หมู่บ้านมัดหมี่กี่ล้านช้าง

ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์มัดหมี่ หมู่ที่ 1 ต.นาขุม อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์
สถานะหมู่บ้าน : อยู่รอด

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2556300,000|220,000|220,000|ใช้หมด201324947431.pdf201310151318351.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=508]   วันที่รายงาน  [29/3/2556]
1. ผู้รับผิดชอบโครงการได้ลงพื้นที่กลุ่มทอผ้ามัดหมี่กี่ล้านช้าง ต.นาขุม อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2555 ประชุมร่วมกับกลุ่มและอบต.นาขุม โดยประสานงานผ่านอบต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ทำให้ทราบถึงปัญหาของกลุ่มและแนวทางในการดำเนินงานผลิตผ้าทอมัดหมี่
2. ได้ทราบความต้องการของกลุ่มและการพัฒนากลุ่มในด้านต่าง ๆ
3. หัวหน้าโครงการได้เข้าร่วมประชุม ระหว่างวันที่ 21-23 กพ.56 ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กทม. เรื่อง กระบวนการในการจัดทำคู่มือคลินิกเทคโนโลยี และแนวทางการดำเนินกิจกรรมขยายหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2556
ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : 1. การเดินทางลงพื้นที่เก็บข้อมูลใช้ระยะเวลาเดินทางปกติไป-กลับ 6 ชม.
2. สภาพภูมิประเทศในอ.บ้านโคก ส่วนใหญ่เป็นทางคดเคี้ยวและอ.บ้านโคกติดกับชายแดนลาว ประกอบกับวันที่ลงพื้นที่ฝนตกตลอดวันทำให้ลำบากในการเดินทาง
3. ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาลาวพวน การสื่อสารบางครั้งใช้ภาษาท้องถิ่นจึงเข้าใจไม่ตรงกัน
4. การจัดกิจกรรมในไตรมาสที่ 2 จะจัดในเดือนเมษายน 2556 อยู่ระหว่างเตรียมการพัฒนากระบวนการผลิตและพัฒนากระบวนการบริหารจัดการกลุ่ม
แนวทางแก้ไข : 1. ใช้เวลาลงพื้นที่จัดกิจกรรม 3 วันขึ้นไป
2. จัดกิจกรรมไตรมาส 2 ในช่วงเดือนเมษายน
3. การสื่อสารใช้ภาษาเหนือเพื่อสร้างความคุ้นเคยและสื่อสารกันเข้าใจมากขึ้น
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013751639581.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=552]   วันที่รายงาน  [18/4/2556]
แผนกิจกรรมหมู่บ้านมัดหมี่กี่ล้านช้างค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013418955121.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=685]   วันที่รายงาน  [5/7/2556]
1. กลุ่มมีทัศนคติ วิธีคิด วิธีการทำงาน ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. กลุ่มมีบรรยากาศในการทำงานร่วมกันดีขึ้น และช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน
3. กลุ่มมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการกลุ่ม และมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน
4. กลุ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีเบื้องต้น บัญชีรายรับรายจ่ายมากขึ้น
5. กลุ่มมีความรู้ความเข้าใจในด้านการตลาด ช่องทางการตลาด มาตรฐานในการผลิต มากขึ้น
ค่าใช้จ่าย : 63,000
จำนวนผู้รับบริการ : 41
ปัญหาอุปสรรค : 1. พื้นที่ห่างไกล จึงใช้ระยะเวลาการเดินทางการจัดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีนาน
2. จัดโครงการในช่วงฤดูฝน ทำให้กำหนดการโครงการอบรมไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด
3. จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

แนวทางแก้ไข : 1.หลังจากดำเนินโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ทีมงานได้ประชุมวางแผนร่วมกับกลุ่มในการดำเนินการโครงการครั้งต่อไป ทุก ๆ ครั้ง
2. ขยายระยะเวลาการอบรมให้เหมาะสม โดยยึดเนื้อหาในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ครบถ้วนตามกำหนดการ เช่น ขยายเวลาในช่วงเย็น
3.ทางผู้ดำเนินงาน ได้จ่ายค่าตอบแทนเพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้กับสมาชิกในการเข้าร่วมอบรม และได้มอบค่าวัสดุในการทอผ้าให้กลุ่ม หากจำนวนผู้เข้ารับการอบรมเป็นไปตามเป้าหมายในการอบรมแต่ละครั้ง
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=716]   วันที่รายงาน  [17/7/2556]
อรมสัมมนาเรื่อง “ การพัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตผ้าทอมัดหมี่ตาบลนาขุม อาเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์” ระหว่างวันที่ 20 - 21 พฤษภาคม 2556 เพื่อให้กลุ่มสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการทอผ้ามัดหมี่สามารถดาเนินการผลิตในระดับอุตสาหกรรม มีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดรวมทั้งพัฒนากี่กระตุกให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสามารถนามาใช้งานได้ โดยมีวัตถุประสงค์
1 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านกระบวนการผลิตเบื้องต้นและการปรับปรุงกี่กระตุกและอุปกรณ์การผลิต
2 เพื่อให้กลุ่มสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการทอผ้ามัดหมี่ได้
3 เพื่อให้กลุ่มสามารถดาเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ในระดับอุตสาหกรรมได้
4 เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและความต้องการของตลาด
5 เพื่อพัฒนากี่กระตุกให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสามารถนามาใช้งานได้
จัดอบรม 2 วัน มีผู้เข้ารับการอบรม 50 คน

รูปแบบในการถ่ายทอดเทคโนโลยี
1 ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบของการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มผ้าทอมัดหมี่ตาบลนาขุม อาเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยผู้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมทุกคนได้ลงมือปฏิบัติ โดยแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละ 10 คน ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กระบวนการผลิตการเตรียมเส้นพุ่งและการมัดหมี่
กลุ่มที่ 2 การย้อมไหม การเตรียมเส้นยืน
กลุ่มที่ 3 การทอผ้า
2 จัดแสดงผลงานความสาเร็จในการผลิตผ้าทอมัดหมี่ของกลุ่ม
3 เนื้อหาวิชาของหลักสูตร
- ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ผ้าทอมัดหมี่
- กระบวนการผลิตผ้ามัดหมี่และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- การทดลองกระบวนการผลิตผ้ามัดหมี่
- ทดสอบและวิเคราะห์คุณภาพของผ้ามัดหมี่

การติดตามผล
ทีมงานได้ติดตามประเมินผลความสาเร็จของโครงการในวันที่ 30 เมษายน และ 1-2 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมาในเรื่องของ การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการกลุ่มหมู่บ้านมัดหมี่กี่ล้านช้าง โดยได้สัมภาษณ์กับสมาชิกกลุ่ม คือ ประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม เหรัญญิก สรุปได้ว่า จากการถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่ม ทางกลุ่มได้นาไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในส่วนของโครงสร้างองค์กร การบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายให้มีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น และในการประชุมแต่ละครั้งมีการจดบันทึกประชุมทุกครั้ง และกลุ่มมีความเข็มแข็งในการทากิจกรรมมากขึ้น มีความร่วมมือกันทางาน มีความโปร่งใสในการทางานสามารถตรวจสอบได้

ความพึงพอใจ
ในการจัดกิจกรรมต่อโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านมัดหมี่กี่ล้านช้าง” เรื่อง การพัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตผ้าทอมัดหมี่ตาบลนาขุม ที่มีค่าเฉลี่ยมากเป็นอันดับแรก ได้แก่ ด้านการนาความรู้ที่ได้รับจากกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.45) รองลงมา ได้แก่ ด้านความรู้และความเข้าใจที่ได้จากการเข้ารับการอบรมโดยรวม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.29) และรองลงมา ได้แก่ ความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการโดยรวม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.21) ตามลาดับ

1. ปัญหาและอุปสรรค์ในการร่วมโครงการ
ควรมีการจัดให้มีการศึกษาดูงานซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการการพัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตผ้าทอมัดหมี่ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดอบรมเพื่อทาให้มีความรู้เพิ่มเติม
2. ข้อเสนอแนะ
อยากให้โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านมัดหมี่กี่ล้านช้าง” เรื่อง การพัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตผ้าทอมัดหมี่ตาบลนาขุมทาโครงการที่ต่อเนื่องและมีการติดตาม ตรวจสอบ เพื่อทราบความเป็นไปและสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดรายงานผลการอบรมตามไฟล์ที่แนบ
ค่าใช้จ่าย : 53,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20137171322431.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=717]   วันที่รายงาน  [17/7/2556]
จัดอบรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจาหน่ายในเชิงพาณิชย์ระหว่างวันที่ 26 -27 มิถุนายน 2556 เวลา 08.00 น. - 17.00 น. ณ ศูนย์จาหน่ายผลิตภัณฑ์มัดหมี่ หมู่ 1 ตาบลนาขุม อาเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
ซึ่งได้พัฒนาให้กลุ่ม มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นและดึงดูดให้ผู้บริโภคมีความสนใจในการที่จะซื้อสินค้าและมีการจัดจาหน่ายสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ
1 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่
2 เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด
3 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดจาหน่ายสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
4 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นและดึงดูดให้ผู้บริโภคมีความสนใจในการที่จะซื้อสินค้า

โดยการจัดประกวดการออกแบบโลโก้ของสมาชิกภายในกลุ่ม ทั้งนี้มีสมาชิกกลุ่มได้ร่วมกันออกแบบลายผ้าเพื่อเป็นภาพประกอบในโลโก้ จานวน 31 ผลงาน
วิทยากรจะเลือกภาพที่กลุ่มคัดเลือกแล้วจานวน 3 ผลงานมาเป็นแบบในการออกแบบภาพกราฟิกบนโลโก้ และจะนามาให้กลุ่มเลือกจาก 3 รูปแบบให้เลือกเพียง 1 รูปแบบเพื่อนามาใช้จริงในการจัดทาโลโก้ ผลงานที่ผ่านการคัดเลือก 3 ผลงาน ได้แก่
1. นางเจียมเกรง คาแสน ผลคะแนน 21 คะแนน เลือกใช้ลวดลายดอกกระถิน เป็นลายพื้นบ้านโบราณ ใช้สีฟ้าซึ่งเป็นสีประจากลุ่มเป็นสีหลัก
2. นางวันดี ผลคะแนน 15 คะแนน เลือกใช้ลวดลายไทยพื้นบ้าน ซึ่งเป็นลายที่เก่าแก่มากว่า 30 ปี ใช้พื้นสีฟ้าเป็นสีประจากลุ่มและใช้ลายขอบเป็นสีเหลือง
3. นางสมศรี อินอ่อน ผลคะแนน 10 คะแนน เลือกใช้ลวดลายประยุกต์จานวน 3 ลาย ได้แก่ ลายมะจับ (กระจับ) หรือดาวกระจาย ผสมเอี้ย และผสมลายทางรถไฟ

บรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์แบบเดิมของกลุ่มเป็นถุงกระดาษสีน้าตาล ขาดความเป็นเอกลักษณ์ สี ข้อความและจุดเด่น มีต้นทุน 6 บาทต่อถุง ราคาขายผ้าทอมัดหมี่ 250 บาทต่อผืน ทั้งนี้ทีมวิทยากรได้นำเสนอบรรจุภัณฑ์ 4 แบบให้ทางกลุ่มเลือก และทางกลุ่มเลือกแบบที่ 3 วัสดุกล่องกระดาษพิมพ์ลาย มีหน้าต่างและมีหูหิ้วแบบเชือกยึดติดกับกล่อง ใช้วิธีการพับผ้าทอมัดหมี่ใส่กล่อง

1. ปัญหาและอุปสรรค์ในการร่วมโครงการ
ควรมีการจัดให้มีการศึกษาดูงานตามโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจาหน่ายในเชิงพาณิชย์ เพื่อทาให้มีความรู้เพิ่มเติมและเห นสิ่งที่เป็นจริงในการพัฒนางานตนของเองต่อไป
2. ข้อเสนอแนะ
อยากให้โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านมัดหมี่กี่
ล้านช้าง” เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจาหน่ายในเชิงพาณิชย์ทาโครงการที่ต่อเนื่องและมีการติดตาม ตรวจสอบ เพื่อทราบความเป็นไปและสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ


รายละเอียดรายงานผลการอบรมตามไฟล์ที่แนบ
ค่าใช้จ่าย : 43,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20137171331541.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=739]   วันที่รายงาน  [11/9/2556]
ถอดบทเรียน (KM) คืนความรู้สู่ชุมชน

1. การทบทวนหลังปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR)
ในวันที่ 1 - 2 สิงหาคม 2556 ได้เชิญกลุ่มผ้าทอมัดหมี่ตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้ามาร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ในวันสถาปนามหาวิทยาลัย ซึ่งในงานทางกทีมได้จัดนิทรรศการของกลุ่มและมีการจำหน่ายผ้าทอมัดหมี่ของกลุ่ม และทางกลุ่มได้นำผ้ามัดหมี่ที่ทอเป็นผืนมาประยุกต์เป็นกระเป๋า หมอนอิง ผ้าเช็ดหน้า เพื่อเพิ่มมูลค้าให้กับผ้าทอมัดหมี่ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากจากผู้ที่มาชมและมาซื้อผ้าทอ ทางทีมผ้ามัดหมี่กี่ล้านช้างจึงได้ถอดบทเรียน (KM) เพื่อนำมาปรับปรุงในการดำเนินงานในครั้งต่อไป ดังนี้

2.1 จากการที่ทีมอาจารย์ได้ไปลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการผ้าทอมัดหมี่กี่ล้านช้าง ท่านไดรับประโยชน์อะไรบ้างจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้
2.1.1 เรื่อง การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการกลุ่มหมู่บ้านมัดหมี่กี่ล้านช้าง
ทางกลุ่มฯ ได้ชี้แจงว่าในตอนที่คณะอาจารย์ยังไม่มาในการทำบัญชีรายรับรายจ่ายยังไม่ชำนาญและทำยังไม่ถูกต้อง ต่อมาคณะอาจารย์ได้มาให้ความรู้จึงได้มีการปรับปรุงระบบการลงบัญชีรายรับรายจ่ายดีขึ้น โปร่งใสขึ้น ตรวจสอบได้ ในส่วนโครงสร้างการบริหารจัดการกลุ่มได้ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมและถนัดของแต่ละคน (put the right man on the right job at the right time) ในช่วงแรกรู้สึกท้อแท้ ไม่มีกำลังใจในการทอ เพราะไม่มีตลาด ไม่รู้จะทอไปทำไม จึงหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน เพราะรายได้ดีกว่า หน่วยงานราชการน้อยมากที่เข้าไปช่วยเหลือ แต่ขณะนี้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น กระตือรือร้นมากขึ้น เพราะมีทีมอาจารย์เข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่ม
2.1.2 เรื่อง การพัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตผ้าทอมัดหมี่ตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
ทางกลุ่มได้รับความรู้ในกระบวนการผลิตและจะมีการพัฒนารูปแบบการผลิตที่หลากหลาย มีแบบและลายใหม่ ๆ และทันสมัย จากวิทยาการ เพราะอยากให้ผ้าทอมัดหมี่ของตำบลนาขุมเป็นผ้าที่มีความต้องการของตลาดและมีมาตรฐานสากล
2.1.3 เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
ทางกลุ่มได้รับความรู้และเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น บรรจุภัณฑ์ ลายผ้ามัดหมี่ ตราสินค้า และได้มีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นในการออกแบบ โลโก้และเลือกบรรจุภัณฑ์อีกด้วย

2.2 สิ่งที่ทางกลุ่มต้องการมีอะไรบ้าง
- ทางกลุ่มมีความต้องการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย เช่น ผลิตเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป หมอน กระเป๋า กระเป๋าสตางค์ รองเท้า พวงกุญแจ ฯลฯ
- พัฒนาลวดลายใหม่ และทันสมัยมากขึ้น
- พัฒนาบรรจุภัณฑ์
- ต้องการคนตัดเย็บเสื้อผ้าในกลุ่มให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันทางกลุ่มมีแต่การทอเป็นผืนอย่างเดียว
- ต้องการทำ logo ตราสินค้าของกลุ่มเพื่อเป็นอัตลักษณ์ของกลุ่ม
- ต้องการ web site ของกลุ่ม

2.3 สิ่งที่จะต้องการให้ทางทีมฯ ปรับปรุงมีอะไรบ้าง
ไม่มี เพราะทางทีมอาจารย์ได้มาให้ความรู้และอยากให้มีโครงการแบบนี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพราะหมู่บ้านจะได้พัฒนาและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

2.4 กลุ่มต้องการให้ทางมีอาจารย์เข้าไปพัฒนาอะไรอีกบ้าง ส่วนไหน อย่างไร
- ทางกลุ่มมีความต้องการให้คณะอาจารย์เข้าไปสร้างความเข็มแข็งให้กับกลุ่มให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
- พัฒนาให้กลุ่มสามารถเข้าสู่อาเซียนให้ได้

2.5 ข้อเสนอแนะในการจัดทำโครงการ
- ทางกลุ่มต้องการให้พาไปศึกษาดูงานและพัฒนากลุ่มให้ดีขึ้น
- ต้องการให้ทำโครงการแบบต่อเนื่อง
- อบรมการเป็นวิทยากรเพื่อที่จะได้ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนในโรงเรียน เพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไป
- จัดทำคู่มือ เอกสาร เผยแพร่องค์ความรู้ให้กับหมู่บ้านเพื่อที่จะสามารถนำไปถ่ายทอดได้

2.6 ปัญหาที่พบในการจัดทำโครงการ
ระยะทางในการเดินทาง
ค่าใช้จ่าย : 21,000
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค : ระยะทางในการเดินทาง
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2557300,000|250,000|250,000|ใช้หมด2014430153141.pdf2015316101751.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=912]   วันที่รายงาน  [25/6/2557]
ในวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ทางทีมอาจารย์ผ้ามัดหมี่กี่ล้านช้าง ได้สนทนาและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มระหว่างการเดินทาง เกี่ยวกับการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคในการทอผ้า การทอผ้าไม่ต่อเนื่อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงของฤดูการทำนา ทางกลุ่มจึงเลือกการทำนาก่อนเพราะเป็นอาชีพหลัก ส่วนในการดำเนินการอื่น ๆ ก็ไม่มีปัญหา แล้วจึงได้วางแผนการในการที่จะเข้าร่วมโครงการในงาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ IP,Innovation and Technology Expo : IPITEx 2014” ระหว่างวันที่ 18 -20 กรกฎาคม 2557 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
จากการไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่มหมู่บ้านหม่อนไหมแพรวา บ้านหนองช้างแพรวา ต. หนองช้าง อ. สามชัย จ.กาฬสินธุ์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุจติรา สราวิช จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ และกลุ่มป้าประกอบ ปัญจิตร ในวันที่ 20 มิถุนายน 2557 สิ่งที่ได้รับจากการดูงาน มีดังนี้
1. แนวคิดการบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็ง
2. การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
3. การวางแผนงานทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
4. กระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงไหม การทอ การจัดเก็บลวดลายที่ได้มาตรฐาน การย้อมผ้าสีธรรมชาติ วัสดุที่ใช้ในการย้อมผ้า
5. การมีส่วนร่วมในชุมชน
6. การสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อยกระดับสินค้า
7. การทำสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ
8. การสร้างเรื่องราว (story) บนลายผ้า
9. การพัฒนาช่องทางการตลาดและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า
10. ได้แนวคิดในการฝึกความกล้าแสดงออกของกลุ่ม โดยเฉพาะการพูด การเป็นวิทยากร
ในวันที่ 21 มิถุนายน 2557 ได้เข้าไปศึกษาดูงานที่จังหวัดสกลนคร โดยอาจารย์ภัทรวรรธน์ ถาวรไพศาลชีวะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อาจารย์แอ้ว ได้พาพวกเราไปพบท่านพระอาจารย์ ดร. ฉัฐกรณ์ ที่เขี่อนน้ำอูน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร จากนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เมื่อท่านพระอาจารย์ถามถึงปัญหาต่าง ๆ ของกลุ่ม พระอาจารย์ได้ชี้แนะแนวทางให้กับทางกลุ่ม ดังนี้
1. การปรับเปลี่ยนวิธีการคิดและกระบวนการคิดใหม่ เช่น เปลี่ยนความคิดพื้นฐานเดิม เป็นความคิดใหม่ ๆ ทันสมัย เช่น การเพิ่มมูลค่าของสินค้า การเพิ่มรูปแบบ การเพิ่มสีสันลงไปในผ้า การเพิ่มการมัดย้อม การย้อมสีแปลก ๆ เพื่อที่จะได้กลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ การผสมสีใหม่ การปรับเปลี่ยนสี การแปรรูป แปลงสภาพ
2. ได้รับความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง การเลี้ยงหมูหลุม การปลูกข้าวอินทรีย์ในท่อ
3. ได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พัฒนาแล้ว การทำโลโก้สินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่ายบ่ายของวันที่ 21 มิถุนายน 2557 ได้ไปดูงานที่กลุ่มผ้าย้อมคราม ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครชองแม่คำพูน สุราชวงค์ โดยมีอาจารย์ภัทรวรรธน์ ถาวรไพศาลชีวะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เป็นผู้นำทาง และกลุ่มนี้พวกเราได้รับความรู้เยอะมากเป็นกัน ดังนี้
1. ได้เรียนรู้และศึกษาการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เพราะเราจะจัดตั้งในปีที่ 3
2. ได้เรียนรู้ ได้เห็นการย้อมคราม การมัดลวดลาย การมัดย้อม การทอผ้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแปรรูปผลิตภัณฑ์
3. ได้เห็นการพูดของประธานกลุ่ม ซึ่งทางกลุ่มสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการเป็นวิทยากรกลุ่มได้
ค่าใช้จ่าย : 61,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : 1. ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าถาม
2. ระยะเวลาในการเดินทาง (ไกลมาก)
3. งบประมาณเกินกว่าที่ทางกระทรวงฯ กำหนดให้
4. ปัญหาดินฟ้าอากาศ (ฝนตก)
5. ทางทีมผ้ามัดหมี่ฯ ไม่สามารถพากลุ่มไปดูงานได้ถึงจำนวน 50 คน เพราะระยะทางและมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ

แนวทางแก้ไข : 1. ปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของกลุ่มและตามที่วิทยากรได้แนะนำเพราะทางกลุ่มจะได้ประโยชน์จากการถ่ายทอดโดยตรง โดยการเชิญ พระอาจารย์ดร. ฉัฐกรณ์ ที่เขี่อนน้ำอูน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร มาเป็นพระวิทยากรในการบรรยายให้กับทางกลุ่มเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและปรับวิธีคิดและแนวความคิดใหม่ ในเรื่องของ เทคนิคการมัดย้อม เทคนิคการผสมสี การออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างเรื่องราว (Story) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มีความหลากหลาย
2. ฝึกอบรมการเป็นวิทยากรกลุ่ม

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1023]   วันที่รายงาน  [27/8/2557]
จัดทำโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑื และสร้างเรื่องราว (Story) บนผืนผ้า ตำบลนาขุม อำเภอ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้กับกลุ่มทอผ้ามัดหมี่กี่ล้านข้าง ตำบลนาขุม จำนวน 28 คน มีผลการดำเนินงาน ดังนี้
1. ผู้เข้าร่วมกับอบรมสัมมนา ได้ปฏิบัติงานจริง ในเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ การตัดเย็บ การสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีหลายรูปแบบได้ และได้มีกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมในเรื่องของการตัดเย็บเพิ่มอีก 3 คน
2. ตัวอย่าง เช่น การเย็บกระเป๋าจากผ้าขาวม้าลายสีแดง เติมแต่งลูกไม้ เพื่อทำให้กระเป๋าดูสวยงามขึ้น การเลือกซื้อวัสดุตกแต่งให้ซื้อวัสดุเป็นกิโล จะทำให้ต้นทุนถูกลง การเปลี่ยนสี เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ไหมประดิษฐ์ มีกี่ยี่ห้อ ควรมีการทดลองย้อมตัวอย่างเก็บไว้เป็นต้นแบบ และใช้เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์สีย้อมไหมที่ใช้อยู่ การย้อมสี ควรมีการวัดปริมาณน้ำให้เท่ากันในการย้อมผ้าแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันการย้อมสีเพี้ยนในแต่ละครั้ง กระบวนการออกแบบและดัดแปลง ลวดลายและสี ทำการประยุกต์จากลวดลายเดิมเพิ่มเติมและดัดแปลงสีสันให้แปลกขึ้น
การตัดเย็บ ถ้ามีโอกาส พระอาจารย์จะเข้ามาอบรมความรู้ให้ในโอกาสต่อไป
การนำไปใช้งาน ก่อนการเลือกผ้าถุง ผู้บริโภคจะคำนึงความถี่ในการใช้งาน การทำงานไม่ควรทำตามความชอบของผู้ผลิต แต่ควรเลือกผลิตตามความต้องการของผู้บริโภค

ค่าใช้จ่าย : 60,000
จำนวนผู้รับบริการ : 28
ปัญหาอุปสรรค : 1. ระยะทางในการเดินทางของวิทยากร เพราะต้องไปรับวิทยากรที่เขียงใหม่ เหตุผลคือ จังหวัดอุตรดิตถ์ไม่มสนามบิน
2. ดินฟ้าอากาศ ฝนตกทุกวัน
3. ผู้เข้าร่วมอบรมไปทำอาชีพหลักเป็นส่วนใหญ่ เช่นเก็บข้าวโพด ปลูกข้าว
แนวทางแก้ไข : เปลี่ยนเวลาในการจัดอบรมและเชิญขวนให้กลุ่มที่สนใจเข้าร่วมการอบรมสัมมนา
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1024]   วันที่รายงาน  [27/8/2557]
จัดอบรมเทคนิคกมัดย้อม เทคนิคการผสมสีผ้ามัหมี่ให้เกิดลวดลายที่แตกต่าง ในวันที่ 20-22 สิงหาคม 2557 ที่ตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีผลการดำเนินงานดังนี้
1.กลุ่มสามารถรู้เทคนิคการมัดย้อมที่ทันสมัยและการผสมสีที่แตกต่างจากเดิมได้

เทคนิคการผสมสี
แม่สี มี 3 สี ประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน
สีจำเพาะ ใช้สำหรับเรียก สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ เช่น ม่วงเม็ดมะปราง สีเขียวหัวเป็ด การเรียกชื่อสี ควรเรียกชื่อที่เป็นสากล การเรียกสีจำเพาะอาจทำให้การผสมสีเรียกชื่อสีไม่ถูกต้อง

สีที่ไม่มีและไม่สามารถผสมสีได้ เป็นสีตายตัว ได้แก่ สีขาว สีดำ (มีผสมได้สีอื่น ๆ แต่ไม่ดำสนิท เช่น ดำม่วง ดำน้ำตาล) และสีน้ำตาล (ไม่ใช่สีหลัก)
เสื้อสีสว่าง เรียกว่า สีโทนร้อน
สีเขียวจัด เป็น โทนเย็น แต่เมื่อมีการผสมสีขาวลงไปมากเกิน (สีเขียวยอดใบตอง) จะเรียกว่า โทนสีสว่าง
การส่งเสริมการขาย โดยดูจากสีผิว เป็นหลัก เช่น คนผิวสีคล้ำ ควรแนะนำให้เลือกเสื้อผ้าสีสว่าง
สีโทนมืด หากต้องการสีเขียวอ่อน ซึ่งไม่มีสีสำเร็จขายตามท้องตลาด โดยต้องทำการผสมสีใหม่ สีน้ำเงินกับสีเหลือง ผสมกันเป็นสีเขียว ซี่งได้เป็นสีเขียวเข้ม หากต้องการให้สีเขียวเข้มกลายเป็นสีเขียวอ่อนลงให้ผสมสีเหลืองในปริมาณที่มากขึ้น
การสร้างความแตกต่างของผ้าทอมัดหมี่โดยใช้เทคนิคการผสมสี การย้อมสีให้เกิดความแตกต่างจากสีสำเร็จที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป การเน้นสีสว่างเพื่อเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยทำงานให้มากขึ้น มากกว่าย้อมสีผ้าทอผ้ามัดหมี่ตามความต้องการของผู้ผลิตซึ่งเป็นวัยชราและนิยมย้อมสีผ้ามัดหมี่เป็นโทนมืด ทำให้สินค้าไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
ทดลองปฏิบัติการเทคนิคการผสมสี
1. สีเขียวเบอร์ 23 + สีเหลืองทอง = ได้สีเหลืองทอง แต่ไม่ใช่สีเหลืองสด
2. สีม่วง + สีส้ม + สีเหลืองทอง = ส้มแดง
3. สีน้ำเงิน + สีแดง = สีม่วง
4. สีแดงสดเบอร์ 1 + สีเหลืองทอง (ปริมาณมากกว่า) = สีส้มสดกว่า
5. สีน้ำเงิน + สีแดง = สีม่วง (ทำให้สีมืด) ให้หลีกเลี่ยง เพื่อให้สีสว่างขึ้น
เทคนิคการการย้อมผ้าทอมัดหมี่ เพื่อให้สีสว่างขึ้นให้หลีกเลี่ยงสีโทนมืด
การผสมสี
สี เบอร์ ปริมาณ
(ซอง) สี เบอร์ ปริมาณ
(ซอง) ผลลัพธ์ ภาพประกอบ

เขียว 23 1 น้ำเงิน 5 1/3 สีเขียว-น้ำเงิน
แดงสด 1 1 บานเย็นแก่ 21 1/2 แดงบานเย็น-ชมพู
แดงสด 1 1 ม่วง 19 1/2 ม่วงแดง
(แดงเลือดหมู)
ม่วง 19 1 น้ำเงิน 5 1/2 ม่วงน้ำเงิน
ม่วง 19 1 ฟ้า,แดงสด 4,1 1/3 ม่วงแดง
เหลืองทอง 13 1 แดงสด 1 1/3 ส้มทอง
เหลืองทอง 13 1/3 แดงสด 1 1 ส้มแดง
น้ำตาล 16 1/2 เหลืองทอง 13 1/2 น้ำตาลทอง
เหลืองทอง 13 1/3 แดงสด 1 1 ส้มแดง
ค่าใช้จ่าย : 60,000
จำนวนผู้รับบริการ : 28
ปัญหาอุปสรรค : 1. ความไม่สม่ำเสมอในการผสมสี
2. การควบคุมความร้อนของน้ำในการผสมสี

แนวทางแก้ไข : 1.ให้กลุ่มใช้ถ้วยตวงในการผสมสีกับน้ำ ว่ามีกี่ส่วน
2. สังเกตการใช้ความร้อนของเตา
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1260]   วันที่รายงาน  [30/6/2558]
ปี 2557 การดำเนินงาน
- ผู้ประเมินได้แนะนำในการที่จะพากลุ่มไปศึกษาดูงานให้ไปศึกษาดูงานที่กลุ่มผ้าไหมแพรวา ต.หนองช้าง อ.สามชัย จ.กาฬสินธ์ และกลุ่มผ้าย้อมมูลควาย ต.แร่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ได้แลกเปลี่ยนเรียนเกี่ยวกับประสบกาณณ์และองค์ความรู้ในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และผู้ประเมินได้ให้กลุ่มเล่าถึงประสบการณ์ในการดูงานครั้งนี้ ดังนี้
ป้าวันดี จันทร์รุณ หนึ่งในทีมงานศึกษาดูงานที่ จ.กาฬสินธ์ และจ.สกลนคร ได้เรียนรู้เรื่องการออกแบบลายผ้า การย้อมสีธรรมชาติ และจากการศึกษาดูงานกลุ่มผ้าไหมแพรวา ประธานกลุ่ม เป็นผู้บริหารจัดการกลุ่มและดำเนินงานด้านการตลาด การสังเกตความสวยของผ้า สังเกตจากลักษณะการทอ ริมผ้า
ป้าสมศรี อินอ่อน การหาตลาด โดยการหาตลาดเครือข่าย เช่น การออกบูธนิทรรศการ การใช้บริการหน่วยงานราชการ
วิธีการสร้างเครือข่าย และการกระจายตลาด การนำสินค้าของเครือข่ายมาจำหน่ายด้วย เพื่อสร้างความหลากหลาย และแบ่งปันผลกำไรจากการฝากขายหรือการแบ่งเปอร์เซนต์
การจัดทำบัญชี จากการรวมกลุ่ม และมีการลงหุ้น หุ้นละ 100 บาท โดยมีเงินหุ้น 5,700 บาท สมาชิกจำนวน 60 คน เป็นการออมทรัพย์ การแบ่งปันสิ้นปีหนึ่งครั้ง โดยนำเงินปันผลมาซื้อไหมประดิษฐ์ในการทอผ้า และกำไรที่ได้จากการทอผ้าใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่ม การติดตามการทำงานมีการประชุมประจำเดือน การประชุมหมู่บ้าน การทอผ้าเป็นอาชีพเสริม จะทอผ้าทำเฉพาะช่วงมีนา เมษายน และพฤษภาคม แต่อาชีพหลักทำไร่และทำข้าวโพด
การปรับเปลี่ยนการย้อมสีของป้าหนูละมัย คำปล้อง จากผ้าผืนเดิมเป็นสีค่อนข้างมืด ฟ้าย้อมสีเหลือง กลายเป็นสีเขียว แล้วชายผ้าย้อมเป็นสีบานเย็น เส้นพุ่งสีเหลือง ย้อมสีฟ้ากลายเป็นสีเขียว กลายเป็นสีแดง เส้นยืนสีกลมท่า
จากการศึกษาดูงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ใหม่ในกลุ่มหมู่บ้านหม่อนไหมแพรวาบ้านหนองช้างแพรวา ต.หนองช้าง อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สุจิตรา สราวิช จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์และกลุ่มป้าประกอบ ปัญจิตร
การปรับเปลี่ยนการใช้วัตถุดิบจากไหมประดิษฐ์ เป็นฝ้ายประดิษฐ์ ที่เนื้อสัมผัสนุ่มกว่า และย้อมสีธรรมชาติติดดีกว่า ราคาต้นทุนต่ำกว่าไหมประดิษฐ์ สามารถทำได้มากกว่าไหมประดิษฐ์ในปริมาณที่เท่ากัน จุดอ่อนของกลุ่มไม่มีฝีมือในด้านการตัดเย็บได้ แต่ต้องการทอผ้าส่งให้กลุ่มในหมู่บ้านห้วยไคร้ เพื่อทำการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีจักรอุตสาหกรรมในการเย็บผ้าแต่ไม่มีช่างเย็บผ้า
การสร้างเรื่องราว (Story) บนลายผ้า โดยใช้ชื่อกลุ่มในการสร้างเรื่องราว จากกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ ตำบลนาขุม (ทรัพย์)
อาจารย์ภัทรวรรธน์ ถาวรไพศาลชีวะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ได้พบท่านพระอาจารย์ ดร.ฉัฐกรณ์ ดำรงค์ไทย ที่เขื่อนน้ำอูน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร จากนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เมื่อท่านพระอาจารย์ถามถึงปัญหาต่าง ๆ ของกลุ่ม พระอาจารย์ได้ชี้แนะแนวทางให้กับกลุ่ม ดังนี้
1. การปรับเปลี่ยนวิธีการคิดและกระบวนการคิดใหม่ เช่น เปลี่ยนความคิดพื้นฐานเดิม เป็นความคิดใหม่ ๆ ทันสมัย เช่น การเพิ่มมูลค่าของสินค้า การเพิ่มรูปแบบ การเพิ่มสีสัน
2. การวางแผนงานทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
3. กระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงไหม การทอ การจัดเก็บลวดลายที่ได้มาตรฐาน การย้อมผ้าสีธรรมชาติ วัสดุที่ใช้ในการย้อมผ้า
4. การมีส่วนร่วมในชุมชน
หลังจากนั้นได้ไปศึกษาดูงานที่กลุ่มผ้าย้อมครามตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ของแม่คำพูน สุราชวงค์ โดยมีอาจารย์ภัทรวรรธน์ ถาวรไพศาลชีวะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
1. ได้เรียนรู้และศึกษาการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เพราะเราจะจัดตั้งในปีที่ 3
2. ได้เรียนรู้ ได้เห็นการย้อมคราม การมัดลวดลาย การมัดย้อม การทอผ้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแปรรูปผลิตภัณฑ์
3. ได้เห็นการพูดของประธานกลุ่ม ซึ่งทางกลุ่มสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการเป็นวิทยากรกลุ่มได้และการสร้างเครือข่าย
การนำมาปรับใช้
1 กลุ่มมีความรู้ในการต่อยอดในการบริหารจัดการกลุ่มและกระบวนการผลิตผ้ามัดหมี่ได้
2 กลุ่มสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการทอผ้ามัดหมี่ได้
3 กลุ่มมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น เพราะได้ดู ได้เห็น ได้สัมผัส ได้ถาม
4 กลุ่มสามารถพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและความต้องการของตลาด
5 กลุ่มมีทัศนคติที่ดีและสามารถนำแนวคิดที่ได้จากวิทยากรไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันไป

ค่าใช้จ่าย : 69,000
จำนวนผู้รับบริการ : 28
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2558300,000|250,000|250,000|ใช้หมด2016221328231.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1256]   วันที่รายงาน  [29/6/2558]

ไตรมาสที่ 1 ทางทีมงานผ้าทอมัดหมี่กี่ล้านช้างได้จัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง เทคนิคการมัดย้อม และกระบวนการทอผ้ามัดหมี่ให้เกิดลวดลายที่แตกต่างให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านตะแบกใต้ บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 15 ตำบลไกรในอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัยซึ่งทางทีมงานได้เชิญกลุ่มที่ได้รับการอบรมการเป็นวิทยากรกลุ่มไปเป็นผู้จัดอบรมให้ ในงานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเรื่องของ การทอผ้า เทคนิคการย้อมผ้า กระบวนการทอและมัดหมี่
ระยะเวลาในการอบรม ตั้งแต่วันที่ 13 - 16 ตุลาคม 2557ณ กลุ่มทอผ้าบ้านตะแบบใต้ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

วัตถุประสงค์ คือเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์มัดหมี่ให้เกิดความโดดเด่นเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพสู่ตลาดในภูมิภาคอาเซียน

สิ่งที่กลุ่มอบรมการทำผ้ามัดย้อม (มัดหมี่) ให้คือ
มัดหมี่ เป็นศิลปะการทอผ้าที่เกิดจากการมัดเส้นด้ายหรือเส้นไหม ผูกให้เป็นลวดลายเป็นเปลาะๆ แล้วนำไปย้อมสี ลวดลายที่เกิดขึ้นเกิดจากการซึมของสีไปตามส่วนของเส้นไหมหรือเส้นด้ายที่เว้นไว้ไม่ถูกมัดขณะย้อม เมื่อย้อมสีแล้วแกะเชือกออกจะเกิดเป็นลวดลายตามช่องของการมัดส้นเชือก ดังนั้นหากต้องการมัดหมี่หลายสีก็ต้องทำการมัดย้อมสีหรือเรียก โอบหมี่ โดยมัดเส้นเชือกบริเวณส่วนที่ย้อมแล้วเพื่อรักษาสีที่ย้อมครั้งแรกในบริเวณที่ไม่ต้องการย้อมทับสีใหม่ แล้วนำมาย้อมสีทับหลายครั้งเพื่อให้ได้ลวดลายสีสันตามต้องการ ลักษณะเฉพาะของผ้ามัดหมี่อยู่ที่รอยซึมของสีที่วิ่งตามบริเวณของลวดลายที่ถูกมัด ถึงแม้จะใช้ความแม่นยำในการทอมากเพียงไรก็จะเกิดลักษณะความเลื่อมล้ำของสีบนเส้นไหมให้เห็นแตกต่างกันไป ดังนั้นการมัดหมี่จึงนับเป็นศิลปะบนผืนผ้าซึ่งยากที่จะลอกเลียนให้เหมือนเดิมได้ในแต่ละผืนผ้า 

ขั้นตอนการทำผ้ามัดย้อม (มัดหมี่)

ขั้นตอนที่ 1 ใส่น้ำสะอาดตั้งเตาไฟให้เดือดอุณหภูมิ ประมาณ 98 – 100 องศา เมื่อน้ำเดือนใส่สีเคมีลงในกะละมังย้อม ลายลายน้ำให้ดีแล้วนำด้ายลงย้อมประมาณ 20 นาที ระหว่างการย้อมต้องกลับเส้นด้ายเรื่อย ๆ เพื่อให้สีย้อมซึมเข้าสม่ำเสมอ            
 ขั้นตอนที่ 2 นำเส้นด้ายมัดหมี่ไปล้างในกะละมังน้ำเปล่าเพื่อล้างสีอออกแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง
 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเส้นด้ายมัดหมี่แห้ง แล้วก็นำไปใส่โฮงมัดหมี่เพื่ออบสี โดยการเอาเชือกปอแก้วไปมัดตรงสีที่ได้รับการย้อมแล้ว ต่อจากนั้นแก้มัดที่ต้องการย้อมสีออก แล้วย้อมสีที่สองทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้สีครบตามความต้องการ สีขาวคือสี่แก้มัดครั้งสุดท้าย (การมัดด้ายเป็นวิธีการป้องกันมิให้สีอื่น ๆ เข้าไปติดบริเวณที่มัดไว้)
ขั้นตอนที่ 4 การแก้หมี่ คือ กรรมวิธีแก้เชือกปอแก้วที่ใช้มัดหมี่แต่ละลำออกให้หมด โดยใช้มีดคม ๆ หรือใบมีดโกนชนิดมีด้าม การแก้หมี่จะต้องทำอย่างระมัดระวังอย่าให้มีดถูกเส้นด้ายขาด เมื่อแก้เชือกฟางออกหมดแล้วจะเห็นลายหมี่ที่สวยงามและชัดเจนมาก

ค่าใช้จ่าย : 50,000
จำนวนผู้รับบริการ : 15
ปัญหาอุปสรรค : ปัญหา/อุปสรรค กลุ่มทอผ้าบ้านตะแบกใต้ ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย มีปัญหาเรื่องกรรมวิธี หรือขั้นตอนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ไม่ชำนาญในการทำผ้ามัดย้อม ในการผสมสีผ้ามัดย้อม สีไม่ออกมาตรงตามต้องการ ต้องการรู้กระบวนการในการทำผ้ามัดย้อม
แนวทางแก้ไข : แนวทางการแก้ปัญหา การอบรมเรื่องการทำผ้ามัดย้อม เทคนิคการมัดย้อม และต้องการเรียนรู้กระบวนการในการทำผ้ามัดย้อม (มัดหมี่) ให้เกิดลวดลายและเทคนิคการทอเพื่อให้เกิดความชำนาญ
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1257]   วันที่รายงาน  [29/6/2558]

ไตรมาส 1 ครั้งที่ 2 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมและนิทรรศการทางวิชาการภายใต้ชื่อโครงการ วิทยาการจัดการ สานพันธกิจสัมพันธ์ สร้างสรรค์ชุมชนขึ้น ในวันที่ 3-4 ธันวาคม 2557 ณบริเวณลานชั้น 1 อาคารภูมิราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านวิชาการของคณะวิทยาการจัดการ โดยการนำเสนอผลการดำเนินงานตามอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ที่มีการบูรณาการศาสตร์ของภาควิชาบริหารธุรกิจ ภาควิชาบัญชีการเงินและเศรษฐศาสตร์ และภาควิชานิเทศศาสตร์ ผ่านรูปแบบการจัดนิทรรศการแบบมีชีวิตที่มีการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายของคณะวิทยาการจัดการมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยะบุผลการดำเนินงาน

การบริการวิชาการ วิทยาการจัดการ สานพันธกิจสัมพันธ์ สร้างสรรค์ชุมชนโดยมีรายละเอียดดังนี้ ฉากเป็นการแสดงถึงวัฒนธรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งบูรณาการกับการบริการวิชาการของผ้าทอมัดหมี่ เป็นการทอผ้า ย้อมสี การมัดย้อม โชว์สินค้า ผลิตภัณฑ์จากชุมชน ในคร้้งนี้ ได้เชิญกลุ่มเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมาจัดกิจกรรมนิทรรศการมีชีวิต เช่น การทอผ้ามัดหมี่ การย้อมหมี่ การโว้นหมี่ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งในงานนี้ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมาก และมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก



กลุ่มเป้าหมาย นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป 


ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 100
ปัญหาอุปสรรค : สถานที่แคบเกินไป ฝนตก อุปกรณ์การทอไม่สามารถนำมาแสดงได้ครบ เพราะระยะทางในการขนย้ายไกล เนื่องจากมาจากอำเภอบ้านโคก ห่างจากในตัวเมือง 100 กว่ากีโลเมต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
แนวทางแก้ไข : ให้กับทางกลุ่มมาพักที่ในเมือง 1 คืน
ในการดำเนินการในด้านของการทอผ้าเอาประยุกต์อันเล็กมา จึงจะสะดวกกว่า

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1258]   วันที่รายงาน  [29/6/2558]

ไตรมาส 2 ทางทีมงานได้สนับสนุนงบประมาณจำนวนหนึ่งให้กับกลุ่มไปออก Boot แสดงสินค้ากับทางจังหวัดอุตรดิตถ์ในงากาชาดประจำปีของจังหวัด ทางกลุ่มได้นำสินค้าแปรรูปและผ้าถุงไปจำหน่าย เช่น เสื้อซาฟารีผ้ามัดหมี่ ชุดเดรส เสื้อสตรี กระโปรง ผ้าถุงสำเร็จรูป ฯลฯ ในว้นที่ 8 -16 มกราคม 2558


ค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 100
ปัญหาอุปสรรค : ฝนตกเป็นเวลาหลายวัน ทำให้สินค้าในช่วงแรก ๆ จำหน่ายไม่ได้ แต่ช่วงหลัง ๆ ฝนหยุดตก มีคนเดินในงานมากขึ้น สินค้าเริ่มจำหน่ายได้
แนวทางแก้ไข : เปลี่ยนเวรกันดูแลสินค้าของกลุ่ม
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1404]   วันที่รายงาน  [28/9/2558]

โครงการที่ 1 ในวันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2558 ทางกลุ่มได้เข้าไปพัฒนาศูนย์การเียนรุ้ให้กับทางกลุ่มผ้าทอมัดหมี่กี่ล้านช้าง เพื่อสร้างเป็นหมู่บ้านต้นแบบและสถานที่ศึกษาดูงานที่เป็นแหล่งผ้าทอที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน ในการนี้ทางกลุ่มได้รับความร่วมมือจากทางหน่ายงานของ อบต. โดยเฉพาะพัฒนาชุมชนของตำบลนาขุมและตำบลบานโคกที่ให้ความร่วมมือและช่วยระดมความคิดเห็นในการจัดทำศูนย์เรียนรู้ของชุมชน โดยมีการแบ่งเป็น 2 โซน โซนแรก ทำเป็นห้องจำหน่วยสินค้าที่มาจากผ้าทอมัดหมี่ ผ้าถุงและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้ามัดหมี่และห้องทอผ้า โซนที่สอง เป็นห้องการเรียนรู้ ตั้งแต่กระบวนการทอผ้า การย้อมผ้า การสาวหมี่ การขึ้นกี่ สรุปตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ และจะมีการบอกข้ันตอนการและวิธีการทอผ้า ติดให้กับผุ้ที่สนใจดู มีแคตตาล็อกผ้าให้เลือก และเรื่องราวความเป็นมาของผ้าแต่ละลาย บ่งบอกอย่างขัดเจน



โครงการที่ 2 ได้จัดทำหลักสูตรการทอผ้ามัดหมี่กี่ล้านช้างและแคตตาล็อกลายผ้า เพื่่อต้องการให้หลักสูตรนี้เข้าสู่การศึกษาขึ้นพื้นฐานของโรงเรียนในอำเภอบ้านโคกและโรงเรียนใกล้เคียงในต้องการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาขาวบ้าน และต้องการให้นักเรียนเรียนรู้วิธีการทอผ้าและการเพ่ิมมูลค่าของผ้ามัดหมี่


ค่าใช้จ่าย : 70,000
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค : ไม่มี
แนวทางแก้ไข : ไม่มี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1433]   วันที่รายงาน  [30/9/2558]

ในวันที่ 4-13 กันยายน 2558 ทางทีมได้สนับสนุนให้กลุ่มผ้าทอมัดหมี่กี่ล้านช้างเข้าร่วมการประกวดผ้าทออุตรดิตถ์ ประเภทผ้าทอลายขิต (มัดหมี่) ประเภทผ้าขาวม้า และประเภทผ้าทอลายประยุกต์ โดยให้ผู้สนใจเข้าร่วมประกวดผ้าประเภทต่าง ๆ และในการเลือกผ้าว่าเป็นเส้นใยประเภทใด เช่น ใยธรรมชาติ ใยประดิษฐ์ และเส้นใยผสม มีการใช้สีอย่างไร เช่น สีสังเคราะห์ สีธรรมชาติ มีข้อแนะนำในการใช้และการดูแลรักษาอย่างไร ประวัติความเป็นมาของผ้าทอประเภทต่าง ๆ  ในงานเทศการลางสาด ลองกองหวาน และสินค้า OTOPอุตรดิตถ์ ประจำปี 2558

ใช้งบประมาณ 10,000 บาท

ค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : การเดินทาง
แนวทางแก้ไข : ให้ทางกลุ่มเข้ามาพักก่อนการนำเสนอ 1 วัน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1434]   วันที่รายงาน  [30/9/2558]

ในวันที่ 16-17 กันยายน 2558 ได้ให้กลุ่มมัดหมี่กี่ล้านช้างเข้ามาอบรม การพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อการจำหน่าย ที่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จำนวน 32 คน  ในการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรจากเอลวิล่า คือคุณประสิทธิ์ สิทธิเจริญ ผู้จัดการเอลวิล่าพิษณุโลกและทีมงาน มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าจากผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่และผ้าขาวม้า การตัดเย็บและวิธีการตัดเย็บให้มีความหลากหลาย ได้รับการตอบรับที่ดี เพราะกลุ่มมีความตั้งในการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะต้องการเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ของตนเอง และต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้น


ค่าใช้จ่าย : 50,000
จำนวนผู้รับบริการ : 32
ปัญหาอุปสรรค : 1. เรื่องการเดินทางในการเข้ามาอบรมในอำเภอ มีความยากลำบากในการเดินทางเพราะระยะทางไกล
2. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการคิดรูปแบบในการพัฒนารูปแบบและการเพิ่มมูลค่าสินค้าผ้ามัดหมี่

แนวทางแก้ไข : 1. ให้เดินทางมาร่วมกับรถของพัฒนากรตำบลนาขุมและรถของพัฒนาการอำเภอบ้านโคก อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
2. ให้วิทยากรอธิบายและสอนวิธีการตัดเย็บและทำเป็นตัวอย่างให้ทางกลุ่มดูเป็นตัวอย่าง

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=1436]   วันที่รายงาน  [30/9/2558]

ในวันที่ 23 เมษายน 2558 ทางทีมอาจารย์ได้เข้าไปอบรมการย้อมสีธรรมชาติให้กับกลุ่ม แต่ในทางปฏิบัติทางกลุ่มมีความรู้และเคยได้รับการอบรมในการย้อมสีธรรมชาติอยู่แล้ว ทีมอาจารย์จึงมีการปรับเปลี่ยนในการทำโครงการโดยให้ทางกลุ่มเข้าเป็นวิทยากรในการบรรยายการย้อมสีธรรมชาติให้กับกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนบ้านนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และในการนี้ทางวิทยากรกลุ่มได้ดำเนินการอธิบายถึงขึ้นตอนการย้อมสีธรรมชาติที่มาจากวัสดุธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ เปลือกกล้วย ครั่ง ฯลฯ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ตรงกับเป้าหมายที่ทางทีมอาจารย์ต้องการคือ เราจะทำหลักสูตรการทอผ้าให้กับโรงเรียนเพื่อใช้เป็นการเรียนการสอนแบบภูมิปัญญา เพราะถ้าไม่มีการสานต่อวัฒนธรรมเหล่านี้ ก็จะสูญหายไปกับผู้สูงอายุ จึงเป็นเหตุผลของการทำหลักสูตรขึ้นมา ในเรื่องของการย้อมสี การทอผ้า กระบวนการทอผ้า วัสดุอุปกรณ์ในการทอผ้า ฯลฯ ในการฝึกการเป็นวิทยากรนั้น ทางกลุ่มมีความเป็นผู้นำ เป็นผู้บรรยายที่ดี และมีทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี มีปฏิภาณไหวพริบ

ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ได้มีการจัดตั้งกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดหมี่ขึ้นมา ตอนแรกในการจัดตั้งยังไม่ได้ให้การตอบรับที่ดี เพราะมองว่ามีกลุ่มอยู่แล้ว แต่ได้อธิบายถึงเหตุและผลของการจัดตั้งขึ้นมา ก็เกิดการยอมรับในการจัดตั้ง เพราะถ้าเราไม่มีกลุ่มตัดเย็บในการเพิ่มมูลค่าของผ้าทอมัดหมี่ก็เกิดขึ้น เพราะต้องมีการแปรรูป มีการเพิ่มมูลค่า เพราะในตลาดไม่ได้มีระดับเดียว แต่มีหลายระดับ ซึ่งในการจัดตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการทำให้ครบวงจร คือ มีแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย แหล่งการตัดเย็บที่นักท่องเที่ยวสามารถเห็นรูปแบบและวิธีการตัดเย็บได้ ที่สำคัญรองรับการเปิดด่านภูดู่ ซึ่งในศูนย์เรียนรู้นี้สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบลและจังหวัดได้  

ในการจัดตั้งกลุ่มตัดเย็บ ในกลุ่มมีทั้งหมด 15 คน คือมีการเลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม ฝ่ายบัญชี ฝ่ายกาตลาด เลขานุการ ซึ่งทำเป็นระบบมีการหาบุคคลที่มีความเหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่รับผ้ามาแปรรูปจากการทอผ้าที่เป็นผืน หรือเป็นการนำเศษผ้ามาเพิ่มมูลค่าเข้าไป เมื่อได้กลุ่มตัดเย็บเรียบร้อยแล้ว จึงมีการให้สมาชิกในกลุ่มเข้ามาอบรมการพัฒนาและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อจำหน่าย ในวันที่ 16-17 กันยายน 2558 ต่อไป

ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 33
ปัญหาอุปสรรค : 1. ความไม่กล้าแสดงออกในการเป็นวิทยากร
2. การไม่ยอมรับการจัดตั้งกลุ่มใหม่

แนวทางแก้ไข : 1. ฝึกความกล้าแสดงออกโดยการให้ฝึกพูดในกลุ่มก่อนออกงานจริง
2. ให้เหตุผลในการจัดตั้งว่ามีข้อดีอย่างไรและสามารถเพิ่มมูลค่าและรายได้ของกลุ่มอย่างไร จึงเกิดการยอมรับขึ้นมา

ไฟล์แนบกิจกรรม :
2559360,000|324,000|304,000|20,0002016524107241.pdf2017741647361.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=2143]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

1.      โครงการกระบวนการบริหารจัดการกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ 3 กลุ่ม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่ บ้านห้วยไคร้ บ้านห้วยเหล่า ในวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2559 โดยการประชุมระดมความคิดเป็นเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการลุ่มที่ดีและมีประสิทธิภาพ มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ โดยใช้วิทยากรจากกลุ่มแม่ข่ายผ้าทอมัดหมี่กี่ล้านช้าง      

          วิทยากร ได้สรุปการบริหารจัดการกลุ่มของกลุ่มผ้าทอมัดหมี่ตำบลนาขุม โดยเริ่มตั้งแต่โครงสร้างการบริหารจัดการกลุ่ม ตำแหน่งงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ Job Descriptionการบริหารจัดการกลุ่ม การอยู่ร่วมกันในองค์กร การให้ความรู้เกี่ยวกับการบริการ  ศิลปะการพูดและการขายสินค้า  และสิ่งที่สำคัญที่สุดของกลุ่มคือการบริหารจัดการคนในกลุ่ม จะต้องมีการพูดคุยปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอ การบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส ประชุมกลุ่มย่อยกันบ่อย ๆ และผู้ที่มาเป็นสมาชิกกลุ่มจะต้องเป็นผู้เสียสละ อดทน และช่วยกันแก้ปัญหาของกลุ่ม ต้องมีการวางแผนการทำงานกลุ่มอย่างสม่ำเสมอเพราะส่วนมากทางกลุ่มจะทำงานโดยไม่มีการวางแผนในการปฏิบัติงานจึงทำให้เจอปัญหาอุปสรรคในการทำงานมากมาย เช่น การบริหารคน การบริหารการเงิน กรรมการไม่รู้หน้าที่ของตนเอง และวิทยากรได้ให้หลักการบริหารของ Deming (PDCA) ดังนี้ การวางแผน (Plan)การปฏิบัติตามแผน (Do) การตรวจสอบการทำงาน (Check) และการปรับปรุงการดำเนินงาน (Action)ซึ่งเป็นกิจกรรมพื้นฐานในการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของการดำเนินงาน และการดำเนินกิจกรรม P-D-C-A อย่างเป็นระบบให้ครบวงจรอย่างต่อเนื่องหมุนเวียนเรื่อยๆ เพราะจะส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเพิ่มขึ้น

จากนั้นได้อธิบายถึงการทำงานเป็นกลุ่มมีความสำคัญอย่างไร Job Description (การบรรยายลักษณะงาน) และหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้

          1.ประธานกลุ่ม มีหน้าที่ อำนวยการ เป็นประธานการประชุมของกลุ่ม ดูแลติดตามการดำเนินงานของกรรมการแต่ละฝ่ายให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างกลุ่มกับหน่วยงานต่างๆ

          2. รองประธาน มีหน้าที่ แทนประธานเมื่อประธานไม่อยู่

          3. เลขานุการ มีหน้าที่ บันทึกและรายงานการประชุม ติดตามงานและเอกสารต่างๆ บันทึกและรายงานการเข้า-ออกของสมาชิกรวบรวมข้อมูล เขียนรายงาน สรุปงานเสนองาน จัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ ค้นหาง่าย เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการประชุม และเตรียมการประชุม ดูแลขณะประชุมและหลังประชุม                

          4. ฝ่ายจัดซื้อ ทำหน้าที่ จัดหาวัตถุดิบ อุปกรณ์ และวัสดุอื่นๆ จากแหล่งที่เชื่อถือได้และราคายุติธรรม เมื่อได้วัตถุดิบแล้วจะส่งมอบให้กับฝ่ายการผลิตต่อไป

          5. ฝ่ายการผลิตมีหน้าที่ในการออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ทันและตรงกับความต้องการของตลาด

          6. ฝ่ายตรวจสอบ มีหน้าที่ ตรวจสอบ  ควบคุมคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพตามที่เกณฑ์มาตรฐาน และตรงกับความต้องการของลูกค้า

          7. ฝ่ายการตลาด ทำหน้าที่ ในการจัดหาตลาด เผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าของกลุ่มรวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลทางการตลาดเพื่อนำมาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

          8. ฝ่ายการเงินและบัญชี ทำหน้าที่ในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทางตัวเลข เช่น รายรับ - รายจ่าย ต่างๆ ให้เป็นระบบ

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 60
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=2144]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 70,000
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=2145]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

ระบุ : ใ1.      โครงการพัฒนากระบวนการผลิตผ้าทอมัดหมี่ 2 กลุ่มลูกข่าย ได้แก่ กลุ่มห้วยไคร้และกลุ่มห้วยเหล่า ในวันที่ 8-9 มิถุนายน 2559 โดยให้แม่ข่ายนำทีมโดย ป้าสมศรี ป้าหนูละมัย ป้าศรีทอง ป้าวันดี เป็นผู้ให้ความรู้ ดังนี้

2.1 อุปกรณ์การทอผ้า

                    1.1 ฝ้ายประดิษฐ์ เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการทอผ้า กลุ่มทอผ้าจะซื้อฝ้ายประดิษฐ์จากร้านค้าในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์

1.2 สีเคมี สำหรับย้อมเส้นไหมให้เกิดสี ค่าสี ซองละ 10 บาท ใช้ 3 ซอง เส้นไหมย้อมสีธรรมชาติไม่ติดจึงหันมาใช้ฝ้ายประดิษฐ์ซึ่งย้อมสีเคมี ง่ายกว่า คงทนกว่า และทำให้สีไม่ตกเหมือนสีธรรมชาติ   

1.3  ภาชนะเคลือบหรือกาละมัง สำหรับย้อมสีและต้มไหม

                  1.4  กี่กระตุก

                   1.4.1  ฟืม มีลักษณะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวฟืมประกอบด้วยไม้และเหล็ก มีหลายขนาดแล้วแต่ผู้ทอจะเลือกทอหน้าผ้ากว้างหรือแคบเพียงใด สำหรับทอผ้าเพื่อกระทบให้เส้นไหมแน่น

                   1.4.2  ไม้ถักตะกอ

                   1.4.3  เขาและตะกอ

                   1.4.4  ลูกกลิ้งและเชือกผูกตะกอ  ลูกกลิ้ง มีลักษณะเป็นไม้กลมหรือเหลี่ยมจะทำให้ตะกอไหลลื่นขณะเหยียบทอผ้ามัดหมี่ โดยมีเชือกผูกตะกอผูกระหว่างลูกกลิ้งกับตะกอ

                  1.4.5  เหล็กพันไหมยืน

                   1.4.6 ไม้เหยียบตะกอ สำหรับเหยียบให้ฟืมอ้าขึ้นเป็นช่องสำหรับทอ จะมีจำนวนเท่ากับตะกอ

                   1.4.7  ไม้ม้วนผ้า หรือ ภาษาท้องถิ่นเรียก “ไม้ก้ำผั้น” ไม้สำหรับพันผ้าเมื่อทอแล้ว

                   1.4.8 กระสวย สำหรับใส่หลอดเส้นไหมพุ่งกลับไปมาเวลาทอผ้าทำด้วยไม้เนื้อแข็งยาวประมาณ 1 ฟุต

                   1.4.9 ลางกระสวย จะมีไม้ทาบสำหรับโยงฟืมให้ติดกับกี่กระตุกให้มีระดับความสูงตามที่ต้องการโดยใช้ตะปูยึดสำหรับแขวนบนไม้เพื่อปรับระดับให้กระสวยวิ่งได้สะดวกขณะทอผ้า  และมีเชือกกระตุกเอาไว้ให้กระสวยวิ่ง เชื่อมต่อกับลานกระสวยยึดติดกับคานยึดลูกกลิ้ง

 

                   1.4.10  ไม้หลาบ  ใช้ยึดการไขว้ของไหมสำหรับเรียงเส้นไหมในฟืมเวลาทอผ้ามัดหมี่ จะมีเชือกผูกวัสดุปลายไม้หลาบเพื่อถ่วงน้ำหนักไม่ให้ไม้หลาบไหลลงขณะทอผ้า

                  1.4.11  ม้านั่งทอผ้า ทำด้วยไม้ไผ่ ทำให้สะดวกในการทอผ้าเนื่องจากมีความยึดหยุ่นได้ดีกว่าไม้แผ่น

          1.5 กง สำหรับใส่ปอยไหม เพื่อความสะดวกในการปั่นไหมลงสู่หลา กงจะทำด้วยไม้ไผ่เป็นโครงทรงกลมมีขาตั้งเพื่อถ่างปอยไหมเป็นวงกลม

         1.6 หลา สำหรับม้วนไหมออกจากกงเพื่อให้เส้นไหมเรียบ เป็นการกรอไหมใส่หลอด      

          1.7  หลอดใส่ไหม มีลักษณะเป็นหลอดพีวีซี ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ทางกลุ่มฯ ซื้อท่อพีวีซีเส้นละ 20 บาทและนำมาตัดสำหรับทำหลอดได้จำนวน 21 หลอด สำหรับใส่เส้นไหมเตรียมไว้เพื่อค้นหมี่

          1.8  หลอดใส่หมี่ มีลักษณะเป็นหลอดขนาดเล็ก สำหรับใส่เส้นไหมพุ่งเตรียมไว้สำหรับทอผ้า

1.9  หลักมัดหมี่ สำหรับมัดหมี่ให้ได้ลายที่ต้องการ

          1.10 เครื่องค้นหมี่ตัวยืน สำหรับพันเส้นยืน

          1.11 เครื่องค้นหมี่ตัวพุ่ง สำหรับพันเส้นพุ่ง 

2. ขั้นตอนการทอผ้า

         2.1 ผู้ทอ เป็นกลุ่มวัยกลางคน และผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ อายุระหว่าง 40-70 ปี อาชีพทอผ้ามัดหมี่เป็นอาชีพเสริมจากอาชีพการปลูกข้าวโพด ส่วนใหญ่จะทอผ้ามัดหมี่ที่ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอ หมู่ 1 ต.นาขุม อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ บางส่วนทอผ้าที่บ้านของสมาชิก อดีตมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้ามาตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบันไม่ได้เลี้ยงไหมแต่ใช้ฝ้ายประดิษฐ์แทน เนื่องจากใช้พื้นที่ใช้ในการปลูกข้าวโพดแทน

         2.2  การเตรียมเส้นพุ่ง (การมัดหมี่)

                  2.2.1  นำเส้นไหมที่ซื้อมาจากร้าน เช่น สีขาว สีแดง สีม่วง นำเส้นไหมมาใส่กงและใช้หลา กรอไหมใส่หลอดพีวีซี

                  2.2.2  การค้นหมี่เส้นพุ่ง 

                  2.2.3  การมัดลาย

                            1. ถอดขาตั้งหลักมัดหมี่ออก หลังจากค้นหมี่เส้นพุ่งเรียบร้อยแล้ว ยกเฉพาะหลักมัดหมี่ออกมาเรียงปอย แล้วรูดไขว้ขาไจมาไว้ข้างใดข้างหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                            2. การขึ้นลาย ใช้เชือกฟางผูก ทำเป็นหมายเหตุ ทางกลุ่มมีความชำนาญในการขึ้นลายโดยไม่ต้องมีการออกแบบไว้ล่วงหน้า สามารถขึ้นลายได้ตามที่ต้องการ แล้วนำไปย้อมสีที่ต้องการส่วนที่มัดลายไว้จะได้สีขาวหรือสีพื้นของไหม

                            3. การมัดลาย ทำการมัดลายเพิ่มเติมเพื่อเลือกสีทำลวดลาย ส่วนที่มัดฟางไว้เมื่อนำไปย้อมสีจะไม่ติดสีที่ย้อม เรียกว่า “การเลือกสี” หากไหมสีพื้นเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล ถ้าย้อมสี 2 ครั้ง จะได้ 3 สี และหากย้อมสี 3 ครั้ง จะได้ 5 สี โดยต้องจัดลำดับการย้อมสีตามหลักการผสมสี เช่น ย้อมสีเหลืองก่อน แล้วย้อมสีบานเย็น ผลลัพธ์จะได้ลวดลายสีแดง หากย้อมสีเหลืองก่อนแล้วย้อมสีฟ้าจะได้สีเขียว  ตัวอย่าง ลายทองห้าใส่ดอกแก้วใหญ่ มีวิธีการเตรียมเส้นพุ่งมัดลายดังนี้

                             1. ไหมสีเหลือง มัดลายเพื่อเลือกสีเหลือง แล้วนำไปย้อมสีเขียว

                            2. มัดลายเพื่อเลือกสีเขียวไว้ แล้วนำไปย้อมสีแดง

                            3. จะได้ลายดอกเป็นสีแดงและสีเขียว

                            4. พื้นผ้าจะได้สีดำ

                  2.2.4  การย้อมไหมเส้นพุ่ง

                  2.2.5  การกรอหมี่ ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า “การผัดหมี่” เป็นขั้นตอนที่ไหมผ่านการมัดลาย และย้อมสีไหมแล้วจนได้ลวดลายตามที่ต้องการพร้อมสำหรับการทอต้องนำหมี่มากรอใส่เหล็กไน (หลอดเล็ก) โดยใช้กงใหญ่และหลาในการกรอหมี่เพื่อนำไปใส่กระสวยสำหรับทอผ้า คร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 64,000
จำนวนผู้รับบริการ : 60
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=2146]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

3. โครงการเทคนิคการมัดย้อมที่เป็นเอกลักษณ์และเทคนิคการผสมสี อบรมให้กับกลุ่มทอผ้ามัดหมี่บ้านห้วยไคร้และกลุ่มทอผ้ามัดหมี่บ้านห้วยเหล่า ในวันที่ 16-17 สิงหาคม 2559

          แม่สี มี 3 สี ประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน

          สีจำเพาะ ใช้สำหรับเรียก สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ เช่น ม่วงเม็ดมะปราง สีเขียวหัวเป็ด การเรียกชื่อสี ควรเรียกชื่อที่เป็นสากล การเรียกสีจำเพาะอาจทำให้การผสมสีเรียกชื่อสีไม่ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


          สีที่ไม่มีและไม่สามารถผสมสีได้ เป็นสีตายตัว ได้แก่ สีขาว สีดำ (มีผสมได้สีอื่น ๆ แต่ไม่ดำสนิท เช่น ดำม่วง ดำน้ำตาล) และสีน้ำตาล (ไม่ใช่สีหลัก) เสื้อสีสว่าง เรียกว่า สีโทนร้อน สีเขียวจัด เป็น โทนเย็น แต่เมื่อมีการผสมสีขาวลงไปมากเกิน (สีเขียวยอดใบตอง) จะเรียกว่า โทนสีสว่าง การส่งเสริมการขาย โดยดูจากสีผิว เป็นหลัก เช่น คนผิวสีคล้ำ ควรแนะนำให้เลือกเสื้อผ้าสีสว่าง

          สีโทนมืด หากต้องการสีเขียวอ่อน ซึ่งไม่มีสีสำเร็จขายตามท้องตลาด โดยต้องทำการผสมสีใหม่ สีน้ำเงินกับสีเหลือง ผสมกันเป็นสีเขียว ซี่งได้เป็นสีเขียวเข้ม หากต้องการให้สีเขียวเข้มกลายเป็นสีเขียวอ่อนลงให้ผสมสีเหลืองในปริมาณที่มากขึ้น

          การสร้างความแตกต่างของผ้าทอมัดหมี่โดยใช้เทคนิคการผสมสี  การย้อมสีให้เกิดความแตกต่างจากสีสำเร็จที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป การเน้นสีสว่างเพื่อเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยทำงานให้มากขึ้น มากกว่าย้อมสีผ้าทอผ้ามัดหมี่ตามความต้องการของผู้ผลิตซึ่งเป็นวัยชราและนิยมย้อมสีผ้ามัดหมี่เป็นโทนมืด ทำให้สินค้าไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

          ทดลองปฏิบัติการเทคนิคการผสมสี

                   1.  สีเขียวเบอร์ 23+ สีเหลืองทอง  = ได้สีเหลืองทอง แต่ไม่ใช่สีเหลืองสด

                   2.  สีม่วง + สีส้ม + สีเหลืองทอง = ส้มแดง

                   3.  สีน้ำเงิน + สีแดง = สีม่วง

                   4. สีแดงสดเบอร์ 1  + สีเหลืองทอง (ปริมาณมากกว่า) = สีส้มสดกว่า

                   5. สีน้ำเงิน + สีแดง = สีม่วง (ทำให้สีมืด) ให้หลีกเลี่ยง เพื่อให้สีสว่างขึ้น

          เทคนิคการการย้อมผ้าทอมัดหมี่ เพื่อให้สีสว่างขึ้นให้หลีกเลี่ยงสีโทนมืด การใช้ด้ายทางยืนสีขาว และย้อมสีแดงส่วนหนึ่ง ย้อมสีขาวและสีเหลืองส้ม 1/3 จะได้สีหมาก

         

ลำดับที่

สี

เบอร์

1.

น้ำตาล

16

2.

ดำ

20

3.

น้ำเงิน

5

4.

ม่วง

19

5.

แดงสด

1

6.

เขียว

23

7.

บานเย็นแก่

21

8.

เหลืองทอง

13

9.

ฟ้า

4

ระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 60,000
จำนวนผู้รับบริการ : 45
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=2147]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

ระบุ 1.      การศึกษาสภาพปัญหา/กำหนดพื้นที่และขอบเขตการดำเนินกิจกรรมอย่างชัดเจน จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเบื้องต้นในวันที่ 23-24 ตุลาคม 2558 และได้สัมภาษณ์สมาชิกกลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มบ้านเหล่า กลุ่มบ้านห้วยไคร้ มีความประสงค์ที่จะให้แก้ปัญหาเรื่อง การบริหารจัดการกลุ่มให้มีความเข้มแข็ง กระบวนการผลิต การใช้สีที่ไม่ทันสมัย การตั้งราคาขายที่ได้มาตรฐาน การมีตราสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์และเทคนิคการมัดย้อมที่เป็นเอกลักษณ์ การย้อมสีธรรมชาติ ช่องทางการตลาด ที่มีความหลากหลาย การทำบัญชีรายรับรายจ่ายในสมุดบัญชีและกลุ่มบ้านนาขุม มีความต้องการที่จะต่อยอดของการเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดหมี่ การส่งเสริมการตัดเย็บที่ทันสมัย และมีการพัฒนารูปแบบที่ตัดเย็บเพื่อเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ เป็นต้น

จากปัญหาข้างต้นสิ่งที่กลุ่มหมู่บ้านเหล่า กลุ่มหมู่บ้านห้วยไคร้ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ต้องการให้แก้ปัญหาคือ

1)      ด้านกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐานเพื่อสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชนด้านการปรับปรุงอุปกรณ์การผลิต เช่น ฟันหวี (ต้องการให้เป็นสเตนเลส ถ้าเป็นเหล็กทำให้เป็นสนิมและด้ายขาด)  หลอดด้าย  เชือกเขา เชือกฟืม กระสวย ฯลฯ

2)      พัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่มและด้านการพัฒนาบุคลากร เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับการบริการ  การพูด  ศิลปะการขายสินค้า  และความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติ

3)      ด้านการตลาดต้องการให้มีตลาดที่ชัดเจนและแน่นอน ได้ราคาที่มีมาตรฐาน ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ต้องการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นร้านค้าปลีก / ร้านค้าส่ง / วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเป็นลักษณะการฝากขาย และด้านเทคโนโลยี ต้องการขายสินค้าบน web site มี E- commerce

4)      ศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้ และอบรมการทอผ้าให้กับนักเรียนในอำเภอบ้านโภค การย้อมสีธรรมชาติเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า

และหมู่บ้านนาขุม ต้องการประเด็นที่ให้แก้ปัญหาคือ การเพิ่มมูลค่าของสินค้าและการพัฒนารูปแบบของการตัดเย็บ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

ซึ่งจากแนวคิดนี้ หากมีการดำเนินการให้เกิดขึ้นกับชุมชน ก็จักเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง พัฒนากลุ่ม และชุมชนได้เป็นอย่างดี  ปัญหาเหล่านี้ คณะวิทยาการจัดการสามารถนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านกระบวนการผลิต  การบริหารจัดการ  การตลาด  การจัดการทรัพยากรมนุษย์  การเงินและการบัญชี เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์

 

: ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 30,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=2148]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

ร5.       การถอดบทเรียน (KM)คืนความรู้สู่ชุมชนและวิเคราะห์เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป

จากการลงพื้นที่ให้กลุ่มทอผ้ามัดหมี่ 3 ที่ มาประชุมถอดบทเรียนกัน ได้แก่ กลุ่มทอผ้ามัดหมี่กี่ล้านช้าง (กลุ่มตัดเย็บ) กลุ่มทอผ้าบ้านห้วยไคร้ กลุ่มทอผ้าบ้านห้วยเหล่า ส่งที่ทางทีมงานไปพัฒนาให้ มีความพึงพอใจและได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเอง และได้เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยมากขึ้น มีการสร้างเครือข่าย  มีแบบแผนการบริหารจัดการที่ดี มีการจัดตั้งกลุ่มที่ยั่งยืนในรูปของคณะกรรมการ ได้รู้ขั้นตอนของกระบวนการผลิตและรูปแบบของการผลิตเพิ่มเติมมากขึ้น มีเทคนิคการผสมสีและย้อมสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม กลุ่มตัดเย็บก็ได้รูปแบบใหม่ๆ ในการตัดเย็บและทันสมัยมากขึ้นะบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 40
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=2149]   วันที่รายงาน  [29/10/2559]

ระ5.       การติดตามผลการดำเนินงานและประเมินผลโครกงานต่าง ๆ  รอสรุปผลตอนที่ผู้ประเมินหมู่บ้านมาตรวจเยี่ยม ภายในเดือนธันวาคม 2559บุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง bell_punya@hotmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates