หมู่บ้านการจัดการองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตข้าวไร่

ชุมชนหมู่บ้านห้วยขวาก ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
สถานะหมู่บ้าน : เข้มแข็งเติบโต

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2554477,750|165,000||165,000201325112951.pdf2014361153561.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
2555265,000|150,000||150,0002013251129501.pdf20121281211521.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=347]   วันที่รายงาน  [27/8/2555]
สรุปรายงานผลการดำเนินงาน กรกฎาคม – สิงหาคม 2555
การดำเนินงานในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2555 ได้ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ในขั้นตอนการดูแลรักษา โดยการกำจัดวัชพืชและการให้ปุ๋ย ซึ่งทางโครงการได้ใช้กระบวนการถ่ายทอดแบบกลุ่มจากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบบรายบุคคลภายในแปลง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ให้แก่เกษตรกรแบบกลุ่ม ในพื้นที่ บ.ห้วยขวาก ต.บ่อเกลือเหนือ อ. บ่อเกลือ จ.น่าน
การจัดเวทีฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในช่วงเดือนสิงหาคม 2555 ได้นำความรู้ด้านการดูแลรักษาข้าวไร่ไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกร และให้เกษตรกรวิเคราะห์การเจริญเติบโตของข้าวในแปลง โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่และรวมแลกเปลี่ยนกระบวนการผลิต จำนวน 64 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 64 ครอบครัว
ประเด็นการวิเคราะห์ จากสภาพปัญหาที่พบในแปลงเกษตรกรในระยะแตกกอ (ช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม) พบว่า
- ข้าวในแปลงเกษตรกรมีการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ ต้นเตี้ย ใบเป็นสีเหลือง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ลาดชัน จากการวิเคราะห์ร่วมกันพบว่าข้าวขาดธาตุอาหาร เนื่องจากใช้พื้นที่ปลูกซ้ำพื้นที่ทุกปี เป็นผลทำให้สภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทางโครงการจึงถ่ายทอดกระบวนการให้ปุ๋ย เพื่อให้เป็นการเรียนรู้การดูแลรักษาข้าวไร่โดยการให้ปุ๋ยที่ถูกต้องแก่ชุมชน โดยผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนกลุ่มอยากให้เกษตรกรทุกครอบครัวที่ปลูกข้าวไร่ได้เข้ามีส่วนร่วมเรียนรู้การใส่ปุ๋ยข้าวไร่ที่ถูกต้อง ประหยัด และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า จึงได้เสนอในการใช้ปุ๋ยเคมีแทนการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ เพราะว่า การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพจะต้องใช้ในปริมาณที่มาก การขนย้ายไปในแปลงต้องใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างมาก กอปรกับการใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพช่วงข้าวเจริญเติบโตในระยะแตกกอ ข้าวไม่สามารถนำไปเป็นอาหารได้ทันทีได้เนื่องจากต้องใช้เวลาประมาณ 15 – 30 วัน ปุ๋ยหมักชีวภาพถึงจะปรับโครงสร้างดินและเป็นอาหารของข้าวได้ ทางโครงการจึงเสนอให้ใช้ปุ๋ยเคมีแปลงละ 5 Kg./ แปลง โดยจะเลือกใส่ปุ๋ยในบริเวณที่ข้าวมีการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีและเหมาะสมในการได้เรียนรู้และได้ปฏิบัติจริง
- ระบบรากข้าวถูกเพลี้ยแป้งทำลาย จากการเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์รวมกันกับเกษตรกร พบว่า มีบางส่วนเท่านั้นที่เกิดจากการทำลายของเพลี้ยแป้ง โดยต้นข้าวที่ถูกทำลาย ใบจะเหลืองซีด ส่วนใหญ่มักระบาดในระยะหลังงอกถึงระยะแตกกอ ทำให้ชะงักการเจริญ เติบโต แคระแกรนผิดปรกติ และถ้ามีการระบาดรุนแรง ต้นข้าวจะเหี่ยวและแห้งตายในที่สุด การเคลื่อนที่และแพร่ระบาดจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งมีมด (tending ants) เป็นแมลงพาหะ (สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว)


ประเด็นการถ่ายทอด
1. การให้ปุ๋ยข้าวไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ได้ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการใส่ปุ๋ยให้แก่เกษตรกร เพราะเกษตรกรไม่เคยใส่ปุ๋ยในแปลงข้าวไร่มาก่อน ซึ่งถ้าหากมีการใส่ปุ๋ยเกษตรกรคิดว่าจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม ถ่ายทอดโดยการให้ความรู้ในห้องประชุมและการสาธิตการใส่ปุ๋ยในแปลง โดยให้เกษตรกรใส่หลังจากการกัดวัชพืชโดยการหว่านให้ทั่วบริเวณที่ข้าวเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ จากการถ่ายทอดการให้ปุ๋ยด้วยวิธีการหว่านแล้วเกษตรกรได้แลกเปลี่ยนวิธีการใส่ปุ๋ยได้แก่การฉีดพ่นและหยอดระหว่างต้นข้าว ซึ่งแต่ละวิธีดังกล่าวเกษตรกรจะนำไปดำเนินการตามความถนัด ดังนั้นวิธีการใส่ปุ๋ยในแปลงข้าวไร่จึงมี 3 วิธี ได้แก่
- การหว่านหลังจากกำจัดวัชพืช
- การฉีดพ่น
- การหยอดระหว่างต้นข้าว

2. การคัดเลือกพันธุ์ข้าวให้บริสุทธิ์สำหรับทำเมล็ดพันธุ์ จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการใช้พันธุ์ข้าวร่วมกันกับเกษตรกรพบว่า เกษตรกรมักนิยมใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์เดิมติดต่อกันหลายปี โดยไม่มีการคัดเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากเกษตรเห็นว่าการใช้พันธุ์เดิมยังให้ผลผลิตได้อยู่ มีความสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี แต่ส่วนมากเป็นพันธุ์ไม่บริสุทธิ์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตข้าวไร่ตกต่ำ เมื่อนำมาเทียบปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่แล้ว พบว่า ได้ผลผลิตค่อนข้างน้อย เฉลี่ย 170 กก./ไร่ ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้านการเพิ่มศักยภาพผลผลิตที่มีปัจจัยจากการใช้เมล็ดพันธุ์ จึงทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ให้บริสุทธิ์สำหรับทำเชื้อพันธุ์ การรักษาพันธุ์ข้าวไร่ให้บริสุทธิ์ ได้นั้นต้องมีการกำจัดพันธุ์ปน โดยที่เกษตรกรต้องหมั่นตรวจแปลงปลูกข้าวไร่ให้อย่างใกล้ชิด เพราะว่าการเกิดการปะปนพันธุ์ข้าวเพียงเมล็ดเดียว จะเป็นต้นข้าวในปีต่อไปเป็นจำนวนหลายร้อยต้น พันข้าวไร่จึงปะปนกันเพิ่มขึ้นและในที่สุดก็จะไม่สามารถใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ได้ โดยให้เกษตรกรเริ่มคัดพันธุ์ตั้งแต่ข้าวออกดอกจากการดูความสม่ำเสมอของการออกดอก ถ้าต้นไหนออกดอกไม่พร้อมกันจะให้เกษตรกรถอนทิ้ง หรือทำเครื่องหมายไว้ที่ต้น เมื่อถึงระยะการเก็บเกี่ยวให้แยกพันธุ์ข้าวที่คัดเลือกเก็บแยกไว้สำหรับทำเชื้อพันธุ์ โดยมีวิธีดังนี้
- การถอนพันธุ์ปนทิ้ง คือ ทำตอนที่ต้นข้าวอยู่ในระยะออกดอก ถึง ระยะเป็นแป้งอ่อน
- ใช้เชือกฟางสีต่าง ๆ มัดตรงคอรวงข้าวที่ต้องการคัดเมล็ดไว้ทำเล็ดพันธุ์

3.จัดการเทคโนโลยีด้านการปรับปรุงดิน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระบบการปลูกข้าวไร่เกษตรกรได้ให้ความสำคัญปัจจัยด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นหลัก เพราะว่าถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์จะทำให้ข้าวเจริญเติมโตได้ดี มีโรคและแมลงรบกวนน้อย และไม่จำเป็นต้องพึ่งปุ๋ยเคมีในการบำรุงรักษา จากการแลกเปลี่ยนกระบวนการคิดทั้งในระดับวิชาการและองค์ความรู้ของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรมีกระบวนการคิดที่สอดคล้องกับหลังวิชาการ ดังนี้
- การปรับปรุงดินโดยการปลูกถั่วคลุมดินหลังเก็บเกี่ยว
- การแบ่งแปลงปลูกข้าวสลับการการปลูกถั่วบำรุงดิน
- การใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพในช่วงเตรียมแปลง



2) ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ให้แก่เกษตรกรแบบรายบุคคล ในพื้นที่ บ.ห้วยขวาก ต.บ่อเกลือเหนือ อ. บ่อเกลือ จ.น่าน
จากการดำเนินงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรที่มีความสนใจนำเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ไปปฏิบัติอย่างเข้มข้น จำนวน 10 ราย โดยเริ่มตั้งแต่การเตรียมแปลงโดยใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ การใช้พันธุ์ข้าวที่บริสุทธิ์ การปลูกในระยะที่เหมาะสม และการจัดการเขตกรรมตามคำแนะนำ โดยเน้นกระบวนการถ่ายทอดแบบรายบุคคล คือ การเข้าไปพบในแปลง หรือตามโอกาสต่างๆ ที่เจอกัน ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้เกษตรกรได้เรียนรู้การและสังเกตจากการทดลองใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ในแปลงตนเอง โดยเกษตรกรได้สะท้อนความคิดและความรู้สึกผ่านการเจริญเติบโตของข้าว คือ การใช้พันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ทำให้มีการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอ โรคและแมลงในแปลงมีน้อยเมื่อเทียบกับแปลงเดิม เป็นต้น



ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 64
ปัญหาอุปสรรค : ไม่พบ
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=348]   วันที่รายงาน  [27/8/2555]
สรุปรายงานผลการดำเนินงาน ประจำเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2555

1) การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่
ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2555 ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่เพื่อให้เกษตรกร แต่ละรายนำไปปฏิบัติอย่างเข้มข้น โดยการถ่ายทอดแบบกลุ่มย่อยและแบบรายบุคคลให้แก่เกษตรกร จำนวน 10 ราย ในขั้นตอนการเตรียมแปลง การใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ และการปลูก พบว่า เกษตรกรแต่ละรายได้ทดลองการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ดังกล่าวในพื้นที่ 200 ตารางเมตร และใช้พันธุ์ข้าวที่มีความเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ที่มีความบริสุทธิ์ รายละ 1 สายพันธุ์ ๆ 2 กิโลกรัม โดยเกษตรกรได้นำไปปฏิบัติ ดังนี้
1.1 การเตรียมแปลงก่อนปลูก เกษตรกรปลูกในพื้นที่เดิมและมีการขุดเปิดหน้าดินก่อนปลูก แต่ไม่ได้ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยเกษตรกรจะนำไปใส่ในช่วงที่ปลูก และการกำจัดวัชพืชครั้งแรก

1.2 การใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่และเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์ ได้แก่ ข้าวเล็บช้าง ข้าวขาว ข้าวลาย ข้าวแพร่แดง ข้าวแพร่ขาว ข้าวหนอน ข้าวปีก ข้าวเหลือง และข้าวคูณ โดยเกษตรกรเห็นว่าการใช้พันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์จะทำให้ผลผลิตต่อพื้นที่เพิ่มขึ้น และลดความเสียงจากภัยธรรมชาติที่มีต่อพันธุ์ข้าว เช่น การเข้าทำลายจากสัตว์ศัตรูข้าว เนื่องจากในพื้นที่มีการใช้พันธุ์ข้าวอยู่ 4 สายพันธุ์ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น
1.3 การปลูก เกษตรกรปลูกโดยใช้ระยะระหว่างหลุมประมาณ 25 x 25 เซนติเมตรใช้เมล็ดต่อหลุมประมาณ 8 – 10 เมล็ด และนำปุ๋ยหมักชีวภาพใส่หลังปลูกเสร็จ จำนวน 5 ราย ส่วนการปลูกในแปลงหลักยังพบว่า มีระยะระหว่างหลุมประมาณ 25 x 25 เซนติเมตร แต่มีการใช้เมล็ดปลูกค่อนข้างมากประมาณ 15 – 20 เมล็ดต่อหลุม
การเจริญเติมโตหลังปลูก ช่วงเดือนพฤษภาคม 2555 พบว่า ในแปลงเกษตรกรที่นำข้าวเล็บช้าง ข้าวลาย ข้าวแพร่แดง ข้าวแพร่ขาว ข้าวหนอน ข้าวปีก และข้าวเหลือง มีอัตราการงอกสูง มีการเจริญเติบโตในระยะต้นกล้าที่สมบูรณ์

2) การปลูกข้าวไร่โดยรวมของหมู่บ้าน
เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้พื้นที่ปลูกข้าวไร่อย่างต่อเนื่องติดต่อกันตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไปจนถึง 10 ปี ซึ่งแต่ละครอบครัวมีพื้นที่ปลูกข้าวอย่างน้อยครอบครัวละ 3-5 แปลงต่อปี ฤดูกาลทำไร่ข้าวจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมของทุกๆ ปี เตรียมแปลงโดยการกำจัดวัชพืชแบบถางแล้วเผา หลังจากนั้นจะใช้ยาฆ่าหญ้าประเภทดูดซึมพ่นทักอีกรอบ หรือบางรายกลังกำจัดวัชพืชแล้วจะพลิกหน้าดินโดยขุดลึกประมาณ 15 เซนติเมตร ซึ่งมีการลงแขกเอาแรงกันตั้งแต่ 20 – 30 แรงขึ้นไปจนถึงเดือนมีนาคม แล้วจะเริ่มปลูกตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ปลูกโดยใช้ระยะห่างระหว่างหลุมห่างประมาณ 25 เซนติเมตร ใช้เมล็ดข้าวปลูกประมาณ 10-20 เมล็ดต่อหลุม และหลังปลูกเสร็จประมาณ 1 – 3 วัน จะพ่นยาคลุมหญ้าอีกครั้ง พันธุ์ข้าวที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นข้าวแพร่ ลองลงมาได้แก่ ข้าวเหลือง และข้าวแป้น ซึ่งพันธุ์ข้าวส่วนใหญ่ไม่ได้ทำการคัดเมล็ดพันธุ์ และในปี 2555 เกษตรกรได้นำข้าวหอมมะลิมาปลูกเพิ่มอีก 1 สายพันธุ์
ปัจจุบัน (พฤษภาคม 2555) ข้าวอยู่ในระต้นกล้า พบว่า ช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตหลังการงอก 20 วัน (ประมาณช่วงวันที่ 1 – 20 พฤษภาคม 55: ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกร) ข้าวเจริญเติบโตสมบูรณ์ แต่หลังจากนั้น ข้าวไร่ถูกแมลงศัตรูเข้าทำลาย โดยมีอาการยอดแห้งทำให้ยอดอ่อนของต้นข้าวแสดงอาการยอดเหี่ยวแล้วแห้งตายในที่สุด จากการสำรวจของกลุ่มเกษตรกร พบว่า มีพื้นที่ของเกษตรกร จำนวน 20 ราย ได้รับความเสียหาย คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 50 ไร่ (ข้อมูล 30 พฤษภาคม 55) ซึ่งมีแนวโน้มจะระบาดเพิ่มมากขึ้น


จากการสำรวจแปลงร่วมกันเกษตรกรเพื่อหาวิธีกำจัดและป้องกัน พบว่า แมลงศัตรูที่เข้าทำลายมี 3 ชนิด คาดว่าเป็นกลุ่มจำพวกแมลงดังนี้
• แมลงวันเจาะยอดกล้า ลักษณะการทำลาย ตัวเต็มวัยวางไข่ที่ใต้ใบ หลังจากฟักเป็นตัวหนอนแล้ว หนอนจะคืบคลานลงสู่บริเวณโคนกาบใบและอาศัยเขี่ยดูดกินอยู่ที่จุดเจริญเติบโต ของต้นข้าว จะเข้าทำลายข้าวไร่ในระยะต้นกล้าถึงระยะแตกกอ ยอดต้นข้าวที่ถูกทำลายมีอาการ "ยอดแห้ง" ต้นที่ยอดแห้งจะพบหนอนเพียงตัวเดียวเท่านั้น ทำให้ยอดอ่อนของต้นข้าวแสดงอาการยอดเหี่ยวและแห้งตายในที่สุด จะระบาดทำลายต้นฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน และจะรุนแรงหลังระยะฝนทิ้งช่วง การป้องกันกำจัด ใช้กับดักปลาป่นดักจับและทำลายตัวเต็มวัย โดยใช้น้ำผสมผงซักฟอกเล็กน้อย ใส่ลงในถาดหรือกะละมังเก่าๆ นำกระป๋องนมที่เจาะรูเล็กๆ โดยรอบ ใส่ปลาป่น (ที่ใช้เลี้ยงไก่) ผสมน้ำวางไว้ตรงกลาง นำไปไว้แปลงปลูก และคอยเปลี่ยนน้ำหรือปลาป่นที่สกปรก แมลงวันเจาะยอดกล้าจะบินเข้ากับดัก ตกลงในน้ำที่ผสมผงซักฟอกและตาย ควรกระทำตลอดทั้งปี เพื่อลดปริมาณตัวตัวเต็มวัยของแมลงในฤดูปลูก (สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว)
• ด้วงดีด ชาวบ้านเรียกว่า “แมงไฟ”
• หนอนแมลงนูน ชาวบ้านเรียกว่า “แมงบ้งโก้ม” ลักษณะการทำลาย โดยหนอนที่อาศัยอยู่ในดิน กัดกินส่วนรากของต้นข้าว ทำให้สูญเสียระบบรากทั้งหมด การทำลายข้าวไร่มักปรากฏเป็นหย่อมๆ ไม่แพร่กระจายไปทั้งแปลงปลูก ลักษณะต้นข้าวที่ถูกทำลายในระยะแรก จะเหลืองซีด ชะงักการเจริญเติบโต เนื่องจากระบบรากถูกทำลาย ต่อมาใบข้าวจะแห้งตายมากผิดปรกติ และจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด การป้องกันกำจัด จับตัวเต็มวัยมารับประทานเป็นอาหาร และสังเกตการทำลายต้นข้าว ซึ่งทั้งกอจะเหลืองซีดผิดปกติและแห้งตายอย่างรวดเร็ว ให้ขุดจับตัวหนอนทำลาย ทิ้ง เพื่อมิให้เคลื่อนย้ายไปทำลายกอใกล้เคียงได้อีก (สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว)

นอกจากนั้นแล้วการเกิดแมลงศัตรูพืชระบาด อาจมีสาเหตุมาจากการใช้พื้นที่ดินปลูกข้าวไร่ติดต่อกัน (การใช้พื้นที่ซ้ำซาก) การใช้พันธุ์ข้าวสายพันธุ์เดิมติดต่อกันและมีความหลากหลายของสายพันธุ์ในพื้นที่น้อย ดังจะเห็นได้จากการเปรียบเทียบระหว่างพันธุ์ข้าวที่โครงการนำไปปลูก ได้แก่ ข้าวเล็บช้าง ข้าวลาย ข้าวแพร่แดง ข้าวแพร่ขาว ข้าวหนอน ข้าวปีก และข้าวเหลือง ยังไม่พบการเข้าทำลายของแมลงศัตรูข้าวไร่ในระยะกล้า

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : ไม่พบ
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2556250,000|210,000|44,000|166,000201312892521.pdf2014317121631.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=541]   วันที่รายงาน  [18/4/2556]
ตารางกิจกรรม ปี ๒๕๕๖ หมู่บ้านการจัดการองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ บ.ห้วยขวาก ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013418925181.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=613]   วันที่รายงาน  [29/4/2556]
รายงานผลการดำเนินงาน
โครงการการหมู่บ้านการจัดการองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ บ.ห้วยขวาก ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ประจำเดือนมีนาคม - เมษายน 2556

1. สรุปบทเรียนในการจัดการองค์ความรู้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่
จากการวิเคราะห์ระหว่างปี 2553 - 2554 พบว่า ขั้นตอนการผลิตข้าวไร่ของเกษตรกรบ้านห้วยขวากบางขั้นตอนมีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ โดยเฉพาะในขั้นตอนการเตรียมแปลง ส่วนขั้นตอนการปลูก การใช้เมล็ดพันธุ์และการดูแลรักษา ยังปฏิบัติตามวิถีเดิมอยู่
ปี 2555 เกษตรกรมีการดูแลรักษา การคัดเลือกพันธุ์ และการดูแลแปลงหลังเก็บเกี่ยว เพราะว่าในปี 2555 ข้าวไร่ประสบปัญหาการระบาดของหนอนแมลงวันเจาะยอด ส่งผลให้ข้าวในช่วงระยะกล้าได้รับความเสียหาย เกษตรกรจึงมีการนำเทคโนโลยีด้านการดูแลรักษาไปปฏิบัติ (ปลูกเสริมและใส่ปุ๋ย) ทำการคัดเลือกพันธุ์ และปลูกพืชตระกูลถั่วในแปลงหลังเก็บเกี่ยว (10 ราย)
ปี 2556 เกษตรกรเริ่มปลูกข้าวไร่วันที่ 19 เมษายน (มีการลงแขกช่วยกัน 70 ราย) ความเข้าใจของเกษตรกรต่อการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ในขั้นตอนการปลูก พบว่า เกษตรกรมีความเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ คือปลูกโดยใช้ระยะห่างระหว่างหลุม 20 x 20 ซม. และใช้เมล็ดข้าวปลูกประมาณ 1 กำมือ จะปลูกได้ 12 – 15 หลุม หรือประมาณ หลุมละ 8 – 10 เมล็ด โดยเกษตรกรมีเหตุผลในการปลูก คือ เพื่อสร้างจำนวนต้นข้าวให้ได้มากต่อพื้นที่และลดความเสียงจากการทำลายของโรคและแมลง เพราะว่า ถ้าปลูกในระยะที่ห่างกันมาก อาจจะทำให้ต้นข้าวในพื้นที่มีจำนวนลดลงจากการทำลายของโรคและแมลง (ภาพที่ 1) ถึงแม้ว่าการปลูกในระยะที่ห่างจะทำให้ข้าวมีการแตกกอที่ดีแต่เกษตรกรไม่กล้าเสียง (ข้อมูลจากเกษตรกรที่นำเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ไปปฏิบัติอย่างเข้มข้น 6 ราย) แสดงให้เห็นว่า เกษตรกรมีการพัฒนาและจัดการเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตปลูกข้าวไร่ในขั้นตอนปลูกที่เหมาะสมบนพื้นฐานของสภาพพื้นที่ เพื่อลดความเสียงจากการทำลายของโรคและแมลง

2. ประชุมกลุ่มผู้นำเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ไปปฏิบัติอย่างเข้มข้น
จากการประชุมแลกเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ทั้ง 6 ขั้นตอน เกษตรกรเห็นว่า ถ้าหากนำเทคโนโลยีด้านพันธุ์ข้าวที่ดีมีความบริสุทธิ์มาใช้ในการถ่ายทอดเป็นหลัก จะช่วยให้เกษตรกรในชุมชนเกิดการยอมรับและนำเอาเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตอีก 5 ขั้นตอนไปปฏิบัติได้เร็วขึ้น เพราะว่า ถ้าเกษตรกรได้พันธุ์ดีมีความบริสุทธิ์ไปปลูก เกษตรกรจะให้ใส่ใจต่อการเตรียมแปลง การปลูก การดูแลรักษา การคัดเลือกพันธุ์ และการดูแลแปลงหลังเก็บเกี่ยวเพิ่มมากขึ้น
จากประเด็นดังกล่าวได้นำไปสู่การค้นหาศักยภาพของกลุ่มในการทำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีความบริสุทธิ์ พบว่า เกษตรกรมีองค์ความรู้ในการคัดเลือกและเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่ คือ เกษตรกรจะคัดเลือกพันธุ์ข้าวในช่วงระยะเก็บเกี่ยว โดยเลือกเกี่ยวต้นข้าวที่มีรวงสมบูรณ์ ตรงตามสายพันธุ์หลักก่อน หลังจากนั้นถึงจะเกี่ยวข้าวที่จะนำไปบริโภค และมีวิธีการมัดต้นข้าวหลังเกี่ยวระหว่างข้าวที่จะนำไปทำเมล็ดพันธุ์กับข้าวที่จะนำไปบริโภคแตกต่างกัน เพื่อทำเป็นสัญลักษณ์และง่ายต่อการคัดแยก แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรมีความละเอียดและมีศักยภาพในการทำเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่ต้องให้ความรู้หลักวิชาการด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรเพิ่มเติม ด้วยประเด็นดังกล่าวจึงนำไปสู่การต่อยอดในกระบวนของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในปี 2556 โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.1 /2.12.1ประเด็นการทำเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่ เกษตรกรสนใจปลูกเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ของตนเองและขยายเมล็ดข้าวพันธุ์ดีที่มีความบริสุทธิ์ให้แก่เพื่อนบ้าน เพราะเกษตรกรเห็นว่าการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวไร่ที่มีความบริสุทธิ์จะช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ต้องมีพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย โดยเกษตรกร 6 รายจะทำการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวขาวภูฟ้า รายละ 10 กก. และอีก 5 ราย จะใช้พันธุ์เดิมปลูกเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ต่อ (เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่ที่โครงการนำไปให้ปลูกขยายในปี 2555 ซึ่งจะมีพันธุ์ไม่ซ้ำกัน) ปลูกรายละ 10 กก. ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่เหลือจะปลูกเพื่อใช้สำหรับบริโภค
ประเด็นการจัดการแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรจะแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนระหว่างแปลงข้าวที่ทำเมล็ดพันธุ์กับพันธุ์ข้าวที่ใช้บริโภค โดยจะใช้พื้นที่บริเวณหัวแปลงหรือแปลงที่อยู่บนแปลงข้าวที่สำหรับปลูกไว้บริโภคทำเป็นแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ เพราะป้องกันการปนกับพันธุ์ข้าวที่ปลูกไว้บริโภค

3. ถ่ายทอดความรู้การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ
มีเกษตรกรเข้ารับการถ่ายทอดจำนวน 45 ราย ถ่ายทอดความรู้การผลิตโดยวิทยากรชุมชน (นายเลิศ คงธนรักษ์) โดยมีประเด็นการถ่ายทอด คือ ความสำคัญของปุ๋ยหมักชีวภาพที่มีต่อชุมชน การลดต้นทุนในภาคเกษตรกรรมจากการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ และวิธีการผลิต
วัสดุที่ให้ทำปุ๋ยหมักเน้นวัสดุที่หาได้ในพื้นที่ ได้แก่ มูลวัว แกลบ ดอกก๋ง (วัสดุที่เหลือใช้จากการทำไม้กวาด) และใบไม้แห้ง เพื่อให้การย่อยสลายวัสดุหมักมีคุณภาพ ได้ใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เป็นสารกระตุ้นในการย่อยสลาย ซึ่งสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เพื่อผลิตปุ๋ยหมักในเวลารวดเร็วและมีคุณภาพสูง (กรมพัฒนาที่ดิน)

4. การถ่ายทอดความรู้การดูแลรักษาต้นกาแฟหลังเก็บเกี่ยว
จากการสำรวจโรคและแมลงที่รบกวนกาแฟในพื้นที่ช่วงเดือน พฤศจิกายน 2555 (สำรวจและประเมินโรคจากคณะอาจารย์จากศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับเกษตรกร) พบว่ามีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ เพลี้ยหอยสีเขียว หนอนเจาะลำต้น (ตัวหนอนสีขาว) หนอนกาแฟสีแดง และโรคกิ่งและยอดแห้ง โดยเฉพาะเพลี้ยหอยสีเขียวที่มีการระบาดมาก แต่ต้องทำการป้องกันกำจัดหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต
ดังนั้นในช่วงเดือน เมษายน – สิงหาคม เป็นช่วงที่กาแฟยังไม่ให้ผลผลิต จึงจำเป็นต้องทำการป้องกันกำจัด มีวิธีโดยให้เกษตรกรใช้ไวท์ออยล์ (White oil) ซึ่งเป็นสารที่มาจากปิโตรเลียมที่มีคุณสมบัติในการป้องกันศัตรูพืช (เป็นสารในกลุ่มสารชีวภาพ) มีฤทธิ์การทำลายโดยการปกคลุมหรือแทรกซึมเข้าไปในศัตรูพืชโดยเฉพาะศัตรูพืชจำพวกเพลี้ย ใช้โดยนำมาผสมน้ำในอัตรา ไวท์ออยล์ 150 cc (ประมาณ 1 ขวดกระทิงแดง) : น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงเช้าหรือเย็นในต้นที่มีอาการทุก ๆ 10 วัน จนกว่าอาการจะหาย
ค่าใช้จ่าย : 44,000
จำนวนผู้รับบริการ : 128
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013751430321.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=678]   วันที่รายงาน  [5/7/2556]
1. การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่
1.1 ติดตามการผลิตข้าวไร่ของเกษตรกรในระยะการปลูก ในพื้นที่ประมาณ 95 แปลง จาก 48 ครอบครัว พบว่า เกษตรกรมีความเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ คือปลูกโดยใช้ระยะห่างระหว่างหลุม 20 x 20 ซม. และใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกประมาณ หลุมละ 8 – 10 เมล็ด (1 กำมือ จะปลูกได้ 12 – 15 หลุม) โดยเกษตรกรมีเหตุผลในการปลูก คือ เพื่อสร้างจำนวนต้นข้าวให้ได้มากต่อพื้นที่และลดความเสียงจากการทำลายของโรคและแมลง เพราะว่า ถ้าปลูกในระยะที่ห่างกันมาก อาจจะทำให้ต้นข้าวในพื้นที่มีจำนวนลดลงจากการทำลายของโรคและแมลง ถึงแม้ว่าการปลูกในระยะที่ห่างจะทำให้ข้าวมีการแตกกอที่ดีแต่เกษตรกรไม่กล้าเสี่ยง แสดงให้เห็นว่า เกษตรกรมีการพัฒนาและจัดการเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตปลูกข้าวไร่ในขั้นตอนปลูกที่เหมาะสมบนพื้นฐานของสภาพพื้นที่ เพื่อลดความเสียงจากการทำลายของโรคและแมลง
1.2 จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่ที่มีคุณภาพให้แก่ชุมชน มีสมาชิกจำนวน 10 คน ได้ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวไร่และเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกร
ลำดับ ชื่อ – สกุล ชนิด/พันธุ์ข้าว จำนวนเมล็ด (กก.) แหล่งที่มา
1 นายเดช อุ่นถิ่น ข้าวขาว 2 จากโครงการสนับสนุนปี 55
2 นายชาญ อุ่นถิ่น ข้าวเหลือง 10
3 นายยศ อุ่นถิ่น ข้าวหนอน 10
4 นายพรชัย อุ่นถิ่น ข้าวปีก 10
5 นายรัตน์ อุ่นถิ่น ข้าวขาว 10 กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไร บ.ห่างทางหลวง ต.ภูฟ้าอ.บ่อเกลือ จ.น่าน
6 นายศักดิ์ อุ่นถิ่น ข้าวขาว 10
7 นายแทน อุ่นถิ่น ข้าวขาว 10
8 นายบุญเลิศ คงธนรักษ์ ข้าวขาว 10
9 นายติ๊บ อุ่นถิ่น ข้าวขาว 10
10 นายชาญ อุ่นถิ่น ข้าวขาว 10

2. การปลูกสตรอเบอร์รี่เพื่อผลิตต้นไหล โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
2.1 เป้าหมายการผลิต 30,000 ต้น ใช้ต้นแม่พันธุ์ปลูก 1,092 ต้น ปลูกวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 มีเกษตรกรนำไปปลูก 3 ราย
2.2 การเตรียมแปลง พื้นที่ปลูกมี 2 ลักษณะ ได้แก่
- พื้นที่ลาดชัด เตรียมแปลงโดยการขุดพื้นที่ให้เป็นขั้นบันได หน้ากว้างขนาด 1 เมตรแล้วปรับพื้นให้เสมอกัน
- พื้นที่ราบ เตรียมแปลงโดยกำจัดวัชพืชให้สะอาดแล้วปรับพื้นให้เสมอกัน
2.3. วิธีการปลูก
- ปลูกในถุงเพาะขนาด 7 x 14 นิ้ว
- วัสดุปลูกที่ใช้คือ ดิน ปุ๋ยหมัก และมูลวัว นำมาผสมกันในอัตราส่วน 2: 1: 1 แล้วนำมากรอกใส่ถุงปลูกประมาณ 4 ใน 5 ของขนาดถุง (ประมาณ 80%)
2.4 การวางถุงปลูก
- การวางถุงปลูกในพื้นที่ขั้นบันใด ใช้ระยะห่างระหว่างแถว 1 เมตร และระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร (150 x 50 ซม.)
- การวางถุงปลูกในพื้นที่ราบ ใช้ระยะห่างระหว่างแถว 60 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร (60 x 50 ซม.)
- ก่อนการวางถุงปลูกได้ทำการขุดบริเวณที่จะวางถุงลึก 5 – 10 เซนติเมตร กว้างเท่ากับขนาดของถุง
2.5 การปลูก
รดน้ำให้ชุ่มก่อนปลูก หลังจากนั้นนำไม้ปลายแหลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร กระทุ้งให้เป็นหลุมลึกประมาณ 5 เซนติเมตร นำต้นแม่พันธุ์ลงปลูกโดยให้ยอดโผล่พ้นจากหลุม แล้วกดดินบริเวณโคนต้นให้พอดีไม่เน้นเกินไป หลังจากปลูกเสร็จนำน้ำมารดอีกครั้ง

3. การถ่ายทอดความรู้การดูแลรักษาต้นกาแฟหลังเก็บเกี่ยว
3.1 หลังจากให้ความรู้การป้องกันกำจัดศัตรูกาแฟจำพวกเพลี้ยหอยสีเขียวให้แก่เกษตรกรที่ทำการปลูกกาแฟ จำนวน 73 ราย โดยให้เกษตรกรใช้ไวท์ออยล์ (White oil) พบว่า เกษตรกรนำไปใช้ทุกราย ทำให้การระบาดของเพลี้ยหอยสีเขียวลดลงเป็นจำนวนมาก (ข้อมูลจากการสำรวจและจากเกษตรกร)
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 83
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=849]   วันที่รายงาน  [18/10/2556]
แผนการดำเนินงานช่วงขยายเวลาค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 201310181352431.pdf

ส่งข้อความถึง - ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates