Why Digital Technology is the key to the Industrial Green Future?  21

คำสำคัญ : Greentransformation  digitaltechnology  

(ppt สรุปงานวิจัย click !)

หลายปีที่ผ่านมา เราคุ้นชินกับคำว่า Green หรือ “ความยั่งยืน” จนบางครั้งมันฟังเหมือนเป็นคำสวยหรูที่ใคร ๆ ก็พูด แต่จับต้องยากโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมหนักที่ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล เช่น อุตสาหกรรมเครื่องจักร

จากงานวิจัยเรื่อง Driving Green Transformation in Equipment Manufacturing Enterprises: The Role of Digital Technologies โดย Weiyang Xu, Jianzhong Xu and Wei Zhang ซึ่งได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Systems เมื่อวันที่ 1 May 2025

งานวิจัยชิ้นนี้เผยให้เห็นสิ่งสำคัญดังนี้

ดิจิทัลไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือหัวใจของการเปลี่ยนโลกอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริง ๆ

นี่คือมุมมองใหม่ที่น่าสนใจจากงานวิจัยนี้

1) อุตสาหกรรมจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้…ต้องเริ่มที่เทคโนโลยี

อุตสาหกรรมเครื่องจักรเป็นภาคส่วนที่ปล่อยคาร์บอนสูง ใช้พลังงานมาก และเต็มไปด้วยกระบวนการที่ซับซ้อน การจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องของการ “ตั้งเป้า” อย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานตั้งแต่พื้นฐาน

งานวิจัยพบว่า
เทคโนโลยีอย่าง AI, IoT, Big Data และ Cloud Computing สามารถเปลี่ยนระบบการผลิตให้ฉลาดขึ้น ประหยัดพลังงานขึ้น และโปร่งใสมากขึ้น
ทำให้โรงงานรู้ทันปัญหาและแก้ไขอย่างแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา

นี่ไม่ใช่การลดมลพิษแบบเดิม ๆ แต่เป็นการ “ยกเครื่องโมเดลธุรกิจทั้งระบบ”

2) ดิจิทัลช่วยให้บริษัท “คิดค้นสิ่งใหม่” ได้เร็วขึ้น

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล คือ การผลักดัน Green Innovation
บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นจะ…

  • ทำ R&D ได้เร็วขึ้น

  • ทดลองสินค้าได้แม่นยำขึ้น

  • สร้างนวัตกรรมลดพลังงาน ลดของเสียได้มากขึ้น

งานวิจัยวัดข้อมูลสิทธิบัตรสีเขียวกว่า 10 ปี พบว่า
บริษัทที่มีการใช้ดิจิทัลสูง มีสิทธิบัตรด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นี่แปลว่าเทคโนโลยีไม่ได้แค่ “ช่วย” ให้เขียวขึ้น แต่เป็นตัวจุดประกายให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

3) ดิจิทัลยังช่วยทำให้ “ตลาด” เอื้อต่อความยั่งยืนมากขึ้นด้วย

เรามักมองความยั่งยืนในองค์กรเป็นเรื่องภายใน แต่ตลาดภายนอกก็สำคัญมาก
งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อมีข้อมูลที่โปร่งใสผ่านระบบดิจิทัล เช่น

  • ระบบติดตามพลังงานแบบเรียลไทม์

  • ระบบตรวจสอบการปล่อยมลพิษ

  • แพลตฟอร์มข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน

จะทำให้ทั้งซัพพลายเออร์ ลูกค้า และคู่ค้าทั้งระบบ
ถูกผลักดันให้ทำงานแบบโปร่งใสและยั่งยืนขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ
ดิจิทัลกลายเป็นแพลตฟอร์มที่พาตลาดทั้งระบบไปสู่ความเขียวในแบบที่วิธีเดิมทำไม่ได้

4) หลักฐานชัดเจน: ใช้ดิจิทัลเพิ่มขึ้นเพียง 1% → ระดับความเขียวเพิ่มขึ้นทันที

งานวิจัยเก็บข้อมูลจาก 381 บริษัทในอุตสาหกรรมเครื่องจักรเป็นเวลา 10 ปี และพบว่า

บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น จะมีประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขจริงจากงานวิจัยยืนยันว่า
เพียงเพิ่มระดับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 1%
➡ ระดับ Green Transformation กระโดดขึ้นทันทีประมาณ 0.02%

อาจดูเป็นตัวเลขเล็ก แต่ในระดับอุตสาหกรรมหนัก มันคือความต่างระดับ “มหาศาล”

5) อนาคตของอุตสาหกรรม = Digital + Green

สิ่งที่งานวิจัยนี้ทำให้เราเห็นคือ
ความยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นโดยปราศจากเทคโนโลยี และเทคโนโลยีก็จะไร้ทิศทางถ้าไม่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ นักศึกษา ผู้บริหาร หรือนักนโยบาย งานวิจัยนี้ให้บทเรียนสำคัญว่า…

องค์กรที่จะอยู่รอดในอนาคต ต้อง “ดิจิทัลให้เป็น” และ “ยั่งยืนให้ได้” พร้อมกัน
ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

เพราะดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่มันคือรากฐานของโลกอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต


เขียนโดย : น.ส.จุฑาทิพ  รุณสุข สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : juthathip.r@mhesi.go.th

เห็นด้วยเลยครับ ว่า GREEN ยังงัยก็มาแน่นอน

เขียนโดย นายเอกพงศ์  มุสิกะเจริญ

จริงๆ ต่างประเทศมาสักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ แต่ก็มีการสร้างในมิติที่แตกต่างกันไป นอกจากที่เห็นชัดๆ คือ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ ยังมีพวกสนับสนุนให้การทำงานเป็น green มากขึ้น ทำสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ green มากขึ้น แต่หนูหาเปเปอร์อันนั้นไม่เจอ ไว้จะเอามาแชร์เพิ่มนะคะ <3

เขียนโดย น.ส.จุฑาทิพ  รุณสุข