หมู่บ้านเหล็กน้ำพี้

หมู่ที่ 9 ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2556200,000|200,000||200,0002013610923511.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=706]   วันที่รายงาน  [5/7/2556]
โครงการเพิ่งได้รับการอนุมัติ อยู่ระหว่างการติดต่อประสานงานกับผู้ประสานงานประจาหมู่บ้าน เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ในการดาเนินโครงการหมู่บ้าน ว และ ท ประจาปีงบประมาณ 2556 ลงพื้นที่ทั้งหมด 3 ครั้งได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 12 มิถุนายน 2556 ครั้งที่ 2 วันที่ 19 มิถุนายน 2556 และครั้งที่ 3 วันที่ 25 มิถุนายน 2556
ซึ่งปัจจุบันผู้ประสานทุกคนทราบรายละเอียดโครงหมู่บ้าน ว และ ท รวมถึงวัตถุประสงค์ในการดาเนินการโครงการ ผู้ประสานงานที่ติดต่อ ได้แก่ ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากแร่เหล็กน้าพี้ ประธานกลุ่มตีดาบเหล็กน้าพี้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และ รองนายกองค์การบริหารส่วนตาบลน้าพี้
ได้วางแผนในเดือนกรกฎาคม จะมีการจัดประชุมชี้แจ้งรายละเอียดและวัตถุประสงค์ในการดาเนินโครงการกับคนในชุมชน หมู่ 9 ซึ่งจะมีการเปิดรับสมาชิกโดยสมัครใจและจัดทาบัญชีรายชื่อผู้รับบริการถ่ายทอดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมกันนั้นจะมีการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในเลือดของสมาชิก
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 201377955291.pdf
2557300,000|240,000|42,030|197,970201492616851.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=969]   วันที่รายงาน  [4/7/2557]
การดำเนินการตามโครงการเพื่อเป็นการให้ความรู้และหาแนวทางในการลดการได้รับสารเคมีสู่ร่างกาย หรือการลดการใช้สารเคมีระหว่างการผลิต โดยโครงการนี้จะเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน ถูกต้อง และเหมาะสม ซึ่งทางคณะผู้จัดทำ ได้ขอความร่วมมือจาก สาธารณสุขอำเภอ หมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ พัฒนาชุมชนและผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมโครงการในวันที่ 1 มิถุนายน 2557 เวลา 9.00 น. - 16.00 น. ซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
เริ่มต้นด้วยวิทยากรท่านที่ หนึ่ง คุณบุรินทร์ พลทองเติม ตำแหน่งพัฒนาการอำเภอทองแสนขัน ได้กล่าวถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในหมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวคิดการทำงานของคณะผู้จัดทำในปีที่ 2 คือ การหาแนวทางในการลดการใช้สารเคมีในการผลิต ซึ่งทางคณะวิทยาการจัดการและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ได้ดำเนินการค้นคว้าหาความรู้ด้านอินทรีย์สารที่จะนำมาใช้แทนสารเคมี จำนวน เรซิน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว
ต่อด้วยวิทยากรท่านที่ สอง นายแพทย์รณภพ เกตุทอง ตำแหน่งสาธารณสุข อ.ทองแสนขัน ซึ่งเป็นผู้ที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านค่าที่ได้รับการรายงานผลการตรวจปัสสาวะ ซึ่งพบว่า จากผลการตรวจสารพิษ โดยการเก็บปัสสาวะ อาจเกิดจากผลที่ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นทางการสูดหายใจ การสัมผัส หรือทางปาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการหลาย ๆ อย่าง เช่น ถ้ามีการหายใจและสัมผัสที่เกิดจากการที่ร่างกายมีแผลและมีอาการเจ็บป่วย แสดงว่าผู้ประกอบการมีความเกี่ยวพันกับการได้รับสารเคมีในปริมาณมากๆ ไม่ว่าจะเป็นจากการกินและการสัมผัสโดยตรง โดยอาการที่ปรากฎอาการ คือ จะมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นที่เกิดขึ้นจากระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการสูดดม สารเคมีพวกนี้ไปเป็นระยะเวลานาน ๆ และบ่อย ๆ ซึ่งอาการคือจะไปกดสมองทำให้มีความรู้สึกมึนงง อีกทั้ง ยังพบว่าสิ่งที่ควรต้องระมัดระวังมากที่สุดคือการสะสมเรื้อรัง โดยสิ่งที่ตามมานั้น คือ การเข้าไปทำลายระบบเม็ดเลือด และได้มีการรายงานผลการตรวจของผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมทั้งบอกวิธีแนวปฏิบัติตัวของผู้ประกอบการอีกด้วย
ค่าใช้จ่าย : 25,390
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าถาม
ปัญหาดินฟ้าอากาศ (ฝนตก)
แนวทางแก้ไข : ปรับกิจกรรมให้เหมาะสม
ฝึกอบรมการเป็นวิทยากรกลุ่ม
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2014741636531.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1148]   วันที่รายงาน  [2/10/2557]
การจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การพัฒนาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน หมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ อ. ทองแสนขัน จ. อุตรดิตถ์" ซึ่งมีสินค้าหลักในการค้าขาย คือ การผลิตสร้อยลูกประคำ กำไลข้อมือที่ทำจากลูกประคำ ฯลฯ ซึ่งยังไม่มีแนวคิดที่จะทำการพัฒนาสินค้าชุมชนที่มีการดำเนินกิจกรรมอยู่เท่าที่ควร ทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าชุมชนเพื่อเป็นของฝากของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์ของศิลปกรรมท้องถิ่นซึ่งหากได้ดำเนินการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมทั้งสถาบันการศึกษาและชุมชนก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนต่อไป และเพื่อเป็นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น สามารถต่อสู้กับคู่แข่งขันทางการตลาดได้ เพราะการออกแบบบรรจุภัณฑ์จะช่วยในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าชุมชน ช่วยในการเผยแพร่งานศิลปกรรมเอกลักษณ์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ การประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปรู้จักและเห็นความสำคัญของหมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ อีกทั้ง การสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชน ของฝากและของที่ระลึกโดยนำแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์มาประยุกต์กับศิลปกรรมในท้องถิ่น
แม้ว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าของชุมชนจะมีแพร่หลายอย่างมากในขณะนี้ แต่ด้วยความต้องการที่จะอยู่รอดและเกิดความยั่งยืนในการทำธุรกิจ จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างพยายามหาแนวทางในการสร้างความอยู่รอดอย่างยาวนาน ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนหมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นอย่างมาก อีกทั้ง จุดแข็งของสินค้าคือการมีวัตถุดิบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และอยู่ใกล้ชุมชน ส่งผลให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพนี้ และเพื่อให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านเหล็กน้ำพี้สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในการประกอบธุรกิจ ดังนั้น การสร้างความแตกต่างและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การพัฒนาและการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ใหม่ ๆ จะส่งผลต่อการเกิดความสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานที่ดี มีคุณภาพ อีกทั้ง การสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จะเป็นช่องทางในการสร้างความได้เปรียบกว่าคู่แข่งขันและสามารถเป็นช่องทางในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น ดึงดูดให้ผู้บริโภคและผู้คนที่พบเห็นนั้นเกิดความสนใจ และเกิดการตัดสินใจซื้อ
ดังนั้น การดำเนินการตามโครงการครั้งนี้ เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าชุมชน หมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ อ. ทองแสนขัน จ. อุตรดิตถ์ คณะผู้ดำเนินการมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ จึงค้นหาช่องทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในระดับที่สูงขึ้น การตามโครงการจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2557 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.ซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านเหล็กน้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
เริ่มต้นด้วยวิทยากรท่านที่ หนึ่ง ท่านอาจารย์ชนทิรา ไทยพยัคฆ์ ตำแหน่งรองคณบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ได้กล่าวถึง แนวทางการพัฒนาธุรกิจชุมชน โดยเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าชุมชน คือ การผลิตลูกประคำ ซึ่งถือเป็นของฝากหรือของที่ระลึกซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป อีกทั้ง ยังได้กล่าวเกี่ยวกับเหตุผลและความจำเป็นที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งตามทฤษฎีทางด้านบริหารอธิบายว่า สินค้าแต่ละชิ้นย่อมมีอายุ และวงจรชีวิตที่สั้น ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตและขายสินค้าสู่ท้องตลาดได้อย่างต่อเนื่องจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งหาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีความหลากหลายและสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ รวมถึง เพิ่มอรรถประโยชน์ในด้านการนำไปใช้ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง ของขลัง หรือ เครื่องประดับ ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันได้มีการพัฒนาให้เกิดความหลากหลายในการใช้งาน ซึ่งหากนำแนวคิดนั้นมาเผยแพร่ให้กับผู้ประกอบการ จะส่งผลต่อการความริเริ่มสร้างสรรค์และสานต่อความรู้ในการพัฒนาสินค้าในอนาคตต่อไป
ค่าใช้จ่าย : 16,640
จำนวนผู้รับบริการ : 16
ปัญหาอุปสรรค : วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำเครื่องประดับมีข้อจำกัด เนื่องจากตอนหลอมมีอุณหภูมิที่สูงมาก ทำให้ไม่สามารถเจาะรูเหล็กน้ำพี้ได้ เลยไม่สามารถนำมาร้อยได้ง่ายๆ ทำให้สร้างสรรงานได้อย่างมีขีดจำกัด
แนวทางแก้ไข : ปรึกษาหารือ ร่วมกันหาแนวทางที่จะทำให้สามารถนำมาสร้างเครื่องประดับในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น นำใส่บล๊อคเงิน สร้างห่วงที่ติดกับลูกประคำ เป็นต้น
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20141022046451.pdf
2558300,000|200,000|200,000|ใช้หมด20163241521581.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1212]   วันที่รายงาน  [3/4/2558]

ลงพื้นที่เพื่อเตรียมการและการประชุมกลุ่มย่อย การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ระฆัง ซึ่งดำเนินการได้ดังนี้
1.       ทดลองผลิตโมเดลตัวอย่าง โดยดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นและขึ้นรูป (อาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ สาขาศิลปกรรม) และให้นำเสนอโมเดลตัวอย่างเพื่อพิจารณาร่วมกันระหว่างคณะผู้ทำงานและกลุ่มผู้ประกอบการ
2.       จัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อนำเสนอโมเดลระฆัง ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย คณะผู้ทำงาน จำนวน 3 คน ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ จำนวน 3 คน และ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 1 คน
3.       หาข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่า จะทำการผลิตระฆังใน 3 ขนาด โดยควรเพิ่มอัตลักษณ์ของจังหวัดเข้าไป คือ เพิ่มพระยาพิชัยดาบหักไปบนระฆัง เพื่อผลิตและจะขายสินค้าในอนาคต

ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 4
ปัญหาอุปสรรค : ระหว่างดำเนินการปั้นโมเดลด้วยขี้ผึ้ง ทำให้ระฆังขาดความคมชัดของลวดลาย จึงพยายามหาทางแก้ไขด้วยการสั่งซื้อดินสำหรับใช้ปั้นเป็นโมเดลแทน แต่ปัญหาก็คือ ต้องทำการสั่งซื้อจากกทม. ซึ่งดินมีราคาถูกแต่ค่าขนส่งแพงจึงไม่คุ้มทุน
แนวทางแก้ไข : จะปรึกษากับอาจารย์ที่สอนที่กทม. หรืออาจจะทำการจ้างผลิตโมเดล
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1319]   วันที่รายงาน  [5/7/2558]

รายงานครั้งที่ 2

         การทดลองผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ "ระฆัง" ภายหลังจากการดำเนินการร่วมกันระหว่างอาจารย์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาการจัดการ ในการร่วมกันออกแบบระฆังที่สร้างความโดดเด่น และการมีเอกลักษณ์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการทดลองมีการลองผิดลองถูก โดยขั้นตอนแรก เริ่มต้นจากอาจารย์ศิลปะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นลักษณะของการปั้นโมเดลด้วยขี้ผึ้ง แต่มีจุดอ่อนคือการแกะลายพ่อพระยาพิชัยดาบหักไม่มีความความชัดเจน ทางทีมงานจึงร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาซึ่งได้ดำเนินการติดต่อกับอาจารย์คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้างโมเดลแบบ 3D ซึ่งจะเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สรุปประมาณการค่าใช้จ่าย
          ค่าจ้างเหมาออกแบบผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง                        55,000 บาท
         ค่าวิทยากร (2 คน x 600 บาท x 4 ชม.ต่อคน x 2 วัน)        9,600 บาท
         ค่าอาหารและอาหารว่าง (20 คน x 130 บาท)                   2,600 บาท
         ค่าเบี้ยเลี้ยง (5 คน x 240 บาท)                                       1,200 บาท
         ค่าจ้างเหมารถตู้                                                              2,500 บาท
        รวมทั้งสิ้น                                                                    70,900 บาท

ค่าใช้จ่าย : 70,900
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : ปัญหาและอุปสรรค
ผลงานที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ ขาดความคมชัดของลวดลาย ความเปราะบางของผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ

แนวทางแก้ไข : แนวทางการแก้ไข
ขอความร่วมมือจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและคณะมนุษยศาสตร์ฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทำการลองผิดลองถูกเพื่อให้ได้สินค้าที่ต้องการ

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1320]   วันที่รายงาน  [5/7/2558]

รายงานครั้งที่ 3          การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดลองตลาด โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบเพื่อเตรียมทดลองจำหน่ายภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

สรุปประมาณการค่าใช้จ่าย

          ค่าต้นแบบผลิตภัณฑ์และการทดลองตลาด           50,000 บาท
         ค่าอาหารและอาหารว่าง (20 คน x 130 บาท)         2,600 บาท
         ค่าเบี้ยเลี้ยง (5 คน x 240 บาท)                             1,200 บาท
         ค่าจ้างเหมารถตู้                                                    2,500 บาท
              รวมทั้งสิ้น                                               56,300 บาท

ค่าใช้จ่าย : 56,300
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : ปัญหาและอุปสรรค
สินค้ายังไม่สามารถจำหน่ายได้เท่าที่ควร เนื่องจากสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้า

แนวทางแก้ไข : แนวทางการแก้ไข
ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมการตลาดด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และการยอมรับจากลูกค้า

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1414]   วันที่รายงาน  [29/9/2558]


ทำการผลิตระฆังพร้อมแพ็กเกจออกจำหน่าย และดำเนินการสื่อสารการตลาดให้ระฆังเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางการตลาดออนไลน์ คือ เฟสบุ๊ค และไลน์  ซึ่งถือเป็นช่องทางการตลาดสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และดำเนินการคืนข้อมูลและส่งเสริมให้เกิดการสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน


ค่าใช้จ่าย : 52,800
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการผลิตและหาแพ็กเกจที่เหมาะสมให้กับระฆัง จึงทำให้ยังไม่สามารถจำหน่ายได้จริง
แนวทางแก้ไข : เร่งผู้ผลิตให้ผลิตระฆังให้ทันกับระยะเวลาการดำเนินโครงการ
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates