นายเอกพงศ์  มุสิกะเจริญ
การพัฒนามาตรฐานสินค้าโอทอป ภายใต้กรอบ วทน.    
เขียนโดย : นายเอกพงศ์  มุสิกะเจริญ
  • Currently 2.7/5 Stars.
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5

Rated 2.7/5 stars (18 votes cast)


มาตรฐาน OTOP เดิมมี 4 quadrant

 

ด้วย วทน.

ข้อมูลการประชุม กอ.นตผ. แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี 2566-2570

รายละเอียดการประชุม...

กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการจัดกลุ่มประเภทผลิตภัณฑ์ (Quadrant) ของ OTOP ตามศักยภาพของกลุ่มผู้ผลิต ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1) กลุ่มดาวเด่นสู่สากล A มีคุณภาพสูง และผลิตได้จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง มีตลาดจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ มีกำลังการผลิตที่รองรับการสั่งซื้อได้ในปริมาณมากและมีศักยภาพในการส่งออกตลาดต่างประเทศได้ระยะยาว

2) กลุ่มเอกลักษณ์สร้างคุณค่า B มีคุณภาพสูง ผลิตได้จำนวนน้อย ขั้นตอนกระบวนการผลิตยากและซับซ้อนเป็นงานหัตกรรมประณีตศิลป์ มีเอกลักษณ์ของสินค้าแต่ละชิ้น ใช้ระยะเวลาในการผลิตและไม่สามารถผลิตสินค้าที่เหมือนกันในปริมาณมากได้

3) กลุ่มพัฒนาสู่การแข่งขัน C มีคุณภาพระดับพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด หรือมาตรฐานอื่นที่รองรับผลิตไม่มีความซับซ้อน ผลิตจำนวนมาก มีกำลังการผลิตเพียงพอ หรือมีกำลังการผลิตในลักษณะเป็นเครือข่าย มีตลาดจำหน่ายทั้งภายในและภายนอกชุมชน และสามารถเข้าสู่การแข่งขันในตลาดได้

4) กลุ่มปรับตัวการพัฒนา D มีการผลิตง่าย ไม่ซับซ้อน ผลิตได้จำนวนน้อย หรือหลากหลาย ยังไม่ได้มีการรับรองมาตรฐานต้องการในการพัฒนาศักยภาพในตัวผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่การรับรองมาตรฐาน

-----------------------------------------------

ไอเดียของท่าน อ.อุทัย  ในการพัฒนาเกณฑ์เพื่อแบ่ง Q1-Q4 ด้าน วทน. ในผลิตภัณฑ์ OTOP แต่ควรจะสอดคล้องกับเกณฑ์ ของ พช. แล้วค่อยเพิ่มเติมพารามีเตอร์อื่นเข้าไป คำว่า ผลิตได้มาก คือ เท่าไหร่ก็ได้ตามที่ตลาดต้องการแต่ต้องต่อเนื่องและมีคุณภาพสม่ำเสมอ

ถ้าสังเกตจากเกณฑ์แบ่งกลุ่มของ พช. มันจะเน้นเรื่อง การผลิต (ปริมาณ/คุณภาพ) มาตรฐาน และศักยภาพการตลาด

เราก็มากำหนดว่าในทาง STI แล้ว มันมีระดับ (Level) ของ STI ที่จะลงไปมีบทบาทใน การผลิต มาตรฐาน และศักยภาพการตลาด อย่างไร หรือ อาจจะเพิ่มเรื่องอื่นๆ เข้าไป เช่น การบริหารจัดการธุรกิจ การบริหารจัดการวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) หรือ อาจจะต้องเอา Technology Maturity หรือ Technology Readiness มาจับก็ได้
 

ข้อสังเกต จะเห็นว่ามันจะไม่ได้ใช้พารามีเตอร์เดียวกันทั้งหมด เช่น กลุ่ม A เน้นสู่สากล คุณภาพสูงผลิตได้จำนวนมากและต่อเนื่อง แต่กลุ่ม B กลับเน้นเอกลักษณ์ สร้างคุณค่า มีคุณภาพสูง แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องผลิตได้จำนวนมากๆ เยอะๆ ซึ่งในความเห็นผม กลุ่ม B กับ C จะต่างกันที่เป็นงานฝีมือ กับ ไม่ใช่งานฝีมือ (ผ้าไหมแพรวา กับ ปลาช่อนแดดเดียว)

กลุ่ม A ผมเห็นที่กาญจนบุรี ทำทองม้วน สาระพัดใส้ ใส่กล่องสวยงาม ไปขายถึงร้านแฮร์รอดที่อังกฤษ นี่คือกลุ่ม A จะผลิตกี่กล่องก็เหมือนกัน ถ้าต้องการเพิ่มมากๆ ก็สั่งเครื่องจักรเพิ่ม ก็ผลิตได้มากตามที่ตลาดต้องการ

กลุ่ม B ผ้าไหมแพรวา เป็นตัวอย่างที่ดี ผ้าไหมแพรวา ก็พัฒนาการย้อมสีธรรมชาติ การออกแบบลวดลาย มาตรฐานโทนสี แต่การผลิตยังทอแบบดั้งเดิม ขึ้นอยู่กับความชำนาญของคน เพิ่มจำนวนเร็วๆ ไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีการทอยังขึ้นอยู่กับคนค่อนข้างมาก

อย่างไวน์หมากเม่า ก็ยังเป็นกลุ่ม B ต่ำ

ส่วนมาก OTOP ไทย น่าจะเป็นกลุ่ม C กับกลุ่ม D

 

เอาเป็นตัวตั้งต้น สำหรับคิดต่อครับ  
  

 

กลุ่ม OTOP

ปัจจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

เทคโนโลยีการผลิต

มาตรฐาน

การบริหารจัดการ

การตลาด

กลุ่มดาวเด่นสู่สากล A มีคุณภาพสูง  และผลิตได้จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง  มีตลาดจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ มีกำลังการผลิตที่รองรับการสั่งซื้อได้ในปริมาณมากและมีศักยภาพในการส่งออกตลาดต่างประเทศได้ระยะยาว

ใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่สามารถผลิตได้จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพสม่ำเสมอ

ได้รับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต ฯลฯ

มีการบริหารจัดการที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย

การควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตภายในกลุ่มให้มีความสม่ำเสมออยู่ในระดับดี-ดีกมาก

มีศักยภาพทางการตลาด

 

ใช้ช่องทางการตลาดสมัยใหม่ มีศักยภาพของการตลาดทั้งในและนอกประเทศ

กลุ่มเอกลักษณ์สร้างคุณค่า B  มีคุณภาพสูง  ผลิตได้จำนวนน้อย  ขั้นตอนกระบวนการผลิตยากและซับซ้อนเป็นงานหัตกรรมประณีตศิลป์  มีเอกลักษณ์ของสินค้าแต่ละชิ้น ใช้ระยะเวลาในการผลิตและไม่สามารถผลิตสินค้าที่เหมือนกันในปริมาณมากได้

ใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมในระดับปานกลางที่สร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อต่อยอดจากงานที่มีเอกลักษณ์ หรือ ทำให้คุณภาพของการผลิตมีความสม่ำเสมอ

ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ แต่มาตรฐานการผลิตอาจจะยังไม่ได้  หรือ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น อาจจะมีความแตกต่างกันตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานฝีมือ (hand made)

 

มีการบริหารจัดการในระดับปานกลาง

 

การควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตภายในกลุ่มให้มีความสม่ำเสมออยู่ในระดับดี

 

มีศักยภาพทางการตลาด

 

ใช้ช่องทางการตลาดสมัยใหม่ มีศักยภาพของการตลาดทั้งในและนอกประเทศ

กลุ่มพัฒนาสู่การแข่งขัน C  มีคุณภาพระดับพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด  หรือมาตรฐานอื่นที่รองรับผลิตไม่มีความซับซ้อน  ผลิตจำนวนมาก  มีกำลังการผลิตเพียงพอ  หรือมีกำลังการผลิตในลักษณะเป็นเครือข่าย  มีตลาดจำหน่ายทั้งภายในและภายนอกชุมชน  และสามารถเข้าสู่การแข่งขันในตลาดได้

ใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมในระดับปานกลาง-ต่ำในการผลิตหรือ ทำให้คุณภาพและปริมาณของการผลิตมีความสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง แต่อาจจะยังมีความแตกต่างในการผลิตแต่ละชิ้น หรือแต่ละล็อตของการผลิต

ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อาจจะเป็นทั้งหมด หรือบางส่วน

มีการบริหารจัดการที่ในระดับปานกลาง-ต่ำ

 

การควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตภายในกลุ่มให้มีความสม่ำเสมอยังไม่ดี

มีศักยภาพทางการตลาดภายในและภายนอกชุมชน

 

ใช้ช่องทางการตลาดสมัยใหม่บาง แต่ยังไม่มาก

กลุ่มปรับตัวการพัฒนา D  มีการผลิตง่าย ไม่ซับซ้อน ผลิตได้จำนวนน้อย หรือหลากหลาย  ยังไม่ได้มีการรับรองมาตรฐานต้องการในการพัฒนาศักยภาพในตัวผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่การรับรองมาตรฐาน

ใช้เทคโนโลยีในการผลิตแบบง่ายๆ ไม่ชับช้อน ไม่สามารถผลิตได้จำนวนมาก  ไม่สม่ำเสมอทั้งปริมาณและคุณภาพ

ยังไม่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

มีการบริหารจัดการในระดับต่ำ   

การควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตภายในกลุ่มให้มีความสม่ำเสมอยังไม่ดี

มีศักยภาพทางการตลาดภายในและภายนอกชุมชน

 

ไม่มีมีใช้ช่องทางการตลาดสมัยใหม่บาง

 

 

 

 

Template by OS Templates