หมู่บ้านกลุ่มเกษตรกรอ้อย

บ้านปลายราง ม.8 ต.ข่อยสูง อ.ตรอน อุตรดิตถ์

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์
สถานะหมู่บ้าน : เข้มแข็งเติบโต

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2553345,000|95,000|95,000|ใช้หมด20132141055481.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=85]   วันที่รายงาน  [30/9/2553]
1.การศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเอกสารงานวิจัย บทความและระบบสารสนเทศ
- พฤษภาคม 53 / ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น และประชุมกลุ่มเพื่อแจกแจงกระบวนการดำเนินงาน
2.ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ
-พ.ค. – มิ.ย. 53 / ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของชุมชน และทำการติดต่อขอความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
3.สำรวจสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกในพื้นที่ รวมทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์
-มิ.ย. 53 / ลงพื้นที่สำรวจเกษตรกรผู้เพาะปลูกอ้อย และผลิตภัณฑ์ของชุมชนพบว่ากลุ่มเกษตรการมีปัญหาหนี้สินเป็นจำนวนมาก กิจกรรมหลักได้แก่การทำนาและปลูกไร่อ้อยเพื่อส่งให้กับโรงงานแปรรูปน้ำตาล
4.จัดเวทีประชาคมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ
-วันที่ 21 ก.ค. 53 / ห้องประชุม อบต.ข่อยสูง จัดเวทีประชาคมร่วมกับสมาชิกกลุ่มเกษตรกรจำนวน 25 คนเพื่อหารือและกำหนดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ
5.การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
- โครงการอบรมการบริหารจัดการองค์กรแบบมีส่วนร่วม
วันที่ 26 ก.ย. 53 / อาคารปฏิบัติการ อบต.ข่อยสูง มีผู้เข้าร่วมอบรม 115 คน
- โครงการอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์อ้อยเพื่อการเพิ่มมูลค่า
วันที่ 27 ก.ย. 53 / อาคารปฏิบัติการ อบต.ข่อยสูง มีผู้เข้าร่วมอบรม 113 คน
6.การศึกษาดูงานกลุ่มเครือข่ายเรียนรู้หมู่บ้านวิทยาศาสตร์
-วันที่ 14 ส.ค. 53 / สมาชิกกลุ่มเกษตรกร 22 คน เดินทางไปศึกษาดูงานโรงงานหีบน้ำอ้อยที่อำเภอศรีนคร จ.สุโขทัย เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์จากอ้อย ของกลุ่มเกษตรกร
7.ติดตามผลการดำเนินงานและประเมินผล
-สรุปผลจากแบบสอบถามและแบบประเมินโครงการ
8.นำเสนอผลการดำเนินงาน
-สรุปรายงานโครงการ
9.สรุปผล และทำรายงาน
-จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน
ค่าใช้จ่าย : 95,000
จำนวนผู้รับบริการ :
ปัญหาอุปสรรค : 1) ในช่วงแรกกลุ่มเกษตรกรไม่เข้าใจในโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ เพราะคิดว่าการเข้าร่วมโครงการต้องเสียค่าใช้จ่าย
2) องค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง อ.ตรอน มีความเข้าใจว่างบประมาณของหมู่บ้านวิทยาศาสตร์จะนำมาลงให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อทำการบริหารโครงการ แต่เมื่อมีการประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ ว่างบประมาณที่ได้นั้นมีให้กับหัวหน้าโครงการเพื่อบริหารโครงการในการจัดกิจกรรมต่างๆ ตามแผนการดำเนินงาน จึงเกิดการต่อต้านขึ้นในสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางท่าน แต่ภายหลังจากที่มีการติดต่อประสานงานระหว่างทีมงานโครงการ กลุ่มเกษตรกร และองค์การบริหารส่วนตำบล อย่างต่อเนื่อง และเริ่มเห็นผลจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ต้องการสร้างกิจกรรมกลุ่มในการช่วยลดภาระหนี้สิน และมีความต้องการเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ อย่างจริงจัง ทางสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลจึงลดกระแสการต่อต้านลง และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
3) โครงการมีระยะเวลาในการดำเนินงานสั้น ทำให้ต้องเร่งดำเนินงานให้ตรงตามแผนงาน

แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=201]   วันที่รายงาน  [30/3/2555]
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ :
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2555378,000|210,000|210,000|ใช้หมด20125151054441.pdf20121011247271.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=199]   วันที่รายงาน  [30/3/2555]
โครงการเพิ่งได้รับการอนุมัติ และอยู่ระหว่างการติดต่อประสานงานกับผู้ประสานงานประจำหมู่บ้าน เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการหมู่บ้าน ว และ ท ประจำปีงบประมาณ 2555ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ :
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=232]   วันที่รายงาน  [29/5/2555]
แบ่งเป็น 3 ระยะ (พ.ย.54 - 28 พ.ค.55)
1. การดำเนินงานโครงการหมู่บ้าน ว และ ท ประจำปีงบประมาณ 2555 ของหมู่บ้านอ้อย ในช่วงแรกของการดำเนินงาน อ.สิทธินันท์ ทองศิริ ได้จัดให้มีการอบรมกลุ่มย่อยเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในการระดมเงินทุนของกลุ่มสมาชิกสำหรับการดำเนินงานของกลุ่มโดยการลงขันพร้อมทั้งให้จดบันทึกข้อมูลการเงินของกลุ่มเพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนในการปรับปรุงพื้นที่สำหรับการผลิต จากนั้นได้มีการปรับปรุงพื้นที่โรงเรือนเก่าให้เป็นพื้นที่สำหรับการดำเนินการผลิตในอนาคต มีการปรับปรุงโครงหลังคา เสาอาคาร(โรงเรือน) และปรับพื้น ซึ่งมีการกำหนดพื้นที่ใช้งานโดยแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับการหีบน้ำอ้อย พื้นที่สำหรับการสร้างเตาเคี่ยวน้ำอ้อยก้อน(เตาโบราณ)

2.ระยะที่ 2 ของการดำเนินงานภายหลังจากการระดมเงินทุนของสมาชิก ได้มีการดำเนินงานปรับปรุงโรงเรือนเพื่อใช้เป็นที่ดำเนินการผลิตของกลุ่มในอนาคต เนื่องจากพื้นที่ๆมีอยู่เดิมนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่เคยก่อสร้างเป็นอาคารแต่สร้างไม่แล้วเสร็จ มีแค่เสาปูนแบ่งเป็นบล็อคๆและมีการเทพื้นปูนแล้ว กับพื้นที่ๆเป็นโรงเรือนที่ไว้ใช้พักอาศัยและเก็บของทั่วๆไป ทำให้ต้องมีการประชุมขอความคิดเห็นกับสมาชิกในกลุ่มเพื่อทำการเลือกพื้นที่ๆต้องการปรับปรุงเป็นสถานที่ผลิต และจากการประชุมกลุ่มทำให้ได้ข้อสรุปในเรื่องของการปรับปรุงพื้นที่โดยเลือกโรงเรือนเดิมให้เป็นพื้นที่สำหรับการผลิต โดยคำนึงถึงการปรับปรุงเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยไม่ใช่เป็นการสร้างใหม่เพราะจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูง ทำให้สามารถลงมือปรับปรุงพื้นที่ได้โดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกภายในกลุ่มที่มีอาชีพเสริมคือการรับจ้างทั่วไปเข้ามาช่วยในการลงมือปรับปรุงพื้นที่ในครั้งนี้

3.ระยะที่ 3 ภายหลังจากที่ได้รับประกาศการสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว อ.สิทธินันท์ ทองศิริ ได้เข้าไปตรวจเยี่ยมกลุ่มหมู่บ้านอ้อย โดยเข้าไปพูดคุยกับคุณชูเดช นวมเณร (รองประธานกลุ่ม) เพื่อหารือในการดำเนินโครงการต่อ พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดและขั้นตอนในการดำเนินงาน โดยแบ่งเป็นหัวเรื่องสำคัญคือ การบริหารจัดการองค์กรและการแบ่งหน้าที่งาน การจัดทำบัญชีครัวเรือน การพัฒนาเตาเคี่ยวน้ำตาลอ้อยแบบโบราณ ช่องทางการนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย การทดลองผลิต รวมทั้งการวางแผนปลูกอ้อยปลอดสารพิษ
ค่าใช้จ่าย : 15,000
จำนวนผู้รับบริการ :
ปัญหาอุปสรรค : เนื่องจากขาดความต่อเนื่องระหว่างดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2554 – 2555 ทำให้สมาชิกในกลุ่มบางคนถอดใจ อีกทั้งการระดมเงินทุนของสมาชิกกลุ่มที่บางคนไม่ยอมเข้าร่วม เพราะว่ามองไม่เห็นถึงเงินรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาจทำให้สมาชิกในกลุ่มเหลือน้อยลง แต่ยังมีความต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาตนเองและกลุ่มอยู่
แนวทางแก้ไข : คณะทำงานโครงการฯ ต้องชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งต้องทำการพูดคุยให้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายในการพัฒนากลุ่มให้สามารถดำเนินต่อไปได้ และพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต การเข้าร่วมโครงการเป็นการพัฒนาในระยะยาวไม่ใช่เข้าร่วมแล้วจะประสบผลสำเร็จในทันที ดังนั้นสมาชิกในกลุ่มต้องให้การช่วยเหลือซึ่งกันละกัน พร้อมที่จะพัฒนาไปพร้อมกันจึงจะทำให้กลุ่มเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20125291334291.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=283]   วันที่รายงาน  [3/7/2555]
1.ด้วยคลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชุมชน เทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดงานมหกรรม “วิทยาศาสตร์สู่ชุมชน ครั้งที่ ๖” ขึ้น ณ ศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชุมชน เทศบาลตำบลหัวดง ในวันที่ ๑-๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีหน่วยงานร่วมจัดหลายๆ หน่วยงาน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานคลินิกเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งมีหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะอีกมากมายภายในงานครั้งนี้ด้วย
2.วันที่ 28 พ.ค. 55 อ.สิทธินันท์ ทองศิริ ได้เข้าตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรเพื่อพูดคุยและปรึกษา รวมทั้งขอความร่วมมือในการเข้าร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน ครั้งที่ 6 ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่ ศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชุมชน เทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
3.วันที่ 1-2 มิ.ย.55 จากการเข้าร่วมโครงการมหกรรมวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน ครั้งที่ 6 ณ ศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชุมชน เทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล ในวันที่ 1 – 2 มิถุนายน 2555 โดยพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน มาเป็นประธานในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯครั้งนี้ สมาชิกทั้ง 17 คนได้เข้าร่วมนิทรรศการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งในครั้งนี้ทางกลุ่มได้นำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ไปจัดจำหน่าย ได้แก่ น้ำอ้อย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเฉาก๊วย น้ำเก็กฮวย และถ่านอัด ทั้งนี้มีการนำเครื่องกวนน้ำตาลอ้อยไปจัดแสดงและได้รับความสนใจในการนำเสนอเทคโนโลยีเครื่องกวนน้ำตาลอ้อยให้กับผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก
4.วันที่ 17 มิ.ย. 55 คณะทำงานโครงการหมู่บ้าน ว และ ท ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดวันในการจัดฝึกอบรมด้านการเกษตรปลอดสารพิษ เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มสามารถผลิตปุ๋ยชีวภาพขึ้นใช้เองภายในชุมชน และให้ตระหนักถึงคุณค่าในการเกษตรปลอดสารพิษภายในชุมชนของตน รวมทั้งรณรงค์ให้สมาชิกในกลุ่มเพื่อปลูกอ้อยแบบปลอดสารพิษ(เคมี) ประมาณกลางเดือนกรกฏาคม 2555
5.วันที่ 25 มิ.ย. 55 คณะทำงานโครงการหมู่บ้าน ว และ ท ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง อ.ตรอน ได้ปรึกษาหารือการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในวันที่ 2 ก.ค. 55 โดยได้รับความร่วมมือจากนายก อบต.ข่อยสูง นายสำรวย เปลี่ยนสูงเนิน และนายสมจิตร เมล์พ่วง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง
6.วันที่ 26 มิ.ย.55 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้กับสมาชิกอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(อสวท.) ในวันที่ 25-26 ก.ค.55 ซึ่งมีการกำหนดให้สมาชิกในโครงการหมู่บ้าน ว และ ท เกษตรกรอ้อยเข้าร่วม 10 คนเป็นอย่างน้อย รายละเอียดและผลการดำเนินงานจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
ค่าใช้จ่าย : 20,000
จำนวนผู้รับบริการ : 17
ปัญหาอุปสรรค : 1. เนื่องจากช่วงเวลาปัจจุบัน (พฤษภาคม พ.ศ.2555) เป็นช่วงเวลาสำหรับการเพาะปลูกต้นอ้อย ดังนั้นจึงไม่สามารถนำอ้อยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ซึ่งระยะเวลาเจริญเติบโตของอ้อยจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน ทางกลุ่มจะสามารถเก็บเกี่ยวอ้อยเพื่อทำการแปรรูปได้ประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งอาจต้องมีการขอขยายระยะเวลาดำเนินโครงการในภายหลัง
2. จากการประชุมวันที่ 25 มิ.ย.55 ได้มีการตกลงกันเพื่อดำเนินการจัดอบรมบุคลากรในวันที่ 2 ก.ค.55 แต่ทั้งนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2555 เป็นช่วงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ได้เพราะต้องช่วยผู้สมัครในหมายเลขต่างๆ หาเสียงและเป็นฝ่ายสนับสนุน จึงได้เลื่อนวันและเวลาในการจัดอบรมเป็นกลางเดือนกรกฎาคม 2555 แทน

แนวทางแก้ไข : คณะทำงานโครงการฯ จะดำเนินงานโครงการตามแผนงานที่ได้วางไว้ และจะทำการอบรมให้ความรู้กับสมาชิกในกลุ่มตามวันและเวลาที่ได้ทำการนัดหมายต่อไป
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2012731451321.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=284]   วันที่รายงาน  [3/7/2555]
วันที่ 3 ก.ค. 55 จากการโทรศัพท์พูดคุยกับคุณสมจิตร เมล์พ่วง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง เพื่อกำหนดวันและเวลาในการอบรมบุคลากรในเดือนกรกฎาคม 2555 นั้นใจความตอนหนึ่งคืออยากให้แก้ไขปัญหาเร่งด่วนเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ภายในชุมชนที่มีปัญหาน้ำเป็นสนิมจำนวนมาก ซึ่งอยากขอให้คณะทำงานโครงการหมู่บ้าน ว และ ท ได้จัดอบรมให้กับสมาชิกในชุมชนด้วยค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 1
ปัญหาอุปสรรค : เรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคเป็นปัญหาในหลายๆ ชุมชน ทางคณะทำงานมีความคิดเห็นว่าสมควรดำเนินการแก้ไขเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน
แนวทางแก้ไข : คณะทำงานโครงการหมู่บ้าน ว และ ท จะดำเนินการปรึกษากับทางคลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์เพื่อหาแนวทางในการจัดอบรมการสร้างเครื่องกรองสนิมเหล็กขึ้นใช้งานภายในชุมชนต่อไป
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=308]   วันที่รายงาน  [13/7/2555]
อ.สิทธินันท์ ทองศิริ ได้ติดต่อสมาชิกในกลุ่มเพื่อหารือในการส่งบุคลากรเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (อสวท.) จ.อุตรดิตถ์ ในวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2555 ณ คณะเทคโนโลยีอุตสากรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตดิตถ์ ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคุณสมจิตร เมล์พ่วง (ประธานสภาฯ อบต.ข่อยสูง) คัดเลือกสมาชิกจำนวน 3 ท่าน ดังนี้ 1.คุณอำนวย ดอนละไพร
2.คุณวิเชียร ศรีรัตน์
3.คุณชญานิน มั่นอิ่ม
เพื่อเข้ารับการอบรม อสวท.ประจำปี 2555
ส่วนผลการดำเนินงานจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
ค่าใช้จ่าย : 1,000
จำนวนผู้รับบริการ : 17
ปัญหาอุปสรรค : มีสมาชิกอยากเข้าร่วมในการอบรมมากกว่า 3 คน
แนวทางแก้ไข : เพิ่มเติมสมาชิกจำนวน 2 ท่านในวันที่เข้ารับการอบรมจริง เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรบไปกระจายข้อมูลสู่ชมชนภายหลัง
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=463]   วันที่รายงาน  [23/11/2555]
สรุปกิจกรรมในโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (เกษตรกรอ้อย บ้านปลายราง) ประจำปี 2555
1. ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน และอมรบให้ความรู้ในเรื่องของการระดมทุนของกลุ่มสมาชิก พร้อมทั้งให้จัดทำบัญชีข้อมูลทางการเงินของกลุ่ม เพื่อใช้ในการควบคุมและตรวจสอบการรับ-จ่ายเงินของสมาชิก
2. ความร่วมมือในการเข้าร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน ครั้งที่ 6 ณ ศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชุมชน เทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
3. จัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกในกลุ่มเพื่อเป็นประวัติบุคลากรของหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. โครงการอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (อสวท.) จ.อุตรดิตถ์
5. การถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องสีข้าวขนาดเล็ก
6. การศึกษาดูงาน ณ โรงงานจินตนาสมุนไพร ต.ทุ่งยั้ง จ.อุตรดิตถ์
7. การตรวจสอบปริมาณสนิมเหล็กในน้ำ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเครื่องกรองสนิมเหล็กขนาดเล็กเพื่อให้ชุมชนมีน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภค
8. การอบรบกระบวนการแปรรูปอาหารเบื้องต้นและสุขลักษณะที่ดีในการผลิต
9. การอบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนอย่างง่าย
10. การถ่ายทอดนวัตกรรมการปลูกอ้อยจากงานวิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ที่ส่งเสริมในประเทศอินเดีย และลดการใช้ท่อนพันธุ์
11. การพัฒนาเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน เช่น เตากวนน้ำอ้อยแบบโบราญ เครื่องสับคลุกใบอ้อย และเครื่องคัดขนาดข้าว
12. การออกแบบและพัฒนาตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์
13. การถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องกวนน้ำตาลอ้อย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยในกิจกรรมทางการผลิต

ผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้าน ว และ ท เกษตรกรอ้อยในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 74 คน แบ่งเป็นเพศชาย 31 คน และเพศหญิง 43 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ67.56 มีระดับการศึกษาสูงสุดได้แก่ประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 86.48 และมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 3,001 – 4,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 62.16
จากการสรุปผลวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการพบว่าสมาชิกให้คะแนนประเมินความพึงพอใจต่อวิทยากร เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง มากที่สุดที่ร้อยละ 84.62 รองลงมาคือความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหนคิดเป็นร้อยละ 82.69 และในด้านของวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้สามารถเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 80.77 ตามลำดับ ในด้านที่ควรปรับปรุงพบว่าสมาชิกส่วนใหญ่ต้องการให้มีเวลาการอบรมที่เพิ่มขึ้น และช่วงเวลาของการจัดการอบรมควรจัดให้มีความเหมาะสมตามฤดูกาล
จากการสุ่มติดตามผลภายหลังจากการจัดกิจกรรมในโครงการทั้งสิ้น 48 คน จากจำนวนสมาชิกที่ลงทะเบียน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 64.86 และจากการเข้าร่วมอบรมในกิจกรรมต่างๆ แสดงให้เห็นว่าสมาชิกสามารถนำความรูปไปใช้ประโยชน์จากการเข้ารับการอบรมตามโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดเป็นร้อยละ 100 โดยข้อมูลส่วนใหญ่แสดงให้เห็นถึงการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นรายได้เสริมคิดเป็นร้อยละ 83.34 ของจำนวนสมาชิกที่ทำการสุ่มสำรวจติดตามผล และจะสามารถเพิ่มรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,001 – 2,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 64.58
ค่าใช้จ่าย : 174,000
จำนวนผู้รับบริการ : 74
ปัญหาอุปสรรค : 1. ควรมีการแจ้งข้อมูล และติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง
2. ควรมีการจัดสรรงบประมาณให้รวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่
3. ควรให้ความรู้ในกลุ่มอาชีพเสริมที่ชุมชนต้องการ เช่น การแปรรูปข้าวกล้อง การผลิตก๊าซชีวภาพในชุมชน เป็นต้น

แนวทางแก้ไข : ควรติดตามโครงการและงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และจัดสรรงบประมาณให้รวดเร็วกว่านี้
ไฟล์แนบกิจกรรม : 201211231119591.pdf
2556343,200|242,000|242,000|ใช้หมด2013261638391.pdf2014321944311.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=539]   วันที่รายงาน  [18/4/2556]
ตารางกิจกรรม ปี ๒๕๕๖ หมู่บ้าน ว และ ท กลุ่มเกษตรกรอ้อย จ.อุตรดิตถ์ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013418921241.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=675]   วันที่รายงาน  [5/7/2556]
14 มีนาคม 2556 คณะทำงานร่วมกับสมาชิกในกลุ่มประชุมหารือเพื่อวางแผน 1)การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องหีบอ้อย 2)การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องกวนน้ำตาลอ้อย โดยกำหนดให้วันที่ 9 และ 10 เมษายน เป็นวันทำกิจกรรมการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อยอาจได้อ้อยมาเป็นวัตถุดิบเพื่อการอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ไม่เพียงพอ
แนวทางแก้ไข : ให้สมาชิกในกลุ่มนำอ้อยต้นมาเป็นวัตถุดิบเพื่อการอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=676]   วันที่รายงาน  [5/7/2556]
วันที่ 9 - 10 เมษายน 2556
คณะทำงานโดยอาจารย์สิทธินันท์ ทองศิริ และอาจารย์อดุลย์ พุกอินทร์ ได้เป็นวิทยากรการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้แก่ 1)การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องหีบอ้อย โดยสมาชิกได้นำต้นอ้อยที่ตนเองปลูกมาเป็นวัตถุดิบในการอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีในครั้งนี้ ซึ่งจากผลการถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องหีบน้ำอ้อย พบว่าตัวเครื่องหีบมีปัญหาในตัวเฟืองขับลูกหีบ อาจารย์อดุลย์ พุกอินทร์จึงได้ทำการปรับปรุงแก้ไขตัวเฟืองโดยการดัดแกนและปรับระดับของเฟืองเพื่อขับลูกหีบให้เหมาะสมกับการใช้งาน ภายหลังจากการปรับแต่งเครื่องทำให้เครื่องหีบสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี จากนั้นจึงให้สมาชิกทดลองใช้เครื่องหีบอ้อยโดยอาจารย์อดุลย์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคอยสั่งการ 2)การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องกวนน้ำตาลอ้อย โดยอาจารย์สิทธินันท์ ทองศิริ เป็นผู้ทำการสาธิตหลักการทำงานของเครื่องกวนน้ำอ้อยแบบ โดยการนำน้ำอ้อยที่ได้จากการหีบด้วยเครื่องมาทำการกรองด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นจึงนำน้ำอ้อยไปเทลงในกระทะของเครื่องกวนจำนวน 20 ลิตร จากนั้นจึงทำการกวนน้ำอ้อยโดยเครื่องกวนซึ่งมีหลักการทำงานอยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนของเตาเพื่อเคี่ยวน้ำอ้อย และส่วนของใบพายเพื่อกวนน้ำอ้อย จากการสาธิตเครื่องกวนน้ำอ้อยพบว่าน้ำอ้อยจำนวน 20 ลิตรใช้ระยะเวลาในการกวนด้วยเครื่องเท่ากับ 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งใช้ระยะเวลาน้อยกว่าการกวนด้วยแรงงานคนซึ่งปกติจะใช้เวลาการกวนที่ 3 ชั่วโมง เมื่อกวนน้ำอ้อยแล้วเสร็จสมาชิกได้นำช้อนขึ้นมาตักน้ำอ้อยเพื่อนำไปทำเป็นน้ำตาลก้อนโดยวางเป็นก้อนๆ บนผ้าขาวบาง
ค่าใช้จ่าย : 60,000
จำนวนผู้รับบริการ : 54
ปัญหาอุปสรรค : ช่วงเวลาการอบรมเป็นช่วงสิ้นฤดูกาลทำให้ไม่สามารถอบรมได้หลายรอบการผลิต
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=677]   วันที่รายงาน  [5/7/2556]
1 มิถุนายน 2556 คณะทำงานร่วมกับนักศึกษาคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม หลักสูตรเทคโนโลยีการผลิต ร่วมกันจัดฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องสับคลุกใบอ้อย โดยใช้พื้นที่แปลงปลูกอ้อยของคุณชูเดช นวมเณร สมาชิกในกลุ่มหมู่บ้านเป็นแปลงสาธิตเครื่องสับคลุกใบอ้อย ผลจากการดำเนินงานพบว่าเครื่องสับคลุกใบอ้อยสามารถทำการสับคลุกใบอ้อยพร้อมทั้งเป็นการพรวนดินได้ลึก 5 เซนติเมตร ในระเยทาง 200 เมตร ใช้เวลาในการสับคลุกและพรวนดิน ประมาณ 2 นาที ซึ่งถือเป็นการลดระยะเวลาในการจัดการหน้าดินของกลุ่มเกษตรกรค่าใช้จ่าย : 35,000
จำนวนผู้รับบริการ : 50
ปัญหาอุปสรรค : ในการนำเครื่องสับคลุกใบอ้อยไปทำการทดสอบครั้งแรก เมื่อต้นเดือนนีนาคม 2556 พบว่าเครื่องสับคลุกใบอ้อยไม่สามารถสับคลุกในแปลงอ้อยเป็นเส้นตรงได้เนื่องจากมีล้อรับน้ำหนักของชุดใบมีดตรงกลาง อีกทั้งตัวล้อมีน้ำหลักเบาทำให้เมื่อเดินเครื่องแล้วจะวิ่งไม่ตรงทาง
แนวทางแก้ไข : ปรับส่วนของล้อเลื่อนเป็นลักษณะชุดสกี เพื่อให้สามารถบังคับทิศทางได้ง่ายขึ้น
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=718]   วันที่รายงาน  [18/7/2556]
3 ก.ค. 56 คณะทำงานร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง ประธานสภา อบต.ข่อยสูง และสมาชิก จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อปรึกษาหารือเนื่องจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอกในชุมชนท้องถิ่น โดยการดำเนินงานของศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านทางคลินิกเทคโนโลยีจากการสนับสนุนงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีในโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายและหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันรวมจำนวน 17 หมู่บ้าน เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานตามพันธกิจระหว่างหน่วยงาน ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จึงได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กับหมู่บ้านแม่ข่ายและหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2556 ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ชั้น 4) อาคาร ICIT ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
ในการนี้ คณะทำงาน จึงขอความอนุเคราะห์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลข่อยสูง ประธานสภา อบต.ข่อยสูง และสมาชิก เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลในท้องถิ่นจำนวน 2 ท่านและผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 5 ท่าน พร้อมกับนำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงในงาน
ค่าใช้จ่าย : 5,000
จำนวนผู้รับบริการ : 10
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=855]   วันที่รายงาน  [4/1/2557]
การดำเนินงาน
1.ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำและปริมาณสนิมเหล็ก พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องกรองสนิมเหล็กขนาดเล็ก และนำไปติดตั้งที่หมู่ 8 ตำบลข่อยสูงเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค
2.ให้ความรู้เรื่องพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยมีการสำรวจสมาชิกในชุมชนที่มีความประสงค์จะขอรับการติดตั้งแก๊สชีวภาพจำนวน 1 หลุม ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งที่กลุ่มเลี้ยงหมูจำนวน 1 หลุม
3.อบรมให้ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มเติม เช่นการเลี้ยงปลาในบ่อน้ำในพื้นที่นาหรือพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเอง
4.การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยให้สมาชิกในกลุ่มได้ฝึกปฏิบัติในการทำน้ำหมักชีวภาพด้วยตนเอง
5.อ.อุสุมา พันไพศาลได้ทำการออกแบบและพัฒนาตราสัญลักษณ์ซึ่งเป็นสติ๊กเกอร์กลุ่มไว้ใช้สำหรับติดสินค้าของกลุ่มเพื่อจำหน่าย เช่น น้ำอ้อยก้อน
6.การทดลองผลิตน้ำอ้อยก้อนเพื่อจำหน่ายในชุมชน เป็นการทดลองผลิตโดยเครื่องกวนน้ำตาลอ้อย ซึ่งรอบการผลิตที่ 1 นำไปทดลองตลาดในราคากิโลกรัมละ 20 บาท และรอบการผลิตที่ 2 เป็นการจำหน่ายในราคาเดียวกับราคาตลาดที่กิโลกรัมละ 30 บาท(หากเปรียบเทียบอ้อยดิบ 1 ตันเป็นน้ำอ้อยจำนวน 500 กิโลกรัม จะสามารถผลิตเป็นน้ำอ้อยก้อนได้ประมาณ 100-120 กิโลกรัม ราคาขายกิโลกรัมละ 30 บาท คิดเป็นมูลค่า 3,600 บาท)


ค่าใช้จ่าย : 132,000
จำนวนผู้รับบริการ : 52
ปัญหาอุปสรรค : 1.อ้อยถือเป็นพืชที่มีระยะเวลาเก็บเกี่ยวในช่วงสิ้นปีถึงต้นปี ทำให้การทดลองผลิตทำได้ล่าช้ากว่าการวางแผน แต่ปัจจุบันมีการทดลองผลิตไปแล้ว 3 รอบการผลิต
2.ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวและอ้อยของสมาชิกมีผลต่อการนัดหมายอบรม ทำให้มีการปรับวันเวลาอบรมบ่อยครั้ง อีกทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมน้อยกว่าเป้าหมายที่วางไว้
แนวทางแก้ไข : 1.มีการทดลองผลิตน้ำอ้อยก้อนภายหลังจากขยายระยะเวลาดำเนินงานจำนวน 3 รอบการผลิต ซึ่งมีการผลิตได้ปริมาณ 100 - 120 กิโลกรัม ซึ่งสร้างรายได้เพิ่มให้กับสมาชิกในกลุ่ม
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง S.thongsiri@gmail.com ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates