมแบบเลือดชิด

ไฟล์แนบกิจกรรม : 2014102056371.pdf
2558300,000|250,000|240,000|10,00020155201137571.pdf201621131431.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1224]   วันที่รายงาน  [5/4/2558]

1.วันที่ 3มีนาคม พ.ศ.2558ตรวจบันทึกควายนมของไพรัตน์ฟาร์ม มีจำนวนควายนมทั้งหมด 14 ตัว เป็นนมแม่พันธุ์จำนวน 9ตัว และจำนวนลูกกระบือนม 5ตัว (เพศผู้จำนวน 3 ตัว และเพศเมียจำนวน 2ตัว) แม่พันธุ์จำนวน 7ตัวได้ทำการฉีดฮอร์โมนและได้ทำการผสมเทียมเมื่อวันที่ 27/02/58 มีกำหนดตรวจท้องเดือนมิถุนายน ส่วนแม่พันธุ์อีกจำนวน 1 ตัว มีกำหนดคลอด เดือนเมษายน พ.ศ.2558ปัจจุบันไพรัตน์ฟาร์มมีควายนมที่ให้น้ำนมดิบได้จำนวน 1ตัว ให้น้ำนมดิบเฉลี่ย 6 กิโลกรัมต่อวัน

2. วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2558 ตรวจบันทึกควายนมของ เมสินีฟาร์มจำนวนควายนมทั้งหมด 10 ตัว เป็นลูกควายนมที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อจำนวน 4 ตัว (เพศผู้ 3ตัว และเพศเมีย 1ตัว)  เมสินีฟาร์มมีจำนวนควายนมเพศเมียแม่พันธุ์จำนวนทั้งหมด 6 ตัว ได้ทำการผสมเทียมเมือวันที่ 03/03/2558 และได้ทำการฉีดยาถ่ายเรียบร้อยแล้วปัจจุบันเมสินีฟาร์ม มีจำนวนแม่ควายนมที่ให้ผลผลิตน้ำนมกระบือดิบจำนวน 4ตัว ให้น้ำนมดิบเฉลี่ย 21กิโลกรัมต่อวัน

3. วันที่ 6มีนาคม พ.ศ. 2558 ตรวจบันทึกควายนมของ ธเนตรฟาร์ม มีแม่พันธุ์ควายนมจำนวน 5 ตัว และมีควายพ่อพันธุ์จำนวน 1 ตัว ปัจจุบันตั้งท้อง จำนวน 4 ตัว

4. วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2558 ตรวจบันทึกควายนมของ สมเกียรติฟาร์ม มีจำนวนควายนมจำนวนทั้งหมด 9 ตัว มีจำนวนลูกควายนมเพศเมีย 2 ตัว มีจำนวนแม่พันธุ์ที่ทำการผสมเทียมแล้ว 6 ตัว ทำการฝังฮอร์โมน วันที่ 27/02/2558 และทำการผสมเทียมวันที่ 03/03/57โดยสมเกียรติฟาร์มมีความนมที่ให้ผลผลิตจำนวน 2 ตัว ให้ผลผลิตเฉลี่ย 12 กิโลกรัมต่อวัน

5. วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2558 ติดตามผลการเลี้ยงแพะนม นายนนทวัฒน์ วอเซอ เลี้ยงดูแพะนม มีจำนวน 10 ตัว เป็นเพศผู้ จำนวน 3ตัว และเพศเมีย จำนวน 7ตัว เมื่อวันที่ 24/02/2558 แพะของนายนนทวัฒน์ วอเซอ ได้คลอดลูกจำนวน 1ตัว เป็นเพศผู้ สุขภาพโดยรวม สมบูรณ์ แข็งแรง               

6. วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2558 ติดตามผลการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพของไพรัตน์ ฟาร์ม จากการตรวจสอบและสอบถามจากนายไพรัตน์ อุดทา ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มและเป็นคนดูแลบ่อหมักก๊าซชีวภาพกล่าวว่าสามารถใช้ได้ตามปกติ

7. วันที่ 11มีนาคม พ.ศ.2558 เดินทางไปดูตรวจสอบบ่อหมักก๊าซชีวภาพของ เมศินีฟาร์ม พบว่าบ่อหมักก๊าซชีวภาพยังไม่สามารถใช้งานได้ ร่างที่มูลไหลลงบ่อเกิดการอุดตัน ซึ่งได้แก้ไขโดยใช้ไม้เขี่ย จนมูลสามารถไหลเข้าเป็นปกติ

8. วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2558คุณวิชิต สนลอย ได้ให้คำแนะนำการจัดการและดูแลแพะนม ที่ทำการคลอดลูกและการรีดนม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 8 ราย

9. วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2558สำรวจและเก็บข้อมูลของทางไพรัตน์ฟาร์ม ซึ่งได้รับควายพ่อพันธุ์จากธเนตรฟาร์ม มาเลี้ยงดู ฟาร์มจึงมีจำนวนควายนมเพิ่มขึ้น เป็น 15ตัว

10. วันที่ 17มีนาคม พ.ศ.2558เจ้าหน้าที่โครงการฯ และนายอินสม สุนาอ้าย เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือได้ให้ความรู้เรื่องการรีดนมแพะให้กับนายนนทวัฒน์ วอเซอ และเกษตรกรผู้สนใจ จำนวน 5 ราย

11. วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2558สำรวจและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแพะนมของนายนนทวัฒน์ วอเซอ พบว่าสามารถรีดนมแพะได้จำนวนสองตัว เฉลี่ย 2 กิโลกรัมต่อวัน นำมาส่งขายให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ 2วันต่อครั้ง

ระบุผลการดำเนินงาน

ค่าใช้จ่าย : 50,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1306]   วันที่รายงาน  [5/7/2558]

รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน เมษายน – พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วันที่ 7 เมษายน 2558 อบรมเรื่อง “การดูแลและการจัดการควายนม” ที่นันชัยฟาร์ม โดย คุณสิทธิศักดิ์ นกและ เจ้าหน้าที่ดูแลควายนม มีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 5 ราย
วันที่ 9 เมษายน 2558 การถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่อง “การทำมอซซาเรลลาชีสจากควายนม (Mozzarella cheese)เบื้องต้น” ให้กับคณะนักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง จังหวัดตรัง จำนวน 5 ราย โดยคณะวิทยากรจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ (นายอินสม สุนาอ้าย และคณะ) พร้อมกันนี้ คณะนักศึกษาได้ศึกษาดูงานการเลี้ยงควายนมของเกษตรกรในพื้นที่ด้วย
วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 กิจกรรมกลุ่ม เรื่อง “การบำรุงรักษาและการซ่อมบ่อหมักก๊าซชีวภาพที่ชำรุด” โดย นายสุทธิศิลป์ นันชัย และนายสิทธิศักด์ นกแล เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก
วันที่ 16 เมษายน 2558 กิจกรรม “การติดตาม การให้ความช่วยเหลือ และการเรียนรู้ร่วมกัน” ได้ดำเนินการที่ ไพรัตน์ฟาร์ม ซึ่งมีแม่ควายคลอดลูกเป็นเพศผู้ จำนวน 1 ตัว ส่วนผลการติดตามนั้น ปรากฏว่า ไพรัตน์ฟาร์มนี้มีจำนวนควายนมเมซานี จำนวน 15 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 8 ตัว พ่อพันธุ์ 1 ตัว และมีลูกควายอีก 6 ตัว เป็นเพศเมีย 2 ตัว และเพศผู้ 4 ตัว ปัจจุบันมีแม่ควายที่อยู่ในระหว่างการรีดนม 2 ตัว (รวมแม่ควายที่พึ่งคลอดด้วย) รีดได้เฉลี่ยวันละ 10 กก. ซึ่งค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นแม่ควายส่วนหนึ่งอยู่ในช่วงท้ายของการให้นม (lactation) อย่างไรก็ตาม แม้จะได้น้ำนมน้อย แต่ยังสามารถสร้างรายได้กว่า 400 บาท/วัน เนื่องจากมูลนิธิโครงการรับซื้อในราคาที่ค่อนข้างสูงมาก
วันที่ 26 เมษายน 2558 การอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง “การเลี้ยงสัตว์ และวิธีการปูลกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1” โดย คณะวิทยากร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมกับสาธิตการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่องดังกล่าว ในพื้นที่ 1 ไร่ ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเกษตรกรเข้าบอบรม จำนวน 30 ราย
วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 การถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่อง “การทำมอซซาเรลลาชีสจากควายนม (Mozzarella cheese)เบื้องต้น” ให้กับ คณะนักศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง ได้ศึกษาดูงาน เรื่องการทำชีสควายนม และได้ศึกษาดูงานในพื้นที่ โดยมีนายอินสม สุนาอ้าย เป็นวิทยากร ทั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 4 ราย (ซ้ำกับกิจกรรมที่ ๓ ???)
วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 กิจกรรมการติดตามผล “การผสมพันธุ์และตรวจการตั้งท้องของควายนม” โดยเจ้าหน้าที่ผสมเทียมจากกรมปศุสัตว์ เข้ามาดำเนินการที่ไพรัตน์ฟาร์มจำนวน 1 ตัว นันชัยฟาร์ม จำนวน 4 ตัว และสมเกียรติฟาร์มจำนวน 4 ตัว ผลการตรวจสอบปรากฏว่า แม่ควายทั้งหมดไม่ตั้งท้อง หัวหน้าโครงการฯ จึงได้ประสานไปยังกรมปศุสัตว์เพื่อขอสนับสนุนพ่อพันธุ์ความนมชุดใหม่ ซึ่งในเบื้องต้นจะให้การสนับสนุนพ่อพันธุ์มาคุมฝูงจำนวน 5 ตัว
วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 กิจกรรม “การติดตามการให้อาหารหยาบและการเรียนรู้ร่วมกัน” ดำเนินการที่ไพรัตน์ฟาร์ม พบว่า มีการให้อาหารหยาบแก่ควายพ่อแม่พันธุ์ เป็นข้าวโพดฝักอ่อน เฉลี่ยตัวละ 30กก./วัน พร้อมกับให้อาหารข้นเฉลี่ยตัวละ 0.5 กก./วัน นอกจากนี้ยังได้ติดตามการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพ โดยพบว่า สามารถใช้ก๊าซชีวภาพได้ดี สามารถใช้ทดแทนก๊าซหุงต้มในชีวิตประจำวันได้ เทียบเท่ากับลดรายจ่ายได้เดือนละ 400บาท
วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 กิจกรรม “การติดตามการเลี้ยงความนมและการเรียนรู้ร่วมกัน” ดำเนินการที่นันชัยฟาร์ม ปัจจุบันฟาร์มนี้มีจำนวนควายนมทั้งหมด 10 ตัว จำแนกเป็นแม่ควายจำนวน 6 ตัวและลูกควายจำนวน 4 ตัว (เพศผู้ 3 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว) มีแม่ควายที่อยู่ในระหว่างการน้ำนมจำนวน 4 ตัว ให้น้ำนมได้เฉลี่ยวันละ 24 กก. สามารถสร้างรายได้กว่าวันละ 1,000 บาท ทั้งนี้ฟาร์มแห่งนี้มีการให้อาหารเพ่อแม่พันธุ์เช่นเดียวกับไพรัตน์ฟาร์ม นอกจากนี้ นันชัยฟาร์มยังมีการปลูกหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง ซึ่งเป็นหญ้าที่โตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีความน่ากิน และมีโปรตีนสูงกว่าต้นข้าวโพดฝักอ่อนด้วย การทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นันชัยฟาร์มได้ดำเนินไปแล้วเช่นกัน
วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 กิจกรรม “การติดตามการเลี้ยงความนมและการเรียนรู้ร่วมกัน” ได้ดำเนินการที่ธเนตรฟาร์ม พบว่า ปัจจุบันมีแม่ควายนมทั้งหมด 4 ตัว แต่ยังไม่สามารถรีดได้ทั้งหมด เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการอุ้มท้อง ฟาร์มแห่งนี้ มีการให้อาหารหยาบเช่นเดียวกับไพรัตน์ฟาร์มและนันชัยฟาร์ม รวมทั้งยังมีการทำบ่อก๊าซชีวภาพแล้วเช่นกัน โดยนำก๊าซชีวภาพใช้สำหรับการต้มยาสมุนไพร และใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน สามารถทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้มและลดต้นทุนการซื้อได้เดือนละไม่น้อยกว่า 600 บาท
วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 กิจกรรม “การติดตามการเลี้ยงความนมและการเรียนรู้ร่วมกัน” ดำเนินการที่สมเกียรติฟาร์ม ซึ่งมีควายนมจำนวนรวมทั้งสิ้น 9 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 6 ตัว พ่อพันธุ์ 1 ตัว และเป็นลูกควาย 2 ตัว ปัจจุบันมีแม่ควายอยู่ในระหว่างการรีดนมจำนวน 2 ตัว ได้น้ำนมเฉลี่ยวันละ 12 กก. สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนนี้วันละ 500 กว่าบาท นอกจากนี้ยังได้ทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพด้วย โดยนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในครัวเรือน
วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 กิจกรรม “การติดตามการเลี้ยงแพะนมและการเรียนรู้ร่วมกัน” ดำเนินการที่ฟาร์มนายนนทวัฒน์ วอเซอ ซึ่งมีแพะนม (สายพันธุ์ซาเนน) จำนวน 13 ตัว เป็นเพศเมีย 7 ตัว เพศผู้ 3 ตัว และลูกแพะ 3 ตัว ปัจจุบันมีแม่แพะอยู่ในระหว่างการรีดนมจำนวน 3 ตัว สามารถให้น้ำนมแพะได้เฉลี่ยวันละ 4 กก. สร้างรายได้กว่าวันละ 300 บาท การให้อาหารแพะนม ฟาร์มแห่งนี้เน้นให้อาหารหยาบ เช่น ใบไม้ ต้นหญ้า และให้อาหารข้นร่วมด้วย อนาคตจะดำเนินการจัดทำบ่อก๊าซชีวภาพที่จะใช้มูลแพะเป็นวัตถุดิบหมักต่อไป
วันที่ 2 มิถุนายน 2558 การถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่อง “การทำมอซซาเรลลาชีสจากควายนม (Mozzarella cheese)เบื้องต้น” ให้กับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ภาควิชาพืชศาสตร์และปฐพีศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์) จำนวน 5 ราย โดยมีโดยคณะวิทยากรจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ (นายอินสม สุนาอ้าย และคณะ) พร้อมกันนี้ คณะนักศึกษาได้ศึกษาดูงานการเลี้ยงควายนมของเกษตรกรในพื้นที่ด้วย
วันที่ 15 มิถุนายน 2558 การอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง “การจัดการและการเลี้ยงดูแพะนมอย่างมืออาชีพ” โดย อาจารย์วิชิต สนลอย นักวิชาการสัตวบาล งานส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ มูลนิธิโครงการหลวง มีผู้เข้ารับการอบรม 6 ราย หัวข้อที่บรรยายครอบคลุมถึงเรื่อง การจัดการหลังการคลอด การให้อาหารหยาบและอาหารข้น การรีดนมอย่างถูกวิธี และการดูแลรักษา เป็นต้น
วันที่ 22 มิถุนายน 2558 กิจกรรม “การติดตามการทำมอซซาเรลลาซีสในเบื้องต้น และการเรียนรู้ร่วมกัน” ดำเนินการที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์รับน้ำนมดิบจากเกษตรกร ผลการติดตามประจำเดือนมิถุนายน 2558 ปรากฏว่า มีน้ำนมดิบจากเกษตรกรส่งเข้ามาทั้งหมดจำนวน 992.5กก. สามารถนำมาทำชีสได้ 149 กรัม หรือเทียบเท่ากับทำเป็นก้อนได้ 48 ก้อน
วันที่ 24 มิถุนายน 2558 กิจกรรม “การประชุมเพื่อจัดทำข้อตกลงของกลุ่ม และการกำหนดกรอบการบริหาร การให้ความร่วมมือกัน” โดยมีหัวหน้าโครงการฯ หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ มูลนิธิโครงการหลวง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) ทาเหนือ และเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมและแพะนมจำนวน 8 ราย เข้าร่วมประชุม โดยสรุปได้ดังนี้
- หัวหน้าโครงการฯ เสนอให้แต่ละรายมีจำนวนแม่ควายนมได้ไม่เกิน 10 ตัว ทั้งนี้เพื่อการดูแลและการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องจ้างแรงงานภายนอก เป็นต้น

- พันธุ์สัตว์พ่อแม่พันธุ์ที่มีในปัจจุบัน รวมถึงลูกสัตว์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ถือเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิโครงการหลวง ในกรณีของลูกสัตว์ ทางศูนย์ฯ จะร่วมกับ อบต. คัดสรรเกษตรกรที่เดือดร้อน ต้องการหารายได้เสริม และมีความสนใจเข้ามารับเลี้ยงเป็นเกษตรกรในกลุ่มเครือข่ายต่อไป

- นายก อบต. ยินดีสนับสนุนท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 และสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนา โดยทุกปีทาง อบต. มีแผนงบประมาณอยู่แล้ว ในอนาคตจะผลักดันกิจกรรมที่ได้ผลจากโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ นี้ เข้าสู่แผนชุมชนต่อไป

- โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ ยินดีสนับสนุนวิทยากร และปัจจัยการผลิตบางส่วนให้เกษตรกรที่สนใจจะปลูกหญ้าเพื่อเป็นแหล่งรายได้ของครอบครัว ซึ่งสามารถจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงควายนมกลุ่มนี้ หรือผู้เลี้ยงโคนมทั่วไปก็ได้ โดยผู้ปลูกต้องให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำเป็นสำคัญรวมถึงยินดีสนับสนุนการทำอาหารหมักเพื่อเก็บสำรองไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง (ฤดูร้อน)

- เครื่องสับท่อนข้าวโพดหรือหญ้า ทางโครงการฯ ศูนย์ฯ และ อบต. จะร่วมกันหาทางแก้ไขต่อไป

- จะมีผู้สนใจเลี้ยงแพะนมเพิ่มขึ้นเป็น 5 ราย ซึ่งจะเข้ามาร่วมในกลุ่มผู้เลี้ยงควายนมนี้ด้วย โดยทางโครงการฯ จะทำหน้าที่จัดหาแพะนม และจัดกิจกรรมอบรมให้ในโอกาสต่อไป

- การทำกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนอาหาร และกองทุนยารักษาโรค โครงการฯ ได้ร้องขอให้นายก อบต. ทาเหนือ และกรมปศุสัตว์เป็นผู้ดำเนินการต่อไป

- การจัดทำแผนชุมชน โดยหัวหน้าโครงการฯ แนะนำว่า ควรมีการบรรจุโครงการการเลี้ยงควายนม และการแปรรูปซีสลงในแผนชุมชนระดับหมู่บ้านด้วย ซึ่งอาจเป็นแผนระยะยาว 3-4 ปี ทั้งนี้ได้ร้องขอให้นายก อบต. เป็นดำเนินการต่อไป และจะขอให้ทางหัวหน้าศูนย์ฯ กับเกษตรกรทุกท่านเสนอแผนให้กับผู้ใหญ่บ้านต่อไปอีกทางหนึ่ง

- การจัดหาพ่อแม่พันธุ์ชุดใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการผสมเลือดชิด และเพื่อปลดระวางพ่อพันธุ์ตัวเดิมที่ใช้งานมากว่า 10 ปีแล้ว หัวหน้าโครงการฯ ได้ติดต่อประสานงานขอสนับสนุควายนมไปยังกรมปศุสัตว์ ในเบื้องต้นแจ้งว่า จะได้รับพ่อพันธุ์ 5 ตัว และแม่พันธุ์ 10 ตัว จึงขอกำหนดให้ทุกฟาร์มมีพ่อพันธุ์ฟาร์มละ 1 ตัว เพื่อใช้คุมฝูง ส่วนแม่พันธุ์อีก 10 ตัวนั้น จะจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่จำนวน 3 ราย โดยให้รายละ 2 ตัว พร้อมกับลูกควายที่เกิดจากฟาร์มกลุ่มเดิมนี้ให้อีกรายละ 2-3 ตัว 

ค่าใช้จ่าย : 120,000
จำนวนผู้รับบริการ : 57
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1455]   วันที่รายงาน  [30/9/2558]

วันที่ 27 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2558 แม่ควายของนายธเนศ ใจฟั่น คลอดลูกเพศเมีย น้ำหนักแรกเกิด 25 กก. ได้มีการแนะนำการปฏิบัติเบื้องต้นเกี่ยวกับควายนมแรกเกิด และแม่ควายรีดนม
วันที่ 28 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2558 แม่ควายนมของนายธเนศ ใจฟั่น คลอดลูกเพศผู้ น้ำหนักแรกเกิด 28 กก. ได้มีการแนะนำการปฏิบัติเบื้องต้นเกี่ยวกับควายนมแรกเกิด และแม่ควายรีดนม
วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2558 เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ได้บรรยายอบรมให้องค์ความรู้ด้านการเลี้ยงแพะนม และผลิตนมที่ดี แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม มีผู้ข้าร่วมอบรมจำนวน 7 ราย
วันที่18 เดือน กันยายน พ.ศ.2558 เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ได้ทำการฉีดยารักษาโรคปาก-เท้าเปื่อย ให้แก่สมเกียรติฟาร์ม รวมทั้งให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคแก่เกษตรกรรายอื่น โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 4 ราย ทั้งนี้เนื่องจากฟาร์มวัวนมบริเวณใกล้เคียงมีการแพร่ระบาดของโรคปากเปื่อย เท่าเปื่อย และควายบางตัวเริ่มมีอาการ ภายหลังการรักษา โครงการได้มีการติดตามผลควายนมของ นายสมเกียรติ ปาลี ซึ่งมีอาการดีขึ้น และสามารถกินอาหารได้อย่างปกติ
วันที่ 24 เดือนกันยายน พ.ศ.2558 จากสภาพปัญหาการผสมติดและการขาดแคลนอาหารหยาบที่เหมาะสมสำหรับควายนม รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) อ.ดร.ทศพล มูลมณี และ ผศ. ดร. เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ อาจารย์จากภาควิชาสัตว์ศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ร่วมบรรยายอบรมให้องค์ความรู้เรื่อง “การการเพิ่มประสิทธิภาพการผสมติดหรือการตั้งท้องในควายนมที่เลี้ยงในพื้นที่โครงการหลวง” และ “การใช้ต้นเชื้อบริสุทธิ์ในการผลิตหญ้าหมักเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของกระบือนมพันธุ์เมซานี” ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 15 ราย นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ติดตามผลการเลี้ยงควายนม แพะนม และการทำบ่อก๊าซชีวภาพ โดยได้ให้คำแนะนำต่างๆ แก่เกษตรกร อย่างไรก็ตามในด้านการทำบ่อก๊าซชีวภาพยังประสบปัญหา โดยพบบ่อขาด จึงต้องแก้ไขโดยการปะต่อไป
วันที่ 9-12 สิงหาคม โครงการฯ ได้เชิญเกษตรกรเข้าร่วมประชุมเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2558 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 2 ราย คือ นายสุทธิศิลป์ นันชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ และนายนิวัตร จิตรทวัส เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม
วันที่ 24 เดือนกันยายน พ.ศ.2558 ภายหลังการอบรมเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการผสมติด หรือการตั้งท้องในควายนมที่เลี้ยงในพื้นที่โครงการหลวงการ อ.ดร.ทศพล มูลมณี อาจารย์ภาควิชาสัตว์ศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการฉีด Estrogen และ Progesterone และทำการสอดฮอร์โมน ให้กับควายที่ยังไม่ตั้งท้องของไพรัตน์ฟาร์ม ซึ่งเป็นการเหนียวนำให้แม่ควายเป็นสัดและตกไข่ จากนั้นทำการอัลตร้าซาวควายตัวอื่น พบว่าตั้งท้องได้ 7 เดือน

ค่าใช้จ่าย : 70,000
จำนวนผู้รับบริการ : 28
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2559280,000|250,000|250,000|ใช้หมด20163141352381.pdf2017271629351.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1813]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

1. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 คณะผู้ประเมินจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำทีมโดย คุณคณิต ถิรวณิชย์ ได้เข้ามาประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์การพัฒนาหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านควายนม” ประจำปี 2558 ซึ่งเป็นการดำเนินงานปีที่ 2 โดยการประชุมได้รับความร่วมมือจากทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการหลวงและเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น ได้ให้เกียรติเข้าร่วมการประชุมด้วย ตลอดจน รองศาสตราจารย์ ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ และคณะ รวมถึงกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมและแพะนมกว่า 20 คน ได้ให้การต้อนรับ ให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามของคณะผู้ประเมิน ซึ่งสรุปผลการประเมินปรากฏว่าโครงการหมู่บ้านควายนมผ่านเกณฑ์การประเมิน และแผนการดำเนินการในปีที่ 3 ต่อไป

2. วันที่ 24-26 ธันวาคม 2558 โครงการฯ ได้นำพ่อควายอายุ 3 ปี น้ำหนักเฉลี่ย 250 กก. มาจากสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 5 ตัว เมื่อนำมาถึงได้กระจายพ่อพันธุ์ดังกล่าวไปให้เกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมจำนวน 4 ราย ได้แก่ นายนายสมเกียรติ ปาลี นายไพรัตน์ อุดทา นายธเนศ ใจฟั่น และนายสุทธิศิลป์ นันชัย การนำเข้าพ่อพันธุ์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดอัตราเลือดชิดของสายพันธุ์ควายที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอัตราการผสมติดต่ำในควายนมด้วย

3. วันที่ 28 มกราคม 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และผศ. ดร. เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ ให้องค์ความรู้และจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตอาหารหมัก ในการประชุมครั้งนี้โครงการฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังการจัดตั้งกลุ่ม เช่น เกษตรกรผู้เลี้ยงมีอาหารหมักราคาถูกใช้ตลอดทั้งปี ทำให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ นอกจากนี้การรวมกลุ่มยังก่อให้เกิดความสามัคคี และสามารถระดมความคิดและช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อประสบปัญหาต่างๆ ได้ ภายหลังการประชุมปรากฏว่ามีเกษตรกรเข้าร่วมกลุ่มผู้ผลิตอาหารหลาบจำนวน 8 ราย ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมและแพะนม

4. วันที่ 29 มกราคม 2559 ภายหลังการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตอาหารหมัก รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ และ ผศ. ดร. เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ ได้บรรยายให้องค์ความรู้เรื่องกระบวนการผลิตหญ้าหมักเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของควายนมพันธุ์เมซานี ให้แก่สมาชิกผู้เลี้ยงควายนม วัวนม และแพะนม ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ โดยกระบวนการผลิตขั้นตอนแรกจะใช้ต้นข้าวโพดอ่อน (เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ปลูกเป็นอาชีพเสริม) มาสับละเอียดด้วยเครื่องสับ และนำไปใส่ถุงขนาด 30 กก. ใช้เครื่องดูดอากาศออกจากถุง ทิ้งไว้ 21 วัน จากนั้นนำไปจำหน่ายให้แก่กลุ่มผู้เลี้ยงควายนม วัวนม และแพะนม ทั้งนี้การดำเนินงานในเริ่มแรกได้รับการสนับสนุนสนับสนุนวัสดุบางส่วนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และทุนบางส่วนจากโครงการผลิตอาหารหยาบฯ (ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโครงการหลวง)

5. วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และคณะลงพื้นที่ให้องค์ความรู้และเก็บข้อมูลการเลี้ยงแพะนม ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เลี้ยงแพะนมจำนวน 3 ราย มีแพะนมทั้งหมด 53 ตัว เป็นพ่อพันธุ์ 3 ตัว แม่พันธุ์ 30 ตัว และลูกแพะอีก 20 ตัว และมีแม่พันธุ์ที่รีดนมได้ 10 ตัว ให้นมเฉลี่ย 0.6 กก./ตัว/วัน



6. วันที่ 12 มีนาคม 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และคณะให้องค์ความรู้การแปรรูปน้ำนมแพะให้เป็นผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม โดยได้นำน้ำนมแพะมาฆ่าเชื้อทุกชนิดโดยผ่านกระบวนการให้ความร้อน (Pasteurization) ให้ความร้อนที่ 62.8 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 30 นาที (low temperature long time, LTLT) ภายหลังการผลิตได้นำไปจำหน่ายที่ร้านโครงการหลวง สร้างมูลค่าเพิ่มและก่อให้เกิดรายได้และอาชีพที่ยังยืนให้แก่คนในชุมชน

7. วันที่ 31 มีนาคม 2559 จากสภาพปัญหาการผสมติดและการขาดแคลนอาหารหยาบที่เหมาะสมสำหรับควายนม รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และ อ.ดร.ทศพล มูลมณี อาจารย์จากภาควิชาสัตว์ศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ร่วมบรรยายอบรมให้องค์ความรู้เรื่อง “การการเพิ่มประสิทธิภาพการผสมติดหรือการตั้งท้องในควายนมที่เลี้ยงในพื้นที่โครงการหลวง” นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ติดตามผลการเลี้ยงควายนม แพะนม และการทำบ่อก๊าซชีวภาพ โดยได้ให้คำแนะนำต่างๆ แก่เกษตรกร อย่างไรก็ตามในด้านการทำบ่อก๊าซชีวภาพยังประสบปัญหา โดยพบบ่อขาด จึงต้องแก้ไขโดยการปะต่อไป



8. วันที่ 1 เมษายน 2559 อ.ดร.ทศพล มูลมณี อาจารย์ภาควิชาสัตว์ศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการฉีด Estrogen และ Progesterone และทำการสอดฮอร์โมน ให้กับควายที่ยังไม่ตั้งท้องให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนม ซึ่งเป็นการเหนียวนำให้แม่ควายเป็นสัดและตกไข่ จากนั้นทำการอัลตร้าซาวควายตัวอื่น

ค่าใช้จ่าย : 50,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1814]   วันที่รายงาน  [5/7/2559]

1. วันที่ 12 เมษายน 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และ นายจารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ประสานงานโครงการครัวพัฒนาผลิตผลอาหารและบริการ ร่วมประชุมชี้แจงเกี่ยวกับระบบการจัดการน้ำนมโครงการหลวงให้ได้มาตรฐาน โดยระบบจัดการน้ำนมประกอบด้วย 1.) ถังรับน้ำนมดิบที่ศูนย์ฯ แม่ทาเหนือ เป็นระบบแท้งทำความเย็น มี 3 ถัง สำหรับรองรับนมโค 500 ลิตร และรองรับนมแพะและนมควายอย่างละ 200 ลิตร 2.) แล็บตรวจคุณภาพน้ำนมที่ศูนย์ฯ แม่ทาเหนือ สำหรับแยกน้ำนมที่มีคุณภาพไปทำผลิตภัณฑ์แปรรูปที่โรงแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำนมแม่เหี๊ยะ ส่วนน้ำที่คุณภาพน้อยกว่า จะนำมาทำนมพาสเจอร์ไรส์และโฮโมจีไนซ์ที่ศูนย์ฯ แม่ทาเหนือ ที่มีเครื่องและอุปกรณ์บรรจุนม และนำจำหน่ายต่อไป ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 12 ราย


2. วันที่ 13 เมษายน 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และ นายจารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ประสานงานโครงการครัวพัฒนาผลิตผลอาหารและบริการ ได้ให้องค์ความรู้เรื่อง การทำนมพาสเจอร์ไรส์ และ สเตอริไรส์ ซึ่งมีวิธีการทำแตกต่างกัน นมพาสเจอร์ไรส์ จะบรรจุนมใส่ขวด ปิดผ่าให้สนิท นำไปนึ่งที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เก็บได้นาน 1 ปี ส่วนการทำสเตอริไรส์จะนำนมไปต้มที่อุณหภูมิ 72 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 40 นาที จากนั้นลดอุณหภูมิเหลือ 8 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง บรรจุลงขวด เก็บได้ 10 วัน ที่อุณหภูมิ 5-10 องศาเซลเซียส ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 8 ราย



3. วันที่ 14 เมษายน 2559 ติดตามผลการการผลิตอาหารหมักและการจัดตั้งกองทุนอาหาร ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรมีการผลิตอาหารหมักใช้เองและจำหน่ายในกลุ่ม โดยมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.8 บาท แต่ยังขาดทุนเพราะจำหน่ายได้ราคากิโลกรัมละ 1.5 บาท ซึ่งในเบื้องต้นได้ชดเชยด้วยเงินของกองทุนอาหาร และต้องหาแนวทางในการลดต้นทุนการผลิตต่อไป อย่างไรก็ดีแม้การผลิตอาหารหมักในปัจจุบันยังขาดทุน แต่เนื่องจากมีการหักค่าจ้างแรงงานในส่วนของต้นทุนการผลิต จึงถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการจ้างงานในชุมชน สร้างรายได้ให้กับคนที่ยังขาดแคลนอาชีพได้



4. วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ให้องค์ความรู้ด้านการผลิตก๊าซชีวภาพเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในชุมชน และสาธิต-ฝึกปฏิบัติการทำบ่อก๊าซชีวภาพ ขนาดความจุ 8 ลบ.ม. (ขนาดบ่อกว้าง 2 ม. ยาว 8 ม. และลึก 1 ม.) จำนวน 1 บ่อ ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ณ บ้านคุณสมเกียรติ ปาลี เลขที่ 68 หมู่ 1 ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 6 ราย


5. วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 โครงการหมู่บ้านควายนม โดย รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) งานพัฒนาและส่งเสริมปศุสัตว์ มูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเลี้ยงและการจัดการฟาร์มแพะนม” ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม ในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และทักษะในการเลี้ยงและการจัดการฟาร์มแพะนม รวมทั้งการป้องกันและรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพกรเลี้ยงแพะนมของเกษตรกรต่อไป ทั้งนี้มีเกษตรกรจากหมู่บ้านควายนมเข้าร่วมกิจกรรม 10 ราย
6. วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ให้องค์ความรู้ด้านการผลิตก๊าซชีวภาพเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในชุมชน และสาธิต-ฝึกปฏิบัติการทำบ่อก๊าซชีวภาพ ขนาดความจุ 8 ลบ.ม. (ขนาดบ่อกว้าง 2 ม. ยาว 8 ม. และลึก 1 ม.) จำนวน 1 บ่อ ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ณ บ้านนิวัตร จิตรทวัส เลขที่ 37/2 หมู่ 2 ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 6 ราย

7. วันที่ 14 มิถุนายน 2559 ให้องค์ความรู้ด้านการผลิตก๊าซชีวภาพเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในชุมชน และสาธิต-ฝึกปฏิบัติการทำบ่อก๊าซชีวภาพ ขนาดความจุ 8 ลบ.ม. (ขนาดบ่อกว้าง 2 ม. ยาว 8 ม. และลึก 1 ม.) จำนวน 1 บ่อ ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ณ บ้านคุณธเนศ ใจฝั้น เลขที่ 3/2 หมู่ 1 ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 6 ราย



8. วันที่ 15 มิถุนายน 2559 องค์ความรู้ด้านการผลิตก๊าซชีวภาพเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในชุมชน และสาธิต-ฝึกปฏิบัติการทำบ่อก๊าซชีวภาพ ขนาดความจุ 8 ลบ.ม. (ขนาดบ่อกว้าง 2 ม. ยาว 8 ม. และลึก 1 ม.) จำนวน 1 บ่อ ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ณ บ้านคุณสุทธิศิลป์ นันชัย หมู่ 2 ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 6 ราย

ค่าใช้จ่าย : 80,000
จำนวนผู้รับบริการ : 62
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2088]   วันที่รายงาน  [30/9/2559]

วันที่ 8-9 สิงหาคม 2559 เพื่อให้เกษตรกรได้เปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับชุมชนอื่นๆ โครงการฯ ได้เชิญเกษตรกรเข้าร่วมประชุมเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2559 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 2 ราย คือ นายนิวัตร จิตรทวัส และ นายนนทวัส วอเชอร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมและแพะนมใน ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
2. วันที่ 15 สิงหาคม 2559 โครงการฯ ได้เชิญ คุณชัยเมฆ เกิดอาชาชาญ นักวิชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์นม ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปน้ำนม ให้องค์ความรู้และร่วมจัดทำนมควายพาสเจอร์ไรส์ 3 รสชาติ คือ รสจืด รสหวาน และรสชาเขียว โดยรสชาเขียวใช้ชาเขียวแท้ที่เป็นผลิตภัณฑ์มูลนิธิโครงการหลวง มีเกษตรกรและเจ้าหน้าร่วมจัดทำ จำนวน 4 ราย
3. วันที่ 17 สิงหาคม 2559 ภายหลังการอบรมการทำนมควายพาสเจอร์ไรส์ เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมจัดทำนมพาสเจอร์ไรส์ รสจืด รสหวาน และรสชาเขียว จำนวน 150 ขวด เพื่อส่งไปจำหน่ายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2559 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็คเมืองธานี กรุงเทพฯ โดยจำหน่ายในราคาขวดละ 35 บาท ผลการจำหน่ายพบว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รสชาติ สามารถจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว สร้างมูลค่ากว่า 5000 บาท
4. วันที่ 24 สิงหาคม 2559 เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมจัดทำนมควายพาสเจอร์ไรส์ รสจืด รสหวาน และรสชาเขียว อีกจำนวน 200 ขวด เพื่อส่งไปจำหน่ายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2559 เพิ่มเติม โดยจำหน่ายในราคาขวดละ 35 บาท ผลการจำหน่ายพบว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รสชาติสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด สร้างมูลค่ากว่า 7000 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นมควายพาสเจอร์ไรส์สามารถตอบสนองต้องการของผู้บริโภคได้ดี และคาดว่าในอนาคตจะมีการจำหน่ายมากขึ้น
5. วันที่ 26 สิงหาคม 2559 อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ให้องค์ความรู้และร่วมจัดทำนมแพะพาสเจอร์ไรส์ ให้แก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม จำนวน 5 ราย
6. วันที่ 19 กันยายน 2559 ติดตามแก้ไขบ่อหมักก๊าซชีวภาพของนายนิวัตร จิตทวัส เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนมและควายนม ที่ประสบปัญหาก๊าซยังไม่เกิด ภายหลังสำรวจปัญหาพบว่าเกิดจากเกษตรกรขาดองค์ความรู้เรื่องการเติมมูลสัตว์และปล่อยให้ถุงยุบตัว จึงได้แก้ไขโดยการเติมลมและน้ำเพื่อให้ถุงหมักอยู่ในสภาพพอง และได้แนะนำให้เกษตรกรเติมมูลทุกวันต่อไป และคาดว่าอีก 10 วัน จะสามารถใช้ก๊าซได้ นอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพของนายบ้านคุณธเนศ ใจฝั้น เลขที่ 3/2 หมู่ 1 ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เกษตรกรผู้เลี้ยงควายนม ซึ่งได้จัดทำตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2559 สามารถใช้ก๊าซได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้ในหุงต้มในครัวเรือน ลดรายจ่ายค่าก๊าซ LPG ได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 400 บาท ส่งผลให้มีเกษตรกรหลายรายที่อยู่ใกล้เคียงให้ความสนใจอย่างมาก คาดว่าจะขยายผลได้อีก 2-3 บ่อ
7. วันที่ 21 กันยายน 2559 โครงการฯ ได้เชิญอาจารย์ ดร.สุกิจ กันจินะ อาจารย์ภาควิชาพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาชนบท อีกทั้งยังมีประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ให้องค์ความรู้ในหัวข้อเรื่อง “การรวมกลุ่มและบทบาทของเกษตรกรต่อการพัฒนางานปศุสัตว์เพื่อชุมชน” และเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ต่อไป โดยมีเกษตรกรเข้าร่วม 4 รายนอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการทำกองทุนอาหารและการทำกองทุนรวม โดยพบว่าในส่วนของกองทุนอาหารได้มีการนำไปลงทุนทำอาหารหมักเพื่อจำหน่ายใช้ในกลุ่ม ส่วนกองทุนรวมที่มีการหักจากผู้ส่งน้ำนมเข้ากองทุนนั้นได้เริ่มทำตั้งแต่เดือนมิถุนายน ทำให้มียอดเงินเพิ่มขึ้นทุกเดือน และจะมีการวางแผนการดำเนินงานต่อไป
วันที่ 23 กันยายน 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) นายจารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ประสานงานโครงการครัวพัฒนาผลิตผลอาหารและบริการ และนายวิชิต วันชัย ร่วมประชุมหารือเรื่องการจัดทำโรงแปรรูปน้ำนมดิบที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โดยมีแผนจะสร้างโรงแปรรูปขนาดเล็กเพื่อเป็นจุดรับน้ำนมดิบที่ได้มาตรฐาน และสามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์แบบมี อย. ส่งจำหน่ายในชุมชนหรือจำหน่ายให้ศูนย์ท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้ ทั้งนี้ในการประชุมได้ข้อสรุปว่าจะต้องเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำระบบ GMP และ เจ้าหน้าจากองค์การอาหารและยา (อย.) มาช่วยให้คำแนะนำก่อนการสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานต่อไป
8. วันที่ 26 กันยายน 2559 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) โดย อาจารย์ ดร.ทศพล มูลมณี อาจารย์ ดร.เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ และดร.สุกิจ กันจินะ อาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายอบรมให้องค์ความรู้ในหัวข้อ เรื่อง “การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงควายนมอย่างยั่งยืน” ซึ่งได้นำองค์ความรู้จากการวิจัยต่างๆ เผยแพร่ให้กับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรผู้เลี้ยง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและพัฒนาการเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นไป โดยมีเกษตรกรและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม 11 รายระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 120,000
จำนวนผู้รับบริการ : 45
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2560350,000|350,000|350,000|ใช้หมด20174301456311.pdf201881615461.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2345]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

ผศ.ดร.เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยาย เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหารหยาบหมักในควายนมและแพะนม โดยการใช้ต้นเชื้อบริสุทธิ์เพื่อลดปัญหาการเน่าเสียของวัตถุดิบอาหารสัตว์ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 30,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2346]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

อ.ดร.ทศพล มูลมณี จากมหาวิทยาลับเชียงใหม่ เข้าร่วมให้ความรู้เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ในควายนมและแพะนม การใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เพิ่มอัตราการตั้งท้อง ป้องกันการเกิดโรคติดต่อ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควายนมและแพะนม ร่วมกับโครงการหมู่บ้านควายนม

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2347]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

1 วันที่19 มิถุนายน 2560 นายคณิต ถิรวณิชย์ อดีตผู้เชี่ยวชาญ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ ประสานงานการจัดการประชุมร่วมกับนายพิชิต วันชัย หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่ทาเหนือ ในการติดตามการดำเนินงานและพัฒนาโครงการหมู่บ้านควายนม(หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ในปี 2560 และ 2561 ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ร่วมกับผศ.ว่าที่พันตรีดำรงค์ โลหะลักษณเดช จากมหาวิทยาลัยราชมงคลเทคโนโลยีศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง แก่เกษตรกรและผู้สนใจกว่า 20 คน

2 นายพิชิต วันชัย หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ร่วมประชุมนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงควายนมและแพะนมของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ในปี 2560-2564 ปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มช่องทางการตลาด

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2348]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

อ.ดร.สุกิจ กันจินะ จากภาควิชาส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายเรื่องการสร้างกลุ่มเข้มแข็งเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้นม ส่งเสริมการสร้างกฎระเบียบ การจัดทำบัญชี เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2349]   วันที่รายงาน  [5/7/2560]

24 มิถุนายน 2560 คณะรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้ามาประชุมการดำเนินการและการพัฒนาโครงการหมู่บ้านควายนมและแพะนม ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โดยมี หัวหน้าโครงการฯรศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ได้เสนอข้อมูลการดำเนินงานย้อนหลัง จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมควายและนมแพะ เช่น นมควายพาสเจอร์ไรซ์ เฟต้าชีส เป็นต้นและได้เสนอเป้าหมายในอนาคต การสร้างศูนย์รวบรวมน้ำนมควายและนมแพะ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข การผลิตนมอินทรีย์ ซึ่งผลผลิตที่ได้จะสร้างมูลค่าให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ทางคณะรัฐมนตรีฯยังลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มของเกษตรกรหมู่บ้านควายนมและแพะนมด้วยระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2640]   วันที่รายงาน  [30/9/2560]

1. วันที่ 11 สิงหาคม 2560 โครงการฯ ได้เชิญอาจารย์ ดร.สุกิจ กันจินะ อาจารย์ภาควิชาพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาชนบท ลงพื้นที่จัดกลุ่มเกษตรกรเพื่อสร้างความเข็มแข็งและศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการรวมกลุ่มการเลี้ยงแพะนมและควาย โดยลงพื้นที่ศึกษา 8 ราย
2. วันที่ 20 สิงหาคม 2560 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และนายวิชิต วันชัย หัวหน้าศูนย์แม่ทาเหนือ ติดตามผลการสร้างโรงแปรรูปน้ำนมเพื่อจัดทำนมแพะพาสเจอร์ไรส์ ปัจจุบันสร้างอาคารเสร็จแล้วและอยู่ในระหว่างการขอ อย. ร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนม ประชุมหารือเรื่องการจัดทำโรงแปรรูปน้ำนมดิบที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โดยมีแผนจะสร้างโรงแปรรูปขนาดเล็กเพื่อเป็นจุดรับน้ำนมดิบที่ได้มาตรฐาน และสามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์แบบมี อย. ส่งจำหน่ายในชุมชนหรือจำหน่ายให้ศูนย์ท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้ ทั้งนี้ในการประชุมได้ข้อสรุปว่าจะต้องเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำระบบ GMP และ เจ้าหน้าจากองค์การอาหารและยา (อย.) มาช่วยให้คำแนะนำก่อนการสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานต่อไป
3. วันที่ 5 กันยายน 2560 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และนายวิชิต วันชัย หัวหน้าศูนย์แม่ทาเหนือ ติดตามผลการสร้างโรงแปรรูปน้ำนมเพื่อจัดทำนมแพะพาสเจอร์ไรส์ ปัจจุบันสร้างอาคารเสร็จแล้วและอยู่ในระหว่างการขอ อย. และวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์
4. วันที่ 5 กันยายน 2560 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ (หัวหน้าโครงการฯ) และนายวิชิต วันชัย หัวหน้าศูนย์แม่ทาเหนือ ร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงควายนม ประชุมหารือเรื่องการสร้างเงื่อนไขการเลี้ยงและการจำหน่ายลูกควายเพศผู้ของเกษตรกร โดยถ้าจำหน่ายลูกควายอายุ 3 ปี เกษตรกรจะได้รับเงิน 60% และนำเงินเข้ากองทุน 40% แต่ถ้าหากเลี้ยง 6 ปี เกษตรกรจะได้รับรายได้จากการจำหน่ายลูกควาย 100%
5. วันที่ 20 กันยายน 2560 อาจารย์ ดร.ทศพล มูลมณี และ ผศ.ดร.เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ อาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมให้องค์ความรู้ในใช้ออร์โมนสำหรับเหนี่ยวนำการเป็นสัตว์ในแพะนม พร้อมสาธิตการทำอาหารหมักของแพะนม และให้คำแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงนมในการจัดการเลี้ยงดู
6. วันที่ 25 กันยายน 2560 โครงการฯ ติดตามผลการจัดตั้งกองทุนผู้เลี้ยงควายนมและแพะนม ปัจจุบันสามารถรวบรวมทุนจากเกษตรกรได้ 20,000 บาท โดยหักจากค่าส่งน้ำนมของเกษตรกรกิโลกรัมละ 1 บาท นอกจากนี้ยังมีทุนตั้งต้นอีก 20,000 ทำให้ปัจจุบันมีเงินในกองทุนกว่า 40,000 บาท เงินกองทุนนี้จะนำไปใช้ในการช่วยเหลือเกษตรกรภายในกลุ่ม และสร้างความเข้มแข็งต่อไป
ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 260,000
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง suchon.t@cmu.ac.th ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates