หมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์

บ้านทรายงาม ม. 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์
สถานะหมู่บ้าน : แม่ข่ายขยายลูก
ลูกข่าย 0 พื้นที่

    เรื่องเล่าความสำเร็จ...

     

    ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
    2553775,000|125,000||125,00020132141053481.pdf201112191323251.pdf
    รายงานผลการดำเนินงาน
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=82]   วันที่รายงาน  [30/9/2553]
    ค่าใช้จ่าย :
    จำนวนผู้รับบริการ :
    ปัญหาอุปสรรค :
    แนวทางแก้ไข :
    ไฟล์แนบกิจกรรม : 20109301133181.pdf
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=555]   วันที่รายงาน  [18/4/2556]
    1.1 สำรวจข้อมูล ศึกษาศักยภาพ ปัญหา อุปสรรค ขึ้นทะเบียนผู้ร่วมโครงการ
    1.2 การวางแผนการดำเนินงาน
    1.3 จัดทำแผนการจัดทำพื้นที่สมุนไพรอินทรีย์(Zoning )
    -มีคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสมุนไพรอินทรีย์ 1 ชุด
    -วางแผนการดำเนินงานจัดอบรมและจัดพื้นที่ปลูกสมุนไพรอินทรีย์

    2. การฝึกอบรมปฏิบัติเชิงปฏิบัติการ
    2.1 การผลิตข่า (การปลูก เครื่องมือการจัดการระบบน้ำ และการยกพื้นรวมทั้งตะแกรงตาก ) ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 70 คน เมื่อวันที่ 22 กค 53
    2.2 การผลิตสมุนไพรตามข้อกำหนด GAP ( Good Agriculture Practices ) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยเพื่อให้ได้เครื่องหมาย Q ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 70 คน เมื่อวันที่ 23 กค 53


    3. การติดตามการดำเนินงาน
    3.1 รายงานความก้าวหน้า
    3.2 สรุปผลงาน
    -ร่วมกิจกรรมหมู่บ้าน1ในทำบุญกลางบ้าน
    - ติดตามการจัดทำจัดทำพื้นที่สมุนไพรอินทรีย์(Zoning )
    ค่าใช้จ่าย :
    จำนวนผู้รับบริการ : 125000
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    2554|160,000||160,00020132141053551.pdf2012371515511.pdf
    รายงานผลการดำเนินงาน
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=187]   วันที่รายงาน  [10/3/2555]
    มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ร่วมกับหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์ในการดำเนินการวางแผนการ
    ดำเนินงานในปีที่ 2 โดยการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้านและรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ 1 ให้กับชุมชนทราบ โดยมติที่ประชุมของหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์
    วันที่ 2 – 4 มิถุนายน 2554 ณ เทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
    คลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ได้มีการจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ 9 หมู่บ้าน และมีนักเรียน นักศึกษา ในจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร แพร่ และจังหวัดใกล้เคียง มากชมนิทรรศการ 4,000 กว่าคน
    วันที่13 – 14 กรกฎาคม 54 ณ สำนักสงฆ์บ้านทรายงาม อำเภอท่าปลา จังหวัอุตรดิตถ์
    จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านแปรรูปข่าในรูปสมุนไพร ลูกประคบ แคลซูลข่า
    ทิงเจอร์ข่า น้ำพริกข่า ยาดมสูญโบราณ เพื่อใช้ในชุมชนร้อยละ 70
    วันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 54 ณ จอมเทียน จ.ชลบุรี
    จัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการจัดประชุมการสร้างเครือข่าย
    หมู่บ้านวิทยาศาสตร์โดยทางหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์ได้เข้าร่วมประชุมและ แลกเปลี่ยนความรู้กับหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
    จัดกิจกรรมวันสถาปนามหาวิทยาลัย หมู่บ้านวิทยาศาสตร์สมุนไพร
    อินทรีย์ ได้ร่วมจัดนิทรรศการโดยมาถ่ายทอดองค์ความรู้ของชุมชนให้กับนักเรียน
    นักศึกษา อาจารย์ และประชาชนทั่วไปที่มาชมงาน
    วันที่ 11 สิงหาคม 2554
    ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ “หมู่บ้านข้าวปลอดสาร” และหมู่บ้านวิทยาลัยวัววิทยา” ซึ่งจากการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ทั้งสอง หมู่บ้าน ชุมชนได้มีการวางแผนในการจัดทำศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์ของตนเอง โดยมีศูนย์เรียนรู้ทั้งหมด 4 ศูนย์การเรียนรู้ คือ ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรอินทรีย์ ศูนย์การเรียนรู้ข่าครบวงจร ศูนย์การเรียนรู้บายศรี และศูนย์การเรียนรู้ไม้กวาด และต่อมาได้มีการจัดอบรมการแปรรูปกระดาษข่า จึงเกิดจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพิ่มอีกหนึ่งแห่งคือ ศูนย์การเรียนรู้การทำกระดาษข่า ทำให้หมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์
    มีศูนย์การเรียนรู้จำนวน 5 แหล่งเรียนรู้
    วันที่ 7 – 8 กันยายน 2554
    จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การอบรมการทำกระดาษจากลำต้นข่า เพื่อทำผลิตภัณฑ์
    ดอกไม้จันทน์ พวงหรีด ภาพนูนต่ำ ทำให้ชุมชนได้มีการริเริ่มคิดจะดำเนินการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม คือแฟ้มใส่เอกสาร ดอมไม้ประดิษฐ์ กล่องใส่ผลิตภัณฑ์ตำบลน้ำหมัน เช่นกล้วยม้วน น้ำพริก ฯลฯ และเกิดการสร้างเครือข่ายระดับชุมชนคือหมู่บ้านทรายงามหมู่ 10 หมู่สมุนไพรอินทรีย์ผลิตกระดาษแล้วนำมาจำหน่ายให้กับหมู่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุในการผลิตดอกไม้จันทร์ พวงรีด ในตำบลน้ำหมัน และเป็นการกระจายรายได้และการใช้ประโยชน์จากลำต้นของข่า ซึ่งเหลือจากขายข่าสดและข่าตากแห้ง
    วันที่ 20 – 21 กันยายน 2554
    แลกเปลี่ยนรู้เรียนรู้ระหว่างผู้นำชุมชนในตำบลน้ำหมัน เพื่อเข้าไปศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้
    ของหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์ทั้ง 5 แห่ง และได้จัดทำเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์บ้านทรายงาม
    และองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมันจะมีการดำเนินการต่อเรื่องผลิตภัณฑ์จากกระดาษ
    ลำต้นข่า
    ค่าใช้จ่าย :
    จำนวนผู้รับบริการ :
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    2555694,960|219,000|219,000|ใช้หมด20125151053531.pdf201211231220521.pdf
    รายงานผลการดำเนินงาน
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=290]   วันที่รายงาน  [3/7/2555]
    -มีการพัฒนาตู้อบโดยใช้ถ่านไม้ในเชื้อเพลิงอยู่ที่อุณหภูมิ 40 - 60 องศา
    - จัดประชุมที่หมู่บ้านทรายงามเพื่อหาแนวทางสถานที่ในการเก็บข่าที่แห้งแล้ว
    - อบรมการทำที่เก็บมาตราฐานโรงเรือนของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพักเก็บข่าก่อนส่งขาย
    - การพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่ม เช่นการอบรมการอบแห้งข่าโดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และไบโอแก๊ส
    ค่าใช้จ่าย : 98,550
    จำนวนผู้รับบริการ : 40
    ปัญหาอุปสรรค : เพราะชาวบ้านไม่ค่อยว่างจึงไม่สามารถเข้าดำเนินการได้วในช่วงก่อนหน้านี้ชาวบ้านติดการผลิตทำข่าแห้ง
    แนวทางแก้ไข : ต้องเลื่อนการเข้าพื้นที่ตั้งแต่มิถุนายนเป็นต้นไป
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=465]   วันที่รายงาน  [26/11/2555]
    กลุ่มเป้าหมาย ชุมชนบ้านทรายงาม หมู่ 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์

    พื้นที่ดำเนินการ ชุมชนบ้านทรายงาม หมู่ 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์

    ระยะเวลาดำเนินการ 1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2557

    กิจกรรมในโครงการหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์
    1. ประชุมวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน
    2. การอบรมการทำบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุสินค้าของชุมชน
    3. การอบรมการจัดทำโรงเรือนเพื่อพักเก็บข่าก่อนส่งขาย
    4. การพัฒนากระบวนการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิต
    4.1 การอบรมการอบแห้งข่าด้วยตู้อบข่าอย่างง่าย โดยใช้เชื้อเพลิงจากถ่านและก๊าซชีวภาพ
    4.2 การอบรมการผลิตไบโอแก๊ส
    5. สร้างเครือข่ายให้เกิดการแลกเปลี่ยน และสนับสนุนวัตถุดิบในท้องถิ่นร่วมกัน

    ผลการดำเนินงาน
    ผลการดำเนินโครงการหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์ มีสมาชิกทั้งสิ้น 78 คน มีอายุระหว่าง 51 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 50 รองลงมา มีอายุ 41-50 ปี คิดเป็นร้อยละ 32.05 อายุ 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 15.38 และ มีอายุ 21-30 ปี คิดเป็นร้อยละ 2.56 มีอาชีพเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 75.64 รองลงมา มีอาชีพรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 17.95 อาชีพค้าขาย คิดเป็นร้อยละ 5.13 และอาชีพแม่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 1.28 และมีรายได้ต่อเดือน 6,001-7,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 30.78 รองลงมา รายได้ 5,001-6,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 24.37 รายได้ 7,001-8,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 12.83 รายได้ 2,001-3,00 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.55 รายได้ 4,001-5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.55 รายได้ 3,001-4,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 6.34 รายได้ 1,001-2,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.29 และรายได้ 8,001-9,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.29
    จากการสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจพบว่า ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย (ประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป) มีความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.38 รองลงมา เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ (เช่น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการ ฯลฯ) มีความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.35 ด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ (เช่น การประกาศรับสมัคร การติดต่อเชิญอบรม การประสานงาน และให้ข้อมูล การดูแลและการทำงานอย่างมีขั้นตอน ฯลฯ) มีความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.33 ช่วงเวลาในการอบรม (วัน/เดือน/ฤดูที่อบรม) มีความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.24 การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ใช้ประกอบอาชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวัน มีความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.22 ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร (ความรู้ ความสามารถเทคนิคการสอน) มีความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 4.17 สิ่งอำนวยความสะดวก (สถานที่อบรม อาหารเครื่องโสตฯ เอกสารอบรม ฯลฯ) มีความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 4.15 ความเหมาะสมของเนื้อหาหลักสูตร มีความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 4.09 และระยะเวลาในการอบรม (จำนวนวัน) มีความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 4.09 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้ประเมินมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.23
    ผลการติดตามหลังการโครงการหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์ รวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบติดตามผลถึงผู้ผ่านการฝึกอบรมควบคู่กับการสอบถามทางโทรศัพท์ ได้รับข้อมูล จำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 78 คน จากการวิเคราะห์ พบว่า
    1. การนำไปใช้ประโยชน์ พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ได้ใช้ประโยชน์จากการฝึกอบรม
    2. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ พบว่า รายได้ที่ได้รับเป็นรายได้หลัก คิดเป็นร้อยละ 100 และระบุจำนวนรายได้ที่ได้รับ จำนวน 6,001-7,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 32.05 รองลงมา จำนวน 7,001-8,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.92 จำนวน 8,001-9,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 19.23 จำนวน 4,001-5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 10.26 จำนวน 5,001-6,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 10.26 และจำนวน 2,001-3,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.28 ตามลำดับ
    3. สามารถนำความรู้ไปลดรายจ่ายได้กี่บาทต่อเดือน พบว่า จำนวน 2,001 – 3,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 38.46 รองลงมา น้อยกว่า 1,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 35.90 และจำนวน 1,001 – 2,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.64 ตามลำดับ
    4. ในด้านคุณภาพชีวิต ไม่เป็นตัวเงิน แต่เป็นการนำความรู้ไปใช้พัฒนาอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 100
    5. เริ่มนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เมื่อใด พบว่า นำไปใช้หลังการอบรมทันที คิดเป็นร้อยละ 43.59 รองลงมา นำไปใช้หลังการอบรมภายใน 1 เดือน คิดเป็นร้อยละ 32.05 และนำไปใช้หลังการอบรมภายใน 3 เดือน คิดเป็นร้อยละ 24.36 และ ตามลำดับ
    6. นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ที่ไหน พบว่า นำไปใช้ในครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 57.69 และนำไปใช้ในชุมชน/กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 42.31 ตามลำดับ
    7. นำความรู้ไปขยายผลต่อในด้านใด ด้านการประยุกต์เป็นองค์รวมความรู้ใหม่ คิดเป็นร้อยละ 67.95 และด้านให้บริการ/คำปรึกษา คิดเป็นร้อยละ 32.05 ตามลำดับ
    จากแบบประเมินและการติดตามโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “หมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์” จะเห็นได้ว่า มีการนำความรู้ไปใช้ในชุมชน/กลุ่ม ครอบครัว และสามารถนำไปใช้เพื่อประกอบอาชีพ ในด้านการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบตราสัญลักษณ์ของกลุ่มให้มีเอกลักษณ์ ด้านการใช้พลังงานทางเลือก ได้แก่ ก๊าซชีวภาพมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่วนตู้อบข่าอย่างง่ายนำมาช่วยในการลดระยะเวลาในการตากข่าให้แห้งสนิทแทนวิธีตากตามธรรมชาติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และมีอำนาจต่อรองราคากับผู้ซื้อและพ่อค้าคนกลาง ทำให้เศรษฐกิจในระดับรากหญ้าดีขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้น ดังนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการมีความเชื่อมั่นว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นหลังจากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จึงนับได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก และคุ้มค่ากับเงินทุนที่ เสียไป

    ค่าใช้จ่าย : 120,450
    จำนวนผู้รับบริการ : 78
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    2556360,000|320,000|320,000|ใช้หมด20131291027121.pdf2014332216111.pdf
    รายงานผลการดำเนินงาน
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=490]   วันที่รายงาน  [15/3/2556]
    ลงพื้นที่ในการให้ความรู้ อบรมการเป็นวิทยากรแหล่งเรียนรู้และการจัดทำกิจกรรมท่ิองเที่ยวแก่งทรายงาม จำนวน 2 วัน จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 44 คนรวมหมู่บ้านลูกข่าย 1 หมู่บ้านค่าใช้จ่าย : 20,000
    จำนวนผู้รับบริการ : 44
    ปัญหาอุปสรรค : ขาดสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมสำหรับรองรับผู้เข้ารับประชุม 40 คน
    แนวทางแก้ไข : จะดำเนินการร่วมกับหมู่บ้านในการทำอาคารแหล่งเรียนรู้อเนกประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมขยายเครือข่าย
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=491]   วันที่รายงาน  [15/3/2556]
    ลงพื้นที่ในการให้ความรู้ อบรมการเป็นวิทยากรแหล่งเรียนรู้และการจัดทำกิจกรรมท่ิองเที่ยวแก่งทรายงาม จำนวน 2 วัน จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 44 คนรวมหมู่บ้านลูกข่าย 1 หมู่บ้านค่าใช้จ่าย : 20,000
    จำนวนผู้รับบริการ : 44
    ปัญหาอุปสรรค : ขาดสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมสำหรับรองรับผู้เข้ารับประชุม 40 คน
    แนวทางแก้ไข : จะดำเนินการร่วมกับหมู่บ้านในการทำอาคารแหล่งเรียนรู้อเนกประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมขยายเครือข่าย
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=492]   วันที่รายงาน  [15/3/2556]
    ลงพื้นที่ในการให้ความรู้ อบรมการเป็นวิทยากรแหล่งเรียนรู้และการจัดทำกิจกรรมท่ิองเที่ยวแก่งทรายงาม จำนวน 2 วัน จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 44 คนรวมหมู่บ้านลูกข่าย 1 หมู่บ้านค่าใช้จ่าย : 20,000
    จำนวนผู้รับบริการ : 44
    ปัญหาอุปสรรค : ขาดสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมสำหรับรองรับผู้เข้ารับประชุม 40 คน
    แนวทางแก้ไข : จะดำเนินการร่วมกับหมู่บ้านในการทำอาคารแหล่งเรียนรู้อเนกประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมขยายเครือข่าย
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=528]   วันที่รายงาน  [10/4/2556]
    แผนปฏิบัติการในการลงพื้นที่ ตั้งแต่เดือน เม.ย.56- ก.ย. 56ค่าใช้จ่าย :
    จำนวนผู้รับบริการ : 0
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม : 201341098341.pdf
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=649]   วันที่รายงาน  [28/6/2556]
    1. วันที่ 18-25 เมษายน 2556 ทำหนังสือเชิญ และจัดการประชุมชี้แจงการดำเนินการ หมู่บ้านแม่ข่ายและลูกข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2556 โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชนี เพ็ชร์ช้าง ผู้รับผิดชอบโครงการ มีตัวแทนจากชุมชนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 34 คน ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ซึ่งได้ชี้แจงความเป็นมาของหมู่บ้านแม่ข่ายฯ“หมู่บ้านสมุนไพร อินทรีย์” การดำเนินงาน การจัดกิจกรรมฝึกอบรม การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ของหมู่บ้านแม่ข่ายฯ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และความเป็นมาของโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ ในปี 2556 ซึ่งหมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์บ้านทรายงามได้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็น “หมู่บ้านแม่ข่ายวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ในปี พ.ศ. 2555 จึงทำให้เกิดการขยายเครือข่ายลงสู่หมู่บ้านที่มีความต้องการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ชุมชนเข้มแข็ง ผู้นำมีวิสัยทัศน์ และความรับผิดชอบ ดังนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงขยายงานสู่หมู่บ้าน ทั้ง 3 หมู่บ้าน โดยมีการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี 2556 ดังนี้ (ค่าใช้จ่าย 15,000.-)
    1.1 หมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์บ้านทรายงาม หมู่ 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
    1.1.1 จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ด้านการดำเนินการ เป็นวิทยากรประจำกลุ่ม และหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านแม่ข่าย
    1.1.2 เปิดศูนย์เรียนรู้สมุนไพรอินทรีย์และเปิดงานเครือข่ายหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี
    1.2 หมู่บ้านผามูบ ผามูบ หมู่ 7 ต.แม่พูลพูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
    1.2.1 จัดการอบรมส่งเสริมการผลิตไม้ผลตามข้อกำหนด GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมการได้เครื่องหมาย Q ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในอนาคต
    1.2.2 จัดการอบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ สาธิตการทำน้ำหมักสูตรต่างๆ และการทำปุ๋ยอินทรีย์ มีกิจกรรมการทำถังขยะและการแยกขยะ มีกิจกรรมส่งเสริมการผลิตต้นกล้าเอคโตรโมคอร์ไรซาของเห็บถอบ เป็นต้น
    1.2.3 จัดกิจกรรมศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว “แก่งทรายงาม”
    1.3 หมู่บ้านวังหัวดอย หมู่ 2 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
    1.3.1 จัดการฝึกอบรมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตข่า ได้แก่ น้ำพริกข่า น้ำพริกแกง พริกลาบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ โลโก้ เป็นต้น
    1.3.2 ตรวจสอบหาคุณภาพทางจุลินทรีย์ของน้ำพริกสำเร็จรูป ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน GMP เพื่อหาแนวทางการพัฒนาสุขลักษณะของน้ำพริกสำเร็จรูปและการปนเปื้อนของเชื้อที่ทำให้เกิดโรคในวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำพริกสำเร็จรูป วิธีลดปริมาณเชื้อ ระยะเวลาในการเก็บรักษา และยืดอายุการเก็บรักษา
    1.4 หมู่บ้านน้ำหมันกลาง หมู่ 3 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
    1.4.1 จัดการอบรมการใช้กระดาษข่าเพื่อทำ ผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้จันทน์ พวงหรีด บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ
    1.4.2 จัดการอบรมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตข่ารูปแบบอื่นๆ เช่น การทำข่าผง ลูกประคบ ขวดยาดม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ
    จากการระดมความคิดเห็น ความต้องการ และสรุปผลจากการประชุมของแต่ละหมู่บ้าน สรุปได้ (ภาพที่ 23) ดังนี้
    1. หมู่บ้านแม่ข่ายบ้านทรายงาม มีความต้องการเพิ่มเติม คือ
    - สร้างอาคารเอนกประสงค์หมู่บ้านสมุนไพรอินทรีย์บ้านทรายงาม บริเวณแก่งทรายงาม
    - ต้องการเรือยาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวล่องแก่ง จำนวน 2 ลำ เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวแก่งทรายงาม ที่มีการสร้างฝายน้ำล้น บริเวณแก่งทรายงาม โดยงบประมาณของอบต. น้ำหมันปี 2556
    2. หมู่บ้านผามูบ มีความต้องการเพิ่มเติม
    - การจัดอบรมส่งเสริมการผลิตไม้ผลตามข้อกำหนด GAP
    - การจัดอบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์
    - ทำตะบันน้ำ และอุปกรณ์การทำ เช่น ท่อ PVC และเช็ควาล์วน้ำ
    3. หมู่บ้านวังหัวดอย มีความต้องการเพิ่มเติม
    - ของบสนับสนุนจาก อบต. เพื่อนำไปทำเสียงตามสายและฝ้าเพดาน โรงทำน้ำพริก
    - เครื่องบดน้ำพริก และเครื่องคั่ว แบบสแตนเลส
    - เครื่องบรรจุภัณฑ์ แบบได้มาตรฐาน
    2. วันที่ 27-28 เมษายน 2556 จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเสริมสร้างผู้นำกระบวนการ และวิทยากร มีการวางแผนงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านแม่ข่าย (หมู่บ้านทรายงาม) ร่วมทั้ง ขยายให้หมู่บ้านลูกข่าย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชนี เพ็ชร์ช้าง ดร.นงนภัส เที่ยงกมล และนายเอกวิน ขุนบุญจันทร์ เป็นวิทยากรกลุ่ม ผู้เข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 40 คน ณ บ้านทรายงาม ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ (ค่าใช้จ่าย 50,000.-)
    1. เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมัน
    2. แจ้งวัตถุประสงค์ ให้ความรู้ในเรื่อง ความเป็นมา ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมศึกษา การเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่างๆ ของชุมชน การจัดการท่องเที่ยวในอดีตจนถึงปัจจุบัน การบริหารการจัดการท่องเที่ยวที่เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดการท่องเที่ยวโฮมสเตย์ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวแบบองค์รวม
    3. การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนด้านต่างๆ ดังนี้
    3.1 กิจกรรมศึกษาศักยภาพของชุมชน ได้แก่ จุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหาอุปสรรค และโอกาส และนำเสนองานหน้าห้อง
    3.2 กิจกรรมศึกษาการจัดการท่องเที่ยวในอดีตและปัจจุบันของชุมชน/นำเสนองาน หน้าห้อง
    3.3 กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กิจกรรมการทำถังขยะ การแยกขยะ กิจกรรมการจัดทำต้นกล้าเห็ดถอบเพื่อใช้ในกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชน และนำเสนองานหน้าห้อง
    3.4 กิจกรรมการจัดทำแผนกลยุทธ์ในการจัดการท่องเที่ยวบ้านทรายงาม การวางแผนงานร่วมกัน และนำเสนองานหน้าห้อง
    จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเสริมสร้างผู้นำกระบวนการและวิทยากร หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน จะสามารถส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก การสร้างเจตคติทางบวก การสร้างการมีส่วนร่วม รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกสาธารณะในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยความรู้สึกรับผิดชอบ รวมทั้งมีความตั้งใจในการร่วมมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีทักษะ มีพฤติกรรมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดีของตนเอง อีกทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่ครอบครัว และสามารถเป็นวิทยากรเพื่อเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชนตนเองและใกล้เคียงได้อย่างเหมาะสม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริงต่อไป หลังเสร็จสิ้นการอบรม เชิงปฏิบัติการในขั้นตอนสุดท้ายจะมีการเสนอโครงการ จากการระดมสมองของกลุ่มย่อย และฝึกการเขียนโครงการและนำเสนอโครงการของกลุ่มโดยวิทยากรกลุ่ม จากนั้นคณะกรรมการบริหารจัดการท่องเที่ยวบ้านทรายงาม และผู้เกี่ยวข้องในการจัดการท่องเที่ยวแก่งทรายงามได้ร่วมคัดเลือกโครงการที่นำเสนอ ได้โครงการจำนวน 3 โครงการ เพื่อเป็นโครงการนำร่องดังนี้ โครงการที่ 1) โครงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้ชัดเจนผ่าน web site 2) โครงการคัดแยกขยะโดยชุมชน 3) โครงการผลิตต้นกล้าเอคโตไมคอร์ไรซาร์ของเห็ดถอบ
    3. วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตข่ารูปแบบอื่น ตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดี : GMP เช่น น้ำพริกข่า น้ำพริกแกง น้ำพริกลาบ ฯลฯ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชนี เพ็ชร์ช้าง ผู้รับผิดชอบโครงการ และ นางวรรณกนก เขื่อนสุข วิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้าน GMP ผู้เข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 30 คน ณ ที่ทำการกลุ่มน้ำพริกวังหัวดอย หมู่ 2 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ (ค่าใช้จ่าย 15,000.-)
    3.1 ถ่ายทอดความรู้เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดขึ้นในอาหาร และข้อกำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตฯ พร้อมฝึกปฏิบัติตามข้อกำหนด
    3.2 ตรวจประเมินสถานที่ผลิต วัสดุอุปกรณ์ในการผลิต ความพร้อมในการผลิตผลิตภัณฑ์
    จากการอบรมเชิงปฏิบัติการข้างต้น พร้อมทั้งตรวจประเมินสถานที่ผลิตจริง มีข้อสรุปและข้อเสนอแนะจากกลุ่มและผู้เชี่ยวชาญด้าน GMP (ภาพที่ 25) ดังนี้
    1) ในเรื่องการผลิต ทางกลุ่มผลิต 3 ครั้ง/เดือน เพื่อให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นจึงต้องการซื้อเครื่องโม่ ควรมีการตรวจสอบวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ตามมาตรฐาน GMP และควรต้องปรับปรุงโรงเรือนที่ใช้ในการผลิตให้เหมาะสม
    2) ในเรื่องระบบน้ำที่ใช้ในการผลิต เป็นน้ำประปาหมู่บ้าน ล้างสิ่งของกับพื้นล้างเสร็จเทลงพื้นดิน ไม่ซิงค์ล้างจาน ด้านล่างของอาคารเป็นลำห้วย จึงควรทำซิงค์ล้างจานให้สูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 60 ซม.
    3) ในเรื่องบรรจุภัณฑ์ ควรมีฉลากแนะนำวิธีรับประทาน/วิธีปรุง เช่น น้ำพริกยำ ฯ บรรจุภัณฑ์ของน้ำพริกเป็นถุงพลาสติกและซีนถุงทำให้อากาศผ่านเข้าออกได้ง่าย จึงไม่สามารถเก็บไว้ได้งาน มีกลิ่นหืน และขึ้นราได้ง่าย
    4) ในเรื่องต้นทุนการผลิต การผลิต 1 รอบ กำไรต้องได้ 40% ของต้นทุน (หรือได้ครึ่งหนึ่งของต้นทุนจะคุ้มทุนมากกว่า) เช่น ถ้าลงทุน 10,000 บาท ต้องได้กำไร 4,000 บาท (ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ)
    5) ในเรื่องของการตลาด ขายในพื้นที่ ทั้งปลีกและส่ง จุดเด่น คือ ขายถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 20-30 บาท เน้นราคาที่ตั้งไว้ตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม (หลักในการตั้งราคาขึ้นราคาทีละน้อยๆ แต่ขึ้นบ่อยๆ ดีกว่า ขึ้นราคาคราวละมากๆ หรือ ขายราคาเดิม แต่ลดปริมาณลง เช่น น้ำพริกแกง ครึ่งกิโล ขาย 30 บาท อาจจะลดลงเหลือ 4 ขีด ขาย 30 บาท เป็นต้น)
    - น้ำพริกแกงเผ็ด กิโลกรัมละ 60 บาท
    - น้ำพริกลาบ กิโลกรัมละ 120 บาท
    - น้ำพริกยำ กิโลกรัมละ 100 บาท
    6) ได้นำน้ำพริกแกงเผ็ด น้ำพริกลาบ น้ำพริกยำ กลับมาตรวจวิเคราะห์ จุลินทรีย์ บาซิลลัส คลอสทริเดียม เพอร์ฟริงเจน โคลิฟอร์มแบคทีเรียรา ตามมาตรฐาน GMP
    จากการลงพื้นที่ การจัดอบรมฯ และการพูดคุยกับทางกลุ่มน้ำพริกวังหัวดอย ทางกลุ่มมีความต้องการที่จะผลิตน้ำพริกขายปลีกและขายส่งในพื้นที่ในตำบลน้ำหมันเท่านั้น เนื่องจากทางกลุ่มสามารถรวมกลุ่มและผลิตเพียง 3 ครั้ง/เดือน จึงต้องการเครื่องมือเพื่อใช้ผลิตให้ได้จำนวนที่มากขึ้นและยืดอายุน้ำพริกให้สามารถเก็บได้นานขึ้นโดยไม่เหม็นหืน โดยเครื่องมือที่ต้องการ เช่น เครื่องโม่ที่ใหญ่ขึ้น และเครื่องซีลสูญญากาศ
    4. ลงพื้นที่ หมู่บ้านวังหัวดอย หมู่ 2 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ (ค่าใช้จ่าย 40,000.-)
    - จากความต้องการของทางกลุ่มน้ำพริกวังหัวดอย จึงได้จัดซื้อเครื่องโม่ เบอร์ 32 และเครื่องซีลสูญญากาศ และสอนวิธีการใช้เครื่องซีลสูญญากาศ เพื่อใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์น้ำพริกและสามารถยืดอายุเก็บได้นานขึ้น
    - เตรียมการสร้างซิงค์/เคาเตอร์ลอย เพื่อใช้ในการล้างส่วนประกอบในการผลิตน้ำพริกให้เป็นไปตามมาตรฐาน GMP โดยมีการดำเนินการถึงขั้นตอนการเสนอราคา (ราคาเหมา 8,500.-)
    - ด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำพริกอยู่ในช่วงการเพาะเชื้อ และการวิเคราะห์ผล
    5. ลงพื้นที่ หมู่บ้านน้ำหมันกลาง หมู่ 3 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ (ค่าใช้จ่าย 20,000.-)
    ได้ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์และวัสดุ เพื่อใช้ในการอบรมการใช้กระดาษข่า เพื่อทำผลิตภัณฑ์ ดอกไม้ประดิษฐ์ บรรจุภัณฑ์กล่องใส่ผลิตภัณฑ์ และการทำดอกไม้จันทน์ ดังนี้
    - บล็อกเหล็ก (ตุ๊ดตู่) เป็นรูปกลีบดอกไม้และใบชนิดต่างๆ
    - สั่งกระดาษข่าจากบ้านทรายงาน หมู่ 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
    6. ลงพื้นที่ หมู่บ้านทรายงาม หมู่ 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ (ค่าใช้จ่าย 75,000.-)
    - จาการลงพื้นที่ ได้มีการนำช่างมาประเมินราคาก่อสร้างอาคาร “ศูนย์ร่วมใจท่องเที่ยวทรายงามและวัฒนธรรม”
    - ดำเนินการ และติดตามการก่อสร้างอาคาร “ศูนย์ร่วมใจท่องเที่ยวทรายงามและวัฒนธรรม” จนอาคารเสร็จสมบูรณ์

    ค่าใช้จ่าย :
    จำนวนผู้รับบริการ : 150000
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=732]   วันที่รายงาน  [4/9/2556]
    จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้กระดาษข่า เพื่อทำผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ พวงหรีด และของที่ระลึก” ณ บ้านน้ำหมันกลาง ม.3 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 และมอบเงินกองทุนกลุ่มศูนย์รวมภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนของกลุ่มสำหรับทำดอกไม้ประดิษฐ์ และผลิตภัณฑ์พวงหรีด และของที่ระลึก โดยได้ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์และวัสดุ เพื่อใช้ในการอบรมฯ ได้แก่ บล็อกเหล็ก เป็นรูปกลีบดอกไม้และใบชนิดต่างๆ และโมลอัดกระดาษย่นเพื่อใช้ทำโบว์ และสั่งกระดาษข่าจากบ้านทรายงาม หมู่ 10 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ฟาง ไม้เสียบลูกชิ้น กาว ลวดขาวและเขียว ด้าย ปอฟาง ผ้าเช็ดหน้าสำหรับอัดกลีบดอกไม้ พริก ถั่ว ดอกไม้ โป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลู ถั่วเขียว พริก ฯลฯ
    จากการดำเนินการจัดอบรม “การใช้กระดาษข่า เพื่อทำผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ พวงหรีด และของที่ระลึก” ทำให้ชุมชนและกลุ่มมีรายได้เสริมจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีการเชื่อมโยงโดยการซื้อกระดาษข่าจากบ้านทรายงามเพื่อใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ พวงหรีด และของที่ระลึก และหลังจากการอบรมสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มผลผลิตและการแปรรูปได้
    หมายเหตุ : ค่าใช่จ่ายในการรายงานครั้งนี้ 24,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการรายงานความก้าวหน้าไตรมาสที่ 3 ครั้งที่ 5 ไม่ได้ลงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ จึงรวมค่าใช้จ่ายในการรายงานในครั้งนี้ (174,000 บาท)
    ค่าใช้จ่าย : 174,000
    จำนวนผู้รับบริการ : 14
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม :
    รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=853]   วันที่รายงาน  [10/12/2556]
    1.ลงพื้นที่ บ้านผามูบ หมู่ 7 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ การจัดการอบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้ในครัวเรือนและกลุ่มหมู่บ้าน และการส่งเสริมการผลิตไม้ผลตามข้อกำหนด GAP
    2.ลงพื้นที่ บ้านน้ำหมันกลาง ม.3 ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ อบรมเชิงปฏิบัติการ การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตข่ารูปแบบอื่น เช่น การทำข่าผง ลูกประคบ
    3.เปิดศูนย์ร่วมใจท่องเที่ยวทรายงามและวัฒนธรรม และจัดประชุมเครือข่ายโดยการแสดงนิทรรศการแม่ข่าย ลูกข่าย รวม 4 หมู่บ้าน เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 พร้อมทั้งจัดการศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยว แก่งทรายงาม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    ค่าใช้จ่าย : 86,000
    จำนวนผู้รับบริการ : 30
    ปัญหาอุปสรรค : -
    แนวทางแก้ไข : -
    ไฟล์แนบกิจกรรม :

    ส่งข้อความถึง ผู้รับผิดชอบโครงการ

    ข้อความ

     

    Template by OS Templates