หมู่บ้านพริกหอมและผักปลอดสารพิษ

บ้านบางนา หมู่ที่ 1 ต.บางนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา
สถานะหมู่บ้าน : เข้มแข็งเติบโต

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2557200,000|200,000|87,730|112,270201443014771.pdf201551156281.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=916]   วันที่รายงาน  [30/6/2557]
จัดอบรม โครงการ การจัดเวทีประชาคมและประชาสัมพันธ์โครงการและทบทวนแผนปฏิบัติการ
เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอมหาราชประจำตำบลบางนา ร่วมกับทีมงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา และกลุ่มสมาชิกตำบลบางนา จำนวน 50 คน
ได้ร่วมกันทำประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและวางแผนการทำงานในการดำเนินโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : หมู่บ้านพริกหอมและผักปลอดสารพิษ
ซึ่งจัดที่บ้าน กำนันตำบลบางนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗
โดยกิจกรรมเริ่มจากให้เกษตรกรแบ่งกลุ่มตามความถนัดในเรื่องการปลูกผักเพื่อเป็นวิทยากรในการให้คำปรึกษาและวิธีการเพาะปลูกดูแลรักษาในพืชนั้นๆแก่ชุมชน และร่างแผนที่บ้านของตนเองเพื่อทราบตำแหน่งและจำนวนพื้นที่ในการปลูกผักและชนิดผักที่เกษตรกรปลูก ได้ข้อสรุปว่าพืชปลูกที่สำคัญได้แก่ พริกหอม พริกขี้หนู บวบ มะเขือ ข้าวโพด มะระจีน ถั่ว ซึ่งปัญหาการผลิตที่สำคัญเรื่องต้นทุนการผลิตสูง คือ แมลงศัตรูพืช ทำให้เกษตรกรใช้สารเคมีมากต้นทุนการผลิตจึงสูง เรื่องดินที่เสื่อมคุณภาพ และมีผักตบชวาจำนวนมากที่ต้องกำจัด รวมทั้งมูลของเป็ดที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร จึงมีแนวคิดที่จะนำผักตบชวา มูลเป็ด มาใช้ประโยชน์ในการทำน้ำหมักปุ๋ยหมักและการทำน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง ฯลเพื่อลดปัญหาการใช้สารเคมีที่มีราคาสูง และแก้ปัญหาดินเสื่อมคุณภาพโดยการบำรุงดินใช้ปุ๋ยอินทรีย์
ค่าใช้จ่าย : 12,580
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : 1.เกษตรกรพูดน้อยไม่ค่อยให้ข้อมูล
2.เกษตรไม่ค่อยกระตือรือร้นช่วงแรกเกษตรกรครึกครื้นสนุกกับการร่างแผนที่บ้านตนเองให้ความร่วมมือในกลุ่ม พอช่วงหลังเกษตรกรเริ่มกร่อย
3.เกษตรกรบางรายไม่ค่อยถนัดเรื่องการเขียนหนังสือ
4.ต้องพัฒนาทีมงานที่เข้าไปร่วม เนื่องจากยังไม่ค่อยสนทนาปลุกระดมให้เกษตรกรกระตือรือร้นร่วมมือทำกิจกรรม

แนวทางแก้ไข : 1.ควรชักจูงเกษตรกรสนทนาในเรื่องต่างๆสอดแทรกกับเนื้อหาเข้าไปด้วย
2.ควรมีกิจกรรมที่ไม่เครียดสอดแทรกเข้าไปด้วยเพื่อลดความตรึงเครียดในการทำกิจกรรม
3.ทางทีมงานที่มีส่วนร่วมควรเข้าถึงเกษตรกรและช่วยดูเรื่องการเขียนหนังสือและควรบอกเนื้อหาที่เข้าใจง่ายแก่เกษตรกร
4.ควรอบรมและฝึกปฏิบัติทีมงานให้มีความพร้อมก่อนพบปะเกษตรกรจริงๆ

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=917]   วันที่รายงาน  [30/6/2557]
โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งในการจัดซื้อวัสดุ ถังหมัก และสมุนไพรร่วมกับ โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชภายใต้ระบบการจัดการที่ดีและเหมาะสม ของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอมหาราชประจำตำบลบางนา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางนาร่วมกับหน่วยงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา
ได้จัดอบรมการทำน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง บริเวณ บ้านกำนันตำบลบางนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 26 มิถุนายน 2557
โดยกิจกรรมจัดกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการใช้สารทดแทนสารเคมีและการลดต้นทุนการผลิตผัก และจัดกลุ่มวางแผนการทดลองใช้น้ำหมักสมุนไพรทดแทนสารเคมี และทำการบันทึกผล และให้เกษตรกรทำน้ำหมักสมุนไพร โดยใช้สูตรวิธีการหมักดังนี้
1. เมล็ดมันแกว 2 กก.
2. เมล็ดพริกไทย 2 กก.
3. ขมิ้นผง 2 กก.
4. หางไหลแดง 2 กก.
5. หางไหลขาว 2 กก.
6. หนอนตายหยาก 2 กก.
7. กลอย 2 กก.
8. บอระเพ็ด 2 กก.
9. เปลือกต้นซาก 2 กก.
10. เมทิลแอลกอฮอล์ 10 ลิตร
11. กรดน้ำส้มสารชู 2 ขวด
12. ถังหมักพลาสติก ขนาด 27 แกลลอน 1 ถัง
วิธีทำ
บด สับ สมุนไพรทั้งหมด ให้เป็นชิ้นเล็กๆ เทใส่ลงในถังตามด้วยแอลกอฮอล์ คนให้เข้ากัน กดสมุนไพรให้จมลงในน้ำ ปิดฝาให้สนิท หมักเก็บไว้ในที่ร่ม ที่อุณหภูมิห้อง ระยะเวลา 15-60 วัน หรือนานกว่านั้น ก็สามารถนำไปใช้ผสมน้ำฉีดพ่นได้
โดยให้เกษตรกรแบ่งกลุ่มกันทำจำนวน 2 ถัง
ต้นทุนการทำน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลงสูตรนี้ 2400 บาท /ถัง (ครั้งแรกต้นทุนจะสูงเพราะต้องซื้อถัง)
และให้เกษตรกรแบ่งกลุ่มย่อยวางแผนการทดลองใช้น้ำหมักสมุนไพรทดสอบกับพืชแต่ละชนิดในอัตราต่างๆกันโดยดูการเปลี่ยนแปลงของแมลงศัตรูพืชเพื่อหาอัตราการใช้ที่เหมาะสม และทำการบันทึกผลเพื่อติดตามผลต่อไป
ค่าใช้จ่าย : 4,500
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค : เกษตรกรยังเกิดความลังเลและกังวลใจในการนำน้ำหมักสมุนไพรไปใช้กลัวจะส่งผลกระทบกับพืชจึงได้วางแผนการทดลองทดสอบกับพืชจำนวนน้อยๆก่อนในอัตราส่วนต่างๆกันเนื่องจากในสูตรน้ำหมักที่ให้เกษตรกรทำมีส่วนผสมของสมุนไพรจำพวก พริกไทย ขมิ้น กรดน้ำส้ม แอลกอฮอล์ ฯ
แนวทางแก้ไข : จะต้องดำเนินการติดตามผลและดูประสิทธิภาพต่อไป
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1070]   วันที่รายงาน  [23/9/2557]
จัดอบรม โครงการการฝึกอบรมและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบบผสมผสานร่วมกับเกษตรกร...การปรับปรุงดินและการทำปุ๋ยหมัก...
วันที่ 15 กันยายน 2557
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอมหาราชประจำตำบลบางนา องค์การบริหารส่วนตำบลบางนา และสมาชิกจำนวน 30 คน ได้เข้าร่วมรับฟังประโยชน์และคุณสมบัติของปุ๋ย ความต้องการธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช และการทำปุ๋ยหมัก
โดยใช้สถานที่ บ้านและลานบริเวณบ้านกำนันตำบลบางนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กิจกรรมเริ่มจาก ช่วงแรก รศ.ดร. กิตติ บุญเลิศนิรันดร์ จะอธิบายนำเสนอ powerpoint ในเรื่องประโยชน์และคุณสมบัติของปุ๋ย และธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช ซึ่งมีเนื้อหาและภาพประกอบชี้แจงให้เกษตรกรทราบชัดเจน เกษตรกรให้ความสนใจ มีข้อซักถามเกี่ยวกับการเลือกใช้ปุ๋ยและการปรับปรุงดิน รศ.ดร. กิตติ บุญเลิศนิรันดร์ ได้อธิบายขั้นตอนและวิธีการทำปุ๋ยหมักโดยใช้สูตรปุ๋ยหมักดังนี้
การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกองจากเกษตรฯแม่โจ้
1.นำฟาง 4 เข่ง วางหนา 10 ซม.บนพื้น ฐานกว้าง 2.5 ม. โรยทับด้วยขี้วัว 1 เข่ง (เพื่อให้เป็นสัดส่วน 4 ต่อ 1 โดยปริมาตร – ถ้าเป็นใบไม้ใช้ 3 ต่อ 1) แล้วรดน้ำ ถ้าต้องการปุ๋ยหมัก 1 ตัน ก็ต่อความยาวให้ได้ 4 ม.
2.ทำชั้นที่ 2 ซ้ำข้างต้น รดน้ำ ... ทำชั้นไปเรื่อยๆโดยให้กองปุ๋ยเป็นรูปสามเหลี่ยม สูงรวม 1.5 ม. ปกติจะมีจำนวน 15 – 20 ชั้น ... การทำเป็นชั้นบางๆ ก็เพื่อให้จุลินทรีย์ในมูลสัตว์สามารถออกมาย่อยสลายเศษพืชได้ทั่วถึง ที่สำคัญ ... ห้ามเหยียบ
3.ถ้าต้องการปุ๋ยหมัก 1 ตัน ก็ให้ต่อกองปุ๋ยจนยาว 4 ม. ด้วยขั้นตอนที่ 1 และ 2...กองปุ๋ยยาว 4 เมตรจะใช้ขี้วัว 30 กระสอบ ถ้าขี้วัวกระสอบละ 25 บาทก็จะเป็นต้นทุนในการทำปุ๋ย 30 x 25 = 750 บาทต่อตัน ...แต่ถ้าไม่ทำเองแล้วไปซื้อของคนอื่นอาจต้องจ่ายถึง 5,000 – 7,000 บาท/ตัน
4.ภายในเวลา 2 เดือนให้ดูแลน้ำอย่างประณีต ได้แก่ รดน้ำวันละครั้ง ในปริมาณที่ไม่ทำให้น้ำไหลนองออกมา แล้วทุก 10 วันก็ให้เอาไม้เจาะกองปุ๋ยถึงพื้นดิน ระยะห่างรู 40 ซม. รอบกอง กรอกน้ำลงไปในปริมาณที่ทำให้ภายในกองปุ๋ยชื้นพอดีๆ ไม่มีน้ำไหลนองออกมามาก เสร็จแล้วปิดรู สรุป : รดน้ำวันละครั้ง แล้วทุก 10 วันเจาะกองปุ๋ยเติมน้ำ ปิดรู (เจาะรวม 5 ครั้ง)
5.พอครบสองเดือน กองปุ๋ยก็จะยุบเหลือแค่ 1 เมตร กระบวนการก็จะยุติโดยไม่ต้องพลิกกองเลยทิ้งให้แห้งเพื่อให้จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยสงบตัว เป็นอันตรายต่อพืช แห้งแล้วค่อยเอาไปใช้หรือเก็บใส่กระสอบ
ข้อห้าม ของการทำปุ๋ยวิธีนี้คือห้ามขึ้นเหยียบ ห้ามเอาผ้าคลุม เพราะจะทำให้อากาศไหลเวียนเข้าไปในกองปุ๋ยไม่ได้ ... ห้ามทำชั้นเศษพืชหนาเกินไปเพราะจุลินทรีย์จะเข้าไปย่อยสลายไม่ได้
*ปุ๋ยหมักที่เกษตรร่วมกันทำ ความยาวของกองปุ๋ยหมัก ยาว 4 เมตร จำนวน 2 กอง
เกษตรกรและเจ้าที่ได้ลงมือทำปุ๋ยหมักร่วมกัน ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปุ๋ยหมักนี้จะแบ่งใช้ร่วมกันในชุมชนเพื่อเป็นการปรับปรุงดินและลดต้นทุนการผลิตส่วนหนึ่ง
* วันที่ 3 กันยายน 2557 ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา และ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอมหาราชประจำตำบลบางนา องค์การบริหารส่วนตำบลบางนา ได้เข้าไปทวนสอบความความถูกต้องของข้อมูลของเรื่องการปลูกผัก และปัญหาต้นทุนสูงของเกษตรกร และได้จัดซื้อพันธุ์พืชผักสมุนไพรต่างๆ ไปมอบให้กับกลุ่มเพื่อจัดทำเป็นแปลงสาธิตและรวบรวมพันธุ์ในกลุ่ม
รวมถึงให้สมาชิกกลุ่มร่วมมือกันเตรียม วัสดุ และอุปกรณ์ในการเตรียมทำปุ๋ยหมัก เช่น ฟางข้าว ขี้วัว ตามจำนวนที่จะทำ
* วันที่ 12 กันยายน 2557 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ได้เข้าไปดูความพร้อมของปริมาณวัสดุ ที่จะใช้ทำปุ๋ยหมัก และสถานที่ทำกองปุ๋ยหมัก และสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อจัดซื้อวัสดุ ขี้วัวบางส่วนที่ไม่พอ
ค่าใช้จ่าย : 49,270
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค : จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ไม่ได้มาตามเป้าหมายที่ให้ไว้
(การอบรมครั้งนี้ถึงเกษตรกรจะไม่มากเท่าไรแต่ให้ความสนใจและร่วมมือกันเป็นอย่างดี)

แนวทางแก้ไข : การประชาสัมพันธ์และนัดหมายควรมีความพร้อมมากกว่านี้
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1176]   วันที่รายงาน  [27/11/2557]
โครงการ การศึกษาดูงาน : ระบบการผลิตและการจัดการผักปลอดสารพิษ
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557
ณ ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชผัก แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ
หมู่ที่ 5 ตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
และ แม่บัวหลวงไฮโดรโพนิกส์ ต.สามเมือง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
รศ.ดร.กิตติ บุญเลิศนิรันดร์ , รศ.ดร.สุชาดา บุญเลิศนิรันดร์ , ผศ.ละอองศรี ศิริเกษร ,คณะทีมงานจำนวน 5 คน และตัวแทนสมาชิกกลุ่ม หมู่บ้านพริกหอมและผักปลอดสารพิษ จำนวน 11 คน ได้ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงาน การปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน (ไฮโดรโพนิกส์) ณ แม่บัวหลวงไฮโดรโพนิกส์ โดยคุณอรรถพร สุบุญสันต์ ซึ่งเป็นเจ้าของแม่บัวหลวงไฮโดรโพนิกส์ และเป็นกรรมการชมรมปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแห่งประเทศไทย ให้ความรู้และหลักการต่างๆในการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ให้ได้คุณภาพดีที่สุดเป็นที่ยอมรับของลูกค้า การแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า และดูโรงเรือนกระบวนการต่างๆในการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์
ช่วงบ่าย หลังจากพักรับประทานอาหารกันแล้ว ได้เดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชผัก แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ โดย กำนันบัญชา พวงสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่ม อธิบายขั้นตอนหลักการต่างๆเกี่ยวกับการปลูกผักให้ปลอดภัยจากสารพิษ และได้คุณภาพที่ดีนำมาซึ่งมูลค่าราคาที่สูง เนื่องจากจะมีบริษัทเข้ามารับซื้อเพื่อส่งไปยังต่างประเทศ และพาผู้เข้าดูงานไปดูแปลงปลูกผักต่างๆของกลุ่มรวมถึงขั้นตอนการเก็บผลผลิตและเทคนิคในการปลูกผักให้ได้คุณภาพและปลอดสารพิษ ผู้เข้ารับการดูงานให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากลุ่มและชุมชน ช่วงประมาณ 16.00 น. ได้เดินทางกลับ

ค่าใช้จ่าย : 21,380
จำนวนผู้รับบริการ : 19
ปัญหาอุปสรรค : มีแค่ปัญหาในการเดินทางจึงทำให้เสียเวลาไบ้าง
แนวทางแก้ไข : ต้องศึกษาเส้นทางให้แน่ชัด
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1177]   วันที่รายงาน  [27/11/2557]
โครงการศึกษาดูงานค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 19
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20141127154151.pdf
2558200,000|200,000|101,000|99,0002015522143981.pdf2016221711321.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1282]   วันที่รายงาน  [3/7/2558]


รศ.ดร.กิตติ   บุญเลิศนิรันดร์ ,ผศ.ละอองศรี  ศิริเกสร และ  รศ.ดร.สุชาดา   บุญเลิศนิรันดร์ เป็นวิทยากร



จัดอบรมโครงการ การฝึกอบรมและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบบผสมผสานร่วมกับเกษตรกร



ณ ที่ทำการกำนัน เลขที่ 51 ม.1 ต.บางนา อ.มหาราช จ. พระนครศรีอยุธยา



เรื่อง ระบบการผลิตผักสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม



        - การเพาะกล้าพริกและผักชนิดต่างๆ โดยใช้ พีทมอส + ขุยมะพร้าว เป็นวัสดุเพาะ



        - ข้อดี ข้อเสีย ของการเลือกใช้วัสดุในการเพาะกล้า



เรื่องแมลงศัตรูผัก



        - ชนิดของแมลงศัตรูพืชที่สำคัญใน พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว บวบ



        - ชนิดของแมลงศัตรูธรรมชาติ ที่เป็นประโยชน์ (ตัวห้ำ ตัวเบียน)



เรื่องให้น้ำแบบประหยัด



       -การเตรียมแปลงสาธิตการผลิตผักด้วยระบบน้ำหยด


ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 38
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1369]   วันที่รายงาน  [9/9/2558]


การดำเนินงาน ครั้งที่ 2



ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติงานเสนอของบประมาณ ร่วมกับคณะกรรมการกลุ่ม และ คุณสกุลณีย์ อุบลวัตร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร อำเภอมหาราช เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ


ค่าใช้จ่าย : 6,000
จำนวนผู้รับบริการ : 8
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1371]   วันที่รายงาน  [10/9/2558]


ผลการดำเนินงานครั้งที่ 3



ศึกษาดูงานการปลูกพริก GAP ของนายวันดี กล่อมสังข์เจริญ อ.วังน้อย จ.อยุธยา ซึ่งปลูกโดยมีพันธสัญญากับบริษัทรับซื้อเพื่อส่งออก และมีการใช้ระบบน้ำหยดในการผลิต เกษตรกรได้สะท้อนวิธีการพัฒนาการผลิตของกลุ่มให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น บางคนเคยใช้ระบบน้ำหยดแต่ปัญหาหนูกัดสายน้ำหยดเสียหาย การอุดตันของหัวน้ำหยด ซึ่งจะได้นำไปพัฒนาวิธีการที่เหมาะสมต่อไป


ค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1372]   วันที่รายงาน  [10/9/2558]


ผลการดำเนินงาน ครั้งที่ 4



จัดทำแปลงสาธิตการปลูกพริกด้วยระบบน้ำหยด และการจัดการแมลงศัตรูผักแบบผสมผสานชุดสาธิตระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ชุดสาธิตการปลูกพืชผักไม่ใช้ดิน และชุดสาธิตชุดกลั่นน้ำมันหอมระเหย



(อยู่ระหว่างการสาธิตการปลูกพริกด้วยระบบน้ำหยด การปลูกถั่วฝักยาว บวบเหลี่ยม มะระ และการจัดแมลงศัตรูผักแบบผสมผสานในพื้นที่ 1 ไร่ ของนายพิรุณ เทียนสิงห์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1)


ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1373]   วันที่รายงาน  [10/9/2558]


ผลการดำเนินงานครั้งที่ 5



ส้างชุดกลั่นน้ำมันหอมระเหย ทดสอบประสิทธิภาพโดยใช้ตะไคร้หอมเป็นพืชทดสอบ จัดทำแล้ว (อยู่ระหว่างการดำเนินการทดสอบคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางเดือน กันยายน)

ค่าใช้จ่าย : 15,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1374]   วันที่รายงาน  [10/9/2558]


ผลการดำเนินงานครั้งที่ 6



ประชุมทบทวนแผนปฏิบัติการ พบว่า ช่วงเกิดปัญหาภัยแล้ง (มีนาคม-พฤษภาคม)และช่วงและปัญหาน้ำท่วม (กันยายน-พฤศจิกายน)พื้นที่ไม่สามารถทำกิจกรรมการเกษตรได้ จึงจัดกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้เสริม คือ การผลิตน้ำยากันยุงจากตะไคร้หอม


ค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=1448]   วันที่รายงาน  [30/9/2558]


การดำเนินการ



ชุดกลั่นน้ำมันหอมระเหย ตอนนี้สร้างแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการฝึกอบรมการใช้ชุดกลั่นน้ำมันหอมระเหยโดยใช้ตะไคร้หอมเป็นพืชทดสอบ ในช่วงเดือนตุลาคมตามที่ขอขยายเวลา (จากกำหนดการเดิมจะแล้วเสร็จในกลางเดือนกันยายนแต่เนื่องจากเกษตรกรไม่สะดวกที่จะเข้ารับการอบรมในช่วงนั้น)



การดำเนินการ



แปลงสาธิตการปลูกพืชด้วยระบบน้ำหยด ของนายบพิรุณ เทียนสิงห์ บัดนีดำเนินการถึง เก็บผลผลิตแล้ว



และจะดำเนินการพาเกษตรกรไปศึกษาดูงานตัวอย่างการปลูกและแปรรูปมะเขือเทศของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่ฉุย อ.ดอนตูน จ.นครปฐม



*หมายเหตุ จะดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆตามที่ขอขยายเวลา


ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง kitti.b@rmutsb.ac.th ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates